ตอน.. เปรตโรงเรียน

       

          สวัสดีครับ เรื่องลี้ลับในสถาบัน และ พี่ลาเต้ มาแล้วครับ สัปดาห์นี้บรรยากาศต่างจากครั้งก่อนๆ เป็นอย่างมาก เพราะส่วนใหญ่เรื่องผีที่นำมาเล่ากันจะเกิดขึ้นในโรงเรียนตัวเมือง หรือโรงเรียนในกรุงเทพ และเป็นผีผู้หญิง ผีห้องนาฏศิลป ผีครู ผีนักเรียน ต่างๆ กันไป แต่สำหรับสัปดาห์นี้ เป็นผีที่เกิดขึ้นในรั้วโรงเรียนประจำหมู่บ้านในชนบท ซึ่งบริเวณนั้นมีผี.... เปรตครับ เรื่องราวจะเป็นยังไง ไปติดตามจากเรื่องลี้ลับในสถาบันที่ส่งมาจาก น้อง Thaweekit วันนี้เสนอชื่อตอน "เปรต ร.ร."

           ผมเป็นคนจังหวัดบุรีรัมย์ แต่ต้องย้ายตามแม่มาอยู่สระบุรี ทำให้ครึ่งปีจึงจะกลับไปบุรีรัมย์สักครั้ง เวลาผมกลับบ้านที่จังหวัดบุรีรัมย์ พี่ชายก็มักจะชวนผมไปจับกบตอนกลางคืนตามทุ่งนา ซึ่งเด็กเมืองหลวงอย่างผม ชอบใจเป็นอย่างมาก แต่เรื่องชวนจนหัวลุกก็เกิดขึ้นตรงนี้แหละครับ

 
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก GTH ภาพยนตร์ 4 แพร่ง ตอน หลาวชะโอน

           คืนนั้นฝนตกไม่หนักเท่าไหร่ ผมกับพี่ชายก็ออกไปตอนประมาณ 5ทุ่มกว่าๆ ซึ่งต้องบอกว่าตอนนั้นที่บ้านนอกจะมืดและเงียบมาก (ชาวบ้านเขาจะเข้านอนตั้งแต่ 2 ทุ่ม เรียกได้ว่าเงียบเหมือนไม่มีใครอยู่ในหมู่บ้านเลยก็ได้) พี่ชายผมบอกว่ายิ่งฝนตก กบจะออกมาเยอะ ตอนนั้นเราพี่น้อง 2 คนก็เดินกันออกมาได้ร่วม 5 กิโลเมตร ตอนนั้นมันมืดมากครับ มีแสงไฟมาจากไฟฉายที่ติดบนหัว และมือของผมเท่านั้น พวกเราเดินไปเรื่อยๆ จนกระทั้งไปถึงโรงเรียนแห่งหนึ่ง เป็นโรงเรียนประจำหมู่บ้าน

           ระหว่างทางผมก็ถือไฟฉายส่องไปตามทุ่งนาบ้าง และส่องไปบนต้นตาลคู่หนึ่งที่ขึ้นอยู่ในโรงเรียนแห่งนั้นอย่างไม่ตั้งใจ ผมรู้สึกถึงความประหลาดบางอย่าง จากนั้นไม่ทันไร พี่ชายก็ตบหัวผม พร้อมพูดว่า “พี่บอกแล้วใช่ไหม ว่าอย่าส่องไฟไปบนต้นตาลตอนกลางคืน” ผมตกใจมากแล้วพี่ชายผม ก็รีบจูงมือเดินกลับบ้านทันที จังหวะนั้นผมรู้สึกว่าได้ยินเสียงเหมือนคนเป่านกหวีด แล้วพี่ชายผมก็พูดขึ้นมาว่า "อย่าหันไปนะ ถ้าไม่อยากเป็นบ้า...!!"

           พี่ชายพาผมกลับบ้านทันที ทั้งที่ยังไม่ได้กบซักตัว เมื่อมาถึงบ้านพี่ชายถามผมว่าเห็นอะไรไหม ผมตอบไปว่าเหมือนเห็นลำต้นของต้นตาลคู่นั้นมันขยับได้ แล้วพี่ชายผมก็เฉลยว่านั้นคือขาของเปรตหญิงชายคู่หนึ่ง ซึ่งพี่ชายผมเล่าว่าตอนที่เห็นผมส่องไฟฉายขึ้นไป เห็นผีเปรตทั้ง 2 กำลังก้มมามองที่ผมอยู่ พี่ชายผมเล่าว่า เคยมีคนถูกเปรตหลอก จนกลายเป็นบ้าเลยก็มี และย้ำกับผมด้วยว่าตอนกลางคืนอย่าส่องไฟสี่สี่สุ่มห้าไปตามต้นไม้เด็ดขาดไม่งั้นอาจเจอดีก็ได้ พอผมได้ยินเท่านั้นล่ะ ตั้งแต่วันนั้นเข้านอนตั้งแต่ 2 ทุ่มเลยครับ


เปรตตามความเชื่อไทย (ขอขอบคุณข้อมูลจาก วิกิพีเดีย)
           เปรตเป็นผี มีรูปร่างสูงเท่าต้นตาล ผมยาว คอยาว ผอมโซ ผิวดำ ท้องโต มือเท่าใบตาล แต่มีปากเท่ารูเข็ม และเปรตจะหิวอยู่ตลอดเวลาเนื่องจากกินอะไรไม่ได้ จึงชอบมาขอส่วนบุญในงานบุญต่างๆ ซึ่งเมื่อสะสมบุญได้แล้วเกิดใหม่ชาติหน้าจะได้ไม่ต้องทุกข์ทรมานอย่างที่เป็นอยู่ โบราณมีความเชื่อที่ว่า ถ้าใครทำร้ายพ่อแม่ ชาติหน้าจะไปเกิดเป็นผีเปรต


            ลาเต้ลิขิต : ส่งเรื่องลี้ลับในสถาบันของคุณมาได้ที่ latae@dek-d.com

พี่ลาเต้
พี่ลาเต้ - Columnist นักข่าวสายการศึกษา เกาะติดทุกข่าวแทนน้องๆ ตัวถีบ ตัวดันให้ ม.6 สอบติด

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

Love Actually Member 5 ต.ค. 56 00:08 น. 9

เปรตดี ๆ ก็มีนะ ไม่ได้มีแต่เปรตน่ากลัว ๆ เท่านั้น

ที่วัดแถวบ้านยายที่ตจว.อ่ะ หลวงตา (ที่เป็นญาติกัน+เป็นเจ้าอาวาส ปจบ.มรณภาพไปละ) เล่าว่า มีอยู่คืนหนึ่ง ดึกมากแล้วล่ะ นั่งกรรมฐานอยู่ก็ได้ยินเสียงเปรตร้องวี้ด ๆ ร้องแบบผิดปกติกว่าทุกคืน แผ่ส่วนบุญให้แล้วก็ยังไม่หยุดร้อง ด้วยความสงสัยก็เลยลงไปดู เพราะอยากรู้ว่าเป็นอะไร พอเปรตเห็นหลวงตาก็ยิ่งร้องดังขึ้นเรื่อย ๆ หลวงตาก็เดินตามเสียงเปรตไปที่วิหาร ก็เห็นโจรขโมยพระกำลังเลื่อยองค์พระอยู่ พอโจรเห็นแสงไฟฉายในมือหลวงตา ก็พากันขึ้นรถแล้วขับหนีไปและไม่ได้เอาอะไรไปด้วย หลวงตาก็ขึ้นมาปลุกพระลูกวัดให้ช่วยกันขนพระที่ถูกเลื่อยแล้วขึ้นมาเก็บบนศาลา ตอนเช้าก็แจ้งความ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะพระและเครื่องมือที่โจรทิ้งไว้มีรอยนิ้วมือของหลวงตาและพระรูปอื่นทับไปแล้ว

หลวงตาบอกว่า ถ้าเปรตไม่ร้องแบบเอาเป็นเอาตาย ก็คงไม่มีใครรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นในวัดบ้าง และหลวงตาก็เสียใจที่จับมารศาสนามาลงโทษไม่ได้ ตอนนั้นหลวงตาไม่ทันได้คิดถึงเรื่องรอยนิ้วมืออะไรเลย ห่วงอย่างเดียวว่า ถ้าทิ้งพระเอาไว้ในวิหารตามเดิม โจรจะย้อนกลับมาขนไป ก็เลยขนขึ้นมาบนศาลานั่นแหละ

งานนี้ต้องยกความดีความชอบให้เปรต ซึ่งอดีตเคยเป็นคนเก่าคนแก่ในชุมชน ถ้าไม่ได้พวกเขา ก็คงโดนยกเค้าหมดทั้งวัดไปนานแล้ว

เยี่ยม

0
กำลังโหลด
น้องหนู 4 ต.ค. 56 14:28 น. 7
มีเรื่องมาเล่าเหมือนกัน แต่เป็นเรื่องที่ฟังมาอีกทีอ่ะนะ จากพ่อของเราเอง พ่อเล่าว่าตอนเป็นเด็กอ่ะ บ้านของพ่อเคยอยู่ตรงที่เป็นเขาดินในปัจจุบันอ่ะนะ พ่อบอกว่าเมื่อก่อนจะมีเปรตออกมาเดินตอนกลางคืน ส่งเสียงร้องวี๊ดๆให้ได้ยินเสมอ เป็นเสียงแหลมๆ แถมถ้าเปิดวิทยุฟัง เสียงมันจะเข้ามาในวิทยุด้วยอ่ะ แล้วทีนี้มีอยู่บ้านนึง เป็นคนรวยมาก ลูกชายเจ้าของบ้านเนี่ยเป็นเพื่อนของพ่อ ซึ่งเจ้าของบ้านเนี่ย(พ่อของเพื่อนพ่ออ่ะ) ชอบกินลูกนกพิราบมากๆเลย ชอบขนาดสร้างห้องไว้เลี้ยงนกพิราบโดยเฉพาะอ่ะ แล้วทุกๆเช้าก็จะให้คนรับใช้ไปเก็บลูกนกจากรังมา 5 ตัว ตั้งกระทะร้อนๆแล้วก็ใส่ลูกนกลงไปทอดทั้งเป็นๆเลยอ่ะ แล้วก็จะกิน กินทุกวันวันละ 5 ตัว หลายปีต่อมา ก็เกิดล้มป่วยแล้วก็ตาย ในวันสวดศพ ขณะที่พระกำลังสวด ก็มีคนเห็นขายาวๆเดินเข้ามาใกล้ศาลาที่สวดศพ สักพักก็มาโผล่หน้าที่หน้าต่างศาลา หน้าใหญ่เต็มหน้าต่างเลย มีน้ำเหลือง น้ำหนองไหล แต่ปากเล็กนิดเดียว ทำเอาพระที่กำลังสวดอยู่เลิกสวด มองตาค้างกันเลยทีเดียว ใบหน้านั้นมองไปมองมาแล้วก็ร้องไห้ อยู่อย่างนั้นประมาณ 5 นาที จนลูกชาย (เพื่อนของพ่อ) พูดขึ้นมาว่า " พ่อไม่ต้องห่วงนะ ลูกกับแม่จะทำบุญไปให้" สักพักหน้านั้นก็ค่อยๆถอยออกไปแล้วก็หายไปในความมืดเลย เค้าว่ามันเป็นเพราะบาปกรรมที่กินลูกนกน่ะ
3
กำลังโหลด
กำลังโหลด
Prae~wa Member 4 ต.ค. 56 12:33 น. 5

พึ่งทราบเหมือนกันน้ะ ว่าเค้าห้ามส่องไฟขึ้นไปบนต้นตาลตอนกลางคืน เรื่องนี้ใช้ได้เลยน้ะ      - o - น่ากลัว ฮือฮือ

0
กำลังโหลด
กำลังโหลด

38 ความคิดเห็น

baby f Member 4 ต.ค. 56 12:19 น. 1

เย้ !!! คนแรก น่ากลัวอ่ะ อ่านแล้วขนลุกเลย

เราก้อคนบุรีรัมย์น๊ อยู่แถวไหนหรอ ??? เผื่อเรารู้จัก

หวาา   หวาา   หวาา   

0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
Prae~wa Member 4 ต.ค. 56 12:33 น. 5

พึ่งทราบเหมือนกันน้ะ ว่าเค้าห้ามส่องไฟขึ้นไปบนต้นตาลตอนกลางคืน เรื่องนี้ใช้ได้เลยน้ะ      - o - น่ากลัว ฮือฮือ

0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
น้องหนู 4 ต.ค. 56 14:28 น. 7
มีเรื่องมาเล่าเหมือนกัน แต่เป็นเรื่องที่ฟังมาอีกทีอ่ะนะ จากพ่อของเราเอง พ่อเล่าว่าตอนเป็นเด็กอ่ะ บ้านของพ่อเคยอยู่ตรงที่เป็นเขาดินในปัจจุบันอ่ะนะ พ่อบอกว่าเมื่อก่อนจะมีเปรตออกมาเดินตอนกลางคืน ส่งเสียงร้องวี๊ดๆให้ได้ยินเสมอ เป็นเสียงแหลมๆ แถมถ้าเปิดวิทยุฟัง เสียงมันจะเข้ามาในวิทยุด้วยอ่ะ แล้วทีนี้มีอยู่บ้านนึง เป็นคนรวยมาก ลูกชายเจ้าของบ้านเนี่ยเป็นเพื่อนของพ่อ ซึ่งเจ้าของบ้านเนี่ย(พ่อของเพื่อนพ่ออ่ะ) ชอบกินลูกนกพิราบมากๆเลย ชอบขนาดสร้างห้องไว้เลี้ยงนกพิราบโดยเฉพาะอ่ะ แล้วทุกๆเช้าก็จะให้คนรับใช้ไปเก็บลูกนกจากรังมา 5 ตัว ตั้งกระทะร้อนๆแล้วก็ใส่ลูกนกลงไปทอดทั้งเป็นๆเลยอ่ะ แล้วก็จะกิน กินทุกวันวันละ 5 ตัว หลายปีต่อมา ก็เกิดล้มป่วยแล้วก็ตาย ในวันสวดศพ ขณะที่พระกำลังสวด ก็มีคนเห็นขายาวๆเดินเข้ามาใกล้ศาลาที่สวดศพ สักพักก็มาโผล่หน้าที่หน้าต่างศาลา หน้าใหญ่เต็มหน้าต่างเลย มีน้ำเหลือง น้ำหนองไหล แต่ปากเล็กนิดเดียว ทำเอาพระที่กำลังสวดอยู่เลิกสวด มองตาค้างกันเลยทีเดียว ใบหน้านั้นมองไปมองมาแล้วก็ร้องไห้ อยู่อย่างนั้นประมาณ 5 นาที จนลูกชาย (เพื่อนของพ่อ) พูดขึ้นมาว่า " พ่อไม่ต้องห่วงนะ ลูกกับแม่จะทำบุญไปให้" สักพักหน้านั้นก็ค่อยๆถอยออกไปแล้วก็หายไปในความมืดเลย เค้าว่ามันเป็นเพราะบาปกรรมที่กินลูกนกน่ะ
3
กำลังโหลด
กำลังโหลด
Love Actually Member 5 ต.ค. 56 00:08 น. 9

เปรตดี ๆ ก็มีนะ ไม่ได้มีแต่เปรตน่ากลัว ๆ เท่านั้น

ที่วัดแถวบ้านยายที่ตจว.อ่ะ หลวงตา (ที่เป็นญาติกัน+เป็นเจ้าอาวาส ปจบ.มรณภาพไปละ) เล่าว่า มีอยู่คืนหนึ่ง ดึกมากแล้วล่ะ นั่งกรรมฐานอยู่ก็ได้ยินเสียงเปรตร้องวี้ด ๆ ร้องแบบผิดปกติกว่าทุกคืน แผ่ส่วนบุญให้แล้วก็ยังไม่หยุดร้อง ด้วยความสงสัยก็เลยลงไปดู เพราะอยากรู้ว่าเป็นอะไร พอเปรตเห็นหลวงตาก็ยิ่งร้องดังขึ้นเรื่อย ๆ หลวงตาก็เดินตามเสียงเปรตไปที่วิหาร ก็เห็นโจรขโมยพระกำลังเลื่อยองค์พระอยู่ พอโจรเห็นแสงไฟฉายในมือหลวงตา ก็พากันขึ้นรถแล้วขับหนีไปและไม่ได้เอาอะไรไปด้วย หลวงตาก็ขึ้นมาปลุกพระลูกวัดให้ช่วยกันขนพระที่ถูกเลื่อยแล้วขึ้นมาเก็บบนศาลา ตอนเช้าก็แจ้งความ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะพระและเครื่องมือที่โจรทิ้งไว้มีรอยนิ้วมือของหลวงตาและพระรูปอื่นทับไปแล้ว

หลวงตาบอกว่า ถ้าเปรตไม่ร้องแบบเอาเป็นเอาตาย ก็คงไม่มีใครรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นในวัดบ้าง และหลวงตาก็เสียใจที่จับมารศาสนามาลงโทษไม่ได้ ตอนนั้นหลวงตาไม่ทันได้คิดถึงเรื่องรอยนิ้วมืออะไรเลย ห่วงอย่างเดียวว่า ถ้าทิ้งพระเอาไว้ในวิหารตามเดิม โจรจะย้อนกลับมาขนไป ก็เลยขนขึ้นมาบนศาลานั่นแหละ

งานนี้ต้องยกความดีความชอบให้เปรต ซึ่งอดีตเคยเป็นคนเก่าคนแก่ในชุมชน ถ้าไม่ได้พวกเขา ก็คงโดนยกเค้าหมดทั้งวัดไปนานแล้ว

เยี่ยม

0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
Pagakaw Member 9 ต.ค. 56 14:15 น. 13

เคยฝันเห็นเปรตนะ เค้ามีความรู้สึกนึกคิด แล้วก็ทุกข์ทรมาณ มากๆด้วยเรารู้สึกได้เลยตอนเค้ามาขอส่วนบุญอ่ะ

0
กำลังโหลด
เจแปนนน 9 ต.ค. 56 23:32 น. 14
คือ....อ่านแล้วแบบหลอนอ่ะ ลองนึกภาพตามเรานะ เราอ่ะเป็นคนต่างจังหวัดไง แล้วรอบๆๆบ้านอ่ะมันจะเป็นทุ่งนา(บรรยากาศดีมากก) แล้วมีต้นตาลเยอะมากกกกกกกกกกก แบบหันไปทางไหนก็มีแต่ต้นตาลอ่ะ แล้วกลางคืนมันจะมืดดดดมากกกก จะเห็นก็แต่แสงไฟหน้าบ้านกับข้างบ้านอ่ะ แล้วเราเนี่ยชอบส่องไฟฉายขึ้นไปบนต้นตาลบ่อยยๆๆๆ เพิ่งรู้เหมือนกันว่าเค้าห้ามมม บรื้ยยยยยย กลัวแล้ววววววว
0
กำลังโหลด
Jular Wongudom Member 10 ต.ค. 56 14:39 น. 15

มีเรื่องมาเล่าเหมือนกันอยู่จังหวัดบุรีรัมย์เนี่ยแหละ

คือตอนแม่เราเด็กๆอ่ะแกไปดูหนังกลางแปลงที่อยู่ไกลจากหมู่บ้านประมาณ10กิโลมั้งแล้วพอตอนขากลับมันก็ประมาณซัก4-5ทุ่มเนี่ยแหละแม่เราบอกว่าตรงนาเค้าจะปลูกต้นตาลไว้เป็นแถวๆ ทั้งที่ไม่มีลมนะต้นตาลมันสั่นพั่บๆๆแบบเสียงดังมากอ่ะเหมือนมีใครไปเขย่ามันเลย(แล้วต้นตาลมันสูงมากใช่ป่ะล่ะ)ผู้ใหญ่ที่จูงมือแม่เราไปรีบจ้ำอ้าวกลับบ้านไม่พูดไม่จากันเลย...

1
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด

ความคิดเห็นนี้ถูกลบเนื่องจาก

ถูกลบโดยเจ้าของ

กำลังโหลด
iflove Member 4 ธ.ค. 56 17:03 น. 20

ตอนเด็กๆเรากับพี่ชายก็ชอบรอเล่นเรเซอร์กับสปอตไลท์แล้วข้างบ้านมันมีคนมาเช้าที่ทำนาแล้วรั้วบ้านกับนามันห่างกันมากอ่ะ พอมืดๆสักทุ่มสองทุ่มก็แอบเอาสปอตไลท์มาฉายอยากรู้มันจะไปถึงต้นตาลมั้ย บางทีก็เอาเรเซอร์ที่มันเป็นสีแดงๆอ่ะส่องว่าจะไปได้ไกลมั้ย ดีนะตอนนั้นไม่เจออะรัยหวาาร้องไห้

0
กำลังโหลด
กำลังโหลด