

หากน้องๆ เป็นนักเรียนดีเด่นระดับจังหวัด มีชีวิตเกรด A มาตลอด แต่วันหนึ่งชีวิตคว้าตอง F จนถูก "เชิญออก" จากมหาวิทยาลัยขณะอยู่ปี 4 เป็นน้องๆ จะทำอย่างไรต่อไปคะ เป็นพี่แนนคงได้แต่อึ้ง ไปต่อไม่ถูกแล้วก็คิดถึงอนาคตไม่ออกเลย
แต่มีรุ่นพี่คนหนึ่งค่ะ ที่เค้าประสบชะตากรรมชีวิตแบบนี้เลย แต่พี่เค้าก็ใช้ความเจ็บปวดนี้ เป็นแรงดีดตัวเองกลับมาสู่การเป็นบัณทิตเกียรตินิยมยอดเยี่ยม และคว้าปริญญาเอกด้านวิศวกรรมนาโน จนได้เข้าทำงานในบริษัทกฎหมายเก่าแก่ระดับสากล นั่นก็คือ พี่คิม เบญจพล คงสมบัติ นั่นเอง ลองไปติดตามชีวิตพี่เค้ากันค่ะ ว่าพี่เค้ามีแนวคิด แรงบันดาลใจอะไรในการพลิกชีวิตให้สำเร็จสูงสุดได้ขนาดนี้

- Q : ทราบมาว่า พี่คิมจบปริญาเอกด้านวิศวกรรมนาโน แต่ไปทำงานในบริษัทกฎหมาย เป็นมาอย่างไรคะพี่?
- A : งานของพี่ คือ ตัวแทนสิทธิบัตรให้คำปรึกษาด้านสิทธิบัตรของผลิตภัณฑ์ต่างๆ ครับ ขอบเขตงานคือ การให้ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ ด้านวิศวกรรมเคมีวิศวกรรมนาโน ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านของพี่มีประโยชน์ในเชิงการนำไปพิสูจน์ความจริง เรื่องลิขสิทธิ์ทางปัญญา ที่พี่ดูแลเฉพาะก็เกี่ยวกับวิทยาศาสต์ ด้านการผลิตครับ

- Q : แล้วนักวิทยาศาสตร์ ทำหน้าที่อะไรในงานกฎหมายคะ?
- A : งานของพี่ คือ ตัวแทนสิทธิบัตรให้คำปรึกษาด้านสิทธิบัตรของผลิตภัณฑ์ต่างๆ ครับ ขอบเขตงานคือ การให้ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ ด้านวิศวกรรมเคมี วิศวกรรมนาโน ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านของพี่มีประโยชน์ในเชิงการนำไปพิสูจน์ความจริง เรื่องลิขสิทธิ์ทางปัญญา ที่พี่ดูแลเฉพาะก็เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ด้านการผลิตครับ
อย่างกรณีที่มีการฟ้องร้องกันเรื่องสิทธิบัตร ทีมทนายความจะขอความรู้จากพี่ว่า สิทธิบัตรที่ผลิตภัณฑ์นั้นๆ ขึ้นทะเบียนเอาไว้ มีรายละเอียดด้านวิทยาศาสตร์การผลิต ทางวัสดุ หรือข้อมูลทางเคมีอย่างไร ของสองชิ้นนี้ถ้าเปรียบเทียบกันมีความซ้ำซ้อนกันไหม ลอกเลียนแบบกันไหม ข้อมูลที่เขียนไว้ในสิทธิบัตรกับเนื้อหาที่ถูกฟ้องร้องเหมือนกันหรือไม่ ถ้าของสองชิ้นพิสูจน์ทราบในทางวิทยาศาสตร์การผลิต เรื่องวัสดุ หรือรายละเอียดปลีกย่อยต่างๆว่ามีความเหมือนกัน โดยความตั้งใจ จงใจ ในแง่ของกระบวนการยุติธรรมแล้ว เขาจะต้องขอความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญด้านวิทยาศาสตร์สาขานั้นๆ เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการพิจารณา
- Q : ดูน่าสนใจมากค่ะ ทีนี้อยากให้พี่คิมย้อนไปในช่วงวัยรุ่นว่าเป็นยังไงบ้างค่ะ
- A : ตอนวัยรุ่นพี่ใช้ชีวิตคุ้มค่ามาก กล้าเสี่ยงทุกรูปแบบ ถ้าเป็นกราฟก็มีทั้งตกต่ำที่สุดและขึ้นสูงที่สุด พี่เป็นคนที่อยากไปให้สุดทางถ้าไปสุดทางด้านหนึ่งแล้ว ก็อยากไปให้สุดทางอีกด้านหนึ่งเหมือนกันอยากรู้ว่ามันมีอะไร แต่ถ้าตอนนี้กลับไปเลือกได้พี่คงอยากไปแค่สุดทางในด้านเดียวมากกว่า (ฮ่าๆ)
- Q : พี่คิมเคยถูกรีไทร์จากมหาวิทยาลัยตอนปี 4 เทอมสุดท้ายด้วย ตอนนั้นพี่คิมเป็นยังไงบ้างคะ
- A : ได้รู้ว่าสิ่งที่พ่อแม่พูดเป็นจริง ทำให้รู้ว่าเราไม่ควรปล่อยให้เจอสถานการณ์จริงๆ ด้วยตัวเอง แล้วค่อยบอกว่าสิ่งนี้มันเป็นจริงว่ะ ตอนที่ถูกรีไทร์จาก มหาวิทยาลัยพี่ไม่ได้กลับบ้าน 2 เดือน ตอนนั้นคิดด้วยซ้ำว่าจะไม่กลับมาเรียนแล้ว อยากไปเมืองนอก ไปเป็นพวกโรบินฮู้ด ขอไปเที่ยวแล้วอยู่ทำงาน
- พี่ไปอยู่ออสเตรเลียนานครึ่งปีได้ ไปล้างจาน หั่นผัก ก็คิดว่าคนเราสามารถประสบความสำเร็จได้โดยไม่ต้องอาศัยการเรียน พี่แอนตี้การเรียนไปพอสมควรแต่สุดท้ายแล้วคุณแม่ก็ตามกลับมาเมืองไทย บอกว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกับผมเรื่องโดนรีไทร์นั้น มันไม่ใช่ความผิดพลาดที่แก้ไขไม่ได้ เพราะคุณแม่อีกนั่นแหละที่เชื่อว่า พี่ยังกลับมาเดินในเส้นทางที่ปกติได้ ไม่ต้องท้าทายตัวเองด้วยการประสบความสำเร็จแบบที่ไปทำงานเมืองนอก แล้วค่อยกลับมาเป็นเชฟ
- Q : หลังจากนั้นพี่คิมมาเรียนต่อที่ ม.รังสิต ตลอด 4 ปี ในรั้วแห่งนี้พี่คิมเป็นอย่างไรบ้างคะ
- A : อาจารย์ที่มหาวิทยาลัยรังสิตให้โอกาสพี่เยอะมาก พี่เป็นเด็กโข่งอายุมากกว่าเพื่อนในรุ่น 4-5 ปีไปแล้ว แต่อาจารย์ก็ไม่ได้มองตรงนั้น ไม่ได้มองว่าพี่ถูกรีไทด์มาจากที่อื่น เป็นพวกเด็กไม่เอาถ่าน อาจารย์ในสาขาคิดว่าพี่ปรับตัวได้ เอาชนะตัวเองได้
- ช่วงนั้นเป็นช่วงที่นอกจากแม่แล้วก็ยังมีอาจารย์ที่มหาวิทยาลัยคอยให้กำลังใจ คอยปลุกความเชื่อมั่น พี่เรียนวิศวกรรมเคมี มีอาจารย์หลายท่านคอยช่วยเหลือ พี่ยังระลึกถึงท่านอาจารย์ ดร.ศิริกุล จันทร์สว่าง ตอนนี้ก็ยังเป็นอาจารย์ที่คณะ พี่รู้สึกอบอุ่นที่สาขาวิชาดูแลพี่ค่อนข้างดี มีอาจารย์อีกหลายท่านคอยเอาใจใส่เข้าใจว่าตอนนี้หลายท่านก็เกษียณไปแล้ว พี่ก็ยังระลึกถึงพวกท่านอยู่
- Q : แล้วความรู้สึกที่กลับมาเรียนดีจนได้เกียรตินิยม ตรงนี้พี่รู้สึกอย่างไรบ้างคะ?
- A : รู้สึกภูมิใจที่ตัวเองทำได้ ความคิดจริงๆ แล้ว พี่ทำเพื่อแม่มากกว่า ตอนพี่ถูกรีไทร์แล้วหยุดเรียนไปสักพักหนึ่ง หลายคนหมดความเชื่อถือในตัวพี่ไปแล้ว พี่กลายเป็นพวกขี้แพ้เป็น Loser ไม่เอาไหน มีแต่คุณแม่ที่คิดว่า...พี่ไม่ใช่ Loser หรอก แม่ยังเชื่อว่าพี่ประสบความสำเร็จได้ พี่เลยมีไฟคุมาว่าอยากให้คนข้างๆ แม่คิดว่า แม่พี่น่ะคิดไม่ผิด
- Q : นอกจากได้เกียรตินิยมแล้ว ยังได้ทุนกาญจนาภิเษกโทควบเอกอีกพี่ทำได้อย่างไรคะ?
- A : พี่จบวิศวกรรมเคมี ม.รังสิต ได้เกียรตินิยม แต่พี่มีความคิดความมุ่งมั่นว่า ยังไม่ต้องการทำงาน แต่ว่าอยากเรียนต่อ พอดีตอนนั้นมีทุนการศึกษา ชื่อ “คปก. โครงการปริญญาเอกกาญจนาภิเษก The Royal Golden Jubilee Ph.D.Prodram” โครงการนี้พิจารณาที่เกียรตินิยม ผลการเรียนที่เรียนจบมา พี่ไปสมัครแล้วก็ถูกเรียกไปสัมภาษณ์อาจารย์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยบอกว่าทุนนี้นอกจากจะได้ทุนการศึกษาแล้ว ยังได้ไปศึกษาดูงานทำวิจัยร่วมกับต่างประเทศด้วย
แต่ข้อสำคัญที่คุณต้องจดจำไว้ว่า ทุนนี้ได้มาไม่ง่าย เป็นทุนที่ไม่อนุญาตให้คุณพลาดได้เลยแม้แต่นิดเดียว เพราะถ้าพลาดคุณจะไม่ได้อะไรเลย เวลา 4-6 ปี ในชีวิตก็จะสูญเปล่าไปด้วย ทุนนี้มีอนาคต 6 ปี เป็นเดิมพัน พี่ใช้เวลา 6 ปี เรียนโทควบเอกด้านวิศวกรรมนาโนจนจบ 2 ปีหลัง พี่ไปร่วมทำงานวิจัยกับมหาวิทยาลัยโตเกียว ที่ญีปุ่นครับ


- Q : พอจบปริญญาเอกมาแล้ว พี่คิมทำงานอะไรเป็นงานแรกคะ
- A : ก็ยังทำงานวิจัยอยู่ครับ ตอนนั้นเป็นความร่วมมือระหว่างจุฬาลงกรณ์กับมหาวิทยาลัยโตเกียว คือ พี่อยากเป็นอาจารย์ด้านวิศวกรรมเคมี ก็รอตำแหน่งจากหลายๆ ที่แต่ยังไม่มีที่ไหนว่าง อย่างที่บอกว่าพี่สนใจงานค้นคว้างานให้ความรู้ มาเจอว่าในสำนักงานทนายความมีตำแหน่งที่ต้องการผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านมาตอบคำถามให้คำปรึกษาเรื่องสิทธิบัตร พี่อยากเรียนรู้เรื่องใหม่ๆ อยู่แล้ว จึงเข้ามาทำงานด้านนี้ก็ท้าทายตัวเองไปอีกแบบครับ
- Q : อยากให้พี่คิมฝากอะไรถึงน้องๆ ชาว Dek-D.com สักนิดค่ะ
- A : พี่ก็อยากฝากว่า การเรียนดีสามารถนำพาชีวิตไปเจอสิ่งที่ดีครับ พี่เรียนดีตอนมัธยม เรียนดีตอนมหาวิทยาลัยปีต้นๆ พอปีท้ายๆ การเรียนตก ที่ผ่านมาพี่ได้พิสูจน์แล้วว่าพี่ทำได้ ถ้าอยากจะทำ แต่พี่คิดว่าเรื่องนี้มันไม่เข้าท่าหรอกครับ พี่มาค้นพบสัจธรรมตอนที่ทุกอย่างมันผ่านจุดที่ตกต่ำที่สุดไปแล้ว ดังนั้นพี่อยากฝากน้องๆ ว่า คนเราทำอะไรก็ได้ถ้ามีความตั้งใจ มีผู้สนับสนุนคอยชี้ทางที่ดีที่ถูกต้องให้ ถ้าเกิดขาดคนที่อยู่ตรงนี้ พี่ก็อาจเป็นแค่คนที่ถือดีว่าตัวเองทำได้ แต่ว่าอย่างไรก็ไปได้ไม่สุดหรอก ดังนั้น แม่และอาจารย์จะมีบทบาทในชีวิตพี่เยอะ อย่าลืมพวกท่านนะครับ
ทำให้พี่คิมดีดตัวเองกลับมาประสบความสำเร็จได้อย่างยอดเยี่ยม น้องๆ ที่กำลังคิดว่าตัวเองอยู่ในจุดต่ำสุด ขอให้ดูพี่คิมเป็นตัวอย่าง ว่าเราจะต้อง
พยายามดีดตัวเองกลับขึ้นมาให้ได้ แม้จะเหนื่อยยาก แต่ความพยายาม ได้ผลเสมอ พี่แนนเอาใจช่วยน้องๆ ทุกคนค่ะ

3 ความคิดเห็น
พี่เก่งมากเลยค่ะ ที่ชนะใจตัวเอง และสู้ได้ขนาดนี้ ขอบคุณค่ะเป็นแรงบันดาลใจที่ดีเลย