ติดตามข่าวพยากรณ์อากาศช่วงนี้มีแต่ให้ระวังเรื่องฟ้าฝนทั่วประเทศ บางจุดก็ตกทั้งวันเหมือนฟ้ารั่ว บางจุดตกน้อยหน่อยแต่เลือกเวลาตก ไปตกหลังเลิกเรียนบ้าง เลิกทำงานบ้าง พลอยให้รถติดกลับบ้านลำบากเป็นที่สุด T^T แต่ที่น่าห่วงที่สุดในฤดูฝนก็คือ พายุฝนที่พาฟ้าร้อง ฟ้าผ่ามาด้วย วันไหนที่เห็นแสงว๊าบผ่านเข้ามาทางหน้าต่าง พี่มิ้นท์แทบอยากจะเอาหน้ามุดเข้าตู้เสื้อผ้า เพราะสิ่งตามมามาคือเสียงฟ้าร้อง ฟ้าผ่าดังสนั่นฝาบ้านสะเทือนทีเดียว

           ในช่วงที่ฝนฟ้าตกหนักขนาดนี้ ถ้าได้อยู่ในที่ร่มถือว่าเป็นที่ที่ปลอดภัยที่สุดแล้ว แต่สำหรับคนที่ต้องอยู่ข้างนอกเป็นส่วนใหญ่ มีที่หลบฝนเป็นเพิงเล็กๆ อาจเกิดคำถามว่าแล้วจะรู้ได้ยังไงว่าฝนที่กำลังตกอยู่จะมีฟ้าร้องฟ้าผ่าตามมาหรือไม่ ในกรณีนี้ร่างกายสามารถบอกเราได้ค่ะ หากเรารู้สึกขนลุกและผมตั้งในขณะที่ฝนเริ่มตั้งเค้าให้รีบหนีออกจากตรงนั้นโดยด่วน เพราะฟ้ากำลังจะผ่าลงตรงนั้นค่ะ
    
          "ถ้าคุณยืนอยู่กลางที่โล่งท่ามกลางเมฆพายุแล้วรู้สึกขนลุกหรือผมตั้ง ให้ระวังให้ดี เพราะประจุไฟฟ้ากำลังสะสมอยู่บนตัวคุณและฟ้ากำลังจะผ่าลงตรงจุดที่คุณยืนอยู่" เป็นคำเตือนจาก ดร.สุธน วิจารย์วรรณลักษณ์ อาจารย์ภาควิชาฟิสิกส์ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งปรากฏการณ์ฟ้าผ่านี้มีสาเหตุจากความแปรปรวนของอากาศที่อยู่ระหว่างชั้นบรรยากาศ ทำให้เกิดการปล่อยพลังงานจำนวนมหาศาลออกมา ฟ้าผ่ายังแบ่งออกได้เป็นหลายประเภท เช่น ฟ้าผ่าภายในก้อนเมฆ จะทำให้เมฆเปล่งแสงกระพริบ หรือที่เราเรียกว่า "ฟ้าแลบ" ส่วนฟ้าผ่าที่เป็นอันตรายต่อสิ่งต่างๆ บนพื้นโลกคือ ฟ้าผ่าจากฐานเมฆลงสู่พื้น(ฟ้าผ่าแบบลบ) และฟ้าผ่าจากยอดเมฆลงสู่พื้น(ฟ้าผ่าแบบบวก) ซึ่งอย่างหลังสามารถผ่าได้ไกลถึง 40 กม.เลยทีเดียว

           ถ้าน้องๆ อยากรู้ว่าฟ้าผ่าอยู่ห่างจากเราเท่าไร ให้จับเวลาทันทีที่เราเห็นฟ้าแลบไปจนถึงเวลาที่เราได้ยินเสียงฟ้าร้องหรือฟ้าผ่า แล้วเอาจำนวนวินาทีที่จับเวลาได้ไปคูณด้วย 1/3 จะได้เป็นระยะกิโลเมตรที่เราอยู่ห่างจากฟ้าผ่านั้น
            เช่น จับเวลาระหว่างฟ้าแลบกับฟ้าผ่าได้ 3 วินาที ก็เท่ากับว่าเราอยู่ห่างจากฟ้าผ่าเพียง 1 กิโลเมตร (มาจาก 3 x 1/3 ) หากผลลัพธ์ที่ออกมาอยู่ใกล้กว่า 1 กิโลเมตร ควรหนีเข้าที่ร่มด่วนจี๋เลยค่ะ เพราะเสี่ยงต่อการถูกฟ้าผ่ามาก!! หรือสังเกตจากสัญญาณเตือนของร่างกาย หากขนลุกหรือผมตั้งให้ถอยไปตั้งหลักในที่ปลอดภัย เนื่องจากขนและเส้นผมถูกเหนี่ยวนำอย่างแรง แสดงว่าเรากำลังเสี่ยงถูกฟ้าผ่าเหมือนกัน ซึ่งสัณญาณเตือนจากร่างกายนี้เคยมีตัวอย่างมาแล้ว เป็นนักท่องเที่ยวที่อุทยานแห่งชาติของสหรัฐฯ ซึ่งขณะที่ถ่ายรูปอยู่นั่นผมของเธออยู่ดีๆ ก็ชี้ตั้งขึ้น แต่เธอโชคดีมากที่ภายหลังได้ออกจากบริเวณนั้น เพราะ 5 นาทีถัดไปฟ้าผ่าลงตรงที่เธอยืนถ่ายรูปเป๊ะ!!

           รู้ถึงสัญญาณเตือนฟ้าผ่ากันไปแล้ว น้องๆ ต้องเรียนรู้การป้องกันตัวเองด้วย อย่างแรกสุดคือ หาที่ร่มเท่าที่จะเป็นไปได้ และอย่าเข้าไปอยู่จุดที่ไฟวิ่งเข้าถึงได้ผ่านสายไฟ สายอากาศ สายโทรศัพท์ หากอยู่บนรถให้ปิดหน้าต่างทุกบาน อย่าจอดรถใต้ต้นไม้ใหญ่ และห้ามใช้โทรศัพท์

           แต่ถ้าต้องอยู่ที่โล่งแจ้งและหนีไปไหนไม่ทันจริงๆ ห้ามอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ ใครที่คิดว่าหลบใต้ต้นไม้ใหญ่แล้วปลอดภัยคิดใหม่ได้เลยค่ะ ใต้ต้นไม้ใหญ่เป็นจุดเสี่ยงที่สุด(ฟ้าผ่าต้นไม้แยกกลางต้นมานักต่อนัก) ถ้าอวัยวะส่วนใดส่วนนึงไปแตะโดนต้นไม้ กระแสไฟฟ้าสามารถวิ่งเข้าสู่ร่างกายได้ นอกจากนี้ห้ามใช้โทรศัพท์มือถือ ให้ถอดวัตถุโลหะออกจากร่างกาย และพยายามขดตัวให้เล็กที่สุด อย่านอนราบไปกับพื้น โดยนั่งย่อให้ต่ำกว่าสิ่งรอบข้าง ยืนเขย่งเท้าเพื่อลดพื้นที่ที่ร่างกายจะสัมผัสถึงพื้นดิน เพื่อลดความเสี่ยงที่ฟ้าผ่าจะไหลมาตามพื้นค่ะ

           ทั้งหมดนี้เป็นหลักการเพื่อความปลอดภัยของตัวเอง แต่สิ่งสำคัญที่สุดพี่มิ้นท์ว่าอยู่ที่
"สติ" ของตัวเองมากกว่าค่ะ บางคนเจอฟ้าผ่าตกใจรีบโทรบอกให้ที่บ้านมารับ ทั้งที่ในทางปฏิบัติไม่ควรใช้มือถือเลยแต่ควรหลบเข้าในที่ที่ปลอดภัย หรือบางคนวิ่งเข้าใต้ต้นไม้ใหญ่หวังอาศัยร่มเงาไม่ให้เปียก น้องอาจไม่เปียกนะคะแต่ระวังจะกลายเป็นปุ๋ยให้ต้นไม้แทน

          สุดท้ายหน้าฝนแบบนี้ดูแลสุขภาพตัวเองด้วย ตากฝนมารีบอาบน้ำ ทานวิตามินซี จะออกไปไหนพกร่มไปด้วยก็จะดีมากๆ เลยค่ะ^^

    
   

  

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก

www.wdc.rmutt.ac.th, www.manager.co.th    

พี่มิ้นท์
พี่มิ้นท์ - Columnist พี่สาวใจเย็น ผู้เกิดมาในแอดมิชชั่นยุคแรก แต่เข้าใจ TCAS มากกว่า

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

กำลังโหลด

24 ความคิดเห็น

กำลังโหลด
มุกฝืด Member 3 ก.ค. 56 09:44 น. 2
ไม่ชอบฟ้าผ่าจริงๆ ฟ้าร้อง ฟ้าแลบไม่กลัวนะ แต่กลัวฟ้าผ่าที่สุด
ขอบคุณมากๆ ค่ะ สำหรับความรู้ดีๆ 
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
เส้นกั้นหน้า Member 3 ก.ค. 56 18:20 น. 9
ฟ้าร้องยังพอทน แต่ฟ้าแลบนี่สิแทบจะหัวหด
ขอบคุณสำหรับความรู้ดีๆ ค่ะ (แอบเสียวแฮะ) 
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
BJ_BOTOMP Member 4 ก.ค. 56 01:50 น. 14
ความรู้นี้สำคัญเลยฮ่าๆ
เรากลัวฟ้าผ่ามากแค่ร้องดังๆ
ก็กลัวจนปิดโทรศัพท์ปิดทีวีถอดปลั๊กแล้วอ่า
ขอบคุณมากเด้อสำหรับความรู้นี้
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
นานา 6 ก.ค. 56 21:31 น. 19
นี่คือเรื่องจิงที่เกิดขึ้น

มีวันนึงฝนตก ตกไม่หนักเท่าไหร่นะ แต่ พวกเราก็รีบเข้าไปอยู่ในศาลา แต่แล้วก็มีเพื่อนสองคนยื่นส่งของให้กัน แต่รู้สึกเหมือนว่าถูกไฟช๊อต (คล้ายๆโดนไฟดูด แต่ไม่เเรงมาก )แล้วเพื่อนก็รีบบอกเพื่อนๆคนอื่น แต่ไม่มีใครเชื่อ ต่างพากันพูดเล่นๆ พอสักพัก ก็มีคนเป็นแบบนี้อีก หลายครั้ง แล้วมีครั้งนึงไม่ได้เป็นระหว่างคนแล้ว แต่คือมีใครคนนึงแค่เอามือแตะเสาศาลา แล้ว ก็ร้องมาว่าโดนไฟดูด มันก็รีบชักมือออกมา

คือตอนนั้นสงสัยมาก แล้วก็ไม่รู้ว่ามันเกิดจากสาเหตุอะไร
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด