สวัสดีค่ะน้องๆ ชาว Dek-D.com วันนี้วันอังคารหลายคนคงยังงัวเงียๆ ผลจากวันหยุดเสาร์-อาทิตย์นั่นเอง แต่รีบๆ แอคทีฟหน่อยนะคะ เพราะอีก 2-3 วันก็จะวันเสาร์อีกแล้ว เดี๋ยวจะไม่ทันทำอะไร
สำหรับเคล็ดลับการเรียนในวันนี้เอาใจน้องๆ ที่กำลังตั้งใจฝึกภาษากันอยู่ เชื่อว่าช่วงนี้น้องๆ น่าจะเริ่มสนใจเรียนภาษาที่สามเพื่อเป็นความรู้ติดตัวกันแล้ว ส่วนจะเรียนภาษาอะไรดี? ขึ้นชื่อว่าเป็นภาษาต่างประเทศก็มีประโยชน์ทั้งนั้น อยู่ที่ว่าเราจะไปประยุกต์ใช้ได้ขนาดไหนมากกว่าค่ะ เอาล่ะชักจะพูดมากไปแล้ว พี่มิ้นท์ว่าไปดูหัวใจสำคัญของการเรียนภาษากันเลยดีกว่า (นำไปใช้ได้กับการเรียนทุกภาษาเลยนะ)
มีแรงบันดาลใจมากๆ
จุดเริ่มต้นที่ทำให้การเรียนภาษาเป็นไปอย่างต่อเนื่องยาวนานคือ แรงบันดาลใจค่ะ พี่มิ้นท์เคยถามน้องๆ ที่เรียนภาษาต่างประเทศว่าทำไมถึงเลือกเรียนภาษาเหล่านี้ คำตอบที่ได้ไม่ต่างกันมาก คือ ชอบนักร้อง ชอบดารา เรียนๆ ไปจนพอเข้าใจภาษาบ้าง ก็สามารถดูรายการหรือฟังเพลงได้สนุกขึ้น บางคนก็ให้คำตอบว่าอยากไปเที่ยว อยากทำงานที่ต่างประเทศ อยากพูดภาษาอื่นได้ ฯลฯ หลายๆ เหตุผลไม่มีถูกผิด แต่มันเป็นแรงจูงใจที่ดี ให้อยากเรียนภาษาเพิ่มขึ้นค่ะ
บางคนเริ่มต้นอยากเรียนภาษาเพราะอยากเรียนเฉยๆ แต่พอถึงจุดๆ นึงก็ล่าถอยไปหมด เพราะไม่มีความน่าสนใจ เจอความยากเข้าหน่อยถอยดีกว่าาา ไม่เอา..ดีกว่าาา(ใส่ทำนองเข้าไปด้วย) สุดท้ายไม่ได้อะไรกลับไปเลย ดังนั้นหัวใจสำคัญขั้นแรกของการเรียนภาษาคือ การหาแรงบันดาลใจ ว่าเรียนไปเพื่ออะไร? มันจะช่วยกระตุ้นและเพิ่มไฟให้รู้สึกว่าการเรียนรู้เป็นเรื่องสนุก แล้วน้องๆ จะมองเห็นเรื่องยากเป็นความท้าทาย และถ้าผ่านจุดนั้นมาได้น้องๆ จะร้องเฮดังๆ ได้เลยค่ะ
เก็บ (ความรู้) ให้มากๆ
เมื่อน้องๆ สนใจภาษาใดภาษาหนึ่งแล้ว เริ่มต้นคือ ต้องหาหนังสือมาอ่านเพื่อเก็บความรู้พื้นฐานไปก่อน เช่น พยัญชนะ แกรมม่า คำศัพท์ ฯลฯ แต่การหาความรู้จากหนังสือเพียงอย่างเดียวคงไม่พอ ต้องเก็บความรู้เพิ่มโดยใช้ตัวช่วยจากสื่ออื่นๆ เช่น ดูภาพยนตร์หรือหัดฟังเพลงภาษานั้นๆ บางคนบอกว่าเพิ่งเริ่มต้นเอง ยากไปหรือเปล่า พี่มิ้นท์แนะนำว่าค่อยๆ พัฒนาไปทีละขั้นค่ะ ทยอยเก็บทักษะไปเรื่อยๆ แรกเริ่มอาจดู subtitle บ้าง พอเริ่มเก่งก็ค่อยๆ ฝึกดูแบบฟังภาษานั้นประกอบการดูเนื้อเรื่อง ส่วนการฟังเพลงแรกๆ ลองฟังรวมๆ แล้วเดาภาพรวมว่าเนื้อหาเป็นไปในแนวไหน หากไม่เข้าใจอาจหาเนื้อมาอ่านประกอบระหว่างเปิดเพลง ดูวิธีการออกเสียง ขั้นสุดท้ายคือ ฟังโดยไม่ดูเนื้อเลยและต้องพยายามฟังคำให้ออกค่ะ รวมไปถึงการอ่านหนังสือ หนังสือพิมพ์ภาษานั้นๆ หาเรื่องที่สนใจมาอ่านดูจะทำให้สนุกขึ้น
ส่วนทักษะการพูดและการออกเสียง การดูรายการทีวีของประเทศนั้นๆ ก็ช่วยได้เยอะนะคะ เพราะได้เห็นธรรมชาติการพูดของเขา(มากกว่าภาพยนตร์หรือเพลง) รายการที่ดูอาจเป็นทอล์คโชว์หรือรายงานข่าวก็ได้ค่ะ เมื่อดูจนเป็นนิสัยแล้ว รับประกันเลยว่าเวลาเจอภาษานั้นๆ จะชินเร็ว ถึงจะไม่รู้ความหมายบ้าง แต่ก็น่าจะพอฟังออกและชินกับสำเนียงมากขึ้น ซึ่งส่งผลดีเวลานำไปใช้พูดต่อไป
นอกจากการขวนขวายตามสื่อต่างๆ แล้ว พี่มิ้นท์จะบอกให้ว่าบางทีความรู้มันก็อยู่รอบตัวเรานี่แหละค่ะ ตามป้ายโฆษณา เว็บไซต์ นิตยสารต่างๆ หรือแม้กระทั่งนักท่องเที่ยวที่คุยกันก็ยังสามารถฝึกทักษะการฟังได้ อยู่ที่ว่าเราจะตั้งใจเก็บความรู้หรือยอมปล่อยไปแค่นั้นเองค่ะ
ใช้ (ทักษะ) ให้มากๆ
เมื่อมีความรู้ทักษะพื้นฐานด้านต่างๆ แล้ว ที่ขาดไม่ได้เลย "ต้องนำไปใช้ให้มากๆ" โดยเฉพาะทักษะการสื่อสารที่เราเป็นผู้ส่งสาร เช่น การพูด และการเขียน เพราะการพูดภาษาต่างประเทศให้เป็น ไมได้อยู่ที่ว่าคุณมีความรู้แค่ไหน แต่มันต้องอาศัยประสบการณ์และการฝึกฝนด้วย บางคนเป๊ะแกรมม่าแบบสุดๆ รู้คำศัพท์ในดิคชันนารีเกือบทั้งเล่ม แต่พูดจริงดันพูดไม่ออกก็มีเยอะแยะค่ะ ดังนั้นฝึกใช้จริงให้เยอะที่สุด บ่อยที่สุด แล้วจะเกิดประโยชน์กว่านั่งจ้องความรู้ในตำราเพียงอย่างเดียว
ส่วนการเขียนก็ฝึกเขียนบ่อยๆ เพราะการเขียนแตกต่างจากการพูด ดังนั้นฝึกเขียนแล้วลองให้คุณครูช่วยดูและชี้แนะเพิ่มเติมก็จะดีค่ะ
กล้าให้มากๆ
หลายคนเรียนภาษาแล้วไม่ประสบความสำเร็จ ส่วนนึงมาจากขาดความกล้า โดยเฉพาะการฝึกพูด เนื่องจากกลัวพูดผิดบ้าง สำเนียงไม่เหมือนบ้าง บางคนอยากหัดพูดให้ได้สำเนียงตามต้นฉบับก็ไม่กล้าพูดเพราะกลัวเพื่อนจะมองไม่ดีอีก!! อยากเก่งต้องเปลี่ยนทัศนคติในเรื่องนี้ค่ะ การฝึกพูด ฝึกใช้ภาษา ไม่ใช่เรื่องผิดกฎหมาย ตำรวจไม่จับแน่นอน ดังนั้นตัดความกังวลเรื่องคนอื่นได้เลย ทุ่มเทกับการฝึกให้เต็มที่
แนวทางการฝึกภาษา ตัวช่วยลัดที่ได้ผลสุดๆ คือ หาเพื่อนชาวต่างชาติหรือฝึกพูดกับเจ้าของภาษา อย่างที่บอกไปว่าผิดถูกไม่ต้องสนใจค่ะ ขอให้สื่อสารได้ก็พอ ไม่ต้องกลัวว่าพูดผิดแล้วเจ้าของภาษาจะว่า ลองมองกลับกันถ้าฝรั่งมาพูดภาษาไทยแล้วพูดผิด เราจะว่าเขาว่าโง่หรือเปล่า ก็ไม่ใช่จริงมั้ยคะ บางทีกลายเป็นความรู้สึกเอ็นดูและอยากสอนคำที่ถูกเสียด้วยซ้ำ ส่วนฝึกฟังจากเจ้าของภาษาก็ไม่จำเป็นต้องแปลออกทุกคำที่เขาพูด แค่ฝึกจับใจความได้ก็พอ แรกๆ ถ้ายังไม่ชินลองบอกให้เขาพูดช้าๆ ก็ได้นะคะ เท่านี้เราก็จะชินกับสำเนียงและใช้ภาษานั้นๆ เป็นธรรมชาติมากขึ้น
ดังนั้น ให้น้องๆ จำไว้ว่า ทำในเรื่องที่ถูกต้อง ไม่ต้องอายค่ะ ฝึกพูดบ่อยๆ อีกหน่อยจะพูดเก่งไฟแลบเลย
ถ้าทำตามนี้ได้ น้องๆ ก็สามารถเรียนได้ด้วยตัวเอง ไม่จำเป็นต้องไปเสียเงินเรียนภาษาอีกต่อไป ทั้งประหยัด ทั้งภูมิใจ แถมยังได้ฝึกระเบียบวินัยอีกด้วย สุดท้าย การเรียนภาษาที่ไม่ใช่ภาษาบ้านเกิดตัวเองอาจเป็นเรื่องยากและต้องใช้เวลาหน่อย แต่ก็อย่าท้อค่ะ หมั่นฝึกทุกๆ วัน อย่าหมดกำลังใจ รับรองว่าเป็นเร็วแล้ว ยังเก่งสมใจอีกด้วยค่ะ




50 ความคิดเห็น
ขาดแต่ข้อสุดท้าย ;A ;
อยากจะพูด เขียน อ่าน ได้หลายๆภาษา อยากจะมีเพื่อนเป็นชาวต่างชาติมาก
ตอนนี้เลยพยายามที่จะฝึกฝนให้เยอะๆ ค่ะ ตอนนี้เริ่มฝึกเขียนตัวอักษรญี่ปุ่นอยู่ แฮะๆ
(ตอบโจทย์ได้ทุกข้อ ชีวิตใหม่ที่ดีกว่า!!)
https://www.facebook.com/WeBeautifull
https://www.facebook.com/WeBeautifull
https://www.facebook.com/WeBeautifull
เพราะมีแรงบรรดาลใจเราถึงอยากที่จะทำ อยากที่จะพูดให้เป็น อ่านให้ออก เขียนให้ได้