เมื่อไม่นานมานี้พี่มิ้นท์มีโอกาสเดินแวะชั้นกิฟท์ช็อปในห้างเพื่อหาซื้อตุ๊กตาเป็นของขวัญให้เพื่อน เลือกอยู่นานจนไปสะดุดกับตุ๊กตาชนิดนึง จับปุ๊บมีกลิ่นหอมฟุ้งเลย แถมกลิ่นก็ไม่ใช่กลิ่นน้ำหอมทั่วไป แต่เป็นกลิ่นกาแฟหอมอ่อนๆ ส่วนตุ๊กตาตัวอื่นๆ ก็เป็นกลิ่นช็อคโกแลต กลิ่นวานิลา ฯลฯ บอกตรงๆ ว่าเพิ่งเคยเห็นนี่แหละ!! กลับมาเลยหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ความว่าจริงๆ เทคโนโลยีทำให้สิ่งของมีกลิ่นหอมมีมานานพอสมควรแล้วค่ะ
กลิ่นหอมที่เกิดขึ้นเป็นนวัตกรรมนาโนเทคโนโลยีรูปแบบใหม่ น้องๆ หลายคนอาจสงสัยว่าแล้วนาโนเทคโนโลยีคืออะไร ได้ยินมาก็บ่อยแต่ไม่ค่อยเข้าใจ!! นาโนเทคโนโลยีก็คือเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับสิ่งเล็กมากกกก ซึ่งเป็นระดับของอนุภาคในอะตอม นำมาผลิตสิ่งของเครื่องใช้ต่างๆ จากการจัดเรียงอะตอมเข้าไว้ด้วยกันอย่างแม่นยำให้ได้โครงสร้างของสารแบบใหม่ๆ และมีคุณสมบัติพิเศษที่อาจไม่เคยมีมาก่อน ซึ่งที่ผ่านมามีสิ่งประดิษฐ์หลายอย่างที่ใช้นาโนเทคโนโลยีเข้ามาช่วย รวมไปถึงนาโนเทคโนโลยีมีกลิ่นหอมที่เอาไปประยุกต์ใช้สิ่งของต่างๆ
หลักการทำงานของกลิ่นหอมไม่ซับซ้อนเลยค่ะ ผู้ผลิตจะฉีดกลิ่นหอมลงบนตุ๊กตาในรูปแบบของเม็ดแคปซูลที่มีกลิ่นหอม แต่ไม่ต้องไปนั่งหาหรอกนะคะว่าเม็ดหอมที่ว่าซ่อนอยู่ซอกไหนของตุ๊กตา เพราะมันไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าค่ะ รับรู้ได้เพียงเฉพาะ"กลิ่น" ที่จะออกมาเมื่อเราถูหรือจับตุ๊กตาตัวนั้น ยิ่งจับมากลิ่นก็จะยิ่งหอมมากขึ้น ตรงกันข้าม ถ้าปล่อยไว้เฉยๆ กลิ่นก็จะไม่ออก แต่ว่าความหอมนี้ก็ไม่ได้อยู่ติดกับตุ๊กตาไปจนเราแก่เฒ่านะคะ โดยเฉลี่ยก็ประมาณ 1 ปีหรืออาจน้อยกว่านี้ แต่ระหว่างนี้น้องๆ สามารถเอาไปซักได้นะคะ กลิ่นไม่ละลายไปกับผงซักฟอกแน่นอน
.jpg)
นอกจากตุ๊กตาแล้ว ยังรู้มาอีกว่านาโนเทคโนโลยีมีกลิ่นหอมนี้มีมาตั้งนานแล้ว เช่น ใช้กลิ่นหอมมาผลึกลงบนเสื้อผ้า เสื้อผ้าของเราก็จะมีกลิ่นหอมตลอด ไม่ต้องพึ่งน้ำหอมราคาแพงๆ ซักหยดเลย แต่มีที่น่าอึ้งกว่านี้อีกค่ะ นั่นก็คือ ภาพมีกลิ่นและหนังสือมีกลิ่น บางคนโชคดีอาจจะเคยเห็นหนังสือที่ข้างในมีภาพ ไม่ว่าจะเป็นอาหาร ผลไม้ หรือดอกไม้ต่างๆ พอเราไปถูๆ ที่รูปก็จะมีกลิ่นลอยออกมาเป็นกลิ่นเดียวกับรูป เป็นสุดยอดการสร้างบรรยากาศในการอ่านได้อย่างดีทีเดียว และจะยิ่งมีประโยชน์มากสำหรับเด็กตัวเล็กๆ เพราะการอ่านที่ได้ทั้งภาพและกลิ่น เป็นการใช้ประสาทสัมผัสทั้งทางตาและจมูกจะยิ่งเพิ่มการเรียนรู้ให้ดี มากขึ้น ว้าวๆ
วิธีการของภาพมีกลิ่นก็คล้ายๆ กัน คือ ต้องขูดหรือถูที่ภาพ เพื่อให้แคปซูลน้ำหอมระเหยออกมา แคปซูลเม็ดเล็กๆ เหล่านี้ก็เปรียบได้กับขวดน้ำหอมจิ๋วๆ นับล้านๆ ขวด(แต่เรามองไม่เห็นนะคะ) การขูดหนึ่งครั้งอาจทำให้แคปซูลแตกเพียงเล็กน้อย ดังนั้นเราจึงใช้ได้นานโดยที่กลิ่นไม่เพี้ยนจากเดิม

ด้านซ้ายคือภาพที่มีกลิ่นกล้วยหอม ส่วนแสตมป์ด้านขวามีกลิ่นหมู อาหารขึ้นชื่อของจีน

ด้านซ้ายคือสติ๊กเกอร์กลิ่นพิซซ่า(น่ารักอะ) ด้านขวาเป็นการ์ดที่มีกลิ่นขนมต่างๆ เช่น ไอศครีม ลูกกวาด
มาลงลึกในส่วนของขั้นตอนการผลิตแคปซูลกลิ่นหอมกันต่อ ส่วนผสมหลักๆ จะประกอบไปด้วยน้ำ น้ำมันหอมระเหย เจลาตินหรือโพลิเมทิลลีนยูเรีย ซึ่งเป็นพอลิเมอร์ชนิดหนึ่งที่ละลายน้ำ นอกจากนี้ก็มีตัวเร่งปฏิกิริยาเคมี กาวที่ละลายน้ำสำหรับใช้ในการพิมพ์เพื่อให้แคปซูลจิ๋วติดบนกระดาษ ซึ่งวิธีที่จะทำให้ส่วนประกอบเหล่านี้แตกออกมาเป็นเม็ดเล็กๆ ได้คือ ต้องใช้ใบพัดกวนด้วยความเร็วสูงนานถึง 12 ชั่วโมงทีเดียวค่ะ โดยจะได้ขนาดประมาณ 20-30 ไมโครกรัมซึ่งเล็กกว่าเส้นผ่านศูนย์กลางของเส้นผมของเราอีกค่ะ จากนั้นเมื่อได้ขนาดที่เหมาะสมแล้วก็เติมตัวเร่งปฏิกิริยาเข้าไปเพื่อเร่งให้โพลิเมอร์มีขนาดโมเลกุลใหญ่ขึ้นจนละลายน้ำไม่ได้ แล้วก็นำไปทำสารผสมเหลว และเติมกาวก่อนเข้าสู่การพิมพ์ลงบนกระดาษ
แม้ว่าขั้นตอนการผลิตจะดูเยอะไปบ้าง แต่ก็ถือได้ว่าเป็นนวัตกรรมที่บรรเจิดแถมไอเดียก็น่ารักสุดๆ และช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าได้ด้วย ส่วนในอนาคตจะมีนักคิดรุ่นใหม่ไฟแรงนำเทคโนโลยีนี้ไปพัฒนาใช้กับสิ่งของอื่นๆ หรือไม่ต้องติดตามกันต่อไป
อ่านจนจบเรื่องแล้ว พี่มิ้นท์ของเช็คไอเดียของน้องๆ ชาว Dek-D.com หน่อยว่าถ้าให้นำเอาแคปซูลกลิ่นหอมนี้ไปฝังอะไรได้สักอย่างนึง จะเอาไปใส่ในอะไร เพราะอะไร ส่วนพี่มิ้นท์ก็อยากให้อยู่บนเสื้อผ้านี่แหละค่ะ ให้มันมีกลิ่นหอมตลอดเวลาเลย จะได้ไม่ต้องเหนื่อยซักผ้า!! (พี่มิ้นท์ซกมกจัง 5555)
ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ www.mtec.or.th, 9image

อยากสวยหล่อ!! ต้องหันหน้า "ด้านซ้าย" ตอนถ่ายรูป

เคยเห็นมั้ย?? บันไดเลื่อนแบบโค้ง เท่ระเบิด

8 งานวิจัยสุดเพี้ยนของโลก เห็นแล้วต้องฮา


22 ความคิดเห็น
ถ้าไดเอ็ทอยู่เวลาหิวก็เอามากอด
สูดกลิ่นขนมต่าง ๆ และข่มใจไว้ 55555 5
ปล. (อ้างอิงจาก คห.ที่17)ตอนนี้ในที่ศูนย์ประชุมกำลังจัดบูท ลดราคาอยู่ ใครอยากได้อย่าลืมไปสอยเน้อ