ฮัดเช้ยยยย!! เช้านี้อากาศไม่ค่อยดีเลย พี่มิ้นท์เลยเผลอหลับตาปี๋แล้วจามไปเบาๆ จามออกไปแล้วค่อยรู้สึกโล่งขึ้นหน่อย

            ช่วงอากาศเปลี่ยนแปลงแบบนี้น้องๆ คงประสบปัญหาการจามอยู่บ่อยๆ เหมือนกันใช่มั้ยคะ แต่ว่านอกจากอากาศเย็นๆ แล้วบางทีแค่ได้กลิ่นอาหารฉุนๆ หรือเจอฝุ่นละอองก็จามเหมือนกัน บางคนก็เลยงงว่าสรุปแล้วการจามนี่เกิดจากอะไรกันแน่?? ใครที่กำลังสงสัยเรื่องนี้อยู่ วันนี้พี่มิ้นท์มีคำตอบมาฝาก พร้อมกับเรื่องไม่น่าเชื่ออีกหลายอย่างที่เกี่ยวกับการจามเลยค่ะ รับรองว่าเด็ดๆ ทั้งนั้น
 


 
   "การจาม" เป็นกลไกของร่างกายที่มีอยู่ในตัวทุกคน
          เคยเห็นคนไม่จามมั้ยคะ 5555 ใครที่ไม่จามนอกจากจะแปลกแล้ว อาจดูไม่ปกติอีกด้วย เพราะโดยปกติแล้วการจามเป็นกลไกอัตโนมัติในร่างกาย เมื่อมีสิ่งแปลกปลอม เช่น ฝุ่นละออง อากาศเย็น น้ำหอม ควันบุหรี่ ฯลฯ มาสัมผัสบริเวณเนื้อเยื่อบุทางเดินหายใจที่อยู่ในจมูกเลยทำให้ระคายเคืองและคันจมูก ต่อมาจะมีการส่งสัญญาณคันนี้ขึ้นไปยังสมอง สมองก็จะสั่งให้จามออกมา โดยจะไปกระตุ้นกล้ามเนื้อคอหอยและหลอดลม และเปิดช่องปาก โพรงจมูกให้กว้างขึ้นเพื่อให้สามารถเอาสิ่งแปลกปลอมหรือสารที่ระคายออกมาได้นั่นเอง

          และสำหรับคนที่เป็นหวัดหรือติดเชื้อ การจามจะเป็นการแพร่กระจายเชื้อโรคเพราะเชื้อโรคจะอยู่ในน้ำหรือเมือกที่ออกมาเวลาเราจามค่ะ ดังนั้นเพื่อความปลอดภัยของตนเองและผู้อื่น หากเราเป็นคนจามควรปิดปากทุกครั้ง หรือกลับมาบ้านล้างมือให้สะอาดทุกครั้ง เพราะเราไม่รู้ว่าสิ่งของที่เราจับข้างนอกนั่นปลอดภัยจากเชื้อไวรัสขนาดไหน

          ขอเม้าท์แทรกนิดนึง พี่มิ้นท์เคยยืนอยู่ป้ายรถเมล์ แล้วคนข้างๆ จามแต่เอามือปิดปาก ดูเหมือนไม่มีอะไรใช่มั้ยคะ แต่จริงๆ ตะลึงกว่านั้นเพราะในมือที่เอามาปิดปากกำลังกำธนบัตรใบละ 20 บาทอยู่ ขอเดาต่อไปว่าแบงค์นั้นต้องนำไปจ่ายค่ารถแน่นอน หึหึ



 
    "การจาม" 1 ครั้ง ใช้อวัยวะในร่างกายหลายส่วน
        เคยสังเกตมั้ยว่า เวลาเราจามแต่ละครั้ง แทบจะสั่นไปทั้งตัว ยิ่งถ้าต้องจามติดต่อกันหลายครั้ง กว่าจะจามเสร็จนี่ล่อเอาเหนื่อย หน้าท้องเกร็ง หายใจแทบไม่ทัน ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะว่าการจามซึ่งเป็นกลไกอัตโนมัติของร่างกายนี้ใช้อวัยวะหลายส่วนในการทำงานค่ะ ตั้งแต่ใบหน้าของเรา คอ กล้ามเนื้อหน้าอก กล้ามเนื้อส่วนท้อง กะบังลม กล้ามเนื้อควบคุมสายเสียง กล้ามเนื้อด้านหลังลำคอ (โห เยอะจริงๆ ด้วย) ในการจาม  1 ครั้ง อวัยวะเหล่านี้จะทำหน้าที่ของมันอย่างสัมพันธ์กัน และเวลาที่จามนั้น อวัยวะในร่างกายทุกส่วนจะหยุดทำงานชั่วคราวค่ะ เช่น หยุดหายใจ เปลือกตาปิด พูดไม่ได้ เป็นต้น


 
     ความเร็วในการ "จาม" เร็วพอๆ กับรถซิ่ง!!
          ต่อให้เราฮัดชิ้วๆ แบบกุ๊กกิ๊กน่ารักหรือเบาแค่ไหนก็ต้องบอกเลยว่า การจามแต่ละครั้งจะมีแรงลมถูกอัดออกมา โดยอัตราความเร็วของการจามแต่ละครั้งสูงถึง 150-160 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ถ้าเทียบกับความเร็วของรถ ต้องบอกว่าเร็วจนเด็กแว้นเรียกพี่เลยค่ะ และความเร็วขนาดนี้ทำให้บางคนจามออกมามีเสียงดัง และจามค่อนข้างแรง

          ความเร็วขนาดนี้ยังก่อให้เกิดอันตรายได้ด้วยนะคะ โดยเฉพาะถ้าน้องๆ รู้สึกจะจามแต่อั้นจามไว้ ซึ่งการกลั้นจามจะทำให้เกิดแรงอัดภายใน อาจทำให้เยื่อแก้วหูแตกได้เลยทีเดียว ดังนั้นถ้ารู้สึกจะจามก็ปล่อยออกมาเลยค่ะ ขอแค่อย่างเดียว ปิดปากด้วยค่ะ (การจาม 1 ครั้งโดยไม่ปิดปาก จะมีละอองออกมาถึง 100,000 หยดฟุ้งไปทั่ว)

 

  ก่อนจามอย่าลืมใช้มือ/ทิชชู่/ผ้า ปิดปากนะคะ

 
     ระหว่าง "จาม" จะลืมตาไม่ขึ้น
           อ่านหัวข้อนี้จบหลายคนคงนึกอยากไปลองทำกันแน่เลย แต่พี่มิ้นท์ไม่แนะนำให้ลองทำนะคะ เพราะถึงผลจะออกมาว่าลืมตาไม่ขึ้นจริงๆ แต่มันก็เสี่ยงอันตรายค่ะ ซึ่งหัวข้อที่แล้วพี่มิ้นท์ได้บอกไปแล้วว่าการจามแต่ละครั้งมีความเร็วสูงถึง 150-170 กิโลเมตรต่อชั่วโมง จะเกิดแรงดันสูงมาก ซึ่งเป็นอันตรายต่อเบ้าตาของเราค่ะ หากเปลือกตาไม่ปิดลงอาจทำให้ลูกตาหลุดออกมาหรือบาดเจ็บที่เบ้าตาได้ เฮือก!! ดังนั้นเมื่อรู้สึกจะจาม สมองก็เลยสั่งให้เปลือกตาปิดลงอย่างรวดเร็ว ถือว่าเป็นกลไกของร่างกายที่ไว้ป้องกันอันตรายค่ะ  ได้ยินอย่างนี้แล้วยังอยากลองทดสอบอีกมั้ย

 
        แค่รู้ว่าการกลั้นจามอาจทำให้เยื่อแก้วหูแตกได้ก็ว่าน่ากลัวแล้ว มาเจอความโหดใหม่ว่าถ้าลืมตาระหว่างจาม แรงดันอาจทำให้ตาหลุดออกจากเบ้าได้ ต้องขอกลับไปตั้งสติแป๊บ ซึ่งต้องยอมรับเลยว่ากลไกการป้องกันอันตรายของมนุษย์นี่น่าทึ่งจริงๆ

        ปิดท้าย พี่มิ้นท์มีคลิปการจามแบบ slow motion จะว่าฮาก็ฮา จะว่าน่ากลัวก็น่ากลัว เป็นคลิปที่หลากอารมณ์จริงๆ แต่ยังไงก็ได้ความรู้เกี่ยวกับคลิปนี้นะคะ เพราะปกติเราไม่เคยเห็นภาพการจามแบบช้าๆ เลย ที่สำคัญเมื่อเห็นแล้วว่าจามออกมามักจะมีน้ำลายหรือน้ำมูกที่อาจแพร่เชื้อโรคได้ คราวหลังจะจามก็เห็นแก่คนรอบข้างด้วยการปิดปากสักนิดเพื่อไม่ให้เชื้อโรคแพร่ไปสู่คนอื่นนะคะ  เอาล่ะ!! ไปดูคลิปกันเลยดีกว่าจ้า


 

Clip

การจามแบบสโลว์โมชั่น


ขอขอบคุณข้อมูลอ้างอิงและรูปภาพประกอบจาก
www.manager.co.th,
http://xn--12caj8hjgkab3dwejf6a3ewgk8k.blogspot.com/2011/10/sneeze.html,
www.popsci.com/science/article/2013-07/why-deaf-people-dont-achoo-when-they-sneeze,
http://kids.britannica.com/,
http://youtu.be/RJSdSNjewWM
,
www.personal.psu.edu/afr3/blogs/siowfa12/2012/09/why-does-looking-at-the-light-help-you-to-sneeze.html
 
พี่มิ้นท์
พี่มิ้นท์ - Columnist พี่สาวใจเย็น ผู้เกิดมาในแอดมิชชั่นยุคแรก แต่เข้าใจ TCAS มากกว่า

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

ความคิดเห็นนี้ถูกลบเนื่องจาก

ถูกลบโดยทีมงาน เนื่องจากงดตั้งกระทู้วิจัย โครงงาน หรือใช้พื้นที่เว็บบอร์ดเพื่อการส่งการบ้าน เนื่องจากเป็นการรบกวนผู้ใช้บอร์ดท่านอื่นๆ ขออภัยในความไม่สะดวก

กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด

29 ความคิดเห็น

กำลังโหลด

ความคิดเห็นนี้ถูกลบเนื่องจาก

ถูกลบโดยทีมงาน เนื่องจากงดตั้งกระทู้วิจัย โครงงาน หรือใช้พื้นที่เว็บบอร์ดเพื่อการส่งการบ้าน เนื่องจากเป็นการรบกวนผู้ใช้บอร์ดท่านอื่นๆ ขออภัยในความไม่สะดวก

กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด

ความคิดเห็นนี้ถูกลบเนื่องจาก

ถูกลบโดยทีมงาน เนื่องจากงดตั้งกระทู้วิจัย โครงงาน หรือใช้พื้นที่เว็บบอร์ดเพื่อการส่งการบ้าน เนื่องจากเป็นการรบกวนผู้ใช้บอร์ดท่านอื่นๆ ขออภัยในความไม่สะดวก

กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด