วัสดีค่ะชาว Dek-D.com บทความเคล็ดลับการเรียนเดือนนี้ พี่ๆ เด็กดีของัดเทคนิคเกี่ยวกับการทำรายงานมาฝากน้องๆ เพื่อให้รายงานสมบูรณ์แบบ และได้คะแนนเต็มๆ แบบที่ไม่เคยทำได้มาก่อน เพราะมั่นใจว่าหลายคนมีปัญหาเรื่องการทำรายงาน ไม่รู้จะออกแบบรายงานยังไงให้น่าสนใจ มีจุดเด่นที่ดึงดูดคะแนน ซึ่ง พี่มิ้นท์ ได้แนะนำไปเบื้องต้นในสัปดาห์ที่แล้ว (ใครยังไม่อ่าน กดตามไปอ่านได้จ้า)
 

          สำหรับวันนี้ พี่มิ้นท์ ขอเจาะลึกเกี่ยวกับแหล่งค้นคว้าหาข้อมูลอีกสักนิด ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการทำรายงาน เพราะการหาข้อมูลทำรายงานไม่ใช่แค่หาจากอินเทอร์เน็ต+ก็อปแปะแล้วปริ้นส่งแล้วจะทำให้ได้คะแนนดีนะคะ แต่ควรมีการคัดกรองข้อมูล เรียบเรียงและดึงข้อมูลที่ตรงประเด็นมา จึงจะเป็นรายงานที่ดีและน่าสนใจค่ะ เพื่อความน่าสนใจขึ้นไปอีก ควรหาข้อมูลจากหนังสือหลายๆ เล่มมาประกอบกัน เราจะได้เนื้อหาประเด็นเดียวกัน แต่ถ่ายทอดออกมาคนละมุม เท่ากับว่าได้เนื้อหาที่หลากหลาย น้องๆ เริ่มเห็นความสำคัญของการหาข้อมูลหรือยังคะ? ถ้าเริ่มเข้าใจตรงกันแล้ว พี่มิ้นท์ขอต่อด้วยเทคนิคการหาข้อมูลและแหล่งข้อมูลที่มีประโยชน์ต่อน้องๆ ค่ะ ถ้าพร้อมแล้วไปกันเล้ยย
 
  วิธีเลือกหนังสือประกอบการทำรายงาน
           น้องๆ มักจะมีปัญหาคล้ายๆ กัน คือ เมื่อมาถึงห้องสมุดหรือแหล่งข้อมูลแล้ว เกิดอาการมึนตึ้บ เพราะเจอชั้นหนังสือสูงท่วมหัวพร้อมจำนวนหนังสือที่นับไม่ถ้วน จนไม่รู้ว่าจะเริ่มหาจากตรงไหน แล้วต้องเปิดหนังสือหน้าไหนถึงจะได้เนื้อหาตรงประเด็น พี่ๆ มีคำแนะนำดังนี้ค่ะ

    ขั้นตอนที่ 1 ต้องรู้ชื่อหนังสือก่อน
            การจะรู้ชื่อหนังสือก็เป็นเรื่องใหญ่อีกเหมือนกัน เพราะไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นหาชื่อหนังสือเหล่านั้นจากที่ไหน การเริ่มต้นหาชื่อหนังสือแบบสมองโหลงๆ ไม่มีวิธีการ จะยิ่งทำ
ให้การหาหนังสือของน้องๆ เป็นเรื่องทรมานมากยิ่งขึ้น วิธีการได้มาซึ่งชื่อหนังสือที่เราต้องใช้ มีวิธีง่ายๆ ดังนี้
            - หยิบหนังสือเรียนของตัวเองขึ้นมา หนังสือเล่มนี้แหละมีข้อมูลส่วนหนึ่งของน้องๆ อยู่
            - ดูบรรณานุกรมด้านหลังหนังสือเรียน ว่าผู้เขียนหนังสือเรียนเล่มนั้น ใช้ข้อมูลจาก "หนังสือเล่มไหนบ้าง" ซึ่งบรรณานุกรมก็คือส่วนที่ผู้เขียนจะรวบรวมราย
ชื่อหนังสือที่ใช้ประกอบ โดยจะบอกทั้งชื่อหนังสือ ชื่อเรื่อง ชื่อสำนักพิมพ์ น้องๆ จดข้อมูลเหล่านี้ไว้เลยค่ะ จดมาไว้หลายๆ เล่มยิ่งดี เพราะการทำรายงานเล่มนึงใช้หนังสือประกอบเล่มเดียวไม่พอแน่ๆ
 
  
  ขั้นตอนที่ 2 หยิบกระดาษจดชื่อหนังสือเข้าห้องสมุด
            ขั้นตอนต่อมา เมื่อได้รายชื่อหนังสือที่ต้องการแล้ว ให้หยิบกระดาษแผ่นนั้นเดินเข้าห้องสมุด แล้วอย่าเพิ่งเริ่มหาค่ะ เพราะการเดินดุ่มๆ ไปหาหนังสือไม่รู้ว่าอีกกี่ชั่วโมงจะหาเจอ แต่ให้เดินไปยังคอมพิวเตอร์ที่มักจะอยู่บริเวณด้านหน้าของห้องสมุด แล้วให้ค้นหาจะเป็น "ชื่อหนังสือ" หรือ "ชื่อผู้แต่ง" ก็ได้ แต่ชื่อหนังสือจะหาได้ง่ายกว่าค่ะ เพราะถ้ามีก็จะขึ้นโชว์มาเลยว่ามี ถ้าไม่มีก็จะขึ้นว่าหาไม่พบ
 

    ขั้นตอนที่ 3 เดินไปเลือกหนังสือตามชั้นที่ระบุไว้
           เมื่อทำการค้นหารายชื่อหนังสือจากโปรแกรมค้นหาหนังสือในห้องสมุดแล้ว ให้จดเลขหมวดหมู่ของหนังสือ ซึ่งก็คือ ที่อยู่ของหนังสือนั่นเอง เช่น กข 1234 น้องๆ ก็เดินไปที่ตู้หนังสือรหัส กข และเดินไล่เลขไปเรื่อยๆ ก็จะเจอหนังสือที่ต้องการ ซึ่งทางห้องสมุดจะจัดสัดส่วนเอาไว้เรียบร้อย แยกตามประเภทของหนังสือ และตัวอักษร แต่ถ้าหากเดินมาถึงที่แล้วไม่เจอ แนะนำให้น้องๆ ไปสอบถามเจ้าหน้าที่บรรณารักษ์ของห้องสมุดเลยค่ะ เพราะบางครั้งอาจมีคนนำมาคืนแล้ว แต่ยังไม่ได้จัดใส่ชั้นหนังสือ

           เคล็ดลับอีกอย่างที่พี่มิ้นท์ใช้เมื่อเดินมาถึงชั้นหนังสือที่ต้องการ คือ ดูหนังสือเล่มอื่นๆ ที่อยู่ในแถวเดียวกันด้วย เพราะการจัดหมวดหมู่หนังสือนั้น หนังสือประเภทเดียว
กันก็จะอยู่ชั้นเดียวกันหรือใกล้เคียง ดังนั้นหนังสือเล่มอื่นๆ ก็น่าจะมีเนื้อหาที่ใกล้เคียงกัน นำมาใช้ประกอบกันได้แน่นอนค่ะ
  
     ขั้นตอนที่ 4 หยิบมาอ่านและดูสารบัญหนังสือว่าต้องใช้บทไหนบ้าง
           ใช้เวลาอยู่ที่ชั้นสักพักนึงแล้วเลือกหนังสือที่ชอบมาอ่านดูค่ะ เราสามารถหยิบหลายๆ เล่มมาเผื่อได้ (แต่ถ้าไม่ได้ใช้หรือใช้เสร็จควรกลับไปเก็บที่เดิมด้วยนะ) ขั้นต่อไปคือ เปิดดูสารบัญว่ามีเรื่องไหนที่เกี่ยวข้องกับรายงานของเรามั้ย ถ้ามีก็เปิดดูเนื้อหาด้านในคร่าวๆ เล่มไหนใช้ได้ใช้ไม่ได้ แยกไว้เป็นกองๆ ถ้าให้สะดวกมากขึ้น จดเลขหน้าของแต่ละเล่มไว้เลยค่ะ จะได้ไม่เสียเวลาเปิดหาอีก เท่านี้ก็ช่วยลดเวลาการหาข้อมูลทำรายงาน แถมยังได้เนื้อหาที่ตรงประเด็นอีกด้วย
 


 
          เทคนิคการเลือกหาหนังสือแบบง่ายๆ ก็มีประมาณนี้ค่ะ ต่อไปพี่มิ้นท์จะขอพูดถึงแหล่งข้อมูลกันบ้าง เพราะอยู่แต่ห้องสมุดที่โรงเรียนอาจมีหนังสือไม่พอ ต้องแย่งกันใช้หรือหนังสือไม่หลากหลาย ไปดูกันว่าแหล่งข้อมูลอื่นๆ ที่น้องๆ สามารถเข้าไปใช้งานได้ มีที่ไหนบ้าง

          1. หอสมุดของมหาวิทยาลัย น้องๆ รู้มั้ยว่าหอสมุดของมหาวิทยาลัย คนนอกก็สามารถเข้าไปได้ ในนี้จะมีหนังสือเยอะมากกกก มากถึงมากที่สุด อยากได้เล่มไหนก็มีให้เลือก
เป็นสิบๆ เล่ม และที่สำคัญบางแห่งเปิดวันเสาร์อาทิตย์ด้วยนะคะ อ้อ! บางที่ก็มีค่าบริการนะ แต่ไม่แพงค่ะ ราวๆ 20 บาทอยู่ได้ทั้งวัน

          2. ห้องสมุดชุมชน เคยเห็นหลายๆ ชุมชนมีห้องสมุดชุมชน หรือห้องสมุดที่สร้างขึ้นมาเป็นพิเศษ พี่มิ้นท์เองก็เคยเข้าไปใช้บริการค่ะ ห้องสมุดชุมชนก็มีหนังสือหลาย
ประเภทนะคะ ลองหาข้อมูลดูได้ว่าแถวๆ บ้านเรามีห้องสมุดอยู่บ้างรึเปล่า

          3. เว็บไซต์ที่น่าเชื่อถือ ทั้งเว็บไซต์รัฐบาลและเอกชน ที่มีส่วนที่ให้ความรู้ เว็บไซต์เหล่านี้เนื้อหาเชื่อถือได้ เพราะจะเป็นผลงานที่นักวิจัยหรือนักวิชาการเป็นคนเขียนขึ้นมา
ดีกว่าการไปเอาข้อมูลจากเว็บบอร์ดต่างๆ มาทำรายงาน ซึ่งไม่มีแหล่งอ้างอิงที่ชัดเจนค่ะ ซึ่งข้อมูลมั่วๆ ใครก็เขียนขึ้นได้ ถ้ามีการแชร์ต่อๆ กันไปจะเกิดความเข้าใจผิดไปกันใหญ่

         4. คุณครูของเรานี่แหละ เดินเข้าไปหาเลยค่ะ ไม่ว่าจะเป็นครูประจำวิชา หรือ ครูที่ปรึกษาก็ได้ค่ะ คุณครูแต่ละท่านจะมีหนังสือไว้ประกอบการสอนอยู่แล้ว ก็เดินเข้าไป
ปรึกษาอาจารย์ได้เลย ให้ท่านแนะนำหนังสือให้เราไปหาข้อมูลเพิ่ม รับรองว่าได้ชื่อหนังสือดีๆ มาเพียบ

         5. วิทยานิพนธ์ (thesis) วิทยานิพนธ์ก็คือ รายงานเวอร์ชั่นรุ่นพี่ปริญญาโทค่ะ แต่รายงานของพี่ๆ เขาจะไม่ได้กิ๊กก๊อกแบบเด็กมัธยมนะ เพราะต้องผ่านการวิจัยและสอบหัว
ข้อวิทยานิพนธ์จากอาจารย์มาก่อน ซึ่งใช้เวลาทำกันเป็นปีๆ ต้องเป็นเรื่องที่น่าสนใจ ไม่ซ้ำใคร ละเอียด และมีประโยชน์ต่อวงการการศึกษา ดังนั้นถ้าน้องๆ หาข้อมูลจากวิทยานิพนธ์ได้ก็จะยิ่งเป็นเรื่องดี จะได้ข้อมูลที่แปลกใหม่และน่าสนใจค่ะ
 
          จบแล้วสำหรับคำแนะนำวิธีการหาข้อมูลและแหล่งข้อมูลอื่นๆ ที่น่าสนใจ นี่ก็เป็นหนึ่งแนวทางช่วยให้รายงานของน้องๆ น่าสนใจและเกิดการค้นคว้าจริงๆ อย่าลืมว่าจุดประสงค์หลักของการทำรายงานไม่ใช่เพื่อแลกกับคะแนน แต่เพื่อฝึกให้น้องๆ รู้จักค้นคว้าหาความรู้ และประมวลความรู้ด้วยตัวเอง มันจะมีประโยชน์กับตัวน้องๆ เองมากทีเดียว เพราะอะไรที่ได้มาจากการอ่านและศึกษาด้วยตัวเอง ความรู้มันจะอยู่กับเราไปอีกนานค่ะ

         สุดท้าย พี่มิ้นท์ ขอเป็นกำลังใจให้น้องๆ ที่เจอมรสุม ทั้งการบ้านและรายงานมารุมมะตุ้มกันอยู่ในเทอมนี้ แบ่งเวลาให้ดี ให้น้ำหนักว่าควรทำอะไรก่อนหลัง และลงมือทำ
อย่างเต็มที่ ได้คะแนนเต็มทุกอย่างเลยจ้า สู้ๆๆ

ภาพประกอบจาก
http://alkylphenol.org/Library.php,
http://jeffrivera.com/tag/interview-with-librarian/,
http://nimsuniversity.org/schools/library-science/
พี่มิ้นท์
พี่มิ้นท์ - Columnist พี่สาวใจเย็น ผู้เกิดมาในแอดมิชชั่นยุคแรก แต่เข้าใจ TCAS มากกว่า

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

6 ความคิดเห็น

กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
porrop1992 Member 23 ก.ค. 57 14:29 น. 4

      สำหรับน้องๆ หรือ ท่านผู้ปกครอง ที่สนใจเรียนพิเศษหรือต้องการหาติวเตอร์ที่มีประสบการณ์จากสถาบันต่างๆ
ทั้งจุฬา ธรรมศาสตร์ เกษตร มหิดล อื่นๆ เพื่อเรียนพิเศษในทุกสาขารายวิชา สามารถติดต่อสอบถาม หรือแจ้งความต้องการในการเรียนได้ที่
    in box facebook : Best-TUTOR

    Line ID : Best-TUTOR
    โทรศัพท์ 091-409-3339 เริ่มต้น 180 บาท/ชม.
" ไม่พอใจในติวเตอร์ ยินดีเปลี่ยนโดยไม่มีค่าใช้จ่าย "

0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด