สวัสดีค่ะน้องๆ ชาว Dek-D.com ช่วง 2-3 อาทิตย์ที่ผ่านมามีหลายโรงเรียนเพิ่งสอบกลางภาคเสร็จ ตามมาด้วยเสียงระงมว่าข้อสอบยากจังเลย บางวิชาก็ทำไม่ทันเลย ที่อ่านมาก็ไม่ค่อยตรง ทำยังไงดี??
แต่เอาล่ะ ไหนๆ น้องๆ พูดถึงปัญหาการสอบขึ้นมา พี่มิ้นท์ก็จะหาวิธีมาแก้ให้ค่ะ เรื่องแรกที่เจอกันบ่อยก็คือ ทำข้อสอบไม่ทันในวิชาภาษาไทย เพราะหลายโรงเรียนจะมีข้อสอบที่เป็นพาร์ทการอ่าน แบบให้บทความยาวๆ มาให้อ่านแล้วตอบคำถาม ถ้าโหดหน่อยก็มีบทความต่อคิวให้อ่านทั้งฉบับเลยจ้า ฮ่าๆ ดังนั้นเทคนิคแรกที่ขอหยิบขึ้นมาพูดก่อนก็คือ เทคนิคการจับใจความในข้อสอบภาษาไทย น้องๆ เกือบทุกคนอ่านภาษาไทยออกและส่วนใหญ่ก็จับใจความเป็น แต่จะแพ้ทาง "เวลา" ที่ใช้ในการสอบ ทำให้สอบไม่ทันนั่นเอง ถ้าอยากทำข้อสอบทัน และตอบถูกเป๊ะๆ ลองเอาเทคนิคเหล่านี้ไปใช้กันดูนะคะ
แต่เอาล่ะ ไหนๆ น้องๆ พูดถึงปัญหาการสอบขึ้นมา พี่มิ้นท์ก็จะหาวิธีมาแก้ให้ค่ะ เรื่องแรกที่เจอกันบ่อยก็คือ ทำข้อสอบไม่ทันในวิชาภาษาไทย เพราะหลายโรงเรียนจะมีข้อสอบที่เป็นพาร์ทการอ่าน แบบให้บทความยาวๆ มาให้อ่านแล้วตอบคำถาม ถ้าโหดหน่อยก็มีบทความต่อคิวให้อ่านทั้งฉบับเลยจ้า ฮ่าๆ ดังนั้นเทคนิคแรกที่ขอหยิบขึ้นมาพูดก่อนก็คือ เทคนิคการจับใจความในข้อสอบภาษาไทย น้องๆ เกือบทุกคนอ่านภาษาไทยออกและส่วนใหญ่ก็จับใจความเป็น แต่จะแพ้ทาง "เวลา" ที่ใช้ในการสอบ ทำให้สอบไม่ทันนั่นเอง ถ้าอยากทำข้อสอบทัน และตอบถูกเป๊ะๆ ลองเอาเทคนิคเหล่านี้ไปใช้กันดูนะคะ
อันดับแรกที่อยากแนะนำก่อนก็คือ เมื่อน้องๆ ได้ข้อสอบมาแล้ว อยากให้แบ่งเวลาก่อนว่าจะทำพาร์ทไหนกี่นาที และจะทำพาร์ทไหนก่อน รักษาระยะเวลาให้ดีนะคะ จะได้ไม่กระทบกับข้อสอบส่วนอื่นๆ ที่ต้องทำต่อไป เอาล่ะคราวนี้มาดูวิธีทำข้อสอบทีละเสต็อปกันเลย
ขั้นตอนที่ 1 : เจอคำถาม อ่านคำถามก่อน
ไม่ว่าบทความจะมาก่อนคำถาม หรือคำถามขึ้นก่อนบทความ ให้น้องๆ พุ่งไปที่ตัวคำถามก่อนเลยค่ะ อ่านโจทย์ อ่านช้อยส์แต่ละข้อไว้ก่อนให้คุ้นชินกับตัวคำถาม ปกติหลายคนใช้วิธีอ่านบทความไปทำโจทย์ไป พอจะมาตอบก็ลืมว่าบทความเขียนอะไรไว้บ้างแล้วก็ต้องกลับไปอ่านใหม่อีก แบบนี้กว่าจะรู้เรื่องก็หมดเวลาแล้วจ้า
ในช่วงแรกๆ อ่านคำถามก่อนอาจจะงงๆ ไปบ้างเพราะยังไม่รู้เนื้อหาของบทความ แต่ไม่ต้องเป็นห่วงค่ะ สุดท้ายมันมีประโยชน์แน่นอน ค่อยๆ ฝึกทำแล้วจะเป็นไปโดยอัตโนมัติค่ะ
ไม่ว่าบทความจะมาก่อนคำถาม หรือคำถามขึ้นก่อนบทความ ให้น้องๆ พุ่งไปที่ตัวคำถามก่อนเลยค่ะ อ่านโจทย์ อ่านช้อยส์แต่ละข้อไว้ก่อนให้คุ้นชินกับตัวคำถาม ปกติหลายคนใช้วิธีอ่านบทความไปทำโจทย์ไป พอจะมาตอบก็ลืมว่าบทความเขียนอะไรไว้บ้างแล้วก็ต้องกลับไปอ่านใหม่อีก แบบนี้กว่าจะรู้เรื่องก็หมดเวลาแล้วจ้า
ในช่วงแรกๆ อ่านคำถามก่อนอาจจะงงๆ ไปบ้างเพราะยังไม่รู้เนื้อหาของบทความ แต่ไม่ต้องเป็นห่วงค่ะ สุดท้ายมันมีประโยชน์แน่นอน ค่อยๆ ฝึกทำแล้วจะเป็นไปโดยอัตโนมัติค่ะ
ขั้นตอนที่ 2 : อ่านติดจรวด 1 รอบ พร้อมจับจุด
คนที่ทำข้อสอบเซียนๆ ไม่มีใครนั่งอ่านทุกคำทุกพยางค์หรอกค่ะ แต่เค้าจะใช้วิธีอ่านแบบเร็วๆ เพราะปกติสมองของคนเรามีความเข้าใจเกี่ยวกับคำศัพท์และเข้าใจประโยคโดยรวมอยู่แล้ว (ยกตัวอย่างง่ายๆ เช่น "สสวัดีะค่ ทนาข้วาหรือยัคงะ" จากประโยคนี้ต่อให้มองผ่านๆ ก็เข้าใจว่าเป็นประโยค "สวัสดีค่ะ ทานข้าวหรือยังคะ")
ดังนั้นน้องๆ ควรจำไว้ว่าไม่ต้องอ่านครบทุกคำ แต่สิ่งที่ควรทำคือ อ่านให้เร็วและหาจุดสำคัญว่า ใคร ทำอะไร ที่ไหน อย่างไร เมื่อไหร่ จับ 5 ประเด็นนี้ให้ครบและวงไว้คร่าวๆ และถ้าเจอส่วนที่คุ้นๆ กับโจทย์ที่เราอ่านไว้ตอนแรกให้ขีดเส้นใต้เอาไว้เลย แล้วให้อ่านต่อไป อย่าเพิ่งกลับไปตอบจนกว่าจะอ่านครบ เพราะผลของเรื่องอาจเปลี่ยนแปลงตอนท้ายได้
เมื่ออ่านจบแล้วลองประมวลผลว่าเป็นเรื่องเกี่ยวกับอะไร และเอาประเด็นว่าใครทำอะไร ที่ไหน อย่างไร มาสรุปไว้ในใจคร่าวๆ หรือถ้ากลัวลืมจดไว้แบบสั้นๆ ข้างบทความ (ควรใช้ดินสอ จะได้ลบได้ง่าย)
คนที่ทำข้อสอบเซียนๆ ไม่มีใครนั่งอ่านทุกคำทุกพยางค์หรอกค่ะ แต่เค้าจะใช้วิธีอ่านแบบเร็วๆ เพราะปกติสมองของคนเรามีความเข้าใจเกี่ยวกับคำศัพท์และเข้าใจประโยคโดยรวมอยู่แล้ว (ยกตัวอย่างง่ายๆ เช่น "สสวัดีะค่ ทนาข้วาหรือยัคงะ" จากประโยคนี้ต่อให้มองผ่านๆ ก็เข้าใจว่าเป็นประโยค "สวัสดีค่ะ ทานข้าวหรือยังคะ")
ดังนั้นน้องๆ ควรจำไว้ว่าไม่ต้องอ่านครบทุกคำ แต่สิ่งที่ควรทำคือ อ่านให้เร็วและหาจุดสำคัญว่า ใคร ทำอะไร ที่ไหน อย่างไร เมื่อไหร่ จับ 5 ประเด็นนี้ให้ครบและวงไว้คร่าวๆ และถ้าเจอส่วนที่คุ้นๆ กับโจทย์ที่เราอ่านไว้ตอนแรกให้ขีดเส้นใต้เอาไว้เลย แล้วให้อ่านต่อไป อย่าเพิ่งกลับไปตอบจนกว่าจะอ่านครบ เพราะผลของเรื่องอาจเปลี่ยนแปลงตอนท้ายได้
เมื่ออ่านจบแล้วลองประมวลผลว่าเป็นเรื่องเกี่ยวกับอะไร และเอาประเด็นว่าใครทำอะไร ที่ไหน อย่างไร มาสรุปไว้ในใจคร่าวๆ หรือถ้ากลัวลืมจดไว้แบบสั้นๆ ข้างบทความ (ควรใช้ดินสอ จะได้ลบได้ง่าย)
ขั้นตอนที่ 3 : กลับไปอ่านประโยคแรกและประโยคสุดท้ายของแต่ละย่อหน้า
อีกขั้นตอนนึงที่ไม่ควรพลาดหลังจากอ่านแบบแสกนไปแล้ว คือ การกลับไปอ่านประโยคแรกและประโยคสุดท้ายของแต่ละย่อหน้า เพราะส่วนของย่อหน้าจะเป็นสิ่งที่สรุปใจความสำคัญ ตรงนี้น้องๆ น่าจะพอได้ไอเดียเกี่ยวกับเรื่องนั้นแล้ว โดยที่แทบจะไม่ต้องกลับไปอ่านทุกบรรทัดเหมือนที่เราทำกันประจำ
* หากโจทย์ที่เราอ่านตั้งแต่แรกมีถามเกี่ยวกับเจตนาของผู้เขียนบทความไว้ด้วย ระหว่างที่อ่านบทความอย่าลืมสังเกตน้ำเสียงของผู้แต่ง (หรือสำนวนของผู้แต่งนั่นแหละ) ว่าเน้นไปทางไหนเป็นหลัก รวมถึงส่วนของจุดประสงค์ของบทความก็เช่นกัน ต้องอ่านทั้งหมดโดยรวมแล้วสังเคราะห์ออกมาว่าผู้แต่งมีจุดประสงค์ยังไง ตักเตือน ขอร้อง ให้คำแนะนำ ฯลฯ
อีกขั้นตอนนึงที่ไม่ควรพลาดหลังจากอ่านแบบแสกนไปแล้ว คือ การกลับไปอ่านประโยคแรกและประโยคสุดท้ายของแต่ละย่อหน้า เพราะส่วนของย่อหน้าจะเป็นสิ่งที่สรุปใจความสำคัญ ตรงนี้น้องๆ น่าจะพอได้ไอเดียเกี่ยวกับเรื่องนั้นแล้ว โดยที่แทบจะไม่ต้องกลับไปอ่านทุกบรรทัดเหมือนที่เราทำกันประจำ
* หากโจทย์ที่เราอ่านตั้งแต่แรกมีถามเกี่ยวกับเจตนาของผู้เขียนบทความไว้ด้วย ระหว่างที่อ่านบทความอย่าลืมสังเกตน้ำเสียงของผู้แต่ง (หรือสำนวนของผู้แต่งนั่นแหละ) ว่าเน้นไปทางไหนเป็นหลัก รวมถึงส่วนของจุดประสงค์ของบทความก็เช่นกัน ต้องอ่านทั้งหมดโดยรวมแล้วสังเคราะห์ออกมาว่าผู้แต่งมีจุดประสงค์ยังไง ตักเตือน ขอร้อง ให้คำแนะนำ ฯลฯ
ขั้นตอนที่ 4 : ตรวจคำตอบ
ขั้นตอนของการตรวจคำตอบ ไม่มีอะไรยุ่งยากเลยค่ะ ให้น้องๆ กลับไปดูโจทย์และเลือกคำตอบที่คิดว่าใช่ แต่อย่าเพิ่งฝนลงกระดาษคำตอบนะคะ ควรตรวจคำตอบก่อน โดยการกลับไปดูตรงจุดที่มีเนื้อหาตรงกับโจทย์นั่นเอง ซึ่งตรงนี้น้องๆ จะแม่นยำมากๆ แล้วว่าโจทย์ส่วนนี้ตรงกับเนื้อหาส่วนไหน จะทำให้ทำข้อสอบได้เร็วขึ้นค่ะ
ขั้นตอนของการตรวจคำตอบ ไม่มีอะไรยุ่งยากเลยค่ะ ให้น้องๆ กลับไปดูโจทย์และเลือกคำตอบที่คิดว่าใช่ แต่อย่าเพิ่งฝนลงกระดาษคำตอบนะคะ ควรตรวจคำตอบก่อน โดยการกลับไปดูตรงจุดที่มีเนื้อหาตรงกับโจทย์นั่นเอง ซึ่งตรงนี้น้องๆ จะแม่นยำมากๆ แล้วว่าโจทย์ส่วนนี้ตรงกับเนื้อหาส่วนไหน จะทำให้ทำข้อสอบได้เร็วขึ้นค่ะ
ข้อแนะนำเพิ่มเติมสำหรับข้อสอบการอ่านวิชาภาษาไทย
- อย่าอ่านกลับไปกลับมา เช่น อ่านไปจนถึงบรรทัดที่ 3 แล้วงง อย่ามัวแต่อ่านซ้ำไปซ้ำมาเหมือนพายเรือวนอยู่ในอ่าง เพราะถ้าเราวนอ่านหลายๆ รอบ จะกลายเป็นว่าเราลืมสิ่งที่เข้าใจมาตั้งแต่ต้น
- มีสมาธิให้ถึงที่สุด เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาอ่านแล้วงง
- อย่างที่บอกไปว่าอ่านแล้วเจอคำตอบแล้วอย่าเพิ่งฝนลงกระดาษคำตอบ เพราะอาจโดนหลอกได้ ควรแสกนเนื้อหาให้หมดก่อน ถ้าวชัวร์แล้วค่อยกลับมาตอบก็ยังทัน
- เขียนหมายเลขแต่ละย่อหน้ากำกับไว้จะช่วยได้เยอะเลยค่ะ ในกรณีที่บทความยาวหลายย่อหน้า การเขียนเลขกำกับไว้จะช่วยให้เราหาคำตอบเจอได้ง่ายขึ้น
- หากเจอข้อสอบที่ตัวหนังสือจางหรือเลือนอ่านออกบ้างไม่บ้าง ให้รีบบอกครูเพื่อเปลี่ยนข้อสอบ ไม่งั้นจะต้องใช้สายตาเพ่งมากกว่าเดิม เสียเวลามากกว่าเดิมด้วยค่ะ แต่ถ้าข้อสอบเลือนทุกฉบับ อันนี้ช่วยไม่ได้ค่ะ T^T
- อ่านในใจ อย่าอ่านแล้วขมุบขมุบปากเพราะทำให้อ่านช้าลง (จริงๆ นะ)
เริ่มต้นที่วิชาภาษาไทยแบบนี้น่าจะถูกใจน้องๆ บ้างนะคะ เพราะเป็นวิชาที่ขึ้นชื่อว่าง่ายที่สุด แต่ก็มีจุดอ่อนและกับดักหลายจุด ในส่วนของการอ่านจับใจความก็เช่นกัน มักจะออกคำถามออกมาฆ่าคนที่อ่านไม่รอบคอบ หรือรอบคอบเกิ๊นนนจนทำข้อสอบไม่ทัน
ฉะนั้นแล้วค่อยๆ ฝึกการอ่านจับใจความ ฝึกบ่อยๆ จะทำให้ทำข้อสอบแบบนี้เร็วและแม่นยำขึ้น อย่าลืมว่าข้อสอบอ่านมีทุกปี เนื้อเรื่องยาวทุกปี จับใจความให้เป็นแล้วข้อสอบอ่านจับใจความจะกลายเป็นเรื่องสบายของน้องๆ ไปเล้ยยยย เย่ๆๆ
ฉะนั้นแล้วค่อยๆ ฝึกการอ่านจับใจความ ฝึกบ่อยๆ จะทำให้ทำข้อสอบแบบนี้เร็วและแม่นยำขึ้น อย่าลืมว่าข้อสอบอ่านมีทุกปี เนื้อเรื่องยาวทุกปี จับใจความให้เป็นแล้วข้อสอบอ่านจับใจความจะกลายเป็นเรื่องสบายของน้องๆ ไปเล้ยยยย เย่ๆๆ





เป็นสิ่งที่ดีมากนะครับ แต่น้องๆที่จะไปสอบควรอ่านหนังสือเตรียมตัวก่อนสอบด้วยนะแ แม้ว่าจะมีเทคนิคการอ่านข้อสอบที่ดีแต่ถ้าไม่มีเนื้อหาไม่มีความรู้ก็ไม่สามารถทำข้อสอบได้นะครับ^^
25 ความคิดเห็น
ชอบตรง "สสวัดีะค่ ทนาข้วาหรือยัคงะ" อ่ะ 55555
แล้วจะนำไปใช้ครับ


เริ่ดดดด
ขอบคุณค่ะ ดีมาก ๆ เลย
ขอบคุณค่ะ
ชอบๆๆๆ
ขอบคุณค่ะ
แต่ที่ทำไม่ทันบ่อยๆจะเป็นคณิตซะมากกว่า
ขอบคุณค่ะ
เริ่ดดดดดสสสส ต้องลองเเล้วล่ะ จะได้คะเเนนดีๆ
สวดยอดดด เลยอ่ะ ^^"
ขอบคุณค่ะ ... จะลองนำไปใช้ดูถ้าปลายภาคมี อิอิ