สวัสดีครับ.....พี่ลาเต้(หอมกรุ่น อิ่มอุ่น สำหรับทุกคน)......มาแล้วครับ....วันนี้ พี่ลาเต้ ภูมิใจเสนอเรื่องราวที่ได้ประโยชน์มากเลยครับ....ซึ่งเกี่ยวกับโรคผิวหนัง..ที่หลายคนอาจคิดว่าโรคผิวหนังนั้นเกิดจากมลพิษทางอากาส หรือฝุ่น  แต่แท้ที่จริงนั้นไม่ใช่ครับ...แต่จะเป็นเพราะสาเหตุอะไรนั้น...ไปดูรายละเอียดกันเลยครับ........

 

ผิวหนังเป็นอวัยวะที่แพทย์มองข้ามความสำคัญ ทั้งที่จริง ผิวหนังเปรียบเป็นอวัยวะที่มีเนื้อที่กว้างใหญ่ที่สุดของร่างกาย ที่คอยรองรับส่วนเกินจากระบบขับถ่ายและระบบหายใจระบายอากาศเสริม แทนจมูกและปอด สัตว์ที่ด้อยพัฒนากว่าคนมักจะมีขน หรือเกล็ดแทน ผิวหนังชั้นนอก แต่เมื่อบรรยากาศโลกพัฒนาสมดุลขึ้น
       
            มนุษย์หายใจด้วยปอดรับอากาศออกซิเจนเต็มที่ผิวหนังจึงพัฒนาละเอียดยิ่งขึ้น ไร้ขน ง่ายสะดวกต่อการขับถ่ายความร้อนจากภายในรูปของเหงื่อและทำหน้าที่สำคัญที่สุดในการช่วยลดแบ่งเบาภาระระบบขับน้ำของไตและกระเพาะปัสสาวะที่ต้องทำงานหนักในกรณีที่เราดื่มน้ำ
       
            เครื่องดื่มที่เป็นของเหลวปริมาณมาก ไตทำงานไม่ทัน กระเพาะปัสสาวะไม่มีความจุพอที่รองรับส่วนเกินได้ ไตและกระเพาะจึงต้องรีบผ่องถ่ายกระจายส่วนเกินให้แก่ผิวหนังทันที ในกรณีที่คนชอบดื่มเบียร์ สุรา มักจะสังเกตกลิ่น แอลกอฮอล์ปนกลิ่นเหงื่อออกมา ไม่เพียงเท่านั้น ส่วนเกินของสารประกอบที่มีคาร์บอนจากอาหาร ที่มาจากแป้ง น้ำตาล โปรตีน ไขมัน ต่างๆ เมื่อถึงจุดมากเกินการสะสมในร่างกายจะถูกระบายขับออกตามรูขุมขนบนผิวหนังทันทีอันเป็นวิธีการควบคุมปริมาณส่วนเกินของร่างกาย เพื่อพยายามดำรงความสมดุลให้เหมาะสมแก่การดำรงชีวิตอยู่ ให้มากที่สุด ผิวหนังจึงเป็นทั้งอวัยวะและแผนที่ สะท้อนถึงระบบการทำงานมากน้อยของอวัยวะกลวง ตันภายในของร่างกาย อาจกล่าวได้ว่า ทุกอวัยวะสัมพันธ์และเชื่อมโยงทางตรงและทางอ้อม
       
            โดยมีผิวหนังเป็นด่านพิเศษในการติดต่อกับบรรยากาศภายนอกกับภายใน ผิวหนังจึงเป็นกระจกเงา บ่งสภาวะภายในได้อย่างดี ทั้งบอกพฤติกรรมการบริโภคอาหารในอดีตและปัจจุบัน เมื่อปรากฏจุดผื่น รอยผิดปกติบนผิวหนังเราก็ควรพิจารณาและปรับอาหารการกิน เพราะภายใต้ผิวหนังมีต่อมต่างๆ มีเนื้อเยื่อมีกล้ามเนื้อ มีเส้นโลหิตและเส้นลมปราณที่พยายามแปรรูปพลังงานร่วมกับอวัยวะต่างๆ เพื่อปรากฏเห็นจุดผิดปกติขึ้นบนผิวหนัง สิ่งแรกที่ควรกระทำความเข้าใจ ก็คือ ให้หาภาพชาร์ตแสดงเส้นลมปราณ ของแพทย์จีนที่มีรายละเอียดจุดตำแหน่งของจุดฝังเข็ม เพื่อให้เรานึกภาพตำแหน่ง บนผิวหนังว่า จุดใดเชื่อมโยงกับอวัยวะใด เราก็จะทราบความผิดปกติบนผิวหนังว่า เกิดจากอวัยวะใด ภายใน ทำให้เราสามารถแก้ไขหรือเข้าใจก่อนจะมุ่งรับประทานยาหรือหาหมอทันที
       
             ในวิชาแพทย์จีนให้ความสำคัญของผื่นต่างๆ บนผิวหนังอย่างละเอียดโดยเรียกลักษณะของจุดด่างดำบนผิวหนังว่าม้ง-เส็ก ม้งหมายถึงสิ่งปกปิด เคลือบแฝง
       
            เส็กคือ สีแสงความงดงาม ม้งเส็กจึงหมายถึง สีที่ผิดปกติบนผิวหนัง ซึ่งประกอบด้วยไฝ หูด อาการตกกระ ผิวแห้งแตก ไฝแดง ปาน ทั้งที่ปรากฏตั้งแต่แรกเกิดหรือหลังเกิด หรือตอนเติบโตเป็นผู้ใหญ่ มีอาการผิดปกติบนผิวหนังบางชนิด ที่ติดตัวทารกแรกเกิด เป็นจ้ำสีเขียวบริเวณก้นหรือด้านหลังปลายกระดูกสันหลังมักเรียก ปานมองโกเลีย


            ปานนี้เกิดจากทารกได้รับผลมาจากมารดาระหว่างอยู่ในครรภ์ เพราะมารดารับประทานยาสังเคราะห์ ที่ตกตะกอนสะสมไม่สามารถย่อยสลายได้ผสมปนในสายเลือดถ่ายทอดซึมเข้าสู่ทารก หลังจากมารดาเกิดอาการแพ้หรือป่วยมีไข้ตัวร้อน การขับเลือดและการกำจัดส่วนเกิน รวมทั้งอาหารประเภทเนื้อโปรตีน
       


            ทำให้เกิดเศษของคาร์บอนที่อุดตันในรูปขุมขน ใต้ผิวหนัง เช่น โรคปอดชื้น ปอดบวม โรคกระเพาะ โรคลำไส้ โรคไตพร่องและโรคกระเพาะปัสสาวะ ดังที่ได้กล่าวถึงเส้นลมปราณในแผนภูมิจุดฝังเข็มของหมอจีน จึงสามารถบอกตำแหน่งกับอวัยวะภายใน เช่น
       
            เมื่อจุดรอยผิดปกติปรากฏบนเส้นลมปราณปอดก็แสดงว่า อาการโรคปอด น่าที่จะเป็นเหตุปัจจัย อาจดูได้จากภาพประกอบของใบหน้า และตามร่างกายพอสังเขป
       
           1. อาการตกกระ จุดด่างดำ(FRECKLES)
            เป็นอาการขับส่วนเกินของน้ำตาลในร่างกายรวมทั้งน้ำตาลฟรักโทสจากผลไม้ บ่งถึงปัญหาจากตับ ไต โดยมากมักจะเกิดกับคนในสังคมเมืองสมัยใหม่ที่แสดงออกตามผิวหนัง และส่วนขอบริมนอกของมือ เท้า ปลายเท้า หัวไหล่ ซึ่งเป็นบริเวณที่ถูกแสงแดด พลังหยางกระทบโดยตรงเพราะน้ำตาลเป็นหยินจึงดึงดูดแสงแดดหยางเมืองไทยแดดจัดตลอดปี จึงปรากฏชัดของฝรั่งมักเกิดในฤดูซัมเมอร์ที่ผู้คนชอบนอนอาบแดดตามชายทะเล ถ้าเป็นผื่นสีน้ำตาลบริเวณบ่า หัวไหล่ แสดงว่า ระบบลำไส้มีปัญหา
       
            2. ไฝ (MOLES)
         
ดำเป็นจุดเป็นเม็ดปรากฏแสดงถึงการขับส่วนเกินของโปรตีนจากเนื้อ นม ไข่ไก่ อัน เนื่องจากความอ่อนแอของกระเพาะที่ไม่สามารถย่อยสลายโมเลกุลของโปรตีนได้เต็มที่ จะอยู่ในสภาพสีดำเป็นคาร์บอน คนจีนโบราณเชื่อว่าคนมีไฝมาก มักเป็นคนชอบกินและเป็นคนดื้อรั้น เห็นแก่ตัว
       
            3. หูด (WARTS)
         
ลักษณะแข็งแห้งและสีอ่อนกว่าไฝ แต่มีลักษณะที่ใหญ่กว่ามีรูปร่างไม่คงตัวเป็นอาการส่วนเกินของโปรตีนรวมกับไขมันส่วนเกิน รวมทั้งน้ำตาล หูดจึงเป็นผลิตผลของไขมัน เนื้อ น้ำตาลรวมกัน ระบบลำไส้มักเกิดการอุดตัน และมีอาการท้องผูกเสมอ ข้อควรระวังก็คือ หูดมักสะท้อนอาการควบคู่ของการเกิดเนื้องอกภายในหรือเกิดนิ่วสะสมและอาจนำไปสู่การเกิดเนื้องอกในส่วนเต้านม ลำไส้ใหญ่ และรังไข่ มดลูกของสตรีด้วย หูดจึงเป็นการเตือนจากภายในสู่ภายนอก
       
           4. สิว (PIMPLES)
            เป็นอาการของการยืดขยายของปลายเส้นโลหิต ใต้ผิวหนัง อันเนื่องจากแรงดันแผ่กระจายของน้ำตาลของหวาน กะทิ ไอศกรีม อาหารที่มีไขมันแฝงมักปรากฏบริเวณใบหน้า ใกล้ปาก แก้ม หน้าผาก จมูก เพื่อบริเวณเหล่านี้เชื่อมโยงกับการอุดตันของ ไขมันในรูปของเสลดที่ทำให้ลดภูมิต้านทานของ ร่างกายลงระดับหนึ่ง เสลดมักทำให้เกิดอาการไอ เจ็บคอ แสบ เจ็บแน่นทรวงอก รวมไปถึงการละเลยการออกกำลังกายหรือการเฉื่อยชาของชีวิตประจำวัน การลดของเหลว น้ำ เครื่องดื่มจะช่วยบรรเทาการเกิดสิวได้ระดับหนึ่ง เพราะอวัยวะไม่ชื้นมากเกินไป
       
           5. ผิวแห้ง DRY SKIN
           แตกเป็นรอยบ่อย สาเหตุมักมาจากอาหารที่มีไขมันและน้ำมันในการทอดสูง ไก่ทอด เนื้อทอดที่รสมันจัดควบคู่กับผลไม้ดิบ ที่ไม่ผ่านการปรุงโดยไฟ ทำให้ผิวเกิดแห้งไร้สารหล่อลื่น เพราะไขมันและน้ำมัน หากผสมกับน้ำตาลจากผลไม้จะตกผลึกจับเป็นไข แข็ง แห้ง ที่อาจเกิดจากความเค็มของเกลือที่มีส่วนหยาง ทำให้เกิดอาการแห้งผิดธรรมชาติ

 

            แหม....วันนี้เนื้อหาข้อมูลแน่นจริงๆเลยครับ.....ยังไง พี่ลาเต้ ก็ฝากความเป็นห่วงถึงน้องๆทุกคนด้วยนะครับ.....ยังไงก็กินอาหารที่ถูกสุขลักษณะจะได้ไม่เป็นโรคอย่างอื่นตามมานะครับ....ด้วยความรักและปรารถนาดี...จาก พี่ลาเต้ ครับ...อิอิ

 

พี่ลาเต้
พี่ลาเต้ - Columnist นักข่าวสายการศึกษา เกาะติดทุกข่าวแทนน้องๆ ตัวถีบ ตัวดันให้ ม.6 สอบติด

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

10 ความคิดเห็น

กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด