April fool's day ที่ผ่านมามีใครโดนเพื่อนหลอก/ โกหกบ้างมั้ยคะ ปีนี้พี่มิ้นท์สติดีค่ะ รู้ทันหมดทุกคน ฮ่าๆ... มีคนเคยบอกไว้ว่าสังเกตคนโกหกดูได้ไม่ยาก คนโกหกส่วนใหญ่จะมีอาการพิรุธแสดงให้เห็นหลายอย่าง เช่น เสียงสูงผิดปกติ แทนที่จะตอบว่า "เปล่า" กลับผันวรรณยุกต์ผิดคีย์ขึ้นเสียงสูง "เปล๊า" ซะอย่างนั้น หรืออาการพิรุธทางสีหน้า ไม่สบตากับเรา เหลือกตาสูง กรอกตาไปมา เป็นต้น แต่พี่มิ้นท์ก็ไม่คอนเฟิร์มนะคะว่าจะได้ผลกับทุกคนหรือเปล่า เพราะบางคน
การสังเกตความผิดปกติที่พูดมานี้คงใช้ไม่ได้ในทุกกรณี โดยเฉพาะในทางกฎหมายที่เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องสอบปากคำผู้ต้องสงสัย ซึ่งจะมีซักกี่คนที่ทำผิดแล้วจะยอมรับผิดแม้ไม่มีหลักฐาน ดังนั้นวิธีการค้นหาความจริงที่ใช้กันบ่อยๆ นั่นก็คือ การนำเข้าเครื่องจับเท็จซะเลย!! เจ้าเครื่องที่ว่านี้ได้ยินกันบ่อย แล้วน้องๆ รู้มั้ยคะว่ามันมีวิธีการทำงานยังไง ถ้ายังไม่รู้ ไปดูคำตอบพร้อมๆ กันเลยค่ะ
เครื่องจับเท็จ หรือ เครื่องโพลีกราฟ เป็นเครื่องมือใช้กระแสไฟฟ้า สำหรับตรวจจับปฏิกิริยาทางสรีรศาสตร์ของคน พูดง่ายๆ คือ ตรวจจับความเปลี่ยนแปลงของร่างกายที่แสดงออกด้วยความรู้สึกหลังจากถูกถาม ซึ่งเครื่องโพลีกราฟนี้จะคล้ายๆ กับเครื่องมือทางการแพทย์ ที่ใช้วัดอาการเปลี่ยนแปลงร่างกายมนุษย์ การหายใจ ความดันโลหิต อัตราการเต้นของหัวใจ รวมถึงอาการเปลี่ยนแปลงทางผิวหนังในลักษณะเป็นสื่อไฟฟ้า เช่น เหงื่อที่ปลายนิ้ว ก็จะทาบขั้วไฟฟ้าไว้ที่หลังมือของผู้ที่โดนสอบสวน ซึ่งผลจะออกมาเป็นลักษณะเส้นกราฟ กราฟที่ว่านี้นี่แหละค่ะที่จะเป็นตัวบอกเราว่าคนคนนี้กำลังโกหกเราอยู่หรือเปล่า
อย่างไรก็ตามเครื่องนี้ใช้ไม่ได้กับทุกคนนะคะ จะใช้ได้กับคนปกติเท่านั้น โดยมีข้อยกเว้นบุคคลบางกลุ่ม เช่น บุคคลวิกลจริตหรือจิตทราม บุคคลติดยาเสพติด บุคคลที่ปฏิเสธไม่ยินยอมให้ตรวจสอบ คนกลุ่มนี้ตรวจสอบไม่ได้ผลค่ะ ส่วนอีกกลุ่มคือ กลุ่มที่ตรวจสอบยากที่จะได้ผล ได้แก่ อาชญากรใจอำมหิต บุคคลที่เป็นโรคพิษสุราเรื้อรัง และบุคคลปัญญาทึบ
โดยปกติถ้าคนคนนั้นไม่โกหก เมื่อเข้าเครื่องโพลีกราฟแล้ว เส้นกราฟก็จะนิ่งราบเรียบ แต่ถ้าเข้าข่ายว่ากำลังสร้างเรื่องหลอกลวง เครื่องโพลีกราฟจะสามารถตรวจจับได้ทำให้เส้นกราฟที่ได้มีการแกว่งขึ้นๆ ลงๆ เนื่องจากการที่คนเราจะโกหกเรื่องอะไรซักเรื่องหรือถูกกดดันจากการซักถามมากๆ จะเกิดความเคร่งเครียดและรู้สึกกดดันเพราะพยายามปิดสิ่งที่ตัวเองซ่อนไว้ ทำให้กระบวนการทำงานของร่างกายผิดปกติ เหงื่อออก หัวใจเต้นเร็ว เครื่องนี้ก็จะแสดงผลออกมาให้เราทราบ

ดังนั้นพนักงานที่ทำหน้าที่สอบสวนจะต้องเชี่ยวชาญและผ่านการฝึกฝนมาเป็นอย่างดีเลยค่ะ โดยทั่วไปเริ่มแรกจะถามด้วยชุดคำถามควบคุมก่อนเพื่อให้เกิดปฏิกิริยาแบบปกติของผู้ที่โดนสอบสวน จากนั้นค่อยใช้คำถามที่ลึกขึ้น กดดันขึ้น โดยคำถามอาจจะมีประมาณ 10 ข้อ แต่ 3 ใน 4 มักเป็นคำถามที่เกี่ยวกับคดีที่กำลังสอบสวน ซึ่งคำถามประเภทนี้ต้องมีการวางแผนและออกแบบคำถามมาเพื่อให้เข้ากับผู้ที่เราต้องการสอบสวนด้วย
เรื่องคำถามไปแล้ว มาที่เรื่องสถานที่บ้าง ถ้าน้องๆ เคยดูภาพยนตร์ต่างประเทศ คงคุ้นๆ กับฉากสอบสวนในห้องมืด มีเจ้าพนักงานนั่งสอบปากคำอีกฝั่งนึง ฉากที่น้องๆ เห็นไมได้ไกลเกินความจริงเลยค่ะ ซึ่งหลักที่เหมาะสมสำหรับสถานที่สอบสวน จะต้องเงียบมากกก ไม่มีเสียงอะไรมารบกวนเลย แม้กระทั่งเสียงเคาะประตู ห้ามให้คนอื่นเข้ามา ส่วนสภาพในห้องจะมีเพียงเก้าอี้นวมสำหรับให้ผู้รับการสอบสวนนั่ง มีโต๊ะหนึ่งตัว เก้าอี้หลังตรงสองตัว ส่วนเครื่องตกแต่งอื่นๆ ที่ดึงดูดความสนใจได้ ห้ามมีเด็ดขาด
เชื่อได้ว่าการถูกกดดันจากคำถามและสภาพแวดล้อมที่ดูดุดันแบบนี้ ทำให้เกิดความเครียด ยิ่งถ้าต้องโกหกท่ามกลางบรรยากาศแบบนี้ยิ่งเครียดขึ้นหลายเท่า เมื่อมีการโกหกขึ้น ขั้วไฟฟ้าของเครื่องนี้จะตรวจจับสัญญาณผิดปกติได้ คราวนี้มาดูกันต่อว่าผลที่ออกมาฟ้องอะไรเราได้บ้าง
รูปร่างกราฟผิดปกติ กราฟที่ออกมานั้นจะมีทั้งหมด 3 เส้น เส้นบนสุดจะเป็นแถบอัตราการเต้นหัวใจ ถ้าหากมีการหายใจลึกแบบไม่สม่ำเสมอ ชี้ให้เห็นว่ามีความตึงเครียด และอาจจะกำลังโกหกอยู่
ผู้ที่อยู่ในความสงบ ความเปลี่ยนแปลงจะมีเพียงเล็กน้อยตามปกติของการตอบสนองของขั้วไฟฟ้า แต่ถ้าผู้นั้นกำลังโกหก กราฟเส้นกลางซึ่งเป็นแถบการนำไฟฟ้า อาจเปลี่ยนแปลงชัดเจน
นอกจากนี้ความเครียดมีผลทำให้เส้นเลือดหดตัว ทำให้ความดันโลหิตและอัตราชีพจรสูงขึ้น ทำให้กราฟคลื่นชีพจร ซึ่งเป็นกราฟเส้นที่ 3 (ล่างสุด) สูงขึ้นนั่นเอง
หากมองผิวเผินพูดได้เลยว่าเครื่องจับเท็จมีประโยชน์และใช้ได้ผลดี แต่ก็ยังหลายคนมีข้อกังขาขึ้นมาว่ามันได้ผลจริงรึเปล่า มีการจับผิดบ้างมั้ย เพราะบางทีคนที่ถูกสอบสวนอาจตื่นเต้นจนพูดตะกุกตะกัก พูดผิดๆ ถูกๆ เหมือนพูดเท็จ ในทางตรงกันข้ามคนที่คุมอารมณ์ได้แบบเทพๆ อาจพูดเนียนจนดูเป็นคนปกติก็ได้ รวมถึงมีคนเทพกว่านั้น หลอกเครื่องจับเท็จด้วยทริคต่างๆ เช่น ใช้ยานอนหลับ ไม่ให้เหงื่อออกปลายนิ้ว หรือติดเข็มกลัดหรือตะปูไว้ที่รองเท้า แต่เชื่อว่าไม่ว่าจะมาไม้ไหนในอนาคตก็จะมีการพัฒนาให้ทันสมัยและจับเท็จได้แบบไร้ปัญหาแน่นอน
www.boydpolygraphservice.com, www.howstuffworks.com,
www.electron.rmutphysics.com, www.manager.co.th
www.copthailand.com, http://blogs.telegraph.co.uk







16 ความคิดเห็น
แต่จะว่าไปมันเจ๋งมากเลยนะ