ในการทดลองที่เกี่ยวข้องกับพืช พืชที่มีชื่อเหมือนกัน อาจเป็นพืชคนละชนิด และพืชชนิดเดียวมีได้หลายชื่อ ชื่อของพืชบางชนิดที่เรียกในเมืองหนึ่งอาจไปซ้ำกับชื่อของพืชอีกพันธุ์ในอีกภาษาถิ่นหนึ่ง และลักษณะของมันก็อาจคล้ายกันมากจนทำให้สับสนได้

การทดลองวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับพืช เช่นสกัดสารจากต้นไม้ จึงควรมีการตรวจลักษณะชนิดของพืชนั้นให้ตรงกับชื่อมาตรฐานที่กำหนดไว้สากล ฟังดูเหมือนมีวิธีการยุ่งยาก แต่เวลาปฏิบัติจริงมักไม่ยาก และสามารถช่วยให้เราแน่ใจในพืชที่ได้มาว่าเป็นชนิดที่เราต้องการ และช่วยให้งานที่ทำมีมาตรฐานมากขึ้นด้วย

 
 

ยาแผนโบราณบางครั้งอาจรักษาไม่หายเพราะพืชที่ใช้ไม่ใช่ชนิดเดียวกับที่คนสมัยก่อนใช้ เพียงแต่มีชื่อเหมือนกัน ก็เกิดการเข้าใจผิดกันได้ ปัญหาเหล่านี้เป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ควรมีการ “จำแนกพรรณไม้” หรือทำอนุกรมวิธาน

 

วิธีการคือ สังเกตลักษณะของพืชที่เราสนใจไปเทียบลักษณะกับข้อมูลลักษณะของพืชชนิดนั้นที่มีคนทำไว้แล้ว

 

อนุกรมวิธานพืชมาจากไหน คนเราแยกแยะจัดหมู่พืชชนิดต่างๆ บันทึกไว้เป็นหลักฐานมานานแล้ว ตั้งแต่นักปรัชญาชาวกรีกชื่อ ทีโอฟราสทัส เรียบเรียงหนังสือ Historia plantarum เมื่อประมาณ ๓๐๐ ปีก่อนคริสตกาล ซึ่งกล่าวถึงพืชที่เพาะปลูก ๔๘๐ ชนิด จำแนกเป็นไม้ยืนต้น ไม้พุ่ม ไม้ผล และไม้ล้มลุกหรือสมุนไพร

 

ทีโอฟราสทัสมีผลงานเขียนกว่า ๒๐๐ เล่ม และเขียนถึงพืชชนิดต่างๆ ได้อย่างดี ว่ากันว่า เขาเลิกทำสวนเมื่ออายุได้ ๑๐๗ ปี และเชื่อเรื่องที่ว่า แมงป่องที่ตายเพราะพิษต้น wolfsbane จะฟื้นคืนชีพได้ถ้าสัมผัสต้น white hellebore

 
 

ตั้งแต่นั้นมาก็มีการจัดจำแนกละเอียดขึ้น เป็นแผนภูมิสายวิวัฒนาการของพืชชนิดต่างๆ หน่วยอนุกรมวิธานพื้นฐานที่ใช้จำแนกสิ่งมีชีวิตแต่ละชนิดคือ Species เช่น อาณาจักร (Kingdom) หมวด (Division) ชั้น (Class) อันดับ (Order) วงศ์ (Family) สกุล (Genus) ชนิด (Species) พันธุ์ (Variety)

 

ในการเรียกชื่อวิทยาศาสตร์ (scientific name) ของพืชแต่ละชนิด ชื่อวิทยาศาสตร์มีคุณสมบัติเป็นสากล พืชแต่ละชนิดมีชื่อวิทยาศาสตร์ที่ถูกต้องเพียงชื่อเดียว และเป็นชื่อที่ใช้ภาษาลาติน สองวรรคแรกคือ genus และ species นั้นเวลาพิมพ์ต้องใช้ตัวเอนหรือขีดเส้นใต้ แล้วตามด้วยตัวย่อชื่อนักอนุกรมวิธาน ตามหลักของ International Code of Botanical Nomenclature (ICBN)

 

ลักษณะเฉพาะตัวของพืชแต่ละ species ถูกกำหนดไว้ในเอกสารอ้างอิงมาตรฐาน เช่นหนังสือชุด Flora of Thailand ซึ่งนักอนุกรมวิธานพืชทำไปได้ประมาณครึ่งหนึ่งของพืชที่มีในประเทศไทยทั้งหมด และหนังสือชุด Flora of China ก็มีให้อ่านในรูปเวบไซต์ทางอินเทอร์เน็ต เป็นต้น เอกสารพวก Flora หรือหนังสือพรรณพฤกษชาติ มีการบรรยายลักษณะของพืช species นั้น และพืชทุก species ในวงศ์เดียวกันที่นักอนุกรมวิธานค้นคว้าได้ กับทั้งรายละเอียดอื่นที่จะช่วยให้เราจำแนกชื่อวิทยาศาสตร์ของพืชที่ต้องการได้ โดยเฉพาะลักษณะต่างๆ ของราก ลำต้น ใบ ดอก ผล เช่น ลำต้นมีน้ำเลี้ยงสีเหลือง โคนใบรูปหัวใจ ยอดมีขน ฯลฯ (การใช้ลักษณะเหล่านี้วินิจฉัยพืชเรียกว่าวิธี “รูปวิธาน (key)”)

 
 

แต่ก่อนที่เราจะไปค้นหาเอกสารเหล่านั้น เวลาจะจำแนกพืช เราต้องรู้ก่อนว่าต้นไม้นั้นน่าจะเป็นพืชในวงศ์อะไร โดยดูจากลักษณะคร่าวๆ หรือการสืบค้นจากชื่อที่ได้ ตามปกติพืชที่มีโครงสร้างภายนอกคล้ายกันเป็นพืชในสกุลเดียวกัน เช่น วงศ์ส้ม (Family Rutaceae) มีตัวอย่างคือ มะตูม (Aegle marmelos Corr.) มะนาว (Citrus aurantifolia Swing) มะกรูด (Citrus hystrix DC.) ส้มโอ (Citrus maxima (Burm.f.) Merr.) แก้ว (Murraya paniculata Jack)

 

เวลาอ่านเอกสารดังกล่าว ซึ่งเป็นภาษาอังกฤษ และเต็มไปด้วยศัพท์พฤกษศาสตร์ ควรมีหนังสือหรือคู่มือด้านพฤกษศาสตร์ เช่น คู่มือจำแนกพรรณไม้ หรืออนุกรมวิธานพืช ไว้เทียบลักษณะรูปทรงและเปิดหาคำศัพท์ที่ไม่รู้ความหมาย

 

เมื่อเทียบลักษณะ หรือทำรูปวิธานแล้ว ถ้ายังไม่แน่ใจว่าใช่พืชชนิดที่ต้องการระบุชื่อหรือไม่ ยังสามารถเทียบตัวอย่างต้นไม้ได้กับ “ต้นไม้แห้ง” ในพิพิธภัณฑ์พืช (herbarium) เช่น หอพรรณไม้ของกรมป่าไม้ และพิพิธภัณฑ์พืช กสิน สุวตะพันธุ์ ในจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (โดยมากมักจะอยู่ใกล้กับสถานที่เก็บหนังสือพวก Flora)

 

บางครั้งนักวิจัยอาจไม่สะดวกที่จะวินิจฉัยพืชด้วยวิธีดังกล่าว ก็สามารถปรึกษาผู้เชี่ยวชาญทางพฤกษศาสตร์ได้

 

การตรวจสอบชื่อวิทยาศาสตร์ของพืชนอกจากจะช่วยให้งานที่ทำมีมาตรฐานแล้ว ยังช่วยให้เราได้รู้เกี่ยวกับพืชต่างๆ ในสกุลใกล้เคียงกันด้วย

 

พี่ลาเต้
พี่ลาเต้ - Columnist นักข่าวสายการศึกษา เกาะติดทุกข่าวแทนน้องๆ ตัวถีบ ตัวดันให้ ม.6 สอบติด

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

1 ความคิดเห็น

กำลังโหลด
กำลังโหลด