อยากเลิกนิสัยขี้เกียจอ่านหนังสือ 10 วิธีนี้ช่วยได้แน่!! (ตอนที่ 2)

            เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว พี่มิ้นท์แนะนำวิธีเลิกขี้เกียจ 5 ข้อแรกไปแล้ว น้องๆ ได้ลองนำไปใช้กันบ้างหรือยังคะ? พอจะช่วยให้ตัวเองเลิกขี้เกียจได้บ้างไหมเนี่ย ฮ่าๆ มาสัปดาห์นี้ยังมีอีก 5 ข้อที่เหลือ เอาเป็นว่า 5 ข้อแรกใครไม่ถูกใจ มาลุยข้อ 6-10 กันต่อเลยค่ะ
 

 
   6. ตามติดชีวิตเด็กเรียน แล้วยึดเป็นแนวทาง    
           ทุกห้องเรียนต้องมีเด็กเรียนที่ขยัน เป็นเมมโมรี่การบ้านประจำห้อง บางทีก็เป็นติวเตอร์ให้กับเพื่อนๆ ด้วย ลองคบเพื่อนๆ กลุ่มนี้ดูค่ะ เราจะได้เห็นแนวทางการเรียนของเขา ซึ่งอาจเป็นแรงกระตุ้นให้เราขยันตามได้บ้าง ยกตัวอย่างง่ายๆ ด้วยคำถามที่ว่า "เธออ่านหนังสือถึงไหนแล้ว" ในขณะที่น้องๆ เองยังไม่ได้เริ่ม อาจได้ยินคำตอบกลับจากเพื่อนว่า "อ่านจบไปสองรอบแล้ว".. ก็เป็นได้ (ได้ยินคำตอบแบบนี้ น่าจะช่วยลดความขี้เกียจอ่านหนังสือลงได้บ้างนะ)
 
   7. เอาคำว่า "เดี๋ยว" ออกจากหัว
            เอะอะก็ "เดี๋ยวๆ" หลายคนใช้คำว่า "เดี๋ยว" ผัดวันประกันพรุ่งไปเรื่อยจนสุดท้ายก็ไม่ได้ทำอะไรซักอย่าง แม่ใช้ให้ล้างจานก็ "เดี๋ยว" กว่าจะล้างอีกทีก็เศษอาหารแห้งเกาะขอบจาน จะปิดคอมอ่านหนังสือก็ "เดี๋ยว" กว่าจะได้อ่านก็ดูซีรีย์จบไป 2 เรื่อง!!
           คำว่า "เดี๋ยว" จัดให้ขึ้นแท่นคำอันตรายเลยค่ะ อยากขยันต้องลบคำนี้ออกจากหัวตั้งแต่นี้เป็นต้นไป แม้จะฟังดูยาก แต่หากลองลงมือทำจริงๆ ก็ไม่ยากอย่างที่คิด เริ่มต้นง่ายๆ เวลาจะอ่านหนังสือหรือเริ่มทำอะไร ห้ามพูดคำว่า "เดี๋ยว"  คิดแล้วต้องลุกขึ้นลงมือทำทันที

 
  8. ยึดคติที่ว่า "ลำบากก่อน แล้วสบายทีหลัง"
            น้องๆ คงเคยได้ยินประโยคเด็ดว่า "ลำบากวันนี้เพื่อสบายในวันหน้า" กันมาบ้างแล้ว ไม่ต้องแปลความอะไรมาก ทุกวันนี้ถ้าหากเหนื่อยหรือท้อ ต้องอย่าถอย หากขี้เกียจก็ควรปลุกไฟขยันออกมาให้ได้ค่ะ การที่เราเรียนเหนื่อย ต้องอ่านหนังสือเยอะ ไม่ได้แปลว่าตัวเองเกิดมาโชคร้าย แต่สิ่งเหล่านี้ต่างหากที่จะทำให้น้องๆ เก่งขึ้นในวันข้างหน้า ยิ่งวันนี้น้องๆ ขยันมากเท่าไหร่ พี่มิ้นท์มั่นใจว่าในอนาคตน้องๆ จะยิ่งสบายค่ะ อารมณ์ประมาณว่าต่อไปเจอศึกหนักขนาดไหนก็ไม่กลัว เพราะเราเจอศึกหนักมาแต่เด็กแล้ว
 
 
  
9. คิดถึงคนรอบข้างมากกว่าตัวเอง
           เวลาเราตั้งใจทำอะไรเพื่อใครสักคนมักจะทำได้ดีเสมอ โดยเฉพาะการตั้งใจทำเพื่อครอบครัว พี่มิ้นท์เคยคุยกับน้อง ม.6 คนนึงที่กำลังเตรียมตัวแอดมิชชั่น คือเห็นเขาเรียนหนักมาก เสาร์-อาทิตย์ก็เรียนพิเศษ แถมยังมาปรึกษาเรื่องเรียนประจำ เลยถามไปว่าทำไมขยันขนาดนี้ ไม่เหนื่อยหรอ คำตอบที่ได้วันนั้นทำเอาน้ำตาปริ่ม(อันนี้เว่อร์ค่ะ) พี่ ม.6 คนนั้นบอกว่า เหนื่อยไม่กลัว กลัวทำพ่อแม่มีความสุขไม่ได้ เพราะอยากสอบติดคณะนี้ให้พ่อแม่ดีใจนั่นเอง
           ดังนั้นใครที่ติดลมบน นึกถึงแต่ความสุขของตัวเองอยู่ ลองมองคนรอบข้างเยอะๆ ค่ะ เขาอาจจะรอความสำเร็จของน้องๆ อยู่ และสิ่งที่จะช่วยให้ประสบความสำเร็จได้ง่ายขึ้นก็คือ "ความขยัน" ค่ะ

 
   10. วางแผนแล้วจดบันทึก
            การไม่วางแผนทำให้ผลออกมาเละตุ้มเป๊ะ หลายๆ ครั้งที่ตั้งใจจะทำการบ้านให้เสร็จภายในวันเสาร์ แต่ดันเที่ยวเพลินบ้าง เล่นเกมเพลินบ้าง ขี้เกียจบ้าง หันมาดูนาฬิกาอีกที อ้าว!! สองทุ่มแล้วดูทีวีต่อดีกว่า (ไหนล่ะจ๊ะการบ้านที่จะทำ) สุดท้ายการบ้านวันเสาร์ก็มาทำต่อวันอาทิตย์ ไม่แน่ก็ต่อยาวไปถึงเช้าวันจันทร์เลยทีเดียว
            หากอยากเป็นคนใหม่ที่ขยันกว่าเดิม น้องๆ ควรปรับไลฟ์สไตล์ของตัวเองใหม่ เริ่มต้นที่หาสมุดมาเล่มนึง คอยจดการบ้านในแต่ละวัน ทำเป็นตารางก็ได้ โดยแบ่งคอลัมน์คร่าวๆ มีการบ้านที่ต้องทำ, วันที่ครูสั่งงาน, วันที่ต้องทำเสร็จ และช่องสุดท้ายไว้สำหรับมาเขียนวันที่ที่เราทำเสร็จ แล้วมาดูกันว่าตัวเองสามารถทำงานเสร็จทันเวลามั้ย และทำเสร็จก่อนกี่วัน ประเมินตัวเองไปในตัว คราวนี้แหละจะได้รู้ว่าตัวเองขยันขึ้นบ้างหรือยัง

 
           วิธีสุดท้ายขอแถมน้องๆ ค่ะ  "ปล่อยตัวเองให้ขี้เกียจให้เต็มที่ 1 วัน" ขี้เกียจให้พอใจ อยากเติมพลังก็ทำให้เต็มที่ แล้ววันต่อๆ ไปต้องเริ่มต้นขยัน ไม่ผัดวันประกันพุ่ง แต่วิธีนี้ต้องรับผิดชอบตัวเองให้มากนะคะ ไม่งั้นเละเทะกว่าเดิมแน่ แต่ถ้าทำได้ก็ช่วยผ่อนคลายความเครียดได้ดีวิธีนึงเลยล่ะค่ะ

           เป็นยังไงบ้างกับ 10 วิธีที่นำมาฝากกัน บางวิธีน้องๆ คงรู้มาบ้างแล้ว ขาดแค่ไม่รู้จะเริ่มต้นยังไง เอาเป็นว่าเริ่มต้นซะตั้งแต่วันนี้เลยดีมั้ย เลือกวิธีที่เหมาะกับน้องๆ มากที่สุด สุดท้ายจำไว้ว่าจะ "ขยัน" หรือ "ขี้เกียจ" ก็เกิดจากตัวเองทั้งนั้น เป็นกำลังใจให้น้องๆ ที่อยากขยันทุกคนค่า

 
พี่มิ้นท์
พี่มิ้นท์ - Columnist พี่สาวใจเย็น ผู้เกิดมาในแอดมิชชั่นยุคแรก แต่เข้าใจ TCAS มากกว่า

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

16 ความคิดเห็น

yugijudai Member 12 พ.ย. 56 15:15 น. 1

ลำบากก่อนสบายทีหลัง ข้อนี้คิดว่าสุดยอดแล้วพอมาเจอข้อต่อไปอิ้ง3วิคิดถึงคนรอบข้าง พี่ม.6 คนนั้นเข้ามีความพยายามจริงๆ นับถือเลยขึ้นสวรรค์

0
กำลังโหลด
yoknipas Member 12 พ.ย. 56 15:18 น. 2

การวางแผนสำคัญมากครับ เพื่อจะได้อ่านหนังสือทันเวลา ถ้าทำเต็มที่แล้วแต่ไม่ทันก็ต้องจัดลำดับความสำคัญครับ ว่าจะทำอะไรก่อน แต่ถ้าสามารถทำได้เสร็จก่อนวันที่วางแผนไว้ก็เอาเวลาบางส่วนไปพักผ่อนให้รางวัลที่ทำเสร็จก่อนเวลาที่คิดไว้ครับ อิอิ

หูฟัง

0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
Margaret Member 16 พ.ย. 56 12:33 น. 5

จริงๆเล้ยย ไอคำว่า"เดี๋ยว"เนี่ยน้า ติดปากตลอดและติดเป็นนิสัยแล้วสิ ต้องจริงจังแล้วคราวนี้เพื่ออนาคตที่สดใส อิอิตั้งใจ

0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด

ความคิดเห็นนี้ถูกลบเนื่องจาก

ถูกลบโดยเจ้าของ

กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด

ความคิดเห็นนี้ถูกลบเนื่องจาก

ถูกลบโดยทีมงาน เนื่องจากงดตั้งกระทู้วิจัย โครงงาน หรือใช้พื้นที่เว็บบอร์ดเพื่อการส่งการบ้าน เนื่องจากเป็นการรบกวนผู้ใช้บอร์ดท่านอื่นๆ ขออภัยในความไม่สะดวก

กำลังโหลด

ความคิดเห็นนี้ถูกลบเนื่องจาก

ถูกลบโดยทีมงาน เนื่องจากงดตั้งกระทู้วิจัย โครงงาน หรือใช้พื้นที่เว็บบอร์ดเพื่อการส่งการบ้าน เนื่องจากเป็นการรบกวนผู้ใช้บอร์ดท่านอื่นๆ ขออภัยในความไม่สะดวก

กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด