เจาะลึกเตรียมสอบ CU-AAT กับพี่เปิ้ล ผู้ก่อตั้ง จุฬาติวเตอร์ []

วิว
      จัดไปยาวๆ ค่ะ สำหรับการเตรียมสอบเข้ามหาวิทยาลัยใน
หลักสูตรอินเตอร์ ที่พี่แนนจัดมาให้น้องๆ Dek-D.com โดยเฉพาะ ซึ่งก่อนหน้านี้พี่แนนได้เคยนำเสนอเรื่องการสอบ SAT และ CU-TEP กันไปแล้ว ครั้งนี้ก็มีอีกหนึ่งการสอบสำคัญสำหรับเข้าเรียนคณะอินเตอร์ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่น้องๆ  มักจะเลือกสอบควบคู่ไปกับ  SAT นั่นก็คือ  CU-AAT นั่นเองค่ะ
       น้องๆ หลายคนที่อยากเข้าคณะอินเตอร์ในจุฬาฯ ไม่ว่าจะเป็น นิเทศศาสตร์ ,วิศวกรรม ,เศรษฐศาสตร์  ฯลฯ อาจจะเริ่มสนใจแล้วว่า CU-AAT ยากหรือง่ายกว่า SAT ข้อสอบต่างกันมากไหม แล้วควรได้คะแนนเท่าไหร่จึงจะปลอดภัย ซึ่งคนที่จะมาให้คำแนะนำได้ นั่นก็คือ พี่เปิ้ล ผู้ก่อตั้งจุฬาติวเตอร์ ที่ครั้งก่อน ก็เคยแนะนำเรื่อง SAT ไปแล้ว วันนี้ขอพาน้องๆ ไปเจาะลึกการสอบ CU-AAT กันบ้างดีกว่า ไปฟังกันเลยจ้า


พี่แนน : ลักษณะข้อสอบ CU-AAT จะเป็นแบบไหนคะ?

พี่เปิ้ล :  CU-AAT เป็นข้อสอบที่ออกโดยจุฬา ฯ สำหรับน้องที่อยากเข้าศึกษาต่อในระดับปริญญาตรี หลักสูตรนานาชาติ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ข้อสอบจะแบ่งเป็น 2 พาร์ท คือ พาร์ทเลข (Math) 55 ข้อ 800 คะแนน เวลา 70 นาที กับพาร์ทภาษาอังกฤษ (Verbal) พาร์ทละ 55 ข้อ 800 คะแนน รวมกันสองพาร์ท 1,600 คะแนนค่ะ

พาร์ทเลข  จะมี  Arithmetic เกี่ยวกับตัวเลข, จำนวนเต็ม (บวก - ลบ - ยกกำลัง) , Algebra สมการและอสมการ, Geometry อันนี้ขอบอกว่า ไม่มีข้อสอบที่ไหนในโลกออกได้ Advance ขนาดนี้อีกแล้ว และ Problem solving

ส่วนพาร์ทอังกฤษ (Verbal) จะมี 2 ส่วน คือ Critical Reading และ Writing ซึ่งพาร์ทนี้จะมี Grammar มาช่วย ส่วน Reading ก็จะเหมือน SAT ค่ะ
พี่แนน : ข้อสอบ SAT และข้อสอบ CU-AAT พี่เปิ้ลว่า เหมือนกันไหมคะ อะไรยากหรือง่ายกว่ากัน ?

พี่เปิ้ล : ตัวข้อสอบจะคล้ายกันค่ะ แต่จะมีส่วนที่ต่างกัน คือ ข้อสอบ CU-AAT อาจารย์จุฬาฯ เป็นผู้ออก เนื้อหาก็จะแน่น ถ้า SAT ฝรั่งออก ซึ่งฝรั่งเค้าสอนให้คิด จะไม่เน้นทักษะที่แน่นมาก

    ดังนั้นพาร์ทเลข ก็จะดูเบากว่า CU-AAT เล็กน้อย แต่ถ้าเป็นพาร์ทภาษาอังกฤษ เค้าก็จะยากกว่า ถ้าเทียบกันแล้ว  นักเรียนไทยมักจะเลือกสอบ CU-AAT  ในพาร์ทภาษาอังกฤษ  เพราะจะง่ายกว่าของ SAT นิดหน่อย ส่วน SAT พาร์ทเลขจะง่ายกว่า แต่พาร์ทอังกฤษจะยากมาก ดังนั้น เด็กไทยก็จะเลือกไปทาง CU-AAT ส่วนเด็กที่เรียนอินเตอร์มา ก็จะเลือก SAT แต่สุดท้ายเค้าจะเลือกสอบทั้ง 2 อย่าง
พี่แนน : พาร์ทอังกฤษ เน้นท่องศัพท์เหมือนการสอบ SAT เลยได้ไหมคะ?

พี่เปิ้ล : ในส่วนการท่องศัพท์  ถ้ามาวิเคราะห์เชิงลึก  ติวเตอร์จะ
คุยในเรื่องนี้กันว่า ข้อสอบจะมีคำศัพท์ที่  Level ต่างกัน เช่น เราท่องไป 500 คำ ยังไงคะแนนก็ไม่เกิน 500 คะแนน จะอยู่ที่ 400 กว่าๆ  แต่ถ้าเราสามารถท่องไปถึง  1,000 คำ  มันจะเป็นอีก Level ที่ยากขึ้นมาก ซึ่งมันการันตีว่าได้เกิน 500 คะแนนแน่นอน  ดังนั้น  การท่องศัพท์ต้องอย่างน้อย 2,000 คำขึ้นไป  ซึ่งคำศัพท์จะยากอยู่ในระดับที่เราไม่ค่อยเห็นในชีวิตประจำวัน แต่เป็นศัพท์ที่อยู่ในตำราวิชาการต่างๆ
     อย่างวิชาเลข พี่จะให้น้องลองทำข้อสอบ เพื่อที่จะดูว่า ถ้าไปเจอทั้งเลขและภาษาอังกฤษครบชุดจะทำได้ไหม พอทำเสร็จพี่ก็จะตรวจให้ อย่างในตัวข้อสอบด้านหลังจะมีบอกเลยว่า ข้อนี้เป็น Level ไหน เพราะฝรั่งเวลาออกข้อสอบเค้ามีรูปแบบตายตัว มีที่มาว่าทำไมต้องใช้ศัพท์คำนั้น เพราะเค้าวางแผนมาแล้ว ว่ามันต้องมีข้อง่าย ข้อยากหรือกลาง ๆ กี่ข้อ
    เท่าที่พี่สอนมา การได้คะแนน SAT ในพาร์ทอังกฤษของเด็ก ทั้งสายสามัญและอินเตอร์แตกต่างกันมาก 
น้องอาจจะบอกว่าเป็นเพราะสภาพแวดล้อมในการใช้ภาษาอังกฤษต่างกัน มันก็เป็นส่วนหนึ่งค่ะ  แต่สิ่งสำคัญที่พี่เปิ้ลอยากจะบอกก็คือ เป็นเรื่องของทัศนคติ  อย่างเด็กอินเตอร์ เค้าไม่แน่นวิชาเลข เค้าก็จะไปเต็มที่กับเรื่องภาษา คำศัพท์  ท่องกันเป็นพันๆ คำ อยู่ที่เราคิดอย่างไร แล้วจะทำอย่างไร
พี่แนน : แล้วพาร์ทเลขของ  CU-AAT เตรียมเหมือนกันได้ไหมคะ?

พี่เปิ้ล : พาร์ทเลข CU-AAT จะออกเหมือน SAT ประมาณ 80% อีก 20% จะไม่ใช่ ถ้าน้องเรียนติว SAT อย่างเดียว จะทำใน CU-AAT ไม่ได้ มันจะเป็นเรื่องที่ ยากกว่าเกินอยู่สักนิด แบบที่ SAT จะไม่มีทางเอามา ออกเลย อย่าง CU-AAT อาจจะออกบทนี้ผสมบทนี้ให้ ยากขึ้น ซึ่ง SAT จะไม่เน้นมาก

    ดังนั้น สิ่งหนึ่งที่จะช่วยในการสอบ CU-AAT พาร์ทเลขได้คือ น้องต้องเป็นคนที่มีทักษะวิชาเลขที่ดีระดับหนึ่ง รวดเร็ว และรอบคอบค่ะ



พี่แนน : ถ้าวิกฤตจริง ทำข้อสอบไม่ได้เลย เดาไปเลย ได้ไหมคะ?

พี่เปิ้ล : ในต่างประเทศ ถ้าไม่รู้เค้าจะเดา เพราะเค้าไม่ได้เน้นเยอะ  แต่อย่างในประเทศไทย พี่จะบอกให้ นักเรียนจินตนาการว่า คะแนนเราเป็นก้อนเมฆก้อนนึง นักเรียนก็จะจินตนาการว่ามันเยอะมาก ข้อที่ผิดมันจะทำ ให้เมฆเราแฟ่บลง  พอบอกว่าทำถูกได้ 1 คะแนน ทำผิดติดลบ 0.25 ความรู้สึกอาจจะไม่มาก แต่พอไปเทียบเต็ม 800 คะแนน ถ้าถูกคุณได้ 14 คะแนน แต่ถ้าผิด ติดลบ 4 คะแนน (ฟังดูเยอะเลยไหมคะ) ผิด 3 ข้อ ติดลบ 10 คะแนน  แล้วมันก็เฉือนกันที่ 10 คะแนนนี้แหล่ะ อย่าง 700 กับ 710 โอกาสก็ต่างกันมากแล้ว

พี่แนน : เห็นว่าที่จุฬาติวเตอร์การันตี 1,250 คะแนน ตรงนี้พี่เปิ้ลมีเคล็ดลับยังไงคะ?

พี่เปิ้ล : เตรียมตัวให้พร้อมที่สุดในวันสอบ  เพราะต้องได้คะแนนทั้งเลขและอังกฤษดีที่สุดในคราวเดียวกัน ในพาร์ทเลข ฝึกทำโจทย์ให้มากพอจนรู้จุดแข็งจุดอ่อน ของตนเอง เจอข้อที่ถนัด ทำให้เร็ว เจอข้อที่เรามักผิดบ่อย ให้ทำช้าลง เจอข้อท้ายๆ ที่เริ่มยากให้ระวังจะถูกหลอก ส่วนพาร์ทอังกฤษ อ่านให้เร็วจับประเด็นให้ได้เร็วสุด คำถามไหนมั่นใจ ให้ตอบไม่มั่นใจ ตัดช้อยส์ไปก่อน ค่อยตอบ เพราะยังไงถ้าผิดจะโดนติดลบ คะแนนจะน้อยลง ท่องศัพท์ยากๆ ที่ข้อสอบออกบ่อยๆ ช่วยได้เยอะคะ
    ได้เห็นกันไปแล้วว่า CU-AAT เป็นยังไง ทีนี้ไปเจาะลึกกันดีกว่าค่ะว่า การสอบจะต้องเตรียมตัวกันยังไง ทั้งเรื่องคะแนนขั้นต่ำที่ผ่านแล้วมีโอกาสติดแค่ไหน? เด็กสายวิทย์- สายศิลป์ เตรียมตัวเหมือนกันหรือเปล่า , เครื่องคิดเลข แบบไหนที่นำเข้าไปใช้ได้? รวมทั้งแนวคิดดีๆ ที่พี่เปิ้ลฝากให้น้องๆ ชาว Dek-D.com โดยเฉพาะ ไปดูจากคลิปนี้กันเลยค่ะ!!
 ChulaTutor
430/27-28 สยามสแควร์ ซอย9 ถ.พระราม 1
แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ
(ชั้น 2-4 ตรงข้ามศูนย์หนังสือจุฬาฯ สยาม )
ติดต่อ
02-252-8633
www.chulatutor.com
https://www.dek-d.com/content/listwriter.php?writer=nan

พี่แนน - ผู้เขียน

พี่ใหญ่ฝ่ายกิจกรรมด้านการศึกษา และฝ่ายดูแลสุขภาพจิตของน้องๆ ในทีมให้เป็นปกติ

[ดูผลงานที่ผ่านมา]

#cu-aat #CU-AAT #จุฬาติวเตอร์ #พี่เปิ้ล จุฬาติวเตอร์ #chulatutor #พรพรรณอะคาเดมี่ #สัมภาษณ์ติวเตอร์

บทความที่นิยมอ่านต่อ

ยอดถูกใจสูงสุด

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป