เดือนมีนาคม เป็นเดือนที่โรงเรียนเปิดรับสมัคร ม.4 ถึงคราวที่เด็ก ม.3 จะต้องเริ่มการตัดสินใจก้าวแรกว่าจะไปต่อด้านไหน "สายอาชีพ" หรือ "ม.ปลาย" หากเรียน ม.ปลาย แล้วจะเลือกเรียนสายไหนล่ะ?
ที่เห็นความแตกต่างได้ชัดหน่อยก็คือ สายวิทย์ กับ สายศิลป์ สายวิทย์ก็เหมาะกับคนที่อยากทำงานในแวดวงการแพทย์ วิศวกรรม เทคโลโลยีต่างๆ ส่วนสายศิลป์ ก็เหมาะกับคนที่ไม่ชอบวิทยาศาสตร์ อยากทำงานด้านสังคม บริหาร บัญชี และอื่นๆ แต่.... คนที่เบนเข็มมาสายศิลป์แล้ว ก็ยังมีเรื่องให้คิดอีกว่า จะเรียนศิลป์คำนวณ หรือ ศิลป์ภาษาดี เพราะถึงแม้จะเป็นสายศิลป์เหมือนกัน แต่จุดโฟกัสของสองสายนี้ต่างกันนะคะ วันนี้พี่มิ้นท์จะมาให้ข้อมูล เพื่อให้น้องๆ ไปตัดสินใจกันดูค่ะ
ที่เห็นความแตกต่างได้ชัดหน่อยก็คือ สายวิทย์ กับ สายศิลป์ สายวิทย์ก็เหมาะกับคนที่อยากทำงานในแวดวงการแพทย์ วิศวกรรม เทคโลโลยีต่างๆ ส่วนสายศิลป์ ก็เหมาะกับคนที่ไม่ชอบวิทยาศาสตร์ อยากทำงานด้านสังคม บริหาร บัญชี และอื่นๆ แต่.... คนที่เบนเข็มมาสายศิลป์แล้ว ก็ยังมีเรื่องให้คิดอีกว่า จะเรียนศิลป์คำนวณ หรือ ศิลป์ภาษาดี เพราะถึงแม้จะเป็นสายศิลป์เหมือนกัน แต่จุดโฟกัสของสองสายนี้ต่างกันนะคะ วันนี้พี่มิ้นท์จะมาให้ข้อมูล เพื่อให้น้องๆ ไปตัดสินใจกันดูค่ะ
► ศิลป์-คำนวณ / ศิลป์-ภาษา เรียนอะไรกัน
ศิลป์ - คำนวณ สายนี้มีเรียนวิชาทั่วไป เช่น ภาษาไทย สังคมฯ วิทยาศาสตร์กายภาพ และวิชาอื่นๆ แต่ที่จะเน้นหน่อยคือ คณิตศาสตร์ และ ภาษาอังกฤษค่ะ คณิตศาสตร์มีทั้งคณิตหลักและเสริม เหมือนสายวิทย์เป๊ะๆ ส่วนภาษาอังกฤษต้องบอกว่าเรียนหนักที่สุดในบรรดาแผนการเรียนทั้งหมด เพราะต้องเรียนภาษาอังกฤษทุกวัน เพราะมีทั้งภาษาอังกฤษหลักและอังกฤษเสริมสลับวันกัน ก็ยังมีภาษาอังกฤษที่แยกเป็นทักษะด้วย เช่น วิชาการอ่านภาษาอังกฤษ การเขียนภาษาอังกฤษ การแปลภาษาอังกฤษ
ส่วน ศิลป์-ภาษา สายนี้มีเรียนวิชาทั่วไปไม่ต่างจากศิลป์-คำนวณค่ะ แต่อาจจะไม่มีวิชาเรียนจำพวกศิลปะ หรือ การงานอาชีพ และที่ต่างแบบเห็นชัดมาก คือ เรียนคณิตน้อยกว่า แต่เวลาที่เหลือก็เอาไปเพิ่มในเป็นภาษาอื่นๆ ที่เราเลือกเรียนไว้นั่นเอง โดยปกติก็ประมาณ 4-5 คาบต่อสัปดาห์ นับเป็นสายเฉพาะทางจริงๆ (รวมๆ เรียนภาษาทั้งหมดประมาณเกือบ 10 คาบ/สัปดาห์)
► ข้อได้เปรียบ-เสียเปรียบ 2 สายนี้
ทั้งสองสายต่างก็มีข้อดีเป็นของตัวเอง น้องๆ ที่จะตัดสินใจเลือกเรียนต้องลองชั่งน้ำหนักดูว่า แบบไหนที่เหมาะกับเรามากกว่ากัน เพราะจะต้องอยู่กับสายนี้ไปตลอด 3 ปีเชียวนะ
สายศิลป์-คำนวณ : - ได้เปรียบตรงที่ได้เรียนภาษาอังกฤษเยอะมาก ถ้าตั้งใจเรียนภาษาอังกฤษในห้องเรียนให้ดี ก็แทบไม่ต้องไปเรียนภาษาอังกฤษข้างนอกเลย
- ได้เปรียบในการสอบเข้ามหาวิทยาลัยในทางสายศิลป์มากกว่า โดยเฉพาะคณะบัญชี หรือ สาขาบัญชี เพราะบางแห่งไม่รับสายศิลป์ภาษา เนื่องจากหน่วยกิตวิชาคณิตไม่พอนั่นเอง ในขณะที่สายวิทย์และศิลป์คำนวณ ได้เรียนเลขเยอะมาก
- ข้อเสีย คือ ถ้าอยากได้ภาษาที่สามเพิ่ม ต้องไปเรียนเพิ่มเติมเอาเอง
สายศิลป์-ภาษา : - มีภาษาที่สามติดตัว ถ้าเรียนจนเก่งจริงๆ มีโอกาสชิงทุนไปเรียนต่างประเทศได้มากกว่า เพราะบางประเทศให้ทุนสำหรับคนที่เรียนภาษานั้นๆ
- ในเรื่องการเรียนต่อ เด็กศิลป์-ภาษา จะค่อนข้างได้เปรียบในคณะสายภาษาหรือมนุษยศาสตร์ อักษรศาสตร์ ศิลปศาสตร์ ในกลุ่มสาขาภาษาที่สาม เช่น ภาษาฝรั่งเศส ภาษาจีน ภาษาญี่ปุ่น ฯลฯ หลายๆ ที่รับเฉพาะคนที่มีพื้นฐานแล้วเข้าไปเรียนเท่านั้น
- ข้อเสีย คือ พอเรียนเลขน้อย ก็เข้ากลุ่มคณะบัญชีไม่ได้ (บางมหาวิทยาลัยเข้าได้ แต่ต้องเช็คคุณสมบัติเพิ่มเติมนะ) รวมทั้งถ้าเจอคนที่เก่งภาษามากกว่าเรา ก็เหมือนเจอคู่แข่งที่น่ากลัว เพราะส่วนใหญ่คนที่มุ่งด้านภาษามาแล้วก็มักจะไปต่อด้านนั้นเลย
► คำแนะนำเพิ่มเติม
1. สำคัญที่สุด คือ ถามใจตัวเอง ว่ามีเป้าหมายยังไง อยากทำงานอะไรในอนาคต
2. คนที่เกลียดเลข และชอบภาษามากๆ ค่อนข้างชัดเจนว่าไปด้านภาษาดีกว่า เพราะศิลป์คำนวณ เรียนเลขค่อนข้างเยอะ (แล้วก็ยากด้วย)
3. ถ้าไม่รู้ใจตัวเองเลยว่าอยากเรียนหรือทำอะไร แนะนำให้เลือกสายกลางๆ อย่างศิลป์-คำนวณไปก่อน
4. การเรียน อย่าไปตามกระแสมาก บางคนหัวด้านภาษาไม่กระเตื้อง แต่อยากอินเทรนด์ เพราะคิดว่าเรียนภาษาที่ 3, 4 แล้วเท่ เพราะถ้าคิดแค่นี้ น้องจะไม่ได้ภูมิใจกับโอกาสที่ได้มาเรียนภาษาเลย แล้วสุดท้ายภาษาจะกลายเป็นตัวฉุดให้เกรดตกซะอีก รู้ใช่มั้ยว่า สายภาษา หน่วยกิตวิชาภาษาหนักเอาการ
5. นอกจากอย่าตามกระแสแล้ว อย่าเรียนตามเพื่อนด้วย เพื่อนกัน เรียนคนละสายก็ยังเป็นเพื่อนกันได้
6. แต่ถ้าคิดมานานแล้วว่าอยากเรียนภาษา สนใจมาตั้งแต่มัธยมต้น ลองหาหนังสือมาอ่านแล้วรู้สึกว่าภาษานี้ใช่เลย ถ้าได้เรียนจะทุ่มเทเต็มที่ เพื่อเอาไปต่อยอดเรียนในมหาวิทยาลัย คิดได้แบบนี้ พี่มิ้นท์สนับสนุนให้เรียนสายศิลป์ภาษาค่ะ
7. จบศิลป์คำนวณแล้วเรียนต่อคณะสายศิลป์ เลือกคณะสอบเข้าได้มากกว่า และก็มีอาชีพเฉพาะทางสายคำนวณเยอะ แต่คนเรียนศิลป์ภาษา ถ้ามุ่งมั่นจนได้ดิบได้ดีในภาษาที่สาม โอกาสการทำงานในตำแหน่งดีๆ เงินเดือนสูงๆ ที่ต้องใช้ภาษา มีเยอะมากๆ ค่ะ
♦ ประสบการณ์รุ่นพี่สายศิลป์-คำนวณ พี่ฟิล์ม ธันย์ชนก อ่ำทิม (กัปตันฟิล์ม BAR6)
ปัจจุบันฟิล์มเรียน สายศิลป์-คำนวณ และเรียนภาษาญี่ปุ่นเพิ่มเติมข้างนอกค่ะ สำหรับสายศิลป์คำนวณ จะได้เรียนเลขและภาษาอังกฤษ ค่อนข้างได้เปรียบตรงที่เราเรียนเลข 2 ตัวเหมือนสายวิทย์ สามารถใช้สอบ PAT1 ได้ ส่วนตัวอยากได้ภาษาเพิ่มด้วย จึงไปเรียนภาษาญี่ปุ่นด้วยก็ยิ่งทำให้เราได้ทั้งภาษาและคณิต(เหมือนสายวิทย์) ถือว่าได้เปรียบตรงที่ได้ภาษาและเลขค่ะ (คิดว่าเรียนคำนวณแล้วเพิ่มภาษาข้างนอกง่ายกว่าการเรียนภาษาแล้วไปเพิ่มเลขนะ) แต่ก็ยอมรับว่าถ้าจะเก็บทั้งภาษาที่สองและสาม และเลขควบคู่ไปด้วย ก็ค่อนข้างเหนื่อย และต้องสู้มากกว่าคนอื่น เพราะเริ่มเรียนภาษาญี่ปุ่นเองตอน ม.5 เทอม 2 ถึงจะฟิตแค่ไหนก็ไม่เท่าคนที่เรียนมา 3 ปี
สุดท้ายแล้วถ้ามุ่งที่จะเรียนด้านศิลป์คำนวณจริงๆ ก็มีประโยชน์มากๆ ค่ะ โดยเฉพาะคนที่จะเรียนคณะที่ใช้พื้นฐานคณิตและภาษาอังกฤษ เพราะได้เรียนแบบจัดเต็มกันเลยทีเดียว
♦ ประสบการณ์รุ่นพี่สายศิลป์-ภาษา พี่ไอซ์ เพชรภัสสร อ้นขวัญเมือง (กัปตันไอซ์ BAR5)
ถ้ามองกันยาวๆ การเรียนสายศิลป์ ช่องทางเข้ามหาวิทยาลัยคงไม่มากเท่าสายวิทย์ แต่การเรียนภาษาก็มีประโยชน์มากๆ ถ้าตั้งใจจริง เพราะถ้าสอบ PAT ภาษาได้คะแนนแรงๆ ก็เป็นตัวช่วยในการเข้ามหาวิทยาลัยได้ แถมยังมีภาษาติดตัวมา เป็นใบเบิกทางในการทำงานได้ในอนาคต แต่ความยากอยู่ที่ เราต้องเจอภาษาทุกวัน ถ้าใจไม่รักจริงๆ แล้วตามไม่ทันที่อาจารย์สอนก็แย่เหมือนกัน เพราะข้อสอบก็ไม่ใช่ภาษาบ้านเกิดเรา ส่วนข้อดีอื่นๆ ที่มองเห็นของสายศิลป์ภาษาคือ ไม่ต้องเรียนพวกวิชาศิลปกะ การงานอาชีพเพิ่มแบบสายศิลป์คำนวณ
อ่านมาถึงตรงนี้ หวังว่าน่าจะได้ข้อมูลช่วยตัดสินใจได้เยอะนะคะ หากถามว่าสุดท้ายแล้วเข้าสายอะไรดี ไม่มีใครตอบได้ดีเท่ากับตัวน้องๆ เอง ถามว่าคนจบสายศิลป์ภาษาออกมา แล้วไม่เรียนต่อด้านภาษา มีมั้ย... มีเยอะค่ะ แล้วคนที่เรียนศิลป์คำนวณออกมา ไปต่อด้านภาษา มีมั้ย... แบบนี้ก็มีเยอะค่ะ ดังนั้น เบื้องต้นดูที่ความสนใจของตัวเองเป็นหลัก และเลือกทางที่ตัวเองเรียนแล้วมีความสุข ดีที่สุดค่ะ^^





49 ความคิดเห็น
แน่วแน่ว่าเข้าศิลป์ภาษาฮะ เพราะไม่ชอบเรียนคณิต ถ้าให้ฝืนใจไปนั่งเรียนทั้งพื้น ทั้งเพิ่มแบบ ม.ต้น อีกคงไม่ไหว (ร.ร. ผม ห้อง 1 เน้นเด็กให้เป็นวิทย์-คณิตเลย มีสอนวิทย์เพิ่ม คณิตเพิ่ม นู่นนี่นั่น ซึ่งห้องอื่นจะได้เรียนเป็นภาษาญี่ปุ่นแทน) ขอบคุณพี่ๆที่นำประสบการณ์มาแบ่งปันฮะ
ใช่คะห้อง1เป็นห้องเพรชของโรงเรียนคะ เราเองก็อยู่ห้องนั้นซึ่งต้องเรียนคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์เป็นภาษาอังกฤษ สอบก็เหมือนกัน ยากคะ ห้องอื่นก็ได้เลือกภาษาเพิ่ม ซึ่งเราอยากมากแต่ก็ไม่ได้เพราะทางโรงเรียนเน้นวิชาหลักคะ เฮ้อออออ
อยาเรียนภาษาเพิ่มเติมค่าาาาาาา
อยากเป็นหมอค่ะ! แต่ไม่ชอบพวกวิทย์-คณิตเลย
ที่ศิลป์ภาษามีโอกาสที่จะเข้าบางคณะน้อยกว่าสายวิทย์ คือ คณะแพทย์ คณะบัญชี คณะที่ใช้ตัวเลขค่ะ ซึ่งเราว่าคนที่เรียกสายศิลป์ภาษา เค้าก็คงรู้ตัวนะว่าไม่เก่งเรื่องนี้แล้วจะไม่เอาคณิตเลยไม่เลือกเรียนสายวิทย์คณิต - ศิลป์คำนวณ
สำหรับเราเลือกเรียนสายศิลป์ภาษาค่ะ แต่เพิ่งมาหลงรักอาชีพหนึ่งที่ชื่อว่า โลจิสติก ซึ่งมันรับ วิทย์-คณิต กับ ศิลป์-คำนวณ จ้า 5555555555555
แต่ไปศึกษาข้อมูลก็เหมือนศิลป์ ภาษาสอบได้ด้วยนะ ใครรู้ช่วยอธิบายเพิ่มเติมทีค่ะ
//ปล เราอยากเข้าคณะทางภาษาค่ะ พวกอักษรอะไรงี้ มีโอกาสตกงานมั้ยคะ เห็นมีแต่คนบอกว่าเป็นอาชีพที่ตกงานสูงอยู่ แต่ภาษามันจำเป็นนะตัว TT^TT
ประเด็นคือ"ยังไม่รู้ใจตัวเองเลยว่าหัวไปทางไหนแล้วอยากเป็นอะไร"
เราสายไทย - สังคม ใครเคยได้ยินบ้าง \o/
โรงเรียนเราจัดวิชาให้แบบนี้อ่ะ
สายนี้เรียนหลักๆคือ วิชาภาษาไทย แบ่งย่อยวิชาเป็น ไทยหลัก ไทยเพิ่ม วรรณคดี ภาษาและวัฒนธรรม ประมาณรนี้
วิชาสังคม แบ่งย่อยวิชาเป็น สังคม อาเซียน หน้าที่พลเมือง กฏหมาย เศษฐศาสตร์ รัฐศาสตร์ ประวัติศาสตร์สุโขทัย ประวัติศาสร์อยุธยา (สองอันนี้แบ่งวิชากันเพื่อ??) ประวัติศาสตร์ยุคสมัย
วิชาอังกฤษ แบ่งย่อยวิชาเป็น ภาษาอังกฤษหลัก อังกฤษเพิ่ม อังกฤษเพื่อการสื่อสาร/อังกฤษฟังพูด(สองอันนี้วิชาเดียวกัน)
ดีที่ไม่มีคณิตเพิมเติมอีก ไม่งั้นตายอย่างเขียดแน่ T^T
ถ้ามีนี้จะกลายเป็นสายอะไรไม่รู้แล้ว
แล้วผมต้องติดต่อกลับยังไงอ่ะ T^T บอกหน่อย
อยากให้มีสายศิลป์-อังกฤษค่ะ ช้ำใจจจจจจจจจ!!!!!! ชอบเรียนอังกฤษ แต่ไม่ชอบคณิต ฮือออ ภาษาอ่านคงไม่เวิร์ก
เราว่า การที่อยากได้ภาษาที่สามเพิ่มต้องไปเรียนด้านนอกเอา มันไม่ได้เป็นข้อเสียเลยนะ บางทีไปเรียนข้างนอกอาจไปเร็วกว่าที่โรงเรียนด้วย
เราเรียนศิลป์จีนค่ะจีนมี 3 ตัว คือ จีนหลัก จีนฟังพูด จีนวัฒนธรรม ทั้งหมดแล้วเรียนจีน 8 คาบต่อสัปดาห์
เรามีอิ้ง 3 ตัวค่ะ(เราอยู่epค่ะห้องทั่วไปมี2ตัว) มีอิ้งหลัก อิ้งฟังพูด อิ้งการเอาไปใช้ในชีวิตประจำวัน(อันที่เพิ่มมา)
คือเราว่าห้องเราเน้นภาษามากๆเลยค่ะทุกวันนี้คือตายคือเราเรียนกะครูต่างชาติ 8 คน อิ้ง3 ฟิลิปปิน3 จีน2 ทุกวันยี้คือแทบตายยยย ไม่รู้คิดผิดคิดถูกที่เลือกห้องep
ไม่รู้นะ แต่ถ้าสำหรับผมชอบภาษา
เรากำลังเครียดเลยค่ะ T0T คือเราเป็นคนชอบเรียนภาษามากแล้วก็หัวติดลบกับวิชา คณิตศาสตร์-วิทยาศาตร์มาก (แต่ถ้าให้เรียนจริงๆก็พอถูๆไถๆไปได้) แม่อยากให้เรียน แผน คณิต-อังกฤษ (่ท่านไม่ได้บังคับแค่อยากให้เรียนท่านบอกว่าอันไหนก็ได้) แต่เราก็อยากเรียน อังกฤษ-ฝรั่งเศส เพราะดูแล้วน่าจะเรียนไหวแล้วก็พอวางทางให้ตัวเองได้ด้วย
อีกอย่างคือห้องห้องฝรั่งเศสมันเป็นห้องสุดท้ายของสายชั้นเลย(ห้องท้ายสุดคนชอบคิดว่าเด็กไม่ค่อยเรียน) กลัวคนเขาดูถูกหรือมองแบบ นี่เด็กห้องท้ายนี่หว่า อะไรแบบนี้ด้วย (ทั้งกลัวทั้งอยากเรียน แต่แม่ก็บอกว่าอย่าไปสนใจ)
ตอบนี้สับสนสุดๆเลยค่ะ T______________T
ของเราเรียนสายอังกฤษ-คอมพิวเตอร์ค่ะ เป็นสายที่เพิ่งมาได้แค่2ปี รุ่นเรารุ่นแรก อย่างที่บอกว่าสายอังกฤษ-คอมมันก็เน้นที่สองวิชานี้เป็นหลัก แต่ก็มีเหมือนเดิมแต่จะน้อยหน่อย คณิตก็จะเรียนแค่พื้นฐาน เคมีกับฟิสิกส์เราก็เรียนแต่ให้เลือกว่าจะเรียนเทอมไหน ฟิสิกส์เรียนเทอมแรก เคมีเทอมสองหลังจากนั้นเราก็ไม่ต้องเรียนแล้ว อังกฤษเราเรียนเยอะมากอ่ะ คืออาทิย์หน่งเรียนประมาณ 7-8คาบได้ มาถึงคอมกันบ้าง คอมนี้แบ่งเป็น 2 วิชาแยก วิชาแรกคือ ฐานข้อมูลอันนี้ยากมากต้องจัดระบบให้ดีเชื่อมต่อให้ถูก คนที่เรียนบัญชีน่าจะได้เรียน อีกวิชาหนึ่งก็ วิชาอนิเมชั่นวิชานี้ชอบมมาก เพราะปลดผปล่อยจิตนาการเต็มที่ ศิลปะมาเต็ม แต่ก็ต้องทำการ์ตูนออกมาเรื่องหนึ่งต้องจัดทำทีล่ะ sceen วางแผนให้ดี อันนี้เป็นวิชาของม.5น่ะ ส่วนของม.6 อาจารย์บอกว่าจะให้ทำอนิเมชั่นแบบจริงๆให้เวลาทำเทอมหนึ่งเลยอ่ะ
ปล.ไม่รู้ที่อื่นมีสายนี้กันมั้ย?? รู้สึกจะมีวิทย์-คอมใช่ป่ะ