พี่มิ้นท์เองก็เชื่อว่าน้องๆ ก็คงมีกีฬาโปรดกันอยู่แล้ว ว่าแต่ว่ากีฬาเกือบทุกชนิดเนี่ยจะมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว อุปกรณ์ก็แตกต่างกัน กติกาก็แตกต่างกัน ที่สำคัญกีฬาแต่ละชนิดมีเกร็ดความรู้ด้านวิทยาศาสตร์การกีฬาแทรกอยู่ด้วย ลองไปดูกันว่ามีคำถามที่แอบสงสัยกันอยู่บ้างหรือเปล่า ตามข้อสงสัยของพี่มิ้นท์มาเลยค่ะ
น้องๆ คงคุ้นหูกับคำว่า "เข้าที่ ระวัง ไป" ซึ่งเป็นลำดับการออกสตาร์ทในการวิ่ง หากสังเกตกรีฑาชนิดอื่นก็ไม่ได้มีท่าออกสตาร์ทแบบนี้นะคะ เหตุผลที่นักวิ่งต้องมีท่าออกสตาร์ทเป็นเพราะการวิ่งระยะสั้นต้องใช้ความเร็วสูงในการวิ่ง ดังนั้นการออกตัวเป็นเรื่องสำคัญมาก พูดง่ายๆ คือ เริ่มต้นดี มีชัยไปกว่าครึ่ง และท่าออกสตาร์ทที่ว่านี้ก็มีประโยชน์ในการออกเพิ่มความเร็วตั้งแต่ออกสตาร์ทนั่นเอง
ความหมายของลำดับท่าออกสตาร์ทมีดังนี้
เข้าที่ : ท่าเตรียมพร้อม นักกีฬาก้มตัว งอเข่า ฝ่าเท้าแตะแป้นสตาร์ท เหยียดแขนกว้างกว่าหัวไหล่เล็กน้อย นิ้วมือขนาบเส้น
ระวัง : นักกีฬายกสะโพกขึ้น ทิ้งน้ำหนักไปที่มือทั้งสองข้างที่วางไว้หลังเส้น
ไป : นักกีฬาจะถีบตัวออกจากแป้วสตาร์ทหลังได้ยินสัญญาณออกตัว
เพิ่มเติมอีกสักนิด แป้นออกสตาร์ทก็เป็นตัวช่วยจำเป็นสำหรับกีฬาวิ่งเลยค่ะ แป้นออกสตาร์ทก็เหมือนแป้นจรวดไว้ให้นักกีฬาถีบตัว แป้นสตาร์ทจะส่งแรงปฏิกิริยาดันนักกีฬาให้พุ่งไปข้างหน้าด้วยความเร็วนั่นเอง
แปลกใจใช่มั้ย? ที่ลูกกอล์ฟไม่ได้กลมดิ๊กผิวเนียนเป๊ะอย่างที่เราคิด แต่ความจริงลูกกอล์ฟทุกลูกจะมีรอยบุ๋มประมาณ 300-500 รอบลูกกอล์ฟ ไม่ใช่เพื่อแฟชั่น ไม่ใช่เพื่อความแปลกใหม่ แต่มีประโยชน์ในการนำลูกให้ไปไกลที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เชื่อมั้ยว่าถ้านำลูกกอล์ฟผิวเรียบกับผิวที่มีรอยบุ๋มมาตีวัดความไกล แบบมีรอยบุ๋มพุ่งได้ไกลกว่าเป็นสองเท่าเลยทีเดียว
เหตุผลที่ลูกกอล์ฟที่มีรอยบุ๋มพุ่งไปได้ไกลกว่าเพราะ เวลาที่ลูกกอล์ฟพุ่งไปข้างหน้า ขณะที่กำลังฝ่าไปกลางอากาศ รอยบุ๋มจะดึงอากาศเอาไว้ ทำให้ไม่เกิดแรงดันหลังลูกจึงพุ่งไปได้ไกล ในขณะที่ลูกกอล์ฟผิวเรียบ จะถูกอากาศที่แยกออกจากกันและรวมตัวกันหลังลูกทำให้เกิดแรงดึงเกิดขึ้น ก็เลยไปได้ไกลน้อยกว่านั่นเอง
คนส่วนใหญ่คิดว่าสีส้มของลูกบาสเป็นเพียงสีหนึ่งในบรรดาหลายสีสัน เพราะความจริงลูกบาสที่เราใช้เล่นกันทุกวันนี้ก็มีหลายสี หลายแบบ หลายลาย แต่สำหรับการแข่งขันก็มีกฎที่จำเพาะเจาะจง คือ หากเป็นการแข่งขันแบบเป็นทางการ ต้องใช้ลูกบาสสีส้มเท่านั้น ดังนั้นท้าน้องๆ พิสูจน์ได้ทุกสนามแข่งบาสได้เลย
ทั้งนี้ก็เพราะสีส้มเป็นสีที่สะดุดตาและสีใกล้เคียงกับสีน้ำตาลของพื้นสนาม ซึ่งจะช่วยถนอมสายตาของนักกีฬาไม่ให้เกิดอาการล้าได้ ตรงกันข้ามหากใช้สีที่ตัดกับสนามจะทำให้นักกีฬาปวดตาและเกิดอาการสายตาล้า
ก่อนจะว่ายน้ำได้ ทักษะที่สำคัญอย่างนึงคือ เราต้องลอยตัวในน้ำให้ได้เสียก่อน น้องๆ เคยสงสัยมั้ยว่า ทำไมร่างกายของเราถึงลอยน้ำได้ แล้วทำไมสิ่งของบางอย่างจมลงน้ำอย่างรวดเร็ว ยกตัวอย่าง ก้อนหินที่น้ำหนักน้อยกว่าตัวมนุษย์หลายเท่ายังจมลงก้นสระเลย
หลักการลอยตัวของวัตถุในน้ำ ไม่ได้เกิดจากน้ำหนักของสิ่งของค่ะ แต่เกิดจากความหนาแน่นและแรงลอยตัวของวัตถุนั้น หากวัตถุมีความแน่นน้อยกว่าน้ำ น้ำก็จะมีแรงดันวัตถุให้ลอยขึ้นมา แต่ถ้าวัตถุใดมีความหนาแน่นมากกว่าน้ำก็จะจมลงนั่นเอง วิธีหนึ่งที่จะทำให้สิ่งของสามารถลอยตัวได้ ก็เช่น การแผ่วัตถุให้มีขนาดใหญ่ขึ้น ยกตัวอย่างเช่น เรือ หากเรือเป็นเหล็กตันๆ หนักๆ จมแน่นอน แต่พอเอามาแผ่และทำให้มีขอบโค้งขึ้นก็สามารถลอยตัวในน้ำได้ ร่างกายของเราก็เช่นเดียวกันค่ะ สามารถพยุงลอยตัวในน้ำได้ เพราะการลอยตัวในแนวขนานจะเป็นการเพิ่มพื้นที่ที่ทำให้เกิดแรงลอยตัว ต่อให้น้ำหนักมากขนาดไหนถ้าลอยตัวอย่างถูกวิธีแล้วล่ะก็ ลอยน้ำได้แน่นอน
ขอขอบคุณข้อมูลและรูปภาพประกอบจาก
หนังสือวิทยาศาสตร์ฉลาดรู้ เรื่องวิทยาศาสตร์การกีฬา. อมรินทร์คอมมิกส์.
www.truro-penwith.ac.uk/academies/golf-academy/,
www.sarajevotimes.com/final-series-basketball-play-siroki-igokea/,
wall.alphacoders.com/by_sub_category.php?id=146216,
http://aqua4balance.com/healing-properties-of-water/buoyancy-in-water.html,
www.theatlantic.com/technology/archive/2012/07/the-speed-of-sound-is-too-slow-for-olympic-athletes/260413/







ผมเคยแต่สงสัย แต่กลับขี้เกียจในการหาคำตอบ
17 ความคิดเห็น
วิทยาศาสตร์อยู่รอบตัวเจงๆ
แล้วทำไมยางไม้ปิงปองต้องเป็นสีดำกับแดงล่ะคะ
เขาว่ากันว่า เด็กช่างสงสัยจะเป็นเด็กฉลาด
หัดสังเกตุสังกาว่าเพราะเหตุใด ทําไมจึงเป็นเช่นนี้
ยอมรับเบาๆว่า ไม่ค่อยได้ตั้งคําถามกับสิ่งรอบตัวเท่าไร 555+
รู้เเต่ว่ามันมีมาเเล้ว เกิดมาเเล้ว เเละเราก็ใช้มันไป
กระทู้นี้ดีมากๆเลยครับ
ผมรู้ก่อนหมดเลย แสดงว่าผมเป็นเด็กฉลาดใช่มั้ยครับ 5555
#ถูกรุมเตะ
ในปิงปอง ยางที่มีสีแตกต่างก็เพื่อให้แยกแยะให้ถูกว่าด้านไหนเป็นด้านหน้า-ด้านหลัง เพราะแต่ละด้านมีผิวที่แตกต่างกันด้วย ผิวด้านหนึ่งอาจจะส่งแรงต่างกันหรือทำให้หมุนได้ต่างกัน ที่เป็นสีดำ-แดงก็เพราะเป็นมาตรฐานสากลครับ แต่ผิวแบบไหนอยู่ด้านไหนไม่มีกฏบังคับ ให้นักกิฬาศึกษาเอง 5555
แอบตอบพี่มิ้นท์: ในแบตมินตัน มีตุ้มถ่วงเพื่อให้มีแรงตีไปได้ ทำให้ไม่แข็งเกินไปเพื่อไม่ทำลายเอ็นบนไม้แบต และเวลานักกิฬาตีก็จะได้ไม่โดนแค่ขน(ไม่งั้นมันจะไม่ไปไหน) ส่วนลูกขนไก่มีขนไก่มันจะได้มีแรงต้านอากาศ และไปไม่ไกลเกินไป (รู้จากการเอาลูกขนไก่ที่ดึงขนไก่ออกหมดมาตี มันไปไกลลิงเลย)
ป.ล. ถ้ามีอะไรผิดพลาดแก้ไขให้ด้วยนะครับ เพราะไม่เคยศึกษาจริงจัง เป็นการวิเคราะห์จากประสบการล้วนๆ
ผมว่ายน้ำเป็น แต่ลอยตัวไม่เป็น ตลกมั้ยครับ??
ความรู้หม่าย....
ขอบคุณมากคร้าบ...สงสัยมานาน
วิทยาศาสตร์ล้วนอยู่รอบๆตัวเราเสมอ
วิทยาศาสตร์มันเป็นเรื่องรอบๆตัวทั้งนั้น แต่เราไม่ค่อยสนใจหาคำตอบกัน บางเรื่องเราก็รู้แล้ว บางเรื่องก็ยังไม่รู้
ลอยตัวก็ไม่เป็น ว่ายน้ำก็ไม่เป็น



ได้ความรู้เพียบ
ขอบคุณค่ะ
น่า ทึ่ง มาก