สวัสดีค่ะน้องๆ ชาว Dek-D.com... ได้ยินมาเยอะว่าเด็กไทยเรียนหนัก ทั้งหนักแบบจำเป็นต้องเรียน และหนักแบบถูกบังคับให้เรียน เสาร์อาทิตย์แทนที่จะเป็นวันหยุดก็ต้องเดินสายเรียนพิเศษ อีเว้นท์เพียบ!
เท่าที่ได้สังเกตตามบอร์ดการศึกษา จะเห็นว่ามีน้องๆ เครียด มาบ่น มาระบายกันเยอะทีเดียว โดยพี่มิ้นท์จะขอสรุปสาเหตุหลักๆ ที่ทำให้เครียดและเบื่อการเรียนหนังสือ มาดูกันว่ามีอะไรบ้าง
เท่าที่ได้สังเกตตามบอร์ดการศึกษา จะเห็นว่ามีน้องๆ เครียด มาบ่น มาระบายกันเยอะทีเดียว โดยพี่มิ้นท์จะขอสรุปสาเหตุหลักๆ ที่ทำให้เครียดและเบื่อการเรียนหนังสือ มาดูกันว่ามีอะไรบ้าง
1. เครียดเพราะการบ้านเยอะ เป็นปัญหาระดับชาติ ไม่ว่าจะเรียนประถม มัธยม มหาวิทยาลัย มักจะมีการบ้านกองโตคู่กาย สมมติว่ามีการบ้านวิชาละ 1 อย่าง แต่พอคูณกับจำนวนวิชา ก็จะได้กองการบ้านที่แสนน่าเบื่อ นี่เป็นแค่เรื่องสมมติค่ะ เพราะความจริงไม่มีวิชาไหนที่มีการบ้านแค่อย่างเดียว
2. เครียดเพราะเรียนไม่รู้เรื่อง สาเหตุนี้เกิดจากตัวน้องๆ เองหรืออาจเกิดจากระบบการสอนที่โรงเรียนก็ได้ ยิ่งเรียนไม่เข้าใจ ก็ยิ่งเครียด เพราะกลัวว่าจะสอบไม่ได้
3. เครียดเพราะถูกกดดัน ผู้ใหญ่เขาจะรู้มั้ยนะว่าความคาดหวังของเขาอาจทำร้ายเด็กๆ โดยไม่รู้ตัว ยิ่งสมัยนี้มั่นใจว่ามีหลายบ้านล่ะค่ะที่ส่งให้ลูกเรียนสารพัด กะว่าให้เก่งครบทุกด้าน จริงๆ แล้วก็เป็นเรื่องที่ดี แต่ถ้าน้องๆ รับไม่ไหวก็จะกลายเป็นปัญหาตามมา โดยเฉพาะความคาดหวังที่จะให้ลูกเก่งทั้งการเรียนและความสามารถพิเศษ สอบได้คะแนนไม่ดีก็ถูกตำหนิ เป็นต้น
บางคนอ่านแล้วบอก ใช่เลย! นี่แหละต้นตอความเครียดของเรา ชาว Dek-D คนไหนที่กำลังเครียดเพราะการเรียนอยู่ แนะนำให้อ่านบทความนี้ให้จบ เพราะพี่มิ้นท์ได้ไปสรรหาวิธีแก้เครียดฉบับวัยเรียนมาฝาก ไม่ต้องไปพึ่งยาคลายเครียดเลย ไปดูกันว่าเวลาเครียดๆ เราคลายเครียดยังไงได้บ้าง
1. เล่นกับสัตว์เลี้ยง
บ้านใครมีน้องหมา น้องแมว ขอบอกว่าโชคดีมากค่ะ สัตว์เลี้ยงแสนรู้เหล่านี้นี่แหละที่ช่วยเราคลายเครียดได้อย่างดี เพราะความน่ารักแสนรู้และขี้อ้อนของมัน ทำให้เราอารมณ์ดีทุกครั้งที่ได้เล่นด้วย อย่างบ้านพี่มิ้นท์เองเลี้ยงแมว เวลาเครียดๆ จะชอบอุ้มแมวมาเล่น(แต่ไม่รู้ว่ามันอยากเล่นด้วยมั้ย 5555) ก็รู้สึกอารมณ์ดี และมีแรงทำอย่างอื่นต่อไป
ไม่จำเป็นว่าต้องเป็นเฉพาะน้องหมากับแมวนะคะ ในที่นี้พี่มิ้นท์รวมถึงสัตว์เลี้ยงทุกประเภทที่เราเห็นหรืออยู่ด้วยแล้วมีความสุขค่ะ (จะเป็นงู กิ้งกือ ตุ๊กแกก็ได้ T^T)
บ้านใครมีน้องหมา น้องแมว ขอบอกว่าโชคดีมากค่ะ สัตว์เลี้ยงแสนรู้เหล่านี้นี่แหละที่ช่วยเราคลายเครียดได้อย่างดี เพราะความน่ารักแสนรู้และขี้อ้อนของมัน ทำให้เราอารมณ์ดีทุกครั้งที่ได้เล่นด้วย อย่างบ้านพี่มิ้นท์เองเลี้ยงแมว เวลาเครียดๆ จะชอบอุ้มแมวมาเล่น(แต่ไม่รู้ว่ามันอยากเล่นด้วยมั้ย 5555) ก็รู้สึกอารมณ์ดี และมีแรงทำอย่างอื่นต่อไป
ไม่จำเป็นว่าต้องเป็นเฉพาะน้องหมากับแมวนะคะ ในที่นี้พี่มิ้นท์รวมถึงสัตว์เลี้ยงทุกประเภทที่เราเห็นหรืออยู่ด้วยแล้วมีความสุขค่ะ (จะเป็นงู กิ้งกือ ตุ๊กแกก็ได้ T^T)
2. ตีกล้ามเนื้ออบอุ่นร่างกาย
ความเครียดอาจเกิดจากความเมื่อยล้าได้เหมือนกัน คือพอเหนื่อยหรือเมื่อยมากๆ จะรู้สึกไม่อยากทำอะไร ดังนั้นการผ่อนคลายกล้ามเนื้อเป็นวิธีที่ช่วยกระตุ้นให้ร่างกายมีพลังค่ะ ซึ่งการตีกล้ามเนื้อเป็นวิธีที่พี่มิ้นท์ได้มาจากหนังสือเล่มนึง วิธีนี้ง่ายมากๆ คือ ให้ยืนตัวตรง แล้วแบมือตีแปะๆ เบาๆ ทั่วตัว อาจจะเน้นที่บริเวณต้นขา สะโพก เป็นหลัก การตีกล้ามเนื้อนี้ช่วยกระตุ้นเลือดลมให้ทำงานได้ดีขึ้นและให้กล้ามเนื้อตื่นตัวขึ้น ช่วยบรรเทาความเครียดให้ลดลงได้ด้วยค่ะ
3. ไปกรี๊ดแตกที่สวนสนุก
เป็นวิธีที่เหมาะสมกับวัยที่มีแรงเที่ยว มีแรงผจญภัยอย่างน้องๆ มากที่สุด การไปสวนสนุกไม่ได้มีประโยชน์เฉพาะสนุกเท่านั้นนะ แต่การกรี๊ดหรือตะโกนดังๆ เป็นการระบายความเครียดได้ดีวิธีนึงเลยทีเดียว ซึ่งไม่มีสถานที่ไหนที่น้องๆ จะกรี๊ดได้สุดเส้นเสียงเท่าสวนสนุกอีกแล้ว ดังนั้นใครเครียดๆ จากเรียนหรือสอบ ลองชวนเพื่อนไปเล่นไวกิ้งหรือรถไฟเหาะสักคนละรอบแล้วอย่าลืมกรี๊ดให้เต็มที่ ปลดปล่อยความเครียดออกมาให้หมด รับรองว่ากลับบ้านเจ็บคอ เอ้ย! กลับบ้านสมองโล่งแน่ๆ ค่ะ
เป็นวิธีที่เหมาะสมกับวัยที่มีแรงเที่ยว มีแรงผจญภัยอย่างน้องๆ มากที่สุด การไปสวนสนุกไม่ได้มีประโยชน์เฉพาะสนุกเท่านั้นนะ แต่การกรี๊ดหรือตะโกนดังๆ เป็นการระบายความเครียดได้ดีวิธีนึงเลยทีเดียว ซึ่งไม่มีสถานที่ไหนที่น้องๆ จะกรี๊ดได้สุดเส้นเสียงเท่าสวนสนุกอีกแล้ว ดังนั้นใครเครียดๆ จากเรียนหรือสอบ ลองชวนเพื่อนไปเล่นไวกิ้งหรือรถไฟเหาะสักคนละรอบแล้วอย่าลืมกรี๊ดให้เต็มที่ ปลดปล่อยความเครียดออกมาให้หมด รับรองว่ากลับบ้านเจ็บคอ เอ้ย! กลับบ้านสมองโล่งแน่ๆ ค่ะ
4. สีเหลืองเสริมความมั่นใจ
เมื่อความเครียดมาเยือน ลองเปลี่ยนเสื้อผ้าหรือของใช้ให้เป็นสีเหลือง (ไม่เกี่ยวกับการเมืองเด้ออ) ฟังดูอาจไม่ค่อยเกี่ยว แต่มีการศึกษาในทางจิตวิทยาแล้วว่าสีเหลืองช่วยให้เรามีความเชื่อมั่นในตัวเอง เกิดความคิดสร้างสรรค์ใหม่ๆ ได้ และมีความสุขเพิ่มมากขึ้น ประมาณว่าเห็นแล้วสดใส อารมณ์ดี เรื่องง่ายๆ แค่นี้ก็ทำให้ความเครียดลดลงได้แล้วล่ะค่ะ ง่ายที่สุดในสามโลก
เมื่อความเครียดมาเยือน ลองเปลี่ยนเสื้อผ้าหรือของใช้ให้เป็นสีเหลือง (ไม่เกี่ยวกับการเมืองเด้ออ) ฟังดูอาจไม่ค่อยเกี่ยว แต่มีการศึกษาในทางจิตวิทยาแล้วว่าสีเหลืองช่วยให้เรามีความเชื่อมั่นในตัวเอง เกิดความคิดสร้างสรรค์ใหม่ๆ ได้ และมีความสุขเพิ่มมากขึ้น ประมาณว่าเห็นแล้วสดใส อารมณ์ดี เรื่องง่ายๆ แค่นี้ก็ทำให้ความเครียดลดลงได้แล้วล่ะค่ะ ง่ายที่สุดในสามโลก
5. เลิกคิดลบ
พักหลังมานี้ กระแส positive thinking มาแรงมาก แต่สำหรับบางคนการคิดบวกตลอดเวลาอาจจะยากเกินไป เพราะบางเรื่องก็ทำใจให้คิดในทางดีไม่ไหวจริงๆ ดังนั้นก็เริ่มต้นทำด้วยวิธีง่ายๆ คือ "เลิกคิดลบ" ให้ได้ก่อน
หลายคนเครียดเพราะทำข้อสอบไม่ได้ อ่านหนังสือไม่ทัน ก็พยายามอย่าไปคิดว่าตัวเรานิสัยไม่ดี ไม่มีความรับผิดชอบ สอบตกแน่ๆ และอีกสารพัดการคิดลบที่ทำให้เราเครียด เมื่อไหร่ก็ตามแล้วคิดแง่ลบจะยิ่งทำให้เครียดกว่าเดิมค่ะ ทางที่ดีควรปล่อยวางแล้วทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุด
พักหลังมานี้ กระแส positive thinking มาแรงมาก แต่สำหรับบางคนการคิดบวกตลอดเวลาอาจจะยากเกินไป เพราะบางเรื่องก็ทำใจให้คิดในทางดีไม่ไหวจริงๆ ดังนั้นก็เริ่มต้นทำด้วยวิธีง่ายๆ คือ "เลิกคิดลบ" ให้ได้ก่อน
หลายคนเครียดเพราะทำข้อสอบไม่ได้ อ่านหนังสือไม่ทัน ก็พยายามอย่าไปคิดว่าตัวเรานิสัยไม่ดี ไม่มีความรับผิดชอบ สอบตกแน่ๆ และอีกสารพัดการคิดลบที่ทำให้เราเครียด เมื่อไหร่ก็ตามแล้วคิดแง่ลบจะยิ่งทำให้เครียดกว่าเดิมค่ะ ทางที่ดีควรปล่อยวางแล้วทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุด
6. เสียงดนตรีบำบัด
เสียงดนตรี โดยเฉพาะดนตรีบรรเลงมีประโยชน์หลายด้าน ช่วยทั้งเรื่องสมาธิ พัฒนาสมอง ยิ่งถ้าให้เด็กทารกฟังจะยิ่งอารมณ์ดี จริงๆ แล้วการฟังดนตรีช่วยคลายเครียดได้เยอะเลยค่ะ แต่สิ่งที่จะแนะนำเพิ่มเติมคือ ลองเปลี่ยนจากผู้ฟังมาเป็น "ผู้เล่น" บ้าง ไม่ต้องขั้นมืออาชีพหรอกค่ะ เล่นขำๆ ก็ช่วยผ่อนคลายความเครียดได้ ถ้ามีงบหน่อยอาจลงทุนซื้อเครื่องดนตรีที่ไม่ต้องแพงมากมาสักชิ้น แต่ถ้าไม่มีงบ โหลดพวกแอพลิเคชันในมือถือมาลองเล่นก็ได้นะคะ เล่นไปสักพัก จะรู้เลยว่าพอมาเป็นคนเล่นดนตรีแล้ว จะช่วยพัฒนาเราหลายๆ เรื่องเลย
เสียงดนตรี โดยเฉพาะดนตรีบรรเลงมีประโยชน์หลายด้าน ช่วยทั้งเรื่องสมาธิ พัฒนาสมอง ยิ่งถ้าให้เด็กทารกฟังจะยิ่งอารมณ์ดี จริงๆ แล้วการฟังดนตรีช่วยคลายเครียดได้เยอะเลยค่ะ แต่สิ่งที่จะแนะนำเพิ่มเติมคือ ลองเปลี่ยนจากผู้ฟังมาเป็น "ผู้เล่น" บ้าง ไม่ต้องขั้นมืออาชีพหรอกค่ะ เล่นขำๆ ก็ช่วยผ่อนคลายความเครียดได้ ถ้ามีงบหน่อยอาจลงทุนซื้อเครื่องดนตรีที่ไม่ต้องแพงมากมาสักชิ้น แต่ถ้าไม่มีงบ โหลดพวกแอพลิเคชันในมือถือมาลองเล่นก็ได้นะคะ เล่นไปสักพัก จะรู้เลยว่าพอมาเป็นคนเล่นดนตรีแล้ว จะช่วยพัฒนาเราหลายๆ เรื่องเลย
6 วิธีง่ายๆ ที่เหมาะกับวัยรุ่นอย่างเรามากๆ (เออะ..กล้าใช้คำว่าเรา) ใครถนัดวิธีไหนก็เลือกนำไปใช้ได้ตามสะดวกเลยนะ นอกจากวิธีที่พูดมาแล้ว พี่มิ้นท์ขอแนะนำเพิ่มเติมคือ การทานอาหารที่มีประโยชน์ เช่น ผัก ผลไม้ นม แล้วพักผ่อนเยอะๆ อะไรเครียดก็ไม่ต้องไปยุ่งกับมันมากค่ะ ถ้าเครียดแล้วไม่มีอะไรดีขึ้นก็ไม่รู้จะเครียดไปทำไม ทำใจสบายๆ อย่าฝืน เท่านี้ก็ป้องกันความเครียดที่จะเกิดขึ้นได้แล้วววววววว :D







27 ความคิดเห็น
ก็ดีนะค่ะ แต่ทำเสร็จปุ๊บ จะไปอ่านต่อ เห็นหนังสือแล้ว เครียดอีกเลยค่ะ
ขอบคุณนะคะ
ขอบคุณนะคะ
หนูเคลียดอยู่แค่วิชาเดียวคณิต หนูพยายามเข้าใจในหลักสูตรที่ครูเขาสอน ตอนเรียนก็พอเข้าใจ แต่พอครูสั่งการบ้านมาหนูแทบเงิบ ทำแบบที่ครูเขาสอนไม่เป็นคะ คิดไม่ออกเลย
หนูเคลียดอยู่แค่วิชาเดียวคณิต หนูพยายามเข้าใจในหลักสูตรที่ครูเขาสอน ตอนเรียนก็พอเข้าใจ แต่พอครูสั่งการบ้านมาหนูแทบเงิบ ทำแบบที่ครูเขาสอนไม่เป็นคะ คิดไม่ออกเลย
ใช้บ่อยมากค่ะ ดนตรีบำบัด
เครียดเพราะเรียนไม่รู้เรื่องจริง ตรงสุดๆ
การบ้านเยอะ+พ่อแม่คาดหวังไว้มากนี่ใช่เลยอ่ะ
ขอบคุณมากๆเลยน่ะครับ^_^
ข้อ 1 ตรงมาก ไหนบอกว่าสั่งให้ลดการบ้านแล้วไง แน่ใจเหรอว่าลดแล้ว!!!!
ตรงนี้โคตรตรง "นี่เป็นเรื่องสมมติค่ะ เพราะเรื่องจริงไม่มีวิชาไหนสั่งอย่างเดียว" !!!!!!! ใช่แล้วยิ่งใกล้สอบใกล้ปิดเทอม สั่งงานสั่งการบ้านบรรลัยบานฤทัยกันไปเลยทีเดียว
ขอบคุนค่าาาา
ไม่ทำไม่ใช่เพราะขี้เกียจแต่ทำไม่เป็น
อีกวิธีนึง ลองไปสถานที่ที่เราเคยไปตอนเด็กๆแล้วเราไม่ได้ไปมานานมากแล้ว มันทำให้รู้สึกดีจริงๆนะ
ดีมากๆเลยครับ จะได้หายเครียดซะที
ก็ดีนะครับ แต่โดยปกติแล้วมักจะชอบอ่านหนังสือไปแล้วต้องเปิดเพลงไปด้วย แต่ก็ไม่รู้ว่าสมาธิมันมาจากไหน ^_^