ปัญหาหนักอก! เรียน "ศิลป์คำนวณ" หรือ "ศิลป์ภาษา" ดีล่ะเนี่ย

          เดือนมีนาคม เป็นเดือนที่โรงเรียนเปิดรับสมัคร ม.4 ถึงคราวที่เด็ก ม.3 จะต้องเริ่มการตัดสินใจก้าวแรกว่าจะไปต่อด้านไหน "สายอาชีพ" หรือ "ม.ปลาย" หากเรียน ม.ปลาย แล้วจะเลือกเรียนสายไหนล่ะ?

           ที่เห็นความแตกต่างได้ชัดหน่อยก็คือ สายวิทย์ กับ สายศิลป์ สายวิทย์ก็เหมาะกับคนที่อยากทำงานในแวดวงการแพทย์ วิศวกรรม เทคโลโลยีต่างๆ ส่วนสายศิลป์ ก็เหมาะกับคนที่ไม่ชอบวิทยาศาสตร์ อยากทำงานด้านสังคม บริหาร บัญชี และอื่นๆ แต่.... คนที่เบนเข็มมาสายศิลป์แล้ว ก็ยังมีเรื่องให้คิดอีกว่า จะเรียนศิลป์คำนวณ หรือ ศิลป์ภาษาดี เพราะถึงแม้จะเป็นสายศิลป์เหมือนกัน แต่จุดโฟกัสของสองสายนี้ต่างกันนะคะ วันนี้พี่มิ้นท์จะมาให้ข้อมูล เพื่อให้น้องๆ ไปตัดสินใจกันดูค่ะ
 

 
    
    
 ► ศิลป์-คำนวณ / ศิลป์-ภาษา เรียนอะไรกัน
           ศิลป์ - คำนวณ สายนี้มีเรียนวิชาทั่วไป เช่น ภาษาไทย สังคมฯ วิทยาศาสตร์กายภาพ และวิชาอื่นๆ แต่ที่จะเน้นหน่อยคือ คณิตศาสตร์ และ ภาษาอังกฤษค่ะ คณิตศาสตร์มีทั้งคณิตหลักและเสริม เหมือนสายวิทย์เป๊ะๆ ส่วนภาษาอังกฤษต้องบอกว่าเรียนหนักที่สุดในบรรดาแผนการเรียนทั้งหมด เพราะต้องเรียนภาษาอังกฤษทุกวัน เพราะมีทั้งภาษาอังกฤษหลักและอังกฤษเสริมสลับวันกัน ก็ยังมีภาษาอังกฤษที่แยกเป็นทักษะด้วย เช่น วิชาการอ่านภาษาอังกฤษ การเขียนภาษาอังกฤษ การแปลภาษาอังกฤษ
           ส่วน
ศิลป์-ภาษา สายนี้มีเรียนวิชาทั่วไปไม่ต่างจากศิลป์-คำนวณค่ะ แต่อาจจะไม่มีวิชาเรียนจำพวกศิลปะ หรือ การงานอาชีพ และที่ต่างแบบเห็นชัดมาก คือ เรียนคณิตน้อยกว่า แต่เวลาที่เหลือก็เอาไปเพิ่มในเป็นภาษาอื่นๆ ที่เราเลือกเรียนไว้นั่นเอง โดยปกติก็ประมาณ 4-5 คาบต่อสัปดาห์ นับเป็นสายเฉพาะทางจริงๆ (รวมๆ เรียนภาษาทั้งหมดประมาณเกือบ 10 คาบ/สัปดาห์)

    ► ข้อได้เปรียบ-เสียเปรียบ 2 สายนี้
         ทั้งสองสายต่างก็มีข้อดีเป็นของตัวเอง น้องๆ ที่จะตัดสินใจเลือกเรียนต้องลองชั่งน้ำหนักดูว่า แบบไหนที่เหมาะกับเรามากกว่ากัน เพราะจะต้องอยู่กับสายนี้ไปตลอด 3 ปีเชียวนะ
         
สายศิลป์-คำนวณ : - ได้เปรียบตรงที่ได้เรียนภาษาอังกฤษเยอะมาก ถ้าตั้งใจเรียนภาษาอังกฤษในห้องเรียนให้ดี ก็แทบไม่ต้องไปเรียนภาษาอังกฤษข้างนอกเลย
                      - ได้เปรียบในการสอบเข้ามหาวิทยาลัยในทางสายศิลป์มากกว่า โดยเฉพาะคณะบัญชี หรือ สาขาบัญชี เพราะบางแห่งไม่รับสายศิลป์ภาษา เนื่องจากหน่วยกิตวิชาคณิตไม่พอนั่นเอง ในขณะที่สายวิทย์และศิลป์คำนวณ ได้เรียนเลขเยอะมาก
                      - ข้อเสีย คือ ถ้าอยากได้ภาษาที่สามเพิ่ม ต้องไปเรียนเพิ่มเติมเอาเอง

         
สายศิลป์-ภาษา : - มีภาษาที่สามติดตัว ถ้าเรียนจนเก่งจริงๆ มีโอกาสชิงทุนไปเรียนต่างประเทศได้มากกว่า เพราะบางประเทศให้ทุนสำหรับคนที่เรียนภาษานั้นๆ
                     - ในเรื่องการเรียนต่อ เด็กศิลป์-ภาษา จะค่อนข้างได้เปรียบในคณะสายภาษาหรือมนุษยศาสตร์ อักษรศาสตร์ ศิลปศาสตร์ ในกลุ่มสาขาภาษาที่สาม เช่น ภาษาฝรั่งเศส ภาษาจีน ภาษาญี่ปุ่น ฯลฯ หลายๆ ที่รับเฉพาะคนที่มีพื้นฐานแล้วเข้าไปเรียนเท่านั้น
                    - ข้อเสีย คือ พอเรียนเลขน้อย ก็เข้ากลุ่มคณะบัญชีไม่ได้ (บางมหาวิทยาลัยเข้าได้ แต่ต้องเช็คคุณสมบัติเพิ่มเติมนะ) รวมทั้งถ้าเจอคนที่เก่งภาษามากกว่าเรา ก็เหมือนเจอคู่แข่งที่น่ากลัว เพราะส่วนใหญ่คนที่มุ่งด้านภาษามาแล้วก็มักจะไปต่อด้านนั้นเลย

 

 

    ► คำแนะนำเพิ่มเติม
          1. สำคัญที่สุด คือ ถามใจตัวเอง ว่ามีเป้าหมายยังไง อยากทำงานอะไรในอนาคต
          2. คนที่เกลียดเลข และชอบภาษามากๆ ค่อนข้างชัดเจนว่าไปด้านภาษาดีกว่า เพราะศิลป์คำนวณ เรียนเลขค่อนข้างเยอะ (แล้วก็ยากด้วย)
          3. ถ้าไม่รู้ใจตัวเองเลยว่าอยากเรียนหรือทำอะไร แนะนำให้เลือกสายกลางๆ อย่างศิลป์-คำนวณไปก่อน
          4. การเรียน อย่าไปตามกระแสมาก บางคนหัวด้านภาษาไม่กระเตื้อง แต่อยากอินเทรนด์ เพราะคิดว่าเรียนภาษาที่ 3, 4 แล้วเท่ เพราะถ้าคิดแค่นี้ น้องจะไม่ได้ภูมิใจกับโอกาสที่ได้มาเรียนภาษาเลย แล้วสุดท้ายภาษาจะกลายเป็นตัวฉุดให้เกรดตกซะอีก รู้ใช่มั้ยว่า สายภาษา หน่วยกิตวิชาภาษาหนักเอาการ
          5. นอกจากอย่าตามกระแสแล้ว อย่าเรียนตามเพื่อนด้วย เพื่อนกัน เรียนคนละสายก็ยังเป็นเพื่อนกันได้
          6. แต่ถ้าคิดมานานแล้วว่าอยากเรียนภาษา สนใจมาตั้งแต่มัธยมต้น ลองหาหนังสือมาอ่านแล้วรู้สึกว่าภาษานี้ใช่เลย ถ้าได้เรียนจะทุ่มเทเต็มที่ เพื่อเอาไปต่อยอดเรียนในมหาวิทยาลัย คิดได้แบบนี้ พี่มิ้นท์สนับสนุนให้เรียนสายศิลป์ภาษาค่ะ
          7. จบศิลป์คำนวณแล้วเรียนต่อคณะสายศิลป์ เลือกคณะสอบเข้าได้มากกว่า และก็มีอาชีพเฉพาะทางสายคำนวณเยอะ แต่คนเรียนศิลป์ภาษา ถ้ามุ่งมั่นจนได้ดิบได้ดีในภาษาที่สาม โอกาสการทำงานในตำแหน่งดีๆ เงินเดือนสูงๆ ที่ต้องใช้ภาษา มีเยอะมากๆ ค่ะ


 

 

  ♦ ประสบการณ์รุ่นพี่สายศิลป์-คำนวณ พี่ฟิล์ม ธันย์ชนก อ่ำทิม (กัปตันฟิล์ม BAR6)
           ปัจจุบันฟิล์มเรียน สายศิลป์-คำนวณ และเรียนภาษาญี่ปุ่นเพิ่มเติมข้างนอกค่ะ สำหรับสายศิลป์คำนวณ จะได้เรียนเลขและภาษาอังกฤษ ค่อนข้างได้เปรียบตรงที่เราเรียนเลข 2 ตัวเหมือนสายวิทย์ สามารถใช้สอบ PAT1 ได้ ส่วนตัวอยากได้ภาษาเพิ่มด้วย จึงไปเรียนภาษาญี่ปุ่นด้วยก็ยิ่งทำให้เราได้ทั้งภาษาและคณิต(เหมือนสายวิทย์) ถือว่าได้เปรียบตรงที่ได้ภาษาและเลขค่ะ (คิดว่าเรียนคำนวณแล้วเพิ่มภาษาข้างนอกง่ายกว่าการเรียนภาษาแล้วไปเพิ่มเลขนะ) แต่ก็ยอมรับว่าถ้าจะเก็บทั้งภาษาที่สองและสาม และเลขควบคู่ไปด้วย ก็ค่อนข้างเหนื่อย และต้องสู้มากกว่าคนอื่น เพราะเริ่มเรียนภาษาญี่ปุ่นเองตอน ม.5 เทอม 2 ถึงจะฟิตแค่ไหนก็ไม่เท่าคนที่เรียนมา 3 ปี
           สุดท้ายแล้วถ้ามุ่งที่จะเรียนด้านศิลป์คำนวณจริงๆ ก็มีประโยชน์มากๆ ค่ะ โดยเฉพาะคนที่จะเรียนคณะที่ใช้พื้นฐานคณิตและภาษาอังกฤษ เพราะได้เรียนแบบจัดเต็มกันเลยทีเดียว

 ♦ ประสบการณ์รุ่นพี่สายศิลป์-ภาษา พี่ไอซ์ เพชรภัสสร อ้นขวัญเมือง (กัปตันไอซ์ BAR5)
          ถ้ามองกันยาวๆ การเรียนสายศิลป์ ช่องทางเข้ามหาวิทยาลัยคงไม่มากเท่าสายวิทย์ แต่การเรียนภาษาก็มีประโยชน์มากๆ ถ้าตั้งใจจริง เพราะถ้าสอบ PAT ภาษาได้คะแนนแรงๆ ก็เป็นตัวช่วยในการเข้ามหาวิทยาลัยได้ แถมยังมีภาษาติดตัวมา เป็นใบเบิกทางในการทำงานได้ในอนาคต แต่ความยากอยู่ที่ เราต้องเจอภาษาทุกวัน ถ้าใจไม่รักจริงๆ แล้วตามไม่ทันที่อาจารย์สอนก็แย่เหมือนกัน เพราะข้อสอบก็ไม่ใช่ภาษาบ้านเกิดเรา ส่วนข้อดีอื่นๆ ที่มองเห็นของสายศิลป์ภาษาคือ ไม่ต้องเรียนพวกวิชาศิลปกะ การงานอาชีพเพิ่มแบบสายศิลป์คำนวณ
  
         อ่านมาถึงตรงนี้ หวังว่าน่าจะได้ข้อมูลช่วยตัดสินใจได้เยอะนะคะ หากถามว่าสุดท้ายแล้วเข้าสายอะไรดี ไม่มีใครตอบได้ดีเท่ากับตัวน้องๆ เอง ถามว่าคนจบสายศิลป์ภาษาออกมา แล้วไม่เรียนต่อด้านภาษา มีมั้ย... มีเยอะค่ะ แล้วคนที่เรียนศิลป์คำนวณออกมา ไปต่อด้านภาษา มีมั้ย... แบบนี้ก็มีเยอะค่ะ ดังนั้น เบื้องต้นดูที่ความสนใจของตัวเองเป็นหลัก และเลือกทางที่ตัวเองเรียนแล้วมีความสุข ดีที่สุดค่ะ^^

 
พี่มิ้นท์
พี่มิ้นท์ - Columnist พี่สาวใจเย็น ผู้เกิดมาในแอดมิชชั่นยุคแรก แต่เข้าใจ TCAS มากกว่า

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

นานึลของชยอล Member 11 มี.ค. 58 14:40 น. 12

อยากให้มีสายศิลป์-อังกฤษค่ะ ช้ำใจจจจจจจจจ!!!!!! ชอบเรียนอังกฤษ แต่ไม่ชอบคณิต ฮือออ ภาษาอ่านคงไม่เวิร์ก

3
ไนติงเกิร์ล Member 26 มี.ค. 58 13:54 น. 12-1
เหมือนกับเราเลยค่ะ เราเกลียดเลข แต่รักอังกฤษมาก แล้วเราก็คอนข้างจะอ่อนทางด้านภาษาที่ 3 ด้วย ช้ำใจจจจื เสียใจ
0
กำลังโหลด
เดิ้บเดิ้บเชิ้บเชิ้บ 11 มี.ค. 58 19:21 น. 28
เราเรียนศิลป์-ภาษาค่ะ คิดมาตั้งแต่ม.1เลยทีเดียว เพราะตัวเราไม่โอเคกับเลขเลยค่ะ ถ้าตั้งใจทำได้นะ แต่ทำไงได้มันไม่ชอบไปแล้ว 555555 โรงเรียนเรามีภาษาสี่ภาษา ฝรั่งเศส เยอรมัน จีน และอังกฤษค่ะ เราเรียนศิลป์-ฝรั่งเศส เพราะในทั้งหมดทั้งมวลนี้ฝรั่งเศสเครดิตดีที่สุดแล้ว ยอมรับว่าตอนเลือกสายไม่ได้อินกับฝรั่งเศสเลย เราชอบญี่ปุ่นมากกว่า (แต่มันไม่มี ;-;) แต่เราชอบภาษา คือเรียนอะไรก็ได้ถ้าเป็นภาษาได้หมด ตอนนี้โอเคกับนางมาก ถึงแม้จะโคตรยากแต่เราก็ชอบ เพราะมาดามสอนเก่ง ใส่ใจโคตรๆ รุ่นพี่ก็นิสัยดี ห้องเรียนก็น่าเรียน คือมันดี 555555 ส่วนอนาคตก็กะจะเข้าคณะที่เกี่ยวกับภาษานั่นแหละค่ะ ตั้งใจไว้แล้วจริงๆว่าจะเดินทางไปกับภาษา :)
1
กำลังโหลด
พี่ม.6 10 มี.ค. 58 19:55 น. 6
ถ้าอย่างร.ร.เราสายศิลป์ภาษา(ฝรั่งเศส) จะเน้นหนักไปที่ 3 วิชาหลัก คือ ไทย อังกฤษ สังคม โดยเฉพาะอังกฤษคือมีเรียนทุกวัน แบ่งเป็นอังกฤษหลักคือเรียนประมาณ 3 คาบ/สัปดาห์ อังกฤษอ่านเขียนกับครูไทยอีก2คาบ/สัปดาห์ อังกฤษฟังพูดกับครูต่างชาติ(ครูต่างชาติสอบ+เก็บคะเเนนเอง100%)อีก 2 คาบ เรียนฝรั่งเศส(3 หน่วยกิต) 6 คาบ/สัปดาห์ *ศิลป์คำนวณร.ร.เราเรียนอังกฤษเท่าศิลป์ภาษาเป๊ะๆ *ศิลป์ภาษาเรียนศิลปะ 1 คาบ/สัปดาห์ เท่าๆกับทุกสาย *ศิลป์คำนวนเรียนเลขพื้นฐาน และเลขเพิ่มเท่ากับวิทย์คณิต *ศิลป์คำนวณได้เรียนวิชาด้านเกี่ยวกับคอม 2 ตัว และก็ต้องเรียนบัญชี ซึ่งมากกว่าสายอื่น *สิ่งที่ศิลป์คำนวณไม่ได้จากในร.ร. คือภาษาที่ 3 ต้องไปหาเรียนเพิ่มเติมนอกโรงเรียน คืออ า จ จ ะไม่แน่นเท่าเด็กภาษา เพราะจะอยู่กับภาษาที่ 3 ทุกวัน ซึ่งถ้าน้องมารู้ตัวว่าชอบภาษาที่หลังตอนที่เลือกเข้าศิลป์คำนวณไปแล้ว จะวิ่งเหนื่อยกว่าคนอื่นหน่อย เพราะน้องต้องเก็บเกรดเลขทั้ง 2 ตัวให้ดีเพราะมีผลกับ GPA แล้วก็ต้องไปเรียนภาษาที่ 3 เพิ่มอีก เหนื่อยนาา *สิ่งที่ศิลป์ภาษาได้น้อยกว่าศิลป์คำนวณแน่ๆ คือเลขพื้นฐานกับเลขเพิ่ม เพราะอย่างเราเรียนศิลป์ภาษา จะได้เรียนแค่เลขหลักเท่านั้น แค่ 2 คาบ/สัปดาห์ ซึ่งมันก็หวานหมูสำหรับคนไม่ชอบเลขอย่างเรา55555 แต่น้องๆคนไหนที่เลือกผิด อยากเข้าคณะที่ใช้เลขเป็นหลักนี่ลำบากแน่ๆ เพราะจะไม่ทันคนอื่นมากๆๆ ย้ำว่ามากกกส่งผลระยะยาวเลย *แต่น้องไม่ต้องกลัวเรื่องข้อสอบกลางภาค/ปลายภาคว่า อ้าววว! ทำงี้มันจะเเฟร์กับเด็กภาษาเหรอ? ได้เรียนเลขน้อยกว่า คำตอบหรือ ไม่ต้องกลัว เพราะข้อสอบเลขพื้นฐานจะเป็นข้อสอบชุดเดียวกันกับทุกสาย แต่แค่วิทย์คณิต และศิลป์คำนวณ จะต้องสอบวิชาเลขเพิ่ม ในข้อสอบชุดเดียวกัน โดยเพิ่มจากศิลป์ภาษาเข้ามาจ้า ฝากถึงน้องๆให้ลองคิดดีๆ เพราะเลือกผิดชีวิตเปลี่ยน อย่างศิลป์ภาษาบางคนไม่ได้รักภาษาที่ 3 จริงๆ เลือกเรียนตามเพื่อนบ้าง ไม่รู้จะลงสายไรก็เลือกมั่วๆมาก็จะไม่ค่อยรู้เรื่อง ไม่ทันเพื่อนในห้อง ซึ่งมันละเอียดอ่อนมากๆ ต้องชอบท่องศัพท์ เปิดดิกแปลบ่อยๆงี้ เรียนไม่ยากเท่าไหร่หรอก แต่ต้องอยู่กับมันให้ได้อย่างมีความสุข แล้วก็จะพัฒนาไปได้ไวจ้า สู้55555555555555555
0
กำลังโหลด
fighto!!! 10 มี.ค. 58 19:03 น. 5
เราไม่ชอบคณิต แต่ที่เราตัดสินใจเลือกศิลป์คำนวนเพราะ เราชอบภาษาอังกฤษมากๆๆๆๆๆๆๆ ถึงแม้คณิตมันยาก (เรียนเรียนหลักวันนึง เสริมวันนึง มันเลยยากมากก) แต่เราก็จะอดทน และสู้ต่อไป อีกแค่ปีเดียว ใครที่ำคะแนนสอบไม่ดี ให้ทำคะแนนเก็บให้มากที่สุด เน้นพวกคะแนนสมุด คะแนนการบ้าน แบบฝึกหัด และเข้าห้องเรียนทุกครั้ง แบบมาให้ครูเห็นหน้าก็ได้ เพราะครูมักจะให้คะแนนคนที่เข้าคาบทุกวัน (ห้องเรามันดื้อ ครูเลยตั้งกฎว่า ถ้าใครเข้าห้องเรียนจะเพิ่มคะแนนคนละ1คะแนน) คนที่เข้าศิลป์คำนวนก็สู้ต่อไปค่ะ ทำคะแนนเก็บเยอะๆๆ เกรดจะได้ประมาณ3อัพ แต่มีอีกอย่างนึงที่เราเซ็งงงงงมากกกกกสำหรับศิลป์คำนวน คือภาษาอังกฤษเราียนหลายตัว ประมาณ4-5ตัว แล้วครูแต่ละคน บอกเลย (เ_ยมากกกกก) สอนไรไม่รู้ ไม่เข้าใจซักนิด เจอคาบอังกฤษแล้วหมดอารมณ์เรียนเลยอ่ะค่ะ แบบเข้ามาสั่งงาน แล้วเรียกปั้ม แล้วแบบ ครูทุกคนจะรีบร้อนมากกกกกก หมดเวลาปุป ออกห้องปัป แล้วไม่สนใจเด็กที่ยังไม่ได้ปั้มเลยนะ คือเซ็งมากค่ะ เราเลยต้องหาที่เรียนพิเศษใหม่ =*= แต่ถ้าใครเจอครูดีๆก็ดีไปค่ะ สุดท้ายใครที่อยากเข้าศิลป์คำนวน อยากที่เราพูดมาอาจจะน่ากลัวนิดนึง แต่เราอยากให้สู้ต่อไปค่ะ ทำคะแนนเก็บให้ยอะๆ ใครที่เก็บคณิตอยู่แล้ว ยิ่งดีเลยค่ะ ปล.อาจยาวหน่อย ถ้าอ่านจบก็ขอบคุณนะคะ
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด

49 ความคิดเห็น

cannelt Member 10 มี.ค. 58 10:55 น. 1

แน่วแน่ว่าเข้าศิลป์ภาษาฮะ เพราะไม่ชอบเรียนคณิต ถ้าให้ฝืนใจไปนั่งเรียนทั้งพื้น ทั้งเพิ่มแบบ ม.ต้น อีกคงไม่ไหว (ร.ร. ผม ห้อง 1 เน้นเด็กให้เป็นวิทย์-คณิตเลย มีสอนวิทย์เพิ่ม คณิตเพิ่ม นู่นนี่นั่น ซึ่งห้องอื่นจะได้เรียนเป็นภาษาญี่ปุ่นแทน) ขอบคุณพี่ๆที่นำประสบการณ์มาแบ่งปันฮะ

1
F123456789f Member 14 ก.ค. 63 16:56 น. 1-1

ใช่คะห้อง1เป็นห้องเพรชของโรงเรียนคะ เราเองก็อยู่ห้องนั้นซึ่งต้องเรียนคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์เป็นภาษาอังกฤษ สอบก็เหมือนกัน ยากคะ ห้องอื่นก็ได้เลือกภาษาเพิ่ม ซึ่งเราอยากมากแต่ก็ไม่ได้เพราะทางโรงเรียนเน้นวิชาหลักคะ เฮ้อออออ

อยาเรียนภาษาเพิ่มเติมค่าาาาาาา

0
กำลังโหลด
SantaLP Member 11 มี.ค. 58 14:43 น. 2-1
เราก็ไม่ชอบ...แต่มันก็ต้องเรียนนี่เนอะ ของเราไม่ใช่แค่ไม่ชอบนะ แต่ก้เรียนไม่ถนัดด้วย เหอะๆ ทำใจ555555เสียใจ
0
กำลังโหลด
Dek Silp Pasa 10 มี.ค. 58 12:01 น. 3
เราเลือกสายศิลป์ภาษาอะ เพราะที่ รร เรา สายวิทย์ ศิลป์คำนวน ศิลป์ภาษาเรียนอังกฤษเยอะเหมือนกันหมด ถ้าจะเข้าคณะสายศิลป์ที่ไม่ใช่บัญชี บริหาร เศรษฐศาสตร์ เราว่าสายศิลป์ภาษาดีกว่านะ เพราะได้ภาษาที่สามด้วย แถมคะแนน PAT7 คงจะดีกว่า PAT1 อยู่แล้ว
0
กำลังโหลด
ฟานาฟาน 10 มี.ค. 58 18:51 น. 4
ชอบภาษา วิทย์แต่เกลียดคณิต แต่เข้าคำนวณเพราะ 1. ภาษาโรงเรียนเราศิลป์ภาษาจะเป็น ยุ่นกับจีน แต่เรามีพื้นฐานทั้ง 2 ภาษานิดหน่อยพออ่านออกแปลได้ แต่เราไม่ชอบจำศัพท์เราเลยเลือกที่จะเลี่ยงภาษาที่ 3 2. ครูเราบอกว่าเราทำคณิตได้ ไม่แนะนำให้ไปศิลป์ภาษาซึ่งก็สอดคล้องกับข้อ 1 3. เราไม่รู้นะว่าโรงเรียนอื่นเป็นแบบโรงเรียนเรามั้ย แต่โรงเรียนมีการเรียนยุ่นกับจีนเพิ่มเติมในศิลป์คำนวณ เราเลยคิดว่ามันก็ใช้ได้ ถึงจะไม่ว่างเรียนหนักก็เถอะ เราว่าคุ้ม ปล. ตอนประกาศสาย 2 อาทิตที่แล้วตื่นเต้นมาก!!!!!! พอรู้ว่าได้เนี่ยกรี๊ดลั่นห้องประชุมเลย 5555
0
กำลังโหลด
fighto!!! 10 มี.ค. 58 19:03 น. 5
เราไม่ชอบคณิต แต่ที่เราตัดสินใจเลือกศิลป์คำนวนเพราะ เราชอบภาษาอังกฤษมากๆๆๆๆๆๆๆ ถึงแม้คณิตมันยาก (เรียนเรียนหลักวันนึง เสริมวันนึง มันเลยยากมากก) แต่เราก็จะอดทน และสู้ต่อไป อีกแค่ปีเดียว ใครที่ำคะแนนสอบไม่ดี ให้ทำคะแนนเก็บให้มากที่สุด เน้นพวกคะแนนสมุด คะแนนการบ้าน แบบฝึกหัด และเข้าห้องเรียนทุกครั้ง แบบมาให้ครูเห็นหน้าก็ได้ เพราะครูมักจะให้คะแนนคนที่เข้าคาบทุกวัน (ห้องเรามันดื้อ ครูเลยตั้งกฎว่า ถ้าใครเข้าห้องเรียนจะเพิ่มคะแนนคนละ1คะแนน) คนที่เข้าศิลป์คำนวนก็สู้ต่อไปค่ะ ทำคะแนนเก็บเยอะๆๆ เกรดจะได้ประมาณ3อัพ แต่มีอีกอย่างนึงที่เราเซ็งงงงงมากกกกกสำหรับศิลป์คำนวน คือภาษาอังกฤษเราียนหลายตัว ประมาณ4-5ตัว แล้วครูแต่ละคน บอกเลย (เ_ยมากกกกก) สอนไรไม่รู้ ไม่เข้าใจซักนิด เจอคาบอังกฤษแล้วหมดอารมณ์เรียนเลยอ่ะค่ะ แบบเข้ามาสั่งงาน แล้วเรียกปั้ม แล้วแบบ ครูทุกคนจะรีบร้อนมากกกกกก หมดเวลาปุป ออกห้องปัป แล้วไม่สนใจเด็กที่ยังไม่ได้ปั้มเลยนะ คือเซ็งมากค่ะ เราเลยต้องหาที่เรียนพิเศษใหม่ =*= แต่ถ้าใครเจอครูดีๆก็ดีไปค่ะ สุดท้ายใครที่อยากเข้าศิลป์คำนวน อยากที่เราพูดมาอาจจะน่ากลัวนิดนึง แต่เราอยากให้สู้ต่อไปค่ะ ทำคะแนนเก็บให้ยอะๆ ใครที่เก็บคณิตอยู่แล้ว ยิ่งดีเลยค่ะ ปล.อาจยาวหน่อย ถ้าอ่านจบก็ขอบคุณนะคะ
0
กำลังโหลด
พี่ม.6 10 มี.ค. 58 19:55 น. 6
ถ้าอย่างร.ร.เราสายศิลป์ภาษา(ฝรั่งเศส) จะเน้นหนักไปที่ 3 วิชาหลัก คือ ไทย อังกฤษ สังคม โดยเฉพาะอังกฤษคือมีเรียนทุกวัน แบ่งเป็นอังกฤษหลักคือเรียนประมาณ 3 คาบ/สัปดาห์ อังกฤษอ่านเขียนกับครูไทยอีก2คาบ/สัปดาห์ อังกฤษฟังพูดกับครูต่างชาติ(ครูต่างชาติสอบ+เก็บคะเเนนเอง100%)อีก 2 คาบ เรียนฝรั่งเศส(3 หน่วยกิต) 6 คาบ/สัปดาห์ *ศิลป์คำนวณร.ร.เราเรียนอังกฤษเท่าศิลป์ภาษาเป๊ะๆ *ศิลป์ภาษาเรียนศิลปะ 1 คาบ/สัปดาห์ เท่าๆกับทุกสาย *ศิลป์คำนวนเรียนเลขพื้นฐาน และเลขเพิ่มเท่ากับวิทย์คณิต *ศิลป์คำนวณได้เรียนวิชาด้านเกี่ยวกับคอม 2 ตัว และก็ต้องเรียนบัญชี ซึ่งมากกว่าสายอื่น *สิ่งที่ศิลป์คำนวณไม่ได้จากในร.ร. คือภาษาที่ 3 ต้องไปหาเรียนเพิ่มเติมนอกโรงเรียน คืออ า จ จ ะไม่แน่นเท่าเด็กภาษา เพราะจะอยู่กับภาษาที่ 3 ทุกวัน ซึ่งถ้าน้องมารู้ตัวว่าชอบภาษาที่หลังตอนที่เลือกเข้าศิลป์คำนวณไปแล้ว จะวิ่งเหนื่อยกว่าคนอื่นหน่อย เพราะน้องต้องเก็บเกรดเลขทั้ง 2 ตัวให้ดีเพราะมีผลกับ GPA แล้วก็ต้องไปเรียนภาษาที่ 3 เพิ่มอีก เหนื่อยนาา *สิ่งที่ศิลป์ภาษาได้น้อยกว่าศิลป์คำนวณแน่ๆ คือเลขพื้นฐานกับเลขเพิ่ม เพราะอย่างเราเรียนศิลป์ภาษา จะได้เรียนแค่เลขหลักเท่านั้น แค่ 2 คาบ/สัปดาห์ ซึ่งมันก็หวานหมูสำหรับคนไม่ชอบเลขอย่างเรา55555 แต่น้องๆคนไหนที่เลือกผิด อยากเข้าคณะที่ใช้เลขเป็นหลักนี่ลำบากแน่ๆ เพราะจะไม่ทันคนอื่นมากๆๆ ย้ำว่ามากกกส่งผลระยะยาวเลย *แต่น้องไม่ต้องกลัวเรื่องข้อสอบกลางภาค/ปลายภาคว่า อ้าววว! ทำงี้มันจะเเฟร์กับเด็กภาษาเหรอ? ได้เรียนเลขน้อยกว่า คำตอบหรือ ไม่ต้องกลัว เพราะข้อสอบเลขพื้นฐานจะเป็นข้อสอบชุดเดียวกันกับทุกสาย แต่แค่วิทย์คณิต และศิลป์คำนวณ จะต้องสอบวิชาเลขเพิ่ม ในข้อสอบชุดเดียวกัน โดยเพิ่มจากศิลป์ภาษาเข้ามาจ้า ฝากถึงน้องๆให้ลองคิดดีๆ เพราะเลือกผิดชีวิตเปลี่ยน อย่างศิลป์ภาษาบางคนไม่ได้รักภาษาที่ 3 จริงๆ เลือกเรียนตามเพื่อนบ้าง ไม่รู้จะลงสายไรก็เลือกมั่วๆมาก็จะไม่ค่อยรู้เรื่อง ไม่ทันเพื่อนในห้อง ซึ่งมันละเอียดอ่อนมากๆ ต้องชอบท่องศัพท์ เปิดดิกแปลบ่อยๆงี้ เรียนไม่ยากเท่าไหร่หรอก แต่ต้องอยู่กับมันให้ได้อย่างมีความสุข แล้วก็จะพัฒนาไปได้ไวจ้า สู้55555555555555555
0
กำลังโหลด
Dark of days Member 10 มี.ค. 58 20:52 น. 7

ที่ศิลป์ภาษามีโอกาสที่จะเข้าบางคณะน้อยกว่าสายวิทย์ คือ คณะแพทย์ คณะบัญชี คณะที่ใช้ตัวเลขค่ะ ซึ่งเราว่าคนที่เรียกสายศิลป์ภาษา เค้าก็คงรู้ตัวนะว่าไม่เก่งเรื่องนี้แล้วจะไม่เอาคณิตเลยไม่เลือกเรียนสายวิทย์คณิต - ศิลป์คำนวณ

สำหรับเราเลือกเรียนสายศิลป์ภาษาค่ะ แต่เพิ่งมาหลงรักอาชีพหนึ่งที่ชื่อว่า โลจิสติก ซึ่งมันรับ วิทย์-คณิต กับ ศิลป์-คำนวณ จ้า 5555555555555

แต่ไปศึกษาข้อมูลก็เหมือนศิลป์ ภาษาสอบได้ด้วยนะ ใครรู้ช่วยอธิบายเพิ่มเติมทีค่ะ เย้

//ปล เราอยากเข้าคณะทางภาษาค่ะ พวกอักษรอะไรงี้ มีโอกาสตกงานมั้ยคะ เห็นมีแต่คนบอกว่าเป็นอาชีพที่ตกงานสูงอยู่ แต่ภาษามันจำเป็นนะตัว TT^TT

0
กำลังโหลด
Nannyyy 10 มี.ค. 58 21:27 น. 8
เราชอบเรียนอิ้งกับจีนน้ะแต่เราจะเรียนศิลป์คำนวณ5555 เพราะเราไม่เก่งเลขเลยเกลียดมากๆแต่คิดว่าถ้าพยายามมากกว่าเดิม ขยันมากขึ้นก็ไม่ใช่เรื่องยาก จริงๆพ่อเราให้ต่อวิทย์คณิตซึ่งเรสไม่ไหวจริงๆ ทางเลือกในการเลือกคณะเยอะกว่าสายอื่นก็จริงนะแต่คือถ้าเราไม่ไหวจริงๆก็ไม่ควรฝืนนะ:-;
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
zxcvb olo Member 10 มี.ค. 58 22:06 น. 10

เราสายไทย - สังคม ใครเคยได้ยินบ้าง \o/ 

โรงเรียนเราจัดวิชาให้แบบนี้อ่ะ

สายนี้เรียนหลักๆคือ วิชาภาษาไทย แบ่งย่อยวิชาเป็น ไทยหลัก ไทยเพิ่ม วรรณคดี ภาษาและวัฒนธรรม ประมาณรนี้

วิชาสังคม แบ่งย่อยวิชาเป็น สังคม อาเซียน หน้าที่พลเมือง กฏหมาย เศษฐศาสตร์ รัฐศาสตร์ ประวัติศาสตร์สุโขทัย ประวัติศาสร์อยุธยา (สองอันนี้แบ่งวิชากันเพื่อ??) ประวัติศาสตร์ยุคสมัย

วิชาอังกฤษ แบ่งย่อยวิชาเป็น ภาษาอังกฤษหลัก อังกฤษเพิ่ม อังกฤษเพื่อการสื่อสาร/อังกฤษฟังพูด(สองอันนี้วิชาเดียวกัน)

ดีที่ไม่มีคณิตเพิมเติมอีก ไม่งั้นตายอย่างเขียดแน่ T^T 

ถ้ามีนี้จะกลายเป็นสายอะไรไม่รู้แล้ว 

หวาา

แล้วผมต้องติดต่อกลับยังไงอ่ะ T^T บอกหน่อย

4

ความคิดเห็นนี้ถูกลบเนื่องจาก

ถูกลบโดยทีมงาน เนื่องจากงดตั้งกระทู้วิจัย โครงงาน หรือใช้พื้นที่เว็บบอร์ดเพื่อการส่งการบ้าน เนื่องจากเป็นการรบกวนผู้ใช้บอร์ดท่านอื่นๆ ขออภัยในความไม่สะดวก

กำลังโหลด
tipagorn tumking 10 มี.ค. 58 23:14 น. 11
ขอบคุณที่ตั้งกระทู้นี้ขึ้นมานะค่ะ เริ่มตัดสินใจได้ล่ะค่ะว่าจะต่อสายศิลป์ ภาษา แต่ รร ที่จะไปต่อมียุ 2 ภาษาให้เลือกค่ะ คือฝรั่งเศสกับเยอรมัน ที่แรกกะจะลงฝรั่งเศสค่ะ แต่พอศึกษาหาข้อมูลในเว็บ เลยลังเลกับเยอรมัน คือมีใครทราบไหมค่ะว่าภาษาไหนเรียนแล้วจะมีประโยชน์มากกว่ากันเย้เขิล แต่ตอนนี้เทใจให้เยอรมันมากกว่าค่ะเพราะชอบประเทศสวิตแล้วคนในประเทศนี้พูดเยอรมัยเยอะค่ะ ใครพอทราบช่วยให้ข้อมูลหน่อยนะค่ะว้าย
0
กำลังโหลด
นานึลของชยอล Member 11 มี.ค. 58 14:40 น. 12

อยากให้มีสายศิลป์-อังกฤษค่ะ ช้ำใจจจจจจจจจ!!!!!! ชอบเรียนอังกฤษ แต่ไม่ชอบคณิต ฮือออ ภาษาอ่านคงไม่เวิร์ก

3
ไนติงเกิร์ล Member 26 มี.ค. 58 13:54 น. 12-1
เหมือนกับเราเลยค่ะ เราเกลียดเลข แต่รักอังกฤษมาก แล้วเราก็คอนข้างจะอ่อนทางด้านภาษาที่ 3 ด้วย ช้ำใจจจจื เสียใจ
0
กำลังโหลด
:K-r-u-s-x-i-o: Member 11 มี.ค. 58 14:43 น. 13

เราว่า การที่อยากได้ภาษาที่สามเพิ่มต้องไปเรียนด้านนอกเอา มันไม่ได้เป็นข้อเสียเลยนะ บางทีไปเรียนข้างนอกอาจไปเร็วกว่าที่โรงเรียนด้วย

0
กำลังโหลด
alone 11 มี.ค. 58 14:47 น. 14
ส่วนตัวเราก็เรียนสายศิลป์-ภาษา ปีนี้ขึ้นม.5 ที่ร.ร. เราสายนี้เน้นอิ้งค์ล้วนๆ เรียน10 คาบ/สัปดาห์ เรียนคณิต 3 คาบ ส่วยวิชาอื่นก็ทั่วไป อิ้งค์เรียน 4 สาย มี แกรมม่าพื้นฐาน อ่าน-เขียน ภาษาอังกฤษเพื่อการพัฒนา ภาษาอังกฤษท่องเที่ยว ตอนแรกมีภาษาฝรั่งเศสด้วย เเต่มาดามเกษียรอายุก่อน เลยต้องยุบห้องนี้ไป เหลือ จีนกับอังกฤษ เรียนห้องนี้สายนี้เราแฮปปี้มากเพรสะชอบเป็นทุนเดิมอยู่เเล้ว เเล้วรู้ตัวเองว่าเป็นสิ่งที่ทำได้ดี อยากให้รุ่นน้องเนี่ยตัดสินใจให้ถูกต้อง อย่าเลือกตามเพื่อน เลือกในสิ่งที่คิดว่าเป็นเราเเละเราทำได้ดีที่สุดค่ะ
0
กำลังโหลด
Blue Snack Member 11 มี.ค. 58 15:00 น. 15

เราเรียนศิลป์จีนค่ะจีนมี 3 ตัว คือ จีนหลัก จีนฟังพูด จีนวัฒนธรรม ทั้งหมดแล้วเรียนจีน 8 คาบต่อสัปดาห์

เรามีอิ้ง 3 ตัวค่ะ(เราอยู่epค่ะห้องทั่วไปมี2ตัว) มีอิ้งหลัก อิ้งฟังพูด อิ้งการเอาไปใช้ในชีวิตประจำวัน(อันที่เพิ่มมา)

คือเราว่าห้องเราเน้นภาษามากๆเลยค่ะทุกวันนี้คือตายคือเราเรียนกะครูต่างชาติ 8 คน อิ้ง3 ฟิลิปปิน3 จีน2 ทุกวันยี้คือแทบตายยยย ไม่รู้คิดผิดคิดถูกที่เลือกห้องep

ฮือฮือ

0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
dream-minnie Member 11 มี.ค. 58 15:19 น. 17

เรากำลังเครียดเลยค่ะ T0T คือเราเป็นคนชอบเรียนภาษามากแล้วก็หัวติดลบกับวิชา คณิตศาสตร์-วิทยาศาตร์มาก (แต่ถ้าให้เรียนจริงๆก็พอถูๆไถๆไปได้) แม่อยากให้เรียน แผน คณิต-อังกฤษ (่ท่านไม่ได้บังคับแค่อยากให้เรียนท่านบอกว่าอันไหนก็ได้) แต่เราก็อยากเรียน อังกฤษ-ฝรั่งเศส เพราะดูแล้วน่าจะเรียนไหวแล้วก็พอวางทางให้ตัวเองได้ด้วย

อีกอย่างคือห้องห้องฝรั่งเศสมันเป็นห้องสุดท้ายของสายชั้นเลย(ห้องท้ายสุดคนชอบคิดว่าเด็กไม่ค่อยเรียน) กลัวคนเขาดูถูกหรือมองแบบ นี่เด็กห้องท้ายนี่หว่า อะไรแบบนี้ด้วย (ทั้งกลัวทั้งอยากเรียน แต่แม่ก็บอกว่าอย่าไปสนใจ)

ตอบนี้สับสนสุดๆเลยค่ะ T______________T

เสียใจ

3
กำลังโหลด
math-biz 11 มี.ค. 58 15:20 น. 18
เราเรียนสายคณิต-ธุรกิจ สายนี้จัดเป็นศิลป์ คำนวณ ก็เลยเลือกเรียน เรียนทั้งคณิตพื้นและเพิ่มเลยรวมๆแล้วเรียนคณิตประมาณ 6 คาบ/สัปดาห์ เรียนเกี่ยวกับบัญชี(มีคอมพิวเตอร์แต่ไม่เยอะ) 6-7คาบ/สัปดาห์ ภาษาอังกฤษ มี4 คาบ/สัปดาห์ ปล. รร.เรามีสายนี้แต่ไม่รู้ว่า รร. อื่นมีสายนี้กันรึเปล่า
0
กำลังโหลด
สายไหนดี 11 มี.ค. 58 15:20 น. 19
อยากให้มีสายวิทย์-ศิลป์ค่ะ เหมาะสำหรับเรา และอีกหลายๆ คนที่ชอบวิทย์ แต่คณิตหัวไม่ไป แท้จริงแล้ววิทย์กับคณิตต้องไปด้วยกัน เพราะในวิทย์ก็มีคำนวณ แต่เราว่าคุณครูน่าจะสอนเป็นคำนวณสูตรมาเลยดีกว่า ว่าทำยังไง แม้ถึงมันจะไม่เจาะลึก เหมือนสายที่เน้นคณิต แต่เราว่ามันก็ดีสำหรับคนที่หัวคณิตไม่ไป ฟังชื่อแล้วอาจจะไม่ค่อยคุ้น แต่ว่าเหมือนเพื่อน(เชื่อได้มั้ย)เคยบอกว่ามีอยู่นะคะ แต่ว่าได้ยินชื่อสายนี้แล้ว น่าลองน่าสนนะคะ แต่ว่าเอาจริงๆ แล้วสายนี้(สำหรับเรา)หายากอยู่นะคะ ไม่รู้ว่าสมัยนี้ยังมีอยู่มั้ย อยากรู้ว่าโรงเรียนมัธยมที่ไหนยังมีอยู่บ้าง จะเก็บไว้เผื่อลองไปสอบเข้า แต่ถ้าไม่มีคงต้องไปศิลป์-ภาษา (วิทย์-คณิตก็น่าสน แต่ไม่ไหว) ว่าแต่จะไปศิลป์-ภาษา ก็ลังเลอยู่ว่าจะไปญี่ปุ่นหรือจีนดี เอาจริงไม่มีพื้นฐานทั้ง2ภาษาเลย ภาษาญี่ปุ่นได้คำศัพท์อยู่บ้าง ภาษาจีนได้พินอิน กับศัพท์(อันน้อยนิด) ทำไงดี???
0
กำลังโหลด
ืnam797 Member 11 มี.ค. 58 15:39 น. 20

ของเราเรียนสายอังกฤษ-คอมพิวเตอร์ค่ะ เป็นสายที่เพิ่งมาได้แค่2ปี รุ่นเรารุ่นแรก          อย่างที่บอกว่าสายอังกฤษ-คอมมันก็เน้นที่สองวิชานี้เป็นหลัก แต่ก็มีเหมือนเดิมแต่จะน้อยหน่อย คณิตก็จะเรียนแค่พื้นฐาน เคมีกับฟิสิกส์เราก็เรียนแต่ให้เลือกว่าจะเรียนเทอมไหน ฟิสิกส์เรียนเทอมแรก เคมีเทอมสองหลังจากนั้นเราก็ไม่ต้องเรียนแล้ว                                               อังกฤษเราเรียนเยอะมากอ่ะ คืออาทิย์หน่งเรียนประมาณ 7-8คาบได้                                   มาถึงคอมกันบ้าง คอมนี้แบ่งเป็น 2 วิชาแยก วิชาแรกคือ ฐานข้อมูลอันนี้ยากมากต้องจัดระบบให้ดีเชื่อมต่อให้ถูก คนที่เรียนบัญชีน่าจะได้เรียน อีกวิชาหนึ่งก็ วิชาอนิเมชั่นวิชานี้ชอบมมาก เพราะปลดผปล่อยจิตนาการเต็มที่ ศิลปะมาเต็ม แต่ก็ต้องทำการ์ตูนออกมาเรื่องหนึ่งต้องจัดทำทีล่ะ sceen วางแผนให้ดี อันนี้เป็นวิชาของม.5น่ะ ส่วนของม.6 อาจารย์บอกว่าจะให้ทำอนิเมชั่นแบบจริงๆให้เวลาทำเทอมหนึ่งเลยอ่ะ                

ปล.ไม่รู้ที่อื่นมีสายนี้กันมั้ย?? รู้สึกจะมีวิทย์-คอมใช่ป่ะ

0
กำลังโหลด
กำลังโหลด