|
จากกรณีที่คณาจารย์ผู้สอนด้านวิทยาศาสตร์ในระดับอุดมศึกษาห่วงใยการคัดเลือกนักเรียนเข้าศึกษาต่อในคณะวิทยาศาสตร์ โดยใช้แบบทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติขั้นสูง หรือเอเน็ต กลุ่มสาระวิทยาศาสตร์ ซึ่งรวมวิชาฟิสิกส์ เคมี ชีววิทยา ตามระบบแอดมิชชั่นส์ พบว่าทำให้คะแนนวิทยาศาสตร์ของนิสิต นักศึกษาคณะวิทยาศาสตร์ ลดต่ำลง และได้เสนอให้มีการแยกสอบสายวิทยาศาสตร์นั้น เกี่ยวกับเรื่องนี้ศ.ดร.อุทุมพร จามรมาน ผู้อำนวยการสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) ให้สัมภาษณ์ "คม ชัด ลึก" ว่า ในการจัดสอบการทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติขั้นสูง (เอเน็ต) ยังเป็นหน้าที่ของสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ส่วน สทศ.ทำหน้าที่จัดสอบการทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติขั้นพื้นฐาน (โอเน็ต) ทุกช่วงชั้น คือ ป.3 ป.6 ม.3 ม.6 ปวช. ปวส.และอุดมศึกษา เพื่อวัดผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาแต่ละช่วงชั้น ซึ่งในปีการศึกษา 2550 นี้ จะจัดสอบโอเน็ต 8 วิชาให้แก่นักเรียนจำนวน 3.6 แสนคน ในจำนวนนี้รวมถึงกลุ่มนักเรียน 1 หมื่นคน ที่ออกมาคัดค้านด้วย
"เอเน็ตเป็นการจัดสอบวิชาการขั้นสูง วัดศักยภาพของเด็กจริงๆ หากจะมีการแยกสอบกลุ่มสาระวิทยาศาสตร์ คงเป็นเรื่องที่ทำได้ยาก เนื่องจากเกณฑ์ที่ตั้งขึ้นมาตามระบบแอดมิชชั่นส์นั้น กำหนดเอาไว้ว่าเด็กสอบเอเน็ตได้ไม่เกิน 3 วิชา หากเด็กต้องแยกสอบเฉพาะวิทยาศาสตร์ก็ 3 วิชาแล้ว แต่เรื่องนี้ผู้ชี้ขาดน่าจะเป็นที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย หรือ ทปอ. เพราะเป็นเจ้าของเรื่อง ว่าจะออกเกณฑ์มาอย่างไร และจะมอบหมายให้ใครเป็นฝ่ายจัดสอบ" ศ.ดร.อุทุมพร กล่าว ศ.ดร.อุทุมพรยังเสนอว่า หากต้องการพัฒนาศักยภาพของผู้เรียนด้านวิทยาศาสตร์ โดยไม่ต้องรอมติความเห็นชอบจาก ทปอ. คณบดีคณะวิทยาศาสตร์ของ มหาวิทยาลัยที่เปิดสอนทั้ง 22 สถาบัน ควรผนึกกำลังรวมกลุ่มกันจัดสอบแบบรับตรง รับผิดชอบทุกกระบวนการรับเด็กเหมือนกับการรวมกลุ่มของคณะแพทย์ 13 สถาบัน ที่จัดสอบแพทย์แบบรับตรง ขอขอบคุณหนังสือพิมพ์คมชัดลึก |
แสดงความคิดเห็น
ถูกเลือกโดยทีมงาน
ยอดถูกใจสูงสุด
รายชื่อผู้ถูกใจความเห็นนี้ คน
แจ้งลบความคิดเห็น
คุณต้องการที่จะลบความเห็นนี้ใช่หรือไม่ ?

8 ความคิดเห็น
เฮ้อ!!! จาทำอารัยก้อคิดถึงเด็กที่เค้าเรียนด้วยน่าค่ะ
ไม่ใช่คิดถึงตอนที่ตัวเองเรียน เพราะมันคนละสมัยกัน
อ๋อแล้วที่บอกว่า สอบ a-net ได้แค่ 3 วิชา แล้วทำไม เพิ่มเป็น 5 หรือ 6 วิชา ไม่ได้ละ