ขึ้นชื่อว่า "พิษ" หรือ "แบคทีเรีย" ก็คงไม่มีใครอยากให้มันมาข้องเกี่ยวกับชีวิตเราจริงมั้ยคะ เพราะไม่ว่าจะมองยังไงก็ดูส่งผลเสียและเป็นอันตรายกับชีวิตเราทั้งนั้น แต่จริงๆ แล้วพิษบางอย่างมีประโยชน์ต่อเราอย่างคาดไม่ถึง แม้กระทั่งเรื่องความสวยความงาม
 

          วันนี้พี่มิ้นท์จะมาพูดถึงสารพิษชนิดหนึ่ง ที่ความรุนแรงของมันสามารถทำให้คนเสียชีวิตได้ แต่ในขณะเดียวกันในทางการแพทย์ก็สามารถนำมาใช้รักษาโรค และยังนำมาใช้ในด้านความสวยความงามได้ด้วย สารพิษที่กำลังพูดถึงอยู่คือ สารพิษโบทูลินัม ถ้าจะคุ้นหูก็ต้องเรียกว่า "โบท็อกซ์" นั่นเองค่ะ

           ความจริงแล้ว โบท็อกซ์ ไม่ใช่ชื่อสารนะคะ แต่ใช้เรียกสารสกัดจากสารพิษของแบคทีเรียคอสตริเดียมโบทูลินัม ซึ่งเป็นสารพิษทางธรรมชาติที่มีฤทธิ์ร้ายแรงมากๆ ทำให้อาหารกระป๋องเน่าเสียและเป็นพิษ หากได้รับในปริมาณมากๆ ทำให้เสียชีวิตได้เลยทีเดียว

           คลอสตริเดียมโบทูลินัมเป็นแบคทีเรียที่เจริญเติบโตได้ดีในอุณหภูมิ 30-37 องศาในสภาวะที่ไม่มีอากาศ พบได้ในดิน น้ำ หรือแม้กระทั่งอาหารสดค่ะ สมัยก่อนมีการผลิตขึ้นให้มีความเข้มข้นเพื่อเป็นอาวุธชีวภาพ(แต่ยังไม่มีประเทศไหนเริ่มใช้) ความร้ายแรงของมันนั้นเพียง 1 กรัมสามารฆ่าคนได้เป็น 100 คนเลยทีเดียว พิษโบทูลินัมจะออกฤทธิ์ต่อระบบประสาท ทำให้กล้ามเนื้ออ่อนแรง ตาพร่า คลื่นไส้อาเจียนและเสียชีวิตในที่สุด

 

          โห...พูดแต่โทษขนาดนี้ ใครเคยฉีดโบท็อกซ์มาคงจิตตกกันไปแล้ว แต่ใจเย็นๆ ก่อนนะคะ เพราะพิษโบทูลินัมนี้ก็มีประโยชน์อยู่มากทีเดียว ด้วยคุณสมบัติที่ทำให้กล้ามเนื้อคลายตัว ในทางการแพทย์จึงเริ่มต้นนำมาใช้ในการรักษาอาการตาเหล่เป็นครั้งแรก หลังจากนั้นก็นำมาใช้รักษาอาการหดเกร็งของหูรูดปลายล่างของหลอดอาหาร นอกจากนี้ก็ยังมีใช้ในการรักษาโรคทางระบบประสาทและใช้รักษาอาการปวดไมเกรนได้ด้วย

           ความบังเอิญจากการที่ใช้รักษาอาการตาเหล่ในช่วงแรกๆ ทำให้แพทย์ค้นพบว่าเมื่อใช้สารนี้แล้วริ้วรอยบริเวณใบหน้า บริเวณหน้าผากและรอบดวงตาเต่งตึงขึ้น เกิดจากการเข้าไปคลายกล้ามเนื้อบริเวณที่หดตัวนั่นเอง จึงอาจเป็นจุดเริ่มต้นที่นำมาใช้เพื่อความสวยงามอย่างในปัจจุบันนี้ โดยแพทย์จะฉีดโบท็อกซ์ปริมาณเพียงเล็กน้อยในบริเวณที่ต้องการด้วยเข็มขนาดเล็กมาก โบทูลินัมจะออกฤทธิ์โดยการไปจับส่วนปลายของเซลล์ประสาท ทำให้ไม่สามารถหลั่งสารสื่อประสาทได้ กล้ามเนื้อจึงคลายตัวหรือเกิดอัมพาตของกล้ามเนื้อเล็กๆ นั้น โดยไม่กระจายตัวไปที่กล้ามเนื้อข้างเคียง พูดง่ายๆ ว่าฉีดตรงไหนก็จะได้ผลบริเวณนั้น ประมาณ 2-3 วันก็จะเห็นผล แต่จะไม่ได้ให้ผลถาวรนะคะ เพราะประมาณ 3-6 เดือนประสิทธิภาพก็ลดลงต้องกลับมาฉีดใหม่นั่นเอง

          หลายคนอาจจะคิดว่า พอรู้ความจริงและที่มาของโบท็อกซ์แล้วอีกหน่อยคงไม่กล้าทำอะไรแบบนี้เพราะกลัวจะเกิดอันตราย แต่พี่มิ้นท์ขอบอกว่าโบท็อกซ์ไม่ได้อันตรายอย่างที่คิดแน่นอนหากอยู่ในความดูแลของผู้เชี่ยวชาญ แต่กว่าจะถึงวัยที่น้องๆ ต้องฉีดโบท็อกซ์คงอีกนานล่ะค่ะ 55555 ที่สำคัญดูแลตัวเองตั้งแต่ตอนนี้ ออกกำลังกาย ดื่มน้ำสะอาดเยอะๆ เราก็จะดูดีได้เองโดยไม่ต้องไปทำอะไรเลย

 
พี่มิ้นท์
พี่มิ้นท์ - Columnist พี่สาวใจเย็น ผู้เกิดมาในแอดมิชชั่นยุคแรก แต่เข้าใจ TCAS มากกว่า

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

กำลังโหลด

6 ความคิดเห็น

กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด

ความคิดเห็นนี้ถูกลบเนื่องจาก

ถูกลบโดยทีมงาน เนื่องจากงดตั้งกระทู้วิจัย โครงงาน หรือใช้พื้นที่เว็บบอร์ดเพื่อการส่งการบ้าน เนื่องจากเป็นการรบกวนผู้ใช้บอร์ดท่านอื่นๆ ขออภัยในความไม่สะดวก

กำลังโหลด
กำลังโหลด