หากเอ่ยถึง "ไททานิก" เรือเหล็กสุดหรูที่ประสบเหตุชนภูเขาน้ำแข็งจนเรืออับปาง หลายคนคงรู้จักกันดี เพราะเหตุการณ์ครั้งนั้นนับว่าเป็นโศกนาฏกรรมระดับโลก และยังมีการหยิบเอาเรื่องจริงนี้มาสร้างเป็นภาพยนตร์โดยมีตัวเอกอย่างแจ็คกับโรสคอยดำเนินเรื่อง ซึ่งดังไปทั่วโลก
ผ่านมา 101 ปีแล้วที่เรือไททานิก เรือโดยสารขนาดใหญ่ที่ออกเดินทางรอบปฐมฤกษ์จากท่าเซาท์แทมป์ตัน ประเทศอังกฤษ ไปยังเมืองนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกาเกิดเหตุชนเข้ากับภูเขาน้ำแข็งเมื่อวันที่ 14 เมษายน ค.ศ.1912 เป็นผลให้ด้านข้างเรือชำรุดจนน้ำค่อยๆ ไหลเข้าลำเรือ ก่อนที่จะขาดเป็นสองท่อนและจมลงมหาสมุทรแอตแลนติก มีผู้เสียชีวิตถึง 1,514 คน และรอดชีวิตเพียง 706 คนเท่านั้นค่ะ ซึ่งผู้ที่เสียชีวิตส่วนใหญ่ก็มาจากจมน้ำและทนความเย็นของน้ำไม่ไหว และเรือชูชีพสำหรับการช่วยเหลือก็มีไม่พอด้วย เรียกว่าเป็นเหตุการณ์ที่ช็อกคนทั้งโลกไปเลย
ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมามีทีมสำรวจพยายามลงไปเก็บข้อมูลใต้ท้องทะเลจากซากเรืออับปางและศึกษาอย่างจริงจังว่าภูเขาน้ำแข็งเป็นสาเหตุเดียวที่ทำให้เรือไททานิกจมหรือเปล่า หรือว่ามีสาเหตุอื่นๆ เช่น ความบกพร่องของการสร้างเรือ หรือข้อผิดพลาดจากการออกแบบ หรือความผิดของคนคุมเรือ ซึ่งสุดท้ายแล้วก็ได้มีการทดลองกันหลากหลายวิธี พบว่าจริงๆ แล้วเรือไททานิกเป็นเรือที่แข็งแรงมาก และออกแบบมาเป็นอย่างดี ซึ่งหลังจากที่ชนไปแล้ว เรือไททานิกสามารถลอยได้อีก 2 ชั่วโมงกว่าๆ ก่อนจะจมลงไป ดังนั้นต้องบอกเลยว่าหากเรืออื่นๆ ตกอยู่ในสถานการณ์แบบนี้ ก็คงไม่สามารถทำอย่างเรือไททานิกได้ แต่สำหรับข้อผิดพลาดที่ร้ายแรงที่สุด คงเป็นเรื่องของความประมาท ที่จัดเตรียมเรือชูชีพไม่เพียงพอจึงช่วยเหลือได้ไม่หมด นั่นเองค่ะ
เชื่อว่าน้องๆ หลายคนคงรู้เรื่องราวของเรือไททานิก และอาจเคยดูสารคดีที่จำลองสถานการณ์กันมาบ้างแล้ว แต่อาจจะยังไม่เคยเห็นภาพเกี่ยวกับเรือไททานิกแบบออริจินัลที่ถ่ายไว้ตั้งแต่ 100 ปีที่แล้ว วันนี้พี่มิ้นท์มีมาให้ดูค่ะ คลาสสิกมากๆ ไปดูกันเลยค่ะ
(Photo by Bernice Palmer, courtesy of the National Museum of American History, Kenneth E. Behring Center)
ภาพที่ 2

เรือชูชีพช่วยชีวิตผู้ประสบเหตุไททานิกเพื่อไปขึ้นเรือคาร์พาเธีย และภาพนี้ถ่ายโดยผู้โดยสารที่โดยสารอยู่บนเรือคาร์พาเธียค่ะ
(Image Source: National Archives Online Public Access)
(Photo courtesy of The U.S. National Archives and Records Administration )
ภาพที่ 4

ภูเขาน้ำแข็งที่เรือไททานิกชนเข้าอย่างแรง
ภาพนี้หากมองใกล้ๆ จะเห็นสีและร่องรอยของด้านข้างเรือไททานิคที่ชนกับภูเขาน้ำแข็ง
(Photo by Stephan Rehorek, Image Source: Wikipedia)
ภาพที่ 5

เรือชูชีพสองลำกำลังช่วยเหลือและลำเลียงผู้รอดชีวิต
จากเหตุการณ์นี้มีผู้รอดชีวิตแค่ 1 ในสามของผู้โดยสารเรือไททานิกทั้งหมด แต่ว่าผู้ที่ได้รับการช่วยเหลือบางคนก็ต้องเสียชีวิตภายหลังไม่นาน เพราะว่าได้รับบาดเจ็บ
(Photo courtesy of The U.S. National Archives and Records Administration)
ภาพที่ 6

เรือไททานิกที่ท่าเซาท์แทมป์ตัน
ตัวเลขผู้โดยสารที่ออกจากท่าเรือ 1,317 คน แบ่งเป็นชั้นหนึ่ง 324 คน ชั้นสอง 284 คนและชั้นสาม 709 คน พร้อมลูกเรือ 107 คน แต่ว่าจำนวนผู้โดยสารทั้งหมดของเที่ยวนั้นสูงถึง 2,208 คน
(Image Source: Wikipedia)
(Image Source: Wikipedia)
(Image Source: Wikipedia)
ภาพที่ 9

ภาพของผู้รอดชีวิตที่ได้รับการช่วยเหลือจากเรือ Carpathia นอกจากนี้คนบนเรือ carpathia ก็มีน้ำใจให้ยืมเสื้อผ้าเพื่อกันหนาวอีกด้วย
(Photo courtesy of the National Museum of American History, Kenneth E. Behring Center)
(Image Source:http://ocean.nationalgeographic.com/ocean/photos/discovering-titanic)
ปิดท้ายขอแทรกความรู้เกี่ยวกับภูเขาน้ำแข็งสักเล็กน้อย น้องๆ อาจสงสัยว่าภูเขาน้ำแข็งเป็นภูเขาจริงๆ หรือเปล่า เกิดขึ้นได้ยังไง แล้วจะคงอยู่แบบนั้นตลอดเลยหรือไม่
คำตอบคือ จริงๆ แล้วภูเขาน้ำแข็งก็คือก้อนน้ำแข็งขนาดใหญ่ที่ลอยอยู่ในทะเลหรือมหาสมุทรที่เย็นจัด จะไม่ได้อยู่ที่ใดที่หนึ่งตลอดค่ะ สามารถเคลื่อนที่ได้เรื่อยๆ ซึ่งภูเขาน้ำแข็งนี้จะเกิดจากการสะสมตัวของหิมะหลายๆ ปีบนยอดเขา จนมีน้ำหนักมากพอก็จะค่อยๆ ไหลลงสู่ทะเลและแตกออกเป็นภูเขาน้ำแข็งนั่นเองสำหรับการเดินทางของเรือไททานิก ต้องบอกว่าในช่วงนั้นเป็นฤดูกาลที่ค่อนข้างเสี่ยง มีภูเขาน้ำแข็งจำนวนมาก และมีคำเตือนของเรือที่เดินทะเลอยู่ในบริเวณนั้นด้วยว่ามีภูเขาน้ำแข็งลอยมาอยู่ แต่สุดท้ายเรือไททานิกก็ออกเดินทางตามเดิม จนกระทั่งชนภูเขาน้ำแข็งที่ลอยอยู่ในที่สุด
ทั้ง 10 ภาพที่นำมาฝากน้องๆ วันนี้ พูดได้เลยว่าแม้เทคโนโลยีการถ่ายภาพเมื่อ 100 ปีก่อนจะไม่ได้ชัดและละเอียดเท่าปัจจุบัน แต่ก็สามารรับรู้ความทุกข์ยาก และความหวาดกลัวของผู้รอดชีวิตจากเหตุการณ์ครั้งนั้นผ่านสีหน้าและแววตาได้เป็นอย่างดี... สุดท้ายขอไว้อาลัยให้กับผู้สูญเสียจากโศกนาฏกรรมครั้งนี้ด้วยค่ะ
ขอขอบคุณรูปภาพประกอบจาก
www.smithsonianmag.com/history-archaeology/Photos-of-the-Titanic-from-101-Years-Ago-202521581.html,
http://ocean.nationalgeographic.com/ocean/photos/discovering-titanic/






ขอบคุณมาก ไว้อาลัยแก่ผู้ล่วงลับด้วยนะคะ เป็นโศกนาฏกรรมที่โลกไม่มีวันลืมจริงๆ
สุดยอดไปเลยค่ะ แต่มันก็ยังน่าสงสัยอยู่ดีนะคะ ว่าตกลงแล้วไททานิคล่มเพราะอะไรกันแน่...เนาะ
64 ความคิดเห็น
ขอบคุณสำหรับความรู้ ณ ตรงนี้นะคะ เข้าใจถึงความลำบากสมัยก่อนเลยค่ะ ^ ^
- ขอบคุณสำหรับข้อมูลดีๆคะ -
ขอบคุณสำหรับข้อมูลดีๆนะคะ
ขอแสดงความเสียใจต่อผู้ประสบพบเจออุบัติเหตุนี้และผู้ล่วงลับด้วยครับ
สุดยอดเลยค่ะ ขอบคุณค่ะ
ขอบคุณสำหรับข้อมูลดีๆค่ะ เป็นเหตุการณ์ที่สะเทือนใจมากๆเลยค่ะ
ขอบคุณสำหรับข้อมูลดีๆที่ให้เราได้รู้มากขึ้น
ยิ่งดูเรายิ่งสงสารเขาอ่ะ ขนาดดูในหนังมันยังน่ากลัวเลย ชีวิตจริงนี่น่ากลัวยิ่งกว่า
จำนวนผู้โดยสารตอนแรกแค่พันต้นๆ ทำไมยอดรวมถึงกลายเป็นสองพันคนได้ล่ะคะ? งง - -?
เราชื่นชมกัปตันสมิธอยู่แล้วค่ะที่ยอมสละชีวิตให้ตัวเองจมลงไปพร้อมกับเรือไททานิค
ภาพบน-กัปตันสมิธกับลูกเรือตัวจริง
ภาพล่าง-นักแสดงที่มารับบทเป็นกัปตันสมิธกับลูกเรือในภาพยนตร์
ไม่เหมือนอีตากัปตันเรือคองเดียการ์อะไรนั่น (จำชื่อไม่ได้) ที่เป็นเรือสัญชาติอิตาลีหรอกค่ะที่เป็นคนเห็นแก่ตัวแล้วหนีเอาตัวรอดปล่อยให้คนอื่นตาย
ดูภาพแล้วขนลุกค่ะ คนถ่ายสุดยอดมาก
ขอไว้อาลัยให้กับผู้เสียชีวิตด้วยค่ะ ดูหนังมาเมื่อวันก่อน ดูกี่รอบๆก็ร้องไห้ คิดว่าเหตุการณ์จริงๆคงไม่ต่างจากในหนังเท่าไร
ขอบคุณค่าที่ให้ข้อมูล
แบบเราเรากำลังสนใจพอดูภาพแล้วไปเปิดแผ่นไททานิค(แจ็ค กะ โรส)
ดีกว่า
เป็นอะไรที่สวยมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
สวยจนเราอยากจะเกิดในยุคนั้นแล้วไปเดินอยู่บนเรือหรือไม่ก็ไปเห็นด้วยตาตัวเองเลย
แต่น่าเสียดาย......
ขอบคุณสำหรับข้อมูลดีๆ นะ บางภาพนี่ยังไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อนเลย <:
เหตุการณ์แบบนี้ ไม่ว่าจะเกิดขึ้นนานมาแล้วเป็นร้อยปี ก็ยังคงเป็นเรื่องเศร้าอยู่ดี
อ่านประดับความรู้ ขอบคุณสำหรับข้อมูลดีๆค่า^^
ขอไว้อาลัยให้กับผู้ประสบภัยทุกคนนะคะ และขอบคุณสำหรับความรู้มากๆค่ะ