สวัสดีค่ะน้องๆ... วันก่อนพี่มิ้นท์นัดเจอเพื่อนเก่าที่ไม่ได้เจอกันมานาน เม้าท์ไปเม้าท์มาก็คิดไปถึงเพื่อนอีกคนนึง แต่เรื่องไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น อยู่ดีๆ ก็นึกชื่อเพื่อนคนนั้นไม่ออก ทั้งๆ ที่เมื่อชั่วโมงที่แล้วก็ยังจำได้อยู่เลย ได้แต่พูดว่า "คนนั้นไงๆ ที่ชื่อเล่นมี บ.ใบไม้ อะ" "ชื่อจริงชื่อ วรรณๆ อะไรซักอย่างอะ จำไม่ได้ละ" นั่งเล่นคำใบ้อยู่นาน สุดท้ายชื่อนั้นก็ไม่หลุดจากปากซักที แต่พอกลับมาบ้านปุ๊บคิดออกเลยค่ะ -*-
ตอนแรกคิดว่าตัวเองกำลังจะเป็นอัลไซเมอร์ แต่พอมาหาข้อมูลดู มันเป็นเรื่องปกติของมนุษย์ค่ะ เรียกว่าเป็นปรากฏการณ์ "ปลายลิ้น" คือ คุ้นๆ เหมือนจะนึกออก แต่นึกไม่ออก บอกไม่ถูก เชื่อว่าน้องๆ หลายคนก็คงเคยเป็นบ้าง ลองมาดูกันดีกว่าว่าอาการนี้เป็นอย่างไร และเกิดขึ้นจากอะไร
ปรากฏการณ์ปลายลิ้น ในภาษาอังกฤษเรียกกันว่า tip-of-the-tongue เขาเปรียบเทียบกันว่าการที่เรากำลังนึกถึงชื่อของอะไรสักอย่าง แต่ไม่สามารถเรียกออกมาได้ เหมือนกับสิ่งๆ นั้นติดอยู่ที่ปลายลิ้น ไม่ยอมหลุดออกจากปากมานั่นเอง
ปรากฎการณ์ปลายลิ้นถือว่าเป็นภาวะทางจิตวิทยาที่สัมพันธ์กับกลไกการทำงานของระบบความจำ และกลไกการดึงข้อมูลออกมาจากสมอง ซึ่งเดโบราห์ เอ็ม. เบิร์ก และเอน แมกเคย์ นักจิตวิทยา ได้อธิบายแนวคิดไว้ว่าเกิดจากการที่สมองไม่สามารถเชื่อมโยงความหมายและเสียงของคำที่ต้องการได้ อาจเกิดจากการที่เราไม่ได้ยินหรือพูดคำนั้นเป็นเวลานานค่ะ ดังนั้นต่อให้ชื่อนั้นฝังอยู่ในความจำระยะยาวก็ไม่สามารถดึงความจำออกมาได้ทั้งหมด โดยสิ่งที่นึกออกจะมาเป็นพยางค์ หรือตัวอักษรบางตัวเท่านั้น เช่น พยัญชนะตัวแรก หรือคำที่ลงท้าย หรือคำที่ใกล้เคียง
ยกตัวอย่างเช่น เพื่อนชื่อ "สมศรี" เมื่อเกิดภาวะติดที่ปลายลิ้นขึ้นมา เราจะบอกได้แค่ว่าชื่อเพื่อนคนนี้ "เหมือนขึ้นต้นด้วย ส.เสือ " "เพื่อนคนนี้ชื่อ สมๆ อะไรซักอย่างนี่แหละ" หรือ "ใช่คนที่ชื่อ สมหวัง หรือเปล่าไม่แน่ใจนะ" จะเห็นได้ว่าคำพูดที่ออกมามีส่วนที่เกี่ยวข้องกับคำที่ต้องการสื่อทั้งนั้น แต่กลับสื่อได้เพียงนิดเดียวหรือผิดความหมายทั้งหมด
ซึ่งปรากฏการณ์นี้มักจะเกิดขึ้นกับคำเฉพาะมากกว่าคำสามัญทั่วไป เช่น ชื่อคน ชื่อสถานที่ ซึ่งแน่นอนชื่อพวกนี้เรารู้จักดี แต่บางเวลาอาจดึงนำออกมาใช้ไม่ได้นั่นเอง และมักจะไปนึกออกในช่วงเวลาอื่นที่ไม่ได้นึกถึงคำนั้นๆ
นอกจากนี้ยังมีข้อมูลอื่นๆ ที่น่าสนใจอีกเยอะเลยค่ะ เช่น ปรากฏการณ์ปลายลิ้นเกิดขึ้นกับหลายๆ ชาติเลยนะคะไม่ใช่เพียงแค่ประเทศไทย โดยสามารถเกิดได้กับทุกคนก็จริง แต่พบได้ในคนที่อายุมากกว่า และคนที่อายุมากกว่าก็จะใช้เวลาในการระลึกคำนั้นนานกว่า เช่น ในวัยน้องๆ อาจคิดคำที่ต้องการพูดได้ภายใน 2-3 ชั่วโมง แต่สำหรับผู้ใหญ่ที่อายุมากหน่อยอาจใช้เวลาเป็นวันๆ เลย
สำหรับวิธีการที่ช่วยให้นึกคำนั้นออกมาได้ มีการทดลองมาแล้วว่าการใบ้ด้วยท่าทางหรือขยับมือในขณะพูด ช่วยให้นึกคำออกมาได้มากกว่า ในขณะที่กลุ่มที่ทดสอบโดยไม่ให้ขยับมือนึกออกได้น้อยมาก ดังนั้นใครที่ติดอยู่ในอาการนี้ ลองขยับไม้ขยับมือประกอบอาจช่วยให้คิดออกมาได้เร็วขึ้นค่ะ
ไม่น่าเชื่อว่าแค่การนึกคำที่ต้องการไม่ออกจะมีการศึกษากันอย่างจริงจังขนาดนี้ แต่ก็นับว่าเป็นประโยชน์ให้พวกเราได้ความรู้ใหม่ๆ มากยิ่งขึ้น ย้ำกันอีกรอบว่าถ้าใครเคยมีอาการแบบนี้ก็ไม่ต้องตกใจ เป็นเรื่องปกติทั่วไปค่ะ ขอแค่อย่าลืมชื่อตัวเอง ชื่อพ่อแม่ ก็พอแล้ว ><
บัญชา ธนบุญสมบัติ.(2551). จิตพิกลคนพิลึก.(พิมพ์ครั้งที่2). กรุงเทพฯ : สารคดี.
www.success.com, www.clipartof.com,
http://englishknowitall.wordpress.com/2011/03/08/article-tip-of-the-tongue-phenomenon-advanced/

เคยหลายครั้งอ่ะ บ่อยด้วย..บางทีเดินๆอยู่จะทักคนชื่อแบม แต่พอเจอปุ๊ป!เฮ้ยแม่งชื่อไรว้ะ?แล้วก็เงียบเดินผ่านไป (โดนด่าว่าหยิ่งบ่อยๆ55) แล้วก็ตอนนั้นจะเอาซีดีใต้โต๊ะใช้เพื่อนหยิบให้ เฮ้ยๆแกหยิบ...เอ่อ..เอ่อ.. หยิบอะไรว้ะ? เพื่อนบอกจะเอาอะไรเนี่ย? เราบอก เอาแผ่นขาวๆวงกลมๆเจาะรูตรงกลางอ๊า...ใช้เซฟงานลงด้วย T^T เพื่อนบอก โดนัทรึไงไอบ้า! กว่าจะรู้เรื่องต้องเดินมาหาเอง55

27 ความคิดเห็น
จนต้องสะกิดถามเพื่อนอีกคน เพื่อนก็ทำหน้างงๆใส่
ฮ่าๆๆ ๆ
เดินออกมาจากร้านแล้วค่อยจำได้ 5555
#ล้อกันจนชิน
ครูถามชื่อรองผอ. ในรร. นึกออกทุกคนยกเว้นอีกคน
พอใกล้จะหมดคาบ อยู่ๆ ก็นึกออกขึ้นมาเฉยเลย
แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 18 พฤษภาคม 2556 / 21:47
เราจะเรียกชื่อเพื่อน แต่นึกไม่ออก เจอบางคนก็อยากทักนะ แต่จำชื่อไม่ได้กะทันหัน เลยโดนหาว่าหยิ่ง ผ่านแล้วไม่ทัก = ='
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงตระหนักดีว่าประชาชนในชนบทยังขาดสารอาหารโปรตีนซึ่งจำเป็นต่อการเจริญเติบโตของร่างกาย และสัตว์น้ำจำพวกปลาน้ำจืดเป็นแหล่งอาหารราคาถูกที่ให้สารอาหารโปรตีน ประกอบกับสามารถหาได้ในท้องถิ่นชนบททั่วประเทศ จึงทำให้ปลาเป็นอาหารที่สำคัญและเป็นอาหารหลักของราษฎรในชนบท แต่การที่จำนวนประชากรเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วประกอบกับแหล่งน้ำธรรมชาติมีความเสื่อมโทรม ทำให้ปริมาณการผลิตปลาจากแหล่งน้ำเหล่านี้ไม่เพียงพอกับความต้องการโดยเฉพาะสำหรับประชาชนที่ยากจนในชนบท แนวพระราชดำริและพระราชกรณียกิจในด้านการจัดการทรัพยากรประมง
รงมีพระราชดำริว่า ปัญหาการบุกรุกเข้าไปครอบครองที่ดินของรัฐโดยราษฎรที่ไม่มีที่ดินทำกินเป็นหลักแหล่งจะทวีความรุนแรงขึ้น จึงทรงพระราชทานแนวทางการจัดการทรัพยากรที่ดินและป่าไม้ สำหรับที่ดินป่าสงวนที่เสื่อมโทรมและราษฎรได้เข้าไปทำกินอยู่แล้วนั้น รัฐน่าจะดำเนินการตามความเหมาะสมของสภาพพื้นที่นั้น ๆ เพื่อให้กรรมสิทธิ์แก่ราษฎรในการทำกินได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย แต่มิได้เป็นการออกโฉนดที่จะสามารถนำไปซื้อขายได้ เพียงแต่ควรออกใบหนังสือรับรองสิทธิทำกิน (สทก.) แบบสามารถเป็นมรดกตกทอดแก่ทายาทให้สามารถทำกินได้ตลอดไป และด้วยวิธีการนี้จะช่วยให้ราษฎรมีกรรมสิทธิ์ที่ดินเป็นของตนเองและครอบครัว โดยไม่อาจนำที่ดินนั้นไปขายและจะไม่ไปบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนอื่น ๆ อีกต่อไป (สำนักงาน กปร., 2531: 96) พระองค์ทรงมีพระราชดำริเพิ่มเติมว่า ควรมีการประกาศเกี่ยวกับป่าสงวน ในกรณีที่สภาพป่ายังไม่เสื่อมโทรมมากนัก โดยเจ้าหน้าที่ควรวางมาตรการป้องกันมิให้มีการทำลายป่า และควรชี้แจงให้ประชาชนทราบถึงความสำคัญของการมีป่า ทั้งนี้ การที่ให้เรียกว่า "ป่าเตรียมสงวน" นั้น ก็เพื่อป้องกันมิให้มีผู้บุกรุกเข้ามาจับจองที่ดินในป่า แต่หากเรียกว่า "ป่าสงวน" แล้ว ผู้ที่อาศัยอยู่ในป่ามาเป็นเวลานานแล้วจะถูกกล่าวหาว่าบุกรุกป่าสงวนและถูกไล่ที่ ซึ่งจะเป็นปัญหาต่อทางราชการมากขึ้น (สุพัตรา, 2540: 126) โดยในส่วนของราษฎรที่อาศัยอยู่ในป่ามาเป็นเวลานานแล้วก็ให้ดำเนินการให้ได้รับเอกสารสิทธิ์ที่เรียกว่า สทก. เช่นเดียวกัน แนวทางนี้จะทำให้ได้ประโยชน์ทางเศรษฐกิจขณะเดียวกันจะช่วยลดความขัดแย้งในการใช้ทรัพยากรและปัญหาทางสังคม ซึ่งถือได้ว่าเป็นแนวทางการจัดการทรัพยากรที่ดิน ป่าไม้ และน้ำ ไปพร้อมกันอย่างชาญฉลาด
พวกคิดแล้วพูดไม่ออก