ขึ้นชื่อว่าเป็นนักวิทยาศาสตร์ระดับโลก หลายคนคงคิดว่าต้องเป็นอัจฉริยะตั้งแต่เกิดแน่นอน ประมาณว่าสอบได้ที่ 1 ตั้งแต่อนุบาลยันมหาวิทยาลัย อ่านหนังสือรอบเดียวก็เข้าใจทะลุปรุโปร่งเกินหน้าเกินตาอาจารย์ แต่ในความจริงแล้วชีวิตช่วงวัยเรียนของนักวิทยาศาสตร์ไม่ได้สวยงามขนาดนั้นค่ะ โดยเฉพาะ "เซอร์ไอแซก นิวตัน" ที่พอจะพูดได้ว่าเขาก็คือเด็กธรรมดาๆ คนนึงเท่านั้นเอง ลองไปดูกันว่านิวตันทำอย่างไรถึงได้มาเป็นนักวิทยาศาสตร์ชื่อก้องโลกเช่นนี้
หากย้อนกลับไปดูความสามารถของเขา พบว่า ไอแซก นิวตัน นักวิทยาศาสตร์ชาวอังกฤษผู้นี้เป็นทั้งนักฟิสิกส์ นักคณิตศาสตร์ นักดาราศาสตร์ นักปรัชญาฯ ผลงานที่โดดเด่นสร้างชื่อให้กับนิวตัน คือ การค้นพบแรงโน้มถ่วงของโลก เมื่อเห็นแอปเปิ้ลหล่นจากต้นลงสู่พื้น ส่วนผลงานอื่นๆ นิวตันยังสร้างกล้องโทรทรรศน์สะท้อนแสง นอกจากนี้ในด้านคณิตศาสตร์ นิวตันยังเป็นคนตั้งทฤษฎีแคลคูลัสขึ้นอีกด้วย
พื้นเพเดิมของนิวตันเกิดที่เมืองวูลสธอร์ป มณฑลลิงคอล์นเชอร์ ประเทศอังกฤษ เขาเป็นเด็กที่ไม่ค่อยแข็งแรงนักเพราะคลอดก่อนกำหนด ทำให้ตัวเล็กมาก ตอนเด็กก็ใช้ชีวิตอย่างยากลำบาก เพราะแม่ของเขาแต่งงานใหม่ ต้องอยู่กับยายและช่วยยายทำไร่ทำนา แต่นิวตันเป็นเด็กที่ชอบประดิษฐ์มากกว่าการทำไร่ไถนา โรงเรียนแรกที่นิวตันเข้าเรียนคือ คิงส์สคูล แกรนแธม อยู่ที่นี่นิวตันก็ยังไม่ค่อยสนใจการเรียนเท่าไหร่ สอบได้ที่รั้งท้ายอยู่ตลอด จนกระทั่งถูกเพื่อนรังแกดูถูกมากๆ เข้า นิวตันก็เปลี่ยนแปลงตัวเองจนเรียนเก่งเป็นคนละคนเลยทีเดียว
แต่หลังจากนั้นเมื่อแม่ของเขากลับมาอยู่ด้วยก็หวังจะให้นิวตันกลับมาทำไร่ไถนาเหมือนเดิม สุดท้ายครูใหญ่เฮนรี สโตคส์ เห็นแววอัจฉริยะจึงคุยกับแม่ของนิวตันเพื่อให้นิวตันกลับมาเรียน ซึ่งนิวตันดีใจมาก เพราะเขาฝันอยากเรียนต่ออยู่แล้ว เขามีพลังการเรียนรู้อีกมาก ในที่สุดนิวตันก็ได้มาเรียนต่อที่วิทยาลัยทรินิตี้ เคมบริดจ์ และได้ศึกษาหลากหลายศาสตร์ตามที่เขาสนใจ
นี่คือประวัติคร่าวๆ ของเซอร์ ไอแซก นิวตัน จะเห็นได้ว่าจุดเริ่มต้นของเขาก็คือเด็กธรรมดาที่ออกจะไปทางเกเรไม่ตั้งใจเรียนด้วยซ้ำ คราวนี้ลองมาดูว่าระหว่างทางของชีวิตนิวตันมีอะไรที่เปลี่ยนแปลงเขาบ้าง ไปดูกันเลยค่ะ
หากไม่มีแรงกดดันในวันนั้นก็ไม่รู้ว่าจะมีนักวิทยาศาสตร์อย่างเซอร์ไอแซกนิวตันในวันนี้หรือเปล่า เพราะตอนเป็นเด็กนิวตันเป็นเด็กอ่อนแอ ขาดความมั่นใจ ไม่ชอบเข้าสังคม จึงถูกเพื่อนแกล้งอยู่ตลอด ซึ่งคนที่มักจะมีปัญหากับคนที่เขาเรียนเก่งกว่า ทั้งถูกล้อ ทั้งโดนดูถูก จนวันนึงนิวตันทนไม่ไหวอยากเอาชนะเด็กคนนั้นให้ได้ และคิดว่าถ้าตัวเองเป็นนักเรียนที่เก่งและฉลาดคงไม่มีใครกล้ามาดูถูก เขาจึงหันกลับมาตั้งใจอ่านหนังสืออย่างเต็มที่ เชื่อมั้ยคะ ใช้เวลาแค่ไม่นานจากเด็กที่สอบรั้งท้ายตลอด กลายมาเป็นเด็กที่สอบได้อันดับ 1 ของโรงเรียน!!
เป็นนิสัยของนิวตันมาตั้งแต่เด็ก เขาชอบการเรียนรู้มากกว่า "การเรียน" หมายความว่าเขาชอบที่จะเรียนรู้ด้วยตัวเองผ่านการสังเกต ชอบการตั้งคำถาม ประดิษฐ์สิ่งของต่างๆ ซึ่งนิวตันได้ฝึกประดิษฐ์สิ่งของตั้งแต่ยังเรียน เช่น ระหัดวิดน้ำ นาฬิกาแดด เป็นต้น รวมไปถึงการพกหนังสือที่เขาสนใจไปไหนมาไหนอยู่ตลอด(ตอนเด็กๆ นิวตันอยู่กับหนังสือมากกว่าอยู่กับเพื่อนอีก)
ตัวอย่างการใฝ่รู้ของนิวตันที่ทำให้เกิดผลที่ยิ่งใหญ่ นั่นก็คือ การค้นพบแรงโน้มถ่วง เขาตั้งคำถามกับตัวเองว่าทำไมแอปเปิ้ลถึงตกลงมาข้างล่างได้ จนกระทั่งเขาได้ค้นพบคำตอบว่า สิ่งของจะหล่นลงมาเพราะมีแรงดึงดูดจากข้างล่างซึ่งก็คือแรงโน้มถ่วงของโลกนั่นเอง
เห็นแบบนี้แล้ว อยากเก่ง อยากอัจฉริยะ ฝึกตนให้ช่างสังเกตและใฝ่รู้เข้าไว้นะคะน้องๆ
อีกความลับหนึ่งที่น่าสนใจมากคือ นิวตันจะพกสมุดบันทึกติดตัวอยู่เสมอ เขามักจะจดสิ่งแปลกๆ ใหม่ๆ ข้อคิดดีๆ ข้อความจากหนังสือที่ชอบ การทดลองที่เขาลองทำ ไปจนถึงรายละเอียดเกี่ยวกับการให้เพื่อนกู้ยืมเงิน(จดทุกอย่างจริงๆ) การจดบันทึกเรื่องราวต่างๆ ที่นิวตันพบเจอแทบจะเป็นกิจวัตรประจำวันของเขาเลย ดังนั้นการจดบันทึกของเขาน่าจะเป็นส่วนช่วยให้เขาช่างสังเกตและเติมเต็มความรู้และประสบการณ์ของเขาได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้การจดบันทึกยังช่วยให้จดจำสิ่งต่างๆ ได้ดีขึ้นด้วยนะคะ
ทั้ง 3 อย่างนี้อาจจะไม่ใช่เทคนิคชั้นเลิศ แต่พี่มิ้นท์ว่ามันเป็นแง่คิดจากการเรียนรู้ประวัติคนที่ประสบความสำเร็จ ยิ่งนิวตันเป็นคนอ่อนแอและขี้แพ้ตั้งแต่เด็กแต่กลับเป็นนักวิทยาศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่ระดับโลกได้ขนาดนี้ ยิ่งรู้สึกว่าชีวิตของเขามีประโยชน์และเป็นแรงบันดาลให้กับน้องๆ ได้เป็นอย่างดี เพราะฉะนั้นใครที่กำลังคิดว่าตัวเองอ่อนแอ ขี้แพ้ เรียนไม่เก่ง ลองพิจารณาตัวใหม่ อย่ายอมแพ้นะคะ อ้อ!! เมื่อฮึดสู้แล้วก็อย่าลืมคุณสมบัติเรื่องการใฝ่รู้ด้วยล่ะ ข้อนี้สำคัญที่สุดเลย :)
อ้างอิงข้อมูลและรูปภาพจาก
หนังสือเจาะเวลาหานิวตัน. บริษัท เนชั่น พริ้นติ้ง เซอร์วิส จำกัด.
www.wired.com/wiredscience/2011/12/isaac-newton-papers/,
www.theguardian.com/science/isaac-newton,
http://science.howstuffworks.com
www.wired.com/wiredscience/2011/12/isaac-newton-papers/,
www.theguardian.com/science/isaac-newton,
http://science.howstuffworks.com




71 ความคิดเห็น
เอ้า ฮึด ลองทำดู

สวัสดีครับ ผมชื่อต๊ะครับ ผมชอบกระทู้นี้มาครับ ทำให้ได้ความรู้ด้วยและสนุกด้วย
เจ๋งมาก!!!!
ขอบคุณสำหรับบทความดีๆค่ะ มีประโยชน์มากๆเลย
เก่ง..
จะฮึดสู้!!! สักวันเราจะเรียนให้เก่ง ^^
ขอบคุณค่ะ
เราอยากเรียนเก่งกว่านี้จัง

ชอบบทความนี้มากๆค่ะ มีสาระและเนื้อหาที่กินใจ และยังสามารถช่วยเป็นแรงผลักดัน แรงบันดาลใจได้อีกด้วย
อ่านแล้วรู้สึกแบบขนลุกเลย เราจะต้องพยายาม!!!