ปัญหาที่เกิดจากการทำงานกลุ่ม เจอกับน้องๆ ประถมยันมหาวิทยาลัย ทั้งโรงเรียนรัฐบาลและเอกชน บางทีก็แปลกใจเล็กๆ ว่า งานกลุ่มน่าจะเป็นงานที่ทุกคนต้องช่วยกันระดมสมอง เพราะมีหลายสมองย่อมดีกว่า หนึ่งสมองสองมือแน่นอน แต่ผลลัพธ์ตรงข้ามแบบสุดขั้ว เพราะเด็กไทยจำนวนไม่น้อย ไม่ชอบงานกลุ่มเอาซะเลย และถ้าเลือกได้ก็อยากจะทำงานเดี่ยว ดีก็ดีด้วยตัวเอง เจ็บก็เจ็บด้วยตัวเอง ไม่ต้องเวิ่นเว้อมีปัญหากับใคร
ย้อนกลับไปที่กระทู้ต้นเรื่อง "งานกลุ่ม" VS "งานเดี่ยว" ถ้าเลือกได้อยากทำงานแบบไหนมากกว่ากัน โดยมีเหตุผลสนับสนุน 2 ทางเลือก คือ
- งานกลุ่ม ช่วยกันคิด ช่วยกันทำ หาข้อมูล ช่วยกันนำเสนอ ไม่เครียดอยู่คนเดียว มีเพื่อนช่วยคิด ช่วยทำ อุ่นใจกว่าเยอะ
- งานเดี่ยว ทำได้เองไม่ต้องมีปัญหากับใคร ไม่ต้องรอใคร ไม่ต้องเจอปัญหาคนไม่ช่วยทำงาน สบายใจ ตามใจตัวเองสุดๆ
มโนตอนแรกว่า คะแนนทั้ง 2 กลุ่มน่าจะคู่คี่สูสีกินกันไม่ลง แต่พระเจ้าช่วย! มันไม่ใช่เลยค่ะ ผลที่ออกมา น้องๆ จำนวนมากถึง 94% (ข้อมูลวันที่ปิดโหวต) เลือกที่จะทำงานเดี่ยวมากกว่างานกลุ่ม โดยมีเหตุผลที่น่าสนใจ ดังนี้
1. งานกลุ่ม-ทำเอง จ่ายเงินเอง ได้คะแนนทั้งกลุ่ม, งานเดี่ยว-ทำเอง จ่ายเงินเอง ได้คะแนนคนเดียว งานกลุ่มเหมือนโดนเอาเปรียบ
2. เดี่ยวหรืองานกลุ่ม สุดท้ายก็ "ทำคนเดียว"
3. สมัยเรียน ม.ปลาย คนเยอะ มันค่อนข้างวุ่นวาย หลายความคิด ถ้าแย้งขึ้นมาทีคงไม่มีจบ คิดว่างานเดี่ยวดีกว่า ไม่ต้องแย้งกับใคร คิดเองทำเอง แต่ถ้าเป็นงานระบบใหญ่ๆ อย่างพวกบริษัทนี่ก็ว่าไปอย่าง
4. ทำงานกลุ่ม ขนาดได้อยู่กับเพื่อนกลุ่มเดียวกันแท้ๆ ยังทะเลาะกันได้เลยค่ะ เพราะฉะนั้นทำเดี่ยวดีที่สุด
พอจะจับประเด็นคนที่เลือก "งานเดี่ยว" ได้ว่า มีงานกลุ่มก็เหมือนมีงานเดี่ยว ทำคนเดียว เพื่อนคืออะไร? ทำไมไม่ช่วยเลย? ไม่ช่วยแรงก็ว่าแย่แล้ว บางทีไม่ช่วยเรื่องเงินด้วย อันนี้สิหนักกว่า นอกจากนี้ก็ยังเบื่อที่จะต้องมาทะเลาะเวลาคิดต่างอีก โอ้ยย วุ่นวายแท้
1. ถึงงานกลุ่มจะมีคนทำน้อย แต่ก็ลดภาระงานลงได้
2. งานเดี่ยวถ้าไม่เสร็จผิดคนเดียว โดนด่าคนเดียว แต่งานกลุ่มโดนยกกลุ่มกับเพื่อน มีคนร่วมชะตากรรม
3. มันอยู่ที่รูปแบบของงาน ว่างานคืออะไร ถ้าเป็นโปรเจคใหญ่ๆ ทำคนเดียวก็ไม่ไหวแน่นอน สิ่งที่ควรทำก็คือ ต้องรู้จักแบ่งงาน
ดังนั้นก็พอจะสรุปได้ว่า จริงๆ แล้ว น้องๆ (อาจจะ)ไม่ได้ชอบงานเดี่ยวสักเท่าไหร่ แต่ถ้าต้องเลือกก็ขอทำงานเดี่ยวดีกว่า เพราะถ้าเจอเพื่อนไม่ช่วย เราก็เหนื่อยคนเดียว แต่เพื่อนได้คะแนนด้วย มันไม่แฟร์เลยจริงๆ อย่างไรก็ตามถ้าได้เพื่อนร่วมงานที่ดี ก็พร้อมจะทำงานกลุ่มค่ะ
เอาล่ะ เมื่อน้องๆ หนีงานกลุ่มไม่ได้ พี่มิ้นท์ก็เลยมีข้อแนะนำสำหรับการทำงานกลุ่มมาฝากค่ะ ลองนำไปปรับใช้กันนะ
1. แบ่งงานให้ชัดเจน
คงไม่มีคำแนะนำอะไรดีกว่าการแบ่งงาน แต่การแบ่งงานที่ว่า ต้องแบ่งให้ชัดเจนจริงๆ ประเภทที่ว่า แบ่งให้ 2 คนไปหาข้อมูล อีก 2 คนทำรูปเล่ม รับรองว่าถึงเวลาจริงทำกันมั่ว 2 คนก็เกี่ยงงานกันแน่นอน คราวหลังต้องแบ่งให้ชัดเจนรายคนไปเลยว่าใครทำอะไร มีกำหนดเดทไลน์วันไหน คุณภาพของงานต้องเท่าไหร่ เป็นต้น การแบ่งงานจะช่วยให้ทุกคนมีหน้าที่ประจำของตัวเอง สมาชิกในกลุ่มจะรู้สึกมีคุณค่าทุกคน ประมาณว่าขาดฉันไปคนนึง งานไม่เสร็จนะเฮ้ยย!!
เมื่อแบ่งชัดเจนแล้ว ถ้าบางคนทำหน้าที่ของตัวเองเสร็จแล้ว ก็ไม่ควรไปว่าเขา เพราะเราตกลงกันแต่แรกแล้วว่าหน้าที่เขามีแค่นั้น แต่ถ้าจะให้ดี ก็ควรช่วยเพื่อนในส่วนที่ช่วยได้ แม้จะทำหน้าที่ของตัวเองเสร็จแล้วก็ตาม
อีกเรื่องที่ชวนให้มีปัญหาบานปลาย! ก็คือ เรื่องเงิน เมื่อเป็นงานกลุ่มแล้วก็ควรจะเท่าเทียมกันโดยเฉพาะเรื่องเงิน ห้าบาทสิบบาทถ้าหยวนๆ ได้ก็หยวนไป แต่บางทีรายงานมีค่าใช้จ่ายค่อนข้างเยอะ ถ้าจ่ายไปแล้วไม่กล้าทวงเพื่อนทีหลัง ก็เก็บกันซะตั้งแต่แรกค่ะ เช่น วางกองกลางคนละ 100 บาท ถ้าเหลือก็หารคืนทีหลัง เป็นต้น วิธีนี้ช่วยลดปัญหาเรื่องเงินล้วนๆ
3. มีอะไรพูดกันตรงๆ อย่าไปนินทาลับหลัง
เท่าที่สังเกตมา เพื่อนในกลุ่มจะแตกกันเองเพราะเรื่องงานซะเยอะ พอได้ทำงานด้วยกันก็เห็นข้อเสียของเพื่อน แล้วก็เอาไปนินทาลับหลังว่าไม่ช่วยบ้างล่ะ ทำไม่ดีบ้างล่ะ ดังนั้นกฎข้อนึงของการทำงานกลุ่มคือ มีอะไรเปิดอกพูดไปเลย เพื่อนทำงานไม่ตรงตามใจ ก็ควรบอกตรงๆ และช่วยกันแก้ ดีกว่าเอาไปนินทาลับหลังให้คนอื่นฟัง แล้วคำพูดก็พูดต่อไปเรื่อยๆ เพี้ยนไปหมด แย่เลยทีนี้
4. ช่วยกันรายงานความคืบหน้าทุกวัน
แบ่งงานไปแล้ว อย่าลืมตามงานกันด้วยนะจ๊ะ ใช้เวลาช่วงเลิกเรียนถามเรียงตัวเลยค่ะ ว่าทำงานหน้าที่ของตัวเองไปถึงไหนแล้ว วิธีนี้เป็นกฎหมู่เบาๆ ถ้าคนอื่นทำงานคืบหน้าไปเยอะแล้ว คนที่ยังไม่เริ่มทำก็จะรู้สึกผิดและกลับไปรีบทำงาน
5. "มีอะไรให้ช่วยมั้ย" สำคัญมาก
เสียงกระซิบ "มีอะไรให้ช่วยมั้ย" สำคัญมากๆ สำหรับงานกลุ่ม คีย์เวิร์ดนี้บอกให้เรารู้ว่ายังมีคนที่พร้อมจะช่วย อย่าเพิ่งมองแง่ร้ายว่า ทำไมต้องถาม ช่วยก็ช่วยเลยสิ! บางทีเพื่อนก็ไม่รู้ว่าตัวเองต้องทำอะไรค่ะ ใจอยากช่วยแต่เพื่อนไม่ขอให้ช่วยสักที เพื่อนกัน ทำงานด้วยกัน มีอะไรต้องบอกค่ะ ขณะเดียวกันถ้าเราเห็นเพื่อนทำงานหนักเกินกว่าคนอื่น ก็แสดงน้ำใจด้วยคำพูดคำเดียวกันว่า "มีอะไรให้ช่วยมั้ย" รับรองว่างานเสร็จไว เพื่อนก็ทำงานคล่องขึ้นด้วยค่ะ
6. เสร็จแล้วอย่าลืมฉลอง!!
ลงเรือลำเดียวกันมาหลายสัปดาห์ เมื่อผลงานเสร็จออกมา ไม่ว่าจะดีหรือไม่ ก็ควรจะไปฉลองกระชับมิตรกันสักหน่อย จะไปกินเหนียวไก่หน้าโรงเรียน นั่งกินข้าวเย็น ยำมาม่า ก็ว่ากันไป เราจะรู้สึกผ่อนคลายมากขึ้นและรู้สึกว่าทีมเวิร์คมีพลังมาก ซึ่งเป็นความรู้สึกที่ทำงานเดี่ยวไม่มีแน่นอน!
แหม่..เรียกว่าเป็นผลโพลที่น่าจะโดนใจน้องๆ หลายคนนะคะ เพราะเท่าที่ดูมาเจอปัญหาเพื่อนไม่ช่วยทำงานกันเยอะมากๆ ไม่ช่วยทำงานแต่ได้คะแนนเท่าคนอื่นนี่น่าเจ็บใจมากๆ!! อย่างไรก็แล้วแต่ ถ้าเราหนีปัญหานี้ไม่ได้ ก็ต้องมาแก้กันที่ต้นเหตุ ด้วยการวางแผนทุกๆ ขั้นตอน เหนื่อยหน่อย แต่งานเสร็จไร้ปัญหากวนใจแน่นอนค่ะ หรือจะเอาทั้ง 6 วิธีข้างต้นไปใช้ก็ได้น้า พี่มิ้นท์ไม่หวงจ้า :D





ชอบกระทู้นี้จัง !!

73 ความคิดเห็น
ชอบลุยเดี่ยวมากกว่า ไม่ชอบงานกลุ่ม
งานเดี่ยวค่ะ ได้ใช้ความคิดตัวเองอย่างเต็มที่ ก้แล้วแต่คนมองเนอะ
อย่างที่พี่บอกเลย ขึ้นอยู่กับรูปแบบงาน งานใหญ่เกินก็ทำไม่ไหว แต่ถ้าให้เลือก ขอเดี่ยวล้ะกันค้ะ
ใช่เลยค่ะ
เราเคยบอกเพื่อนนะคะ ว่าถ้าไม่ช่วยงาน อย่างน้อยสตอร์เบอร์รี่ถามมาว่า "มีอะไรให้ช่วยมั้ย" ก็ยังดี เพราะอย่างน้อยเราก็ดูมีส่วนร่วมกับงาน **ประสบการณ์จากผู้ที่ทำจริงค่ะ
ตัวผมชอบงานเดี่ยวนะ อย่างน้อยก็จะไม่ทำคนเดียว เวลากลุ่มทีไรทำคนเดียวทุกที ถึงเวลาก็บอก มีอะไรให้ช่วยไหม๊ พูดไปแค่นั้น พอถึงเวลาจริงๆ หายหัวกันหมดเลย เพลีย
ชอบบทความค่า
แต่ก็นะ ถึงอย่างงั้นก็อยากทำงานเดี่ยวมากกว่า
เป็นพวกชอบเอาแต่ใจตัว
ในบางครั้งเราอาจจะอยากใช้ความคิดของตัวเองให้เต็มที่มากกว่า ที่จะมีคนคัดค้านหรือมีความคิดไม่ตรงกันกับเรา
ชอบทำงานเดี่ยวมากกว่า งานกลุ่มในความรู้สึก เราว่ามันไม่ได้ช่วยอะไรเท่าไหร่ รังแต่จะทำให้คนในกลุ่มลำบากใจ คนนั้นก็ว่าอย่างนั้น คนนี้ก็ว่าอย่างนี้ ไม่กล้าตัดสินใจเสียที สรุปงานก็ไม่คืบหน้า ถามเพื่อนว่าจะเอาไงแน่ คำตอบยอดฮิตคือ "แล้วแต่เลย..."
พองานออกมาไม่ดีก็มาโทษเรา...เอาที่สบายใจ
#ยังไม่นับรวมกรณีพวกไม่ช่วยทำงานอีกนะ เพลีย!
ชอบบทความค่ะ อยากให้เพื่อนได้อ่านมาก
มีงานกลุ่มทีไร เราต้องเป็นคนจัดการตลอด คำถามที่ว่า "มีอะไรให้ช่วยมั้ย" หาได้ยากมาก
เวลาถามอะไรไปก็ไม่ตอบกัน ไม่ช่วยกันออกความคิด หรือไม่ก็พูดว่า "อะไรก็ได้"
พอแบ่งงานกันอย่างละเอียด มันก็ต้องมีปัญหา ปัญหาที่แบบว่าถ้าเราต้องเอางานส่วนนั้นมาทำเองตั้งแต่แรกยังจะเหนื่อยน้อยกว่า
ถ้าเราไม่เริ่ม ก็ไม่มีใครคิดจะเริ่มหรือถาม หรือกระตือรือร้นสนใจเลยว่างานไปถึงไหนแล้ว
หลายครั้งงานจะไม่เดินถ้าเราไม่คุม ทั้งๆ ที่ความสามารถก็เท่าเทียมกัน และเราพูดไว้ก่อนแล้วว่าเราให้เพื่อนครีเอทได้ตามสบายเลย ไม่ต้องเอาความคิดเราเป็นหลัก
และปัญหาอื่นๆ อีกมากมายที่โคตรจะอัดอั้นค่ะ... จะทะเลาะกับเพื่อนหลายรอบมากแล้วกับคำว่า "งานกลุ่ม"
กระทู้นั้นโหวตไม่ทัน แต่ถ้าให้โหวตเราเลือกงานเดี่ยวโดยไม่ลังเลเลย เพราะงานกลุ่มมันเหนื่อยกว่างานเดี่ยวซะอีก งานไม่ดีก็พูดไรมากไม่ได้ เฮ้อ
ชอบงานเดี่ยว เเต่ส่วนใหญ่เจอเเต่งานกลุ่ม
งานกลุ่มมันต้องเเชร์ความคิดกับเพื่อนอ่ะ เเล้วเพื่อนเราไม่ค่อยออกควมคิดเห็นเลย ตามใจเราตลอด ทำให้เราเริ่มนิสัยเสีย(เอาเเต่ใจ)หน่อยๆเเล้วเนี่ยะ
เเล้วยิ่งตอนเก็บเงิน เราเป็นคนไม่ชอบทวงอ่ะ อยากให้รู้เอง เเต่ก็ไม่เห็นใครเดินมาจ่ายเลย
เเล้วยิ่งเป็นงานที่ต้องการความสวยงามเเล้ว ยิ่งหนักเลย ให้เราทำหมด(คือเราเป็นคนวาดรูป ระบายสีได้ดีในระดับหนึ่ง) ซึ่งเราก็เหนื่อยคนเดียวอีก
รูสึกเเย่อ่ะ ทำงานเดี่ยวสบายใจกว่าเยอะ
เบื่อที่สุดอ้ะงานกลุ่มเพราะสุดท้ายก็ต้องมานั่งทำเองคนเดียว โครตเซ็งอ้ะคือเเบบช่วยคิดทุกอย่างเเต่กลับไม่เอาตามที่เราช่วยคิด พอสุดท้ายงานเป็นไงล้ะ กลับมาเเก้งาน โดนตีไปหนึ่งที เเล้วก็ต้องมานั่งทำให้ใหม่อีก #ขอให้เป็นงานกลุ่มสุดท้ายว่าเเล้วยังโมโหไม่หายย #ขอโทษที่พิมพ์ยาวนะค่ะ คือเเบบโมโหจริงๆ
มันก็พูดอยากนะครับ เพราะแต่ละคนแต่ละสังคมมีความแตกต่างกันมาก
การทำงานกลุ่ม ต่อให้ทำตามที่แนะนำข้างต้นมา มันก็ไม่มีประโยชน์อะไร อย่าว่าแต่มัธยมปลายเลย ระดับมหาวิทยาลัย งานกลุ่มจะดีจะร้าย มันขึ้นอยู่กับความเข้ากันได้ของคนในทีม ถ้าได้ทีมที่พร้อมสู้กับงานที่จะดึงคะแนนขึ้นมา ทุ่มเทด้วยกัน งานออกมาจะเรียกเสียงฮือฮาได้ กลับกัน ถ้าเจอทีมที่มีคนเดียวที่ทุ่มเทแรงกายแรงใจแต่คนอื่นเฉื่อยแฉะงานก็ไม่ได้ดีขึ้นมาหรอก
อย่างที่รู้ๆกัน งานกลุ่มคือตัวฉุดเกรดชั้นดีเลยถ้าเจอทีมที่ไม่ดี ต่อให้เป็นเพื่อนสนิทก็ตาม และงานกลุ่มก็สร้างการแตกหักมาเยอะแล้ว แม้คะแนนจะคุ้มค่าแต่ความรู้สึกที่เสียไปก็ไม่อาจเรียกคืนมาได้ ต่างจากการทำงานในองค์กรหรือบริษัท ที่ต่อให้เราปะทะฝีปากกันมากแค่ไหน หน้าที่และเป้าหมายก็มีหนึ่งเดียวต้องทำตามที่ได้รับมอบหมายแม้จะไม่ชอบ แต่ผลตอบแทนที่เป็นเงินมันคุ้มค่า และไม่มีมานั่งนู่นนี่กันภายหลัง เพราะงานส่วนใครก็ส่วนใคร แต่ในช่วงวัยเรียน ต่อให้ได้คะแนนมา แต่เราเสียเงิน เสียแรง เสียกำลังใจ บางครั้งงานกลุ่มก็เสียมิตรภาพที่ดีต่อกันไปด้วย
การทำงานเดี่ยวไม่ใช่ว่าดีเสมอไป เพราะงานเดี่ยวเป็นสิ่งที่รักษามิตรภาพไว้ได้ดีที่สุด ต่อให้ทำด้วยกันก็ยังเป็นงานของใครของมัน ถ้าเป็นกลุ่มกว่าจะตกลงกันได้ เอาง่ายๆแค่หัวข้อ ยังเถียงกันแล้วกันอีกเลย บางครั้งก็เป็นจุดเริ่มต้นของการทะเลาะ
ประสบการณ์ส่วนตัวที่เจาะเจอมาตลอดการเรียนและได้ทำงานกลุ่ม อาจารย์คุณครูมักให้เหตุผลว่า "เพื่อความสัคคีและรู้จักการทำงานกลุ่มเพื่อความมีประสิทธิภาพตอนที่ได้ทำงาน" พูดง่ายๆ "การทำงานต้องทำกันเป็นทีม" และระหว่างเรียนควรได้เรียนในสิ่งที่ดีต่อสุขภาพจิตจริงไหม? งานกบุ่มอาจารย์ไม่สามารถรู้ได้เลยว่าใครทำไม่ทำ ส่วนตัวคิดว่างานกลุ่มไม่ควรมีเพราะโอกาศจะเจอทีมที่เข้ากันได้เหมือนเป็นร่างเดียวกันมันยาก
"งานกลุ่มจะดี จิตมุ่งมั่นในผลความสำเร็จของการทำงานต้องประสานกัน ไม่ใช่คนใดคนหนึ่งที่จะนำทุกคนและทำมันให้สำเร็จได้คนเดียว เพราะฉะนั้นงานกลุ่มก็ไม่ต่างอะไรจากศูนย์รวมคนขี้เกียจที่มารุมกัดกินคนขยันเพียงไม่กี่คน"
และต่อให้บอกว่างานกลุ่มเขาก็ช่วยกัน ช่วยกันเต็มที่แค่ไหน บางคนแบ่งงานกันทำทำส่วนของตัวเองมาแบบชุ่ยๆทั้งนั้น อาจารย์บอกห้ามคัดลอกวาง ก็หัวใสเปลี่ยนคำบางคำและคงประโยชน์เดิม คิดอย่างไรดีครับ เด็กไทยสักแต่ว่าทำให้ได้คะแนนไป ทำอย่างไรก็ได้ขอให้คะแนนมันออกมาดี เกรดสวย ไม่ได้นึกถึงคุณภาพหรือความรู้ที่ได้รับเลย
งานใหญ่งายเยอะหรืองานเล็กน้อยๆอะไรมันแทบไม่มีความหมายค่ะ โปรเจ็กใหญ่ๆอย่างโครงงานวิทยาศาสตร์ก็ต้องทำคนเดัยวด้วยซ้ำ นำเสนอ ทดลอง รายงาน ทุกอย่างทำเอง เงิน ไม่มีช่วยออก รายงานประวัติศาสตร์ เขียนล้วนๆ ไม่ต่ำกว่าสิบหน้า ข้อมูลเราหา เนื้อหา เราเขียน ที่เหลือ คำนำ สารบัญ บรรนาณุกรม หน้าปก เขียนน้อยๆสบายๆมันคาบไปกินเรีบยร้อย งานล่าสุด ประวัติรัชกาลที่9 ซวยสุดๆค่ะ ข้อมูลเยอะกว่ากลุ่มอื่นๆแล้วยังต้องมานั่งทำคนเดียวอีก เฮ้ออออออ
งานกลุ่มทำคนเดียว
งานเดี่ยวทำยกห้อง
นี่แหละเด็กไทย -.-