สวัสดีค่ะน้องๆ ชาว Dek-D.com... ไม่กี่วันมานี้ แวดวงการเมืองบ้านเรามีการพิจารณา พรบ. 2 ล้านล้านบาทเพื่อพัฒนาโครงสร้างระบบการคมนาคมในประเทศ ซึ่งหนึ่งในการคมนาคมที่จะเปลี่ยนไปคือ การสร้างรถไฟความเร็วสูง 4 เส้นทาง น้องๆ คงพอรู้ข่าวนี้กันแล้ว ที่พี่มิ้นท์พูดเกริ่นมานี้ไม่ได้จะโยงเข้าการเมืองนะคะ แต่จะมาพูดเรื่องรถไฟค่ะ :)
เทคโนโลยีรถไฟในต่างบ้านต่างเมืองค่อนข้างพัฒนาไปไกลและมีอะไรน่าทึ่งเสนอ ก่อนหน้านี้พี่มิ้นท์เคยเขียนบทความเกี่ยวกับความเร็วของ "รถไฟความเร็วสูง" ไปแล้ว บอกได้เลยว่าความเร็วของมันน่าอัศจรรย์จริงๆ โดยเฉพาะรถไฟความเร็วสูงที่วิ่งเร็วที่สุดในโลกของญี่ปุ่นวิ่งได้ถึง 580 กม./ชั่วโมง ถ้านึกไม่ออกว่าเร็วขนาดไหน ลองนึกสภาพว่าน้องๆ อยู่ลำปางแต่ใช้เวลามากรุงเทพฯ แค่ 1 ชั่วโมงเท่านั้น!! (นี่มันรถไฟเหาะชัดๆ เลยนะคะ) ส่วนเรื่องที่พี่มิ้นท์นำมาฝากวันนี้รับรองว่าน่าทึ่งไม่แพ้กันค่ะ....
น้องๆ รู้มั้ยคะว่า เส้นทางรถไฟนอกจากจะอยู่บนดิน ใต้ดินหรือลอยฟ้าแล้ว เส้นทางรถไฟยังอยู่ใต้ทะเลได้ด้วยค่ะ แต่ใครที่กำลังฝันว่ารถไฟที่วิ่งใต้ทะเลจะได้เห็นหมู่ปลาแหวกว่ายไปมาคงไม่มีให้เห็นนะคะ เพราะวิศวกรจะขุดเจาะอุโมงค์จากพื้นดินใต้ท้องทะเล รถไฟจึงวิ่งอยู่ในอุโมงค์ทึบๆ เหมือนรถไฟใต้ดินนั่นเอง โดยวันนี้จะพูดถึง 2 อุโมงค์ที่ได้ชื่อว่าเป็นอุโมงค์ใต้ทะเลที่ยาวที่สุดในโลก ว้าวๆๆๆ
ที่แรกคือ อุโมงค์เซกัง (Seikan Tunnel) เป็นอุโมงค์ลอดใต้ทะเลที่ยาวที่สุดและอยู่ลึกที่สุดในโลก โดยยาวถึง 53.85 กิโลเมตร (ส่วนที่อยู่ทะเลยาว 23.3 กิโลเมตร) และอยู่ลึกจากพื้นดินใต้ท้องทะเลลงไปกว่า 140 เมตรค่ะ ฟังจากชื่อก็รู้ได้ทันทีว่าอยู่ประเทศไหน?
อุโมงค์แห่งนี้สร้างขึ้นเพื่อเชื่อมต่อระหว่างเกาะฮอนชูกับเกาะฮอกไกโด ในประเทศญี่ปุ่น แต่เดิมนั้นสองเกาะนี้เดินทางไปมาหาสู่กันด้วยเรือเฟอร์รี่ แต่การเดินทางด้วยวิธีนี้มีอุปสรรคเยอะค่ะ เพราะเจอพายุเป็นประจำ รัฐบาลญี่ปุ่นมีการสำรวจความเป็นไปได้ในการสร้างอุโมงค์เมื่อปี 2489 แต่หลังจากนั้นรัฐบาลได้เร่งเดินหน้าสร้างอุโมงค์แห่งนี้ เพราะในระยะเวลาไม่กี่ปีมีผู้โดยสารใช้บริการเรือเฟอร์รี่ข้ามไปมาระหว่างสองเกาะนี้เพิ่มมากขึ้นกว่า 4 ล้านคนและปริมาณการขนส่งก็เพิ่มมากขึ้นด้วย
และวันที่ทุกคนรอคอยก็มาถึงในปี 2531 รัฐบาลญี่ปุ่นก็ได้เปิดใช้งานอุโมงค์ Seikan อย่างเป็นทางการ หลังจากเปิดให้บริการแล้วมีนักท่องเที่ยวมาใช้บริการอย่างต่อเนื่องเลยค่ะ โดยเฉพาะเส้นทางจากโตเกียวไปเมืองซัปโปโร เกาะฮอกไกโด ที่เรียกได้ว่ามีคนจองเต็มทุกเที่ยวเสมอ แม้ว่าจะแพงกว่าและใช้เวลามากกว่าการนั่งเครื่องบินด้วยซ้ำ แต่ก็อย่างว่า...ไปญี่ปุ่นเมืองที่ขึ้นชื่อเรื่องรถไฟทั้งที และยังเป็นรถไฟขบวนที่วิ่งลอดอุโมงค์ใต้ทะเลด้วย ใครๆ ก็อยากสัมผัสบรรยากาศดูสักครั้ง

สำหรับอุโมงค์ลอดใต้ทะเลอีกแห่งหนึ่งขอข้ามทวีปไปดูอุโมงค์ The Channel Tunnel ซึ่งเชื่อมต่อระหว่างสหราชอาณาจักรกับเมืองกาเลส์ ทางตอนเหนือของฝรั่งเศส โดยสร้างลอดใต้ช่องแคบอังกฤษบริเวณช่องแคบโดเวอร์ มีความยาวทั้งสิ้น 50.5 กิโลเมตร(มีส่วนที่ใต้ทะเล 37.9 กิโลเมตร) ปัจจุบันอุโมงค์แห่งนี้ใช้เป็นเส้นทางหลักในการเดินทางของชาวยุโรปและชาวอังกฤษ และยังได้ชื่อว่าเป็นอุโมงค์ที่ยาวเป็นอันดับ 2 รองจากอุโมงค์ Seikan ของประเทศญี่ปุ่นอีกด้วยค่ะ
มาถึงตรงนี้เชื่อว่าหลายคนสงสัยเหมือนกันว่ามนุษย์เรามีวิธีการขุดเจาะใต้ดินให้เป็นอุโมงค์ได้ยังไง ต้องลงไปขุดๆ เหมือนในการ์ตูนหรือเปล่า?? นั่นสิ พี่มิ้นท์เจออุโมงค์พวกนี้เข้าไปแอบสงสัยเหมือนกันค่ะ แต่ทั้งหมดนี้เป็นเรื่องความความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่ทำให้เรื่องที่ดูยาก สามารถทำได้จริงและมีประโยชน์มาจนถึงทุกวันนี้
ปัจจุบันการสร้างอุโมงค์หลายๆ แห่ง แม้กระทั่งอุโมงค์รถไฟฟ้าใต้ดินของไทยใช้เทคโนโลยีการขุดเจาะอุโมงค์แบบใหม่ ซึ่งใช้หัวขุดเจาะแบบแรงดันสมดุลหรือ Earth Pressure Balance (EPB) วิธีการทำงานก็คือ จะใช้หัวเจาะหมุนตักดินในพื้นที่ที่เราต้องการ ดินพวกนั้นก็จะไหลเข้าสู่ช่องเก็บดินด้านหลังแล้วถูกลำเลียงออกไปจากอุโมงค์ค่ะ ซึ่งการขุดเจาะด้วยวิธีนี้ตอบโจทย์กับการขุดเจาะในบริเวณที่มีสภาพดินอ่อนและอยู่ในเขตเมืองได้ดีมาก เพราะเราสามารถขุดเจาะอุโมงค์โดยไม่ต้องเปิดหน้าดินหรือปิดการใช้งานหน้าดินเหนือเขตก่อสร้างเลย และที่สำคัญการขุดเจาะด้วยวิธีนี้ยังทำให้การขุดเจาะอุโมงค์ง่ายขึ้นแถมช่วยเซฟเวลาก่อสร้างได้มากทีเดียว โดยใน 1 วันสามารถทำได้ถึง 20 เมตร แต่ถ้าเป็นหัวเจาะรุ่นเก่าๆ ได้แค่วันละ 7 เมตรเท่านั้นเอง สุดยอดมากๆ ขอยกนิ้วโป้งให้สองข้างเลยค่ะ^^
เป็นยังไงกันบ้างคะ กับความรู้ใหม่ๆ นอกเหนือจากเรื่องรถไฟวิ่งลอดใต้ทะเลที่น่าตื่นเต้นแล้ว ยังได้ความรู้เกี่ยวกับการทำงานใต้ดินที่เราคงไม่มีโอกาสได้เข้าไปดูด้วยตาตัวเองแน่ๆ (อาศัยว่าอ่านและดูรูปเอาละกันเนอะ) ทั้งอึ้งและน่าทึ่งสุดๆ แต่ถ้าถามว่ากล้าเข้าไปอยู่ใต้ดินระหว่างการก่อสร้างมั้ย ไอ๊หยาา..ไม่กล้าแน่ๆ ค่ะ กลัวถล่มอะ T^T
ขอขอบคุณข้อมูลอ้างอิงและภาพประกอบจาก
รายการ Global village, http://th.wikipedia.org,www.navy.mi.th
www.telegraph.co.uk/motoring/news/6590952/John-Surtees-becomes-first-person-to-drive-through-Channel-Tunnel.html
www.friendsreunited.com/transport-channel-tunnel-1990/Memory/746b60bb-ad6c-491a-8711-a052017608b1
http://thecrazyteacher.altervista.org/the-chunnel/
www.theguardian.com, www.flickr.com
http://wordlesstech.com/2011/12/05/gotthard-base-tunnel/














23 ความคิดเห็น
อยากไปเที่ยวบ้างจัง
ญี่ปุ่นเจ๋งอ่ะ!!!!
ถ้าดูปลาได้ก็ดีสิ

2489 หรอ ไทยกำลังเริ่มคิดว่า จะเอาเขื่อนดีไหม โกงแบบไหนดี ทำไงถึงรวย 5555+ เอิ้ม... เฉ๋ง
สุดยอด อยากลองนั่งดูอ่ะ 555555
อยากไปญี่ปุ่น ไปหาโอนี่จังงงงงงงง



รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินของไทยลอดใต้แม่น้ำเจ้าพระยาใกล้เสร็จยัง
บอม : ลองคิดดูถ้าน้ำรั่วจะเกิดอะไรขึ้น
โยโย่ : บ้าหรอมันลอดใต้ทะเลก็จริงแต่มันเป็นใต้ดิน
บอม : อ้าว
โยโย่ : อ่านให้ดีก่อนตอบดิ
ตอนแรกที่เข้ามานึกว่าเป็นแบบวิ่งในน้ำเห็นปลาเห็นทะเลเซ็ง
เจ๋งจริงไรจริง
ชื่นชมคนออกแบบกับวิศวกรมากๆๆๆ
อยากลองไปขึ้นจัง .
เห็นแล้วก็ปวดหัวนะคับกับเมืองไทยแต่ลองคิดสิเหรียญมีสองด้านยังไงเมืองไทยก็คือบ้านเกิดเมืองเกิดนะคับไม่มีที่ไหนอบอุ่นเท่าบ้านเราหรอกสักวันเมืองไทยจะดีขึ้นแม้มันจะซัก1000ปีก็เถอะคับอิอิ
มองโลกในแง่ดี : อยากขึ้นจัง

มองโลกในแง่ร้าย : แต่ถ้าเกิดพายุ แผ่นดินไหว ภูเขาไฟใต้ทะเลระเบิด รถไฟใต้ทะเลจะเกิดอะไรมั่ยเนี่ย

คือว่าแบบ จะลอดใต้ทะเลไปทำไม ลอดใต้ดินปรกติก็ดีแล้วไม่ใช่เหรอ //โดนถีบ
สักวันจะไปญี่ปุ่น เเต่ก่อนหน้านั้นต้องไปภูเก็ตของไทยให้ได้ก่อน^^ เเปะเเปะเเปะ
เสียดายที่มันไม่เป็นแบบลอดใต้ทะเล จะได้เห็นปลาว่ายน้ำ