ดร.อนันต์ เหล่าเลิศวรกุล อาจารย์ประจำคณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวถึงทักษะการ   ใช้ภาษาไทยของเด็กและเยาวชนว่า หากมองในภาพรวมแล้วคงไม่สามารถชี้ชัดได้ว่าทักษะการใช้ภาษาไทยของเด็กและเยาวชนมีประสิทธิภาพหรือแย่ลงกว่าเดิม แต่สำหรับนิสิตจุฬาฯ ตนเห็นว่าทักษะการใช้ภาษาไทยยังอ่อนทั้ง 4 ด้าน ตั้งแต่ทักษะการฟัง การพูด การอ่าน ตลอดจนทักษะการเขียน โดยเฉพาะการเขียนที่นิสิตเขียนย่อความและรายงานทางวิชาการไม่เป็น และการอ่านก็ไม่สามารถจับใจความสำคัญของเรื่องได้ ตีความหมายของประโยคผิด ซึ่งเป็นเรื่องที่อันตรายอย่างมากสำหรับการสื่อสาร ทั้งที่นิสิตน่าจะเขียนและอ่านได้ดีขึ้นเพราะที่จุฬาฯมีหนังสือให้อ่านมากมาย

 

 

ดร.อนันต์ กล่าวต่อไปว่า สำหรับสาเหตุที่ทำให้นิสิต นักศึกษา ซึ่งเป็นที่ยอมรับว่าเป็นผู้มีการศึกษา แต่กลับไม่รู้จักการใช้ภาษาเหมือนคนมีการศึกษานั้น ส่วนหนึ่งเป็นเพราะสิ่งแวดล้อม สื่อ ค่านิยมในสังคม รวมถึงตัวเด็กเองที่ไม่ตระหนักว่าเป็นผู้มีการศึกษา อย่างไรก็ตามการจะเร่งรัดให้เด็กเรียนรู้และมีทักษะการใช้ภาษาอย่างถูกต้องนั้น ต้องอาศัยความอดทน ความมุมานะในการเรียนรู้ เพราะการจะทำให้มีทักษะทางด้านภาษาอย่างแท้จริงต้องใช้เวลานาน ซึ่งเวลา 4 ปี ที่เรียนในมหาวิทยาลัยคงไม่สามารถพัฒนาให้เด็กเข้าใจทักษะการใช้ภาษาไทยได้อย่างถ่องแท้ แต่ที่สำคัญควรต้องปลูกฝังกันตั้งแต่เด็ก โดยพ่อแม่ โรงเรียน และทุกฝ่ายในสังคมต้องช่วยกัน

 

 

ด้าน ผศ.ดร.สุกานดา ตปนียางกูร อาจารย์ประจำคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น (มข.) กล่าวว่า นักศึกษา มข.ส่วนหนึ่งมีปัญหาการอ่าน การฟัง การพูด และการเขียน ซึ่งเกิดจากหลายสาเหตุ โดยสาเหตุหลักมาจากเด็กอ่านน้อยลงแต่กลับดูและฟังมากขึ้น อีกทั้งวิถีชีวิตอื่น ๆ ก็มีความน่าสนใจมากกว่าการอ่านหนังสือ ซึ่งการจะแก้ปัญหานี้ได้ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่าย โดยเฉพาะสื่อหรือผู้ใหญ่ควรเปิดเวทีเสวนาให้เด็กได้เข้ามามีส่วนร่วมในการรับฟัง แสดงความคิดเห็น อีกทั้งควรมีแบบอย่างที่ดีให้เด็ก และที่สำคัญต้องปลูกฝังให้เด็กรักการอ่าน เพราะการอ่านจะนำมาซึ่งทักษะภาษาไทยด้านต่าง ๆ ได้

 

ขอขอบคุณหนังสือพิมพ์เดลินิวส์

พี่ลาเต้
พี่ลาเต้ - Columnist นักข่าวสายการศึกษา เกาะติดทุกข่าวแทนน้องๆ ตัวถีบ ตัวดันให้ ม.6 สอบติด

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

3 ความคิดเห็น

กำลังโหลด
พายุใต้ผืนดิน 2 ส.ค. 50 09:36 น. 2
ไม่ใช่แค่เรื่องใช้ภาษาหรอกครับที่ต่ำลง เรื่องประเพณี ความรู้รอบตัว หรือทักษะบางอย่างยังตกลงเลย จะโทษใครได้นอกจากระบบสภาพแล้วล้อมที่มักง่ายขึ้นทุกวัน แค่เขียนเรียงความง่ายๆเด็กบ้านเรายังเขียนไม่ค่อยเป็นเลยด้วยซ้ำ แล้วในเมื่อเขียนไม่เป็นก็จะเป็นได้ต่อเมื่อเรียนเองหรือมีคนอื่นสอน แต่ใครล่ะจะสอน? เรื่องให้เด็กเรียนเองตัดไปได้เลย พอกลับจากโรงเรียนวันหนึ่งก็มีอะไรต่อมิอะไรแบนความคิดเด็กไปหมดทั้ง เกม การ์ตูน เน็ต ทีวี สถานบันเทิงที่มี"ผู้ใหญ่"เป็นคนสร้างขึ้นมาและมีเยาวชนเป็นผู้ใช้บริการเพื่อบูชาค่า"เขลา"ของตัวเอง ส่วนผู้ใหญ่น่ะหรือ? ครอบครัวอันอบอุนที่พ่อแม่รู้จักแต่หาเงินให้ลูก ไม่รู้เลยว่าเงินที่ให้ลูกในแต่ละวันหมดไปกับอะไรและเหลวไหลแค่ไหน วันๆพูดคุยกันแต่เรื่องเรียน กรอกหูลูกว่าเรียนเยอะๆแล้วหางานดีๆ แล้วงานไหนล่ะที่ดีๆ? เงินเยอะ? ถ้าใครบอกว่าบ้านเรามีการนับถือศาสนาพุทธอย่างเข้มแข็งอย่าไปเชื่อเลย ผมเห็นแต่คนบูชาเงินทั้งนั้น ที่โรงเรียนมีใครสอนเด็กได้? สิ่งเดียวที่โรงเรียนบ้านเราสอนคือวิธีเก็บคะแนนมากแล้วเข้ามหาลัยดังๆเพื่อเชิดชูตาโรงเรียน พอเด็กทำงานส่งอาจารย์ก็ได้แต่รอยปากกาแดงเขียนหวัดๆว่าผ่านหรือไม่ผ่าน ไม่เคยบอกเลยว่าผิดตรงไหนบ้างหรือต้องแก้ตรงไหน บอกแต่ว่าให้นักเรียนไปอ่านหนังสือเอาเองแล้วท่านเล่า? เปิดโรงเรียนสอนพิเศษที่มีม้วนวีดีโอม้วนเดียวเป็นสื่อการสอนให้นักเรียน ทั้งที่บ้านเรามีวันครูและมีนักเรียนมากมายที่ไหว้ครูแต่ผมอย่างจะรู้ว่ามีกี่คนเข้าใจความหมายของมัน จะไม่ให้เรียกว่าสังคมที่มักง่ายได้ยังไง? มองไปที่ไหนก็มีแต่คนที่หวังผลกำไรทั้งนั้น ทำอะไรไม่เคยมีคำว่าใจรักสักนิด ไม่รู้ว่าถึงเวลาปลูกฝังความคิดใหม่ๆให้บ้านเราได้หรือยัง หรือจะเรียกว่าความคิดเก่าๆที่ถูกละเลยดี?
0
กำลังโหลด
ถ่านไฟเก่า Member 5 ส.ค. 50 16:52 น. 3

ผมก็ยังอ่านอยู่นะ  แต่ถ้า เด็กคนนั้นเขาเข้าใจเรื่องบทเรียนบทนั้นแล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องซื้อมาอ่านเลยใช่มั้ย ?

0
กำลังโหลด
กำลังโหลด