 |
สวัสดีจ๊ะ น้องๆ ชาวDek-D ทุกคน กลับมาพบกับพี่ผึ้งในคอลัมน์ Hot Tutor กันอีก เช่นเคย โดยครั้งนี้ พี่ผึ้งจะพาน้องๆ ไปรู้จัก อาจารย์บัวแก้ว รัตนกมุท อาจารย์สอนเคมีคนเก่ง แห่งสถาบันกวดวิชา ANS ในสยามสแควร์กันจ๊ะ โดยสถาบัน แห่งนี้เขามีประสบการณ์ การสอนแน่นปึกและอาจารย์ส่วนใหญ่ของสถาบันก็เป็น อาจารย์จากโรงเรียนเตรียมอุดมฯ จ๊ะ เพื่อไม่เป็นการเสียเวลา เรามาทำรู้จักกับ อาจารย์บัวแก้วกันเลยจ๊ะ |
พี่ผึ้ง : ขอเชิญอาจารย์บัวแก้วช่วยแนะนำตัวหน่อยคะ อ.บัวแก้ว : ครูชื่อ บัวแก้ว รัตนกมุท ค่ะ ตอนนี้สอนอยู่ที่โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาค่ะ โดยครูสอนมาประมาณ 28 ปีแล้วค่ะ ซึ่งสอนที่โรงเรียนยานนาเวศวิทยาคม 17 ปี และที่โรงเรียนเตรียมอุดมฯ 11 ปีค่ะ แต่สอนพิเศษตามเซ็นเตอร์ก็ประมาณ 10 ปีได้ค่ะ และมาสอนที่สถาบัน ANS จากคำชวนของอาจารย์หน่องตอนเริ่มเปิด ANS ค่ะ | |
 |
พี่ผึ้ง : อาจารย์บัวแก้วจบการศึกษามาทางด้านไหนคะ อ.บัวแก้ว : ครูจบปริญญาตรีทางด้านการสอนเคมี จากคณะคุรุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย และจบปริญญาโท สาขาสถิติการศึกษา ภาควิชาวิจัยการศึกษา จากจุฬาฯ เช่นเดียวกันค่ะ |
พี่ผึ้ง : แรงบันดาลใจอะไรที่ทำให้อาจารย์บัวแก้วเลือกเรียนการสอนเคมี จากคณะคุรุศาสตร์คะ อ.บัวแก้ว : ก่อนอื่นเลย ต้องบอกว่าครูเป็นคนชอบสี และอะไรที่ใส่ลงไปแล้วระเบิด เปรี้ยง มันเร้าใจดีค่ะ คิดว่าเรียนเคมีแล้วน่าจะสนุก และถ้าไปสอนเด็กๆ ก็น่าจะสนุก ตามเรา จึงตัดสินใจเรียนและสอนเคมีมาจนถึงเดี๋ยวนี้ |
พี่ผึ้ง : เด็กมักจะบ่นบ่อยๆ ว่าวิชาสายวิทย์ยาก หรือ วิชาเคมียาก อาจารย์บัวแก้วคิดว่ามีสาเหตุมาจากอะไรค่ะ อ.บัวแก้ว : เคมีจะมี 1. ท่อง 2. เรียนแล้วต้องเข้าใจ มักจะมีนักเรียนบางคนคิดว่าท่องๆ | |
 |
อย่างเดียวพอแล้ว แต่มันไม่ได้ผลค่ะ เพราะเรียนเคมีจะได้ผลจริงๆ แล้วต้อง วิเคราะห์เป็น สังเคราะห์เป็น และประยุกต์ใช้เป็นค่ะ นักเรียนจะมาจำอย่างเดียวไม่ได้ ทั้งหมดนี้เป็นเหตุผลที่ทำให้เด็กบอกว่าวิชาเคมีเรียนยาก ถามเด็กคนไหนก็จะตอบ เหมือนๆ กันหมดค่ะว่ายาก เพราะเขาไม่สามารถนำสิ่งที่เขาเรียนไปวิเคราะห์หรือ สังเคราะห์ได้ เขาทำได้เพียงแค่ว่าถ้าเรียนแล้วถามอย่างนี้ก็จะตอบได้ แต่เขาไม่ สามารถนำสิ่งที่เขาเรียนไปประยุกต์ใช้ต่อได้ นี่คือสิ่งที่มีปัญหาเลยทำให้เด็กส่วนใหญ่ ไม่ชอบเคมี แต่ถ้าถามว่าเคมียากจริงๆ หรือเปล่า คำตอบคือ ต้องเรียนให้เข้าใจ แล้วจะไม่ยากค่ะ |
พี่ผึ้ง : เคล็บลับการเรียนวิชาเคมีให้ได้ผลดีควรปฏิบัติตัวอย่างไรค่ะ อ.บัวแก้ว : พื้นฐานสำคัญที่สุด ดังนั้นต้องเรียนให้เข้าใจและดูว่าเราเข้าใจจริงๆ ไหม ซึ่งถ้าเราเข้าใจแล้วก็จะสามารถตามเนื้อหาต่อไปได้เรื่อยๆ และที่สำคัญอย่างแรก เราจะต้องชอบวิชาเคมีซะก่อน ถ้าไม่ชอบแล้วถึงสิ่งนั้นง่ายก็ไม่ทำ หรือแม้สิ่งนั้นยาก แต่ถ้าเราชอบเสียอย่างยังไงก็อดทนทำได้ ซึ่งทุกวิชาก็จะเหมือนกันหมด คือถ้า พื้นฐานดี เราเรียนแล้วเข้าใจ เราก็จะสามารถติดตามวิเคราะห์ได้ต่อไปค่ะ |
พี่ผึ้ง : สไตล์การสอนของอาจารย์บัวแก้วเป็นอย่างไรค่ะ อ.บัวแก้ว : ไม่ว่าเด็กจะเก่งหรืออ่อน ครูก็จะดูแลและพยายามเข้าใจเขา เพราะเด็ก | |
 |
|
แต่ละคนมีพื้นฐานไม่เหมือนกัน และใช่ว่าทุกคนจะชอบเคมีเหมือนกันหมด ดังนั้น ทำอย่างไรให้เขาอยู่กับเราแค่ 80 % ก็ถือว่าพอใจแล้วค่ะ ดังนั้นครูก็จะคอยเตือน นักเรียนอย่าคุยกันในห้อง และขณะที่สอนเดินดูนักเรียนทำแบบฝึกหัด คุณครูสั่ง เดี๋ยวนี้ให้เด็กทำเดี๋ยวนี้ คุณครูจะมาตรวจ เด็กก็จะพยายามทำแบบฝึกหัด พอหมด ชั่วโมงใครเสร็จส่ง สมมุติถูก 3 ข้อ ข้อที่ผิดคุณครูไม่ตรวจนะให้เธอไปทำที่บ้าน คราวหน้าไม่ได้เดี๋ยวเรามาคุยกัน ทิ้งเวลาให้เด็กได้คิด
ก่อนที่จะให้เด็กทำโจทย์ได้จะต้องสอนจนเด็กเข้าใจเนื้อหา เช่น สูตรมีอย่างนี้นะ โจทย์ข้อนี้ควรจะใช้สูตรไหน และครูต้องทำให้เขาดูก่อนเป็นตัวอย่างก่อนในบางข้อ และต้องรู้ว่าชั่วโมงนี้เราจะต้องสอนจบที่ตรงไหน มีการแทรกมุขหรือเล่าเรื่องผีๆ บ้าง จริงไม่จริงไม่รู้ แต่ทุกคนตาโตมาเลยค่ะ ทั้งนี้เพื่อให้นักเรียนตื่นตัวค่ะ
วิชาเคมีมีทั้งทฤษฎีและคำนวณ ดังนั้นแม้เข้าใจทฤษฎีอย่างเดียว คำนวณก็ ทำไม่ได้ ครูจะสอนวิธีคิด ไม่สอนสูตรลัดใดๆ ทั้งสิ้น นอกจากสูตรพื้นฐานที่นักเรียน ควรจำให้ได้ เพราะถ้าเด็กเข้าใจวิธีคิดเด็กจะทำโจทย์ได้ทุกรูปแบบ และสอนให้เด็ก คิดเป็นสอนยาก ต้องใช้เวลาค่ะ
| |
 |
พี่ผึ้ง : ที่นี่สอนสดหรือเป็นวีดีโอค่ะ อ.บัวแก้ว : ที่นี่มีแต่สอนสดเท่านั้นค่ะ สอนจำนวนไม่มากแต่ให้เวลากับเด็กเต็มที่ เช่น เวลาเลิกทุ่มหนึ่ง แต่บางทีเลิก ทุ่มครึ่งบ้าง สองทุ่มบ้าง แล้วแต่เด็กมาถาม เราต้อง มีเวลาให้เขาถามข้อสงสัยได้ |
พี่ผึ้ง : อาจารย์คิดว่า วิชาเคมีมีความสำคัญต่อนักเรียนหรือคนทั่วไปอย่างไรค่ะ อ.บัวแก้ว : จริงๆ แล้วนักเรียนก็ถามเหมือนกันว่า ผมก็ไม่ได้อยากเรียนเคมี หรือท่อง ตารางธาตุไปทำไมครับ ผมจบไปจะเรียนนิติศาสตร์หรือเรียนบัญชี ผมไม่ได้ใช้นะ ครับอาจารย์ ครูบอกว่า นักเรียนเคยสังเกตไหมว่าวิชาเคมีเราไม่ได้เรียนแต่ทฤษฎีนะ มีการทดลองด้วย ซึ่งสิ่งหนึ่งที่ได้ก็คือ เด็กจะรู้เลยว่านิสัยเพื่อนเป็นอย่างไร เพราะทุก ครั้งของการทดลองในวิชาเคมีจะต้องส่งใบงาน ถ้าใบงานไม่ดีถูกหักคะแนน มาสายก็ เหมือนกัน ซึ่งเป็นการปลูกฝังนิสัยเด็กให้ตรงต่อเวลา และเด็กก็ยังจะได้รับ 1. ต้องรู้จัก คิดเป็นและช่วยกันทำงาน 2. เห็นนิสัยของเพื่อนเลยว่าเป็นอย่างไร เอาเปรียบเราไหม คนไหนเห็นแก่ตัว คนไหนเสียสละ เป็นต้น และสิ่งที่จะติดตัวเด็กไปตลอดชีวิต คือ คิดและวิเคราะห์เป็น นี่ต่างหาที่สำคัญกว่าสูตรเคมีค่ะ | |
พี่ผึ้ง : การเปลี่ยนแปลงระบบการสอบเข้ามหาวิทยาลัย เป็นระบบ Admission มีผลกระทบต่ออาจารย์และนักเรียนหรือไม่ อย่างไร อ.บัวแก้ว : มีผลกระทบมากๆ เลยค่ะ อย่างวิชาเคมี 40 ข้อ ภายใน 1 ชั่วโมง ก็จะตก 1 ข้อ/นาทีครึ่ง ต้องอ่านและคิดภายในนาทีครึ่ง หากถามครูว่าถ้าเราอยากวัดว่า เด็กคนนี้รู้จริงไหมต้องมีเวลาให้เขาค่ะ ให้เขาได้คิดไม่ใช่ได้มาเพราะการเดา ครูขอติง เรื่องเวลาที่น้อยไปนิดค่ะ ครูไม่ชอบแบบนี้ค่ะ ไม่เห็นด้วยในแง่ของคนที่สอนวิชาเคมี แต่ต้องบอกอย่างหนึ่งว่า อาจารย์ที่ออกข้อสอบวิชาเคมีเก่งมาก ได้ดีมาก คือออก ข้อสอบให้เด็กได้คิด นี่คือสิ่งที่เราต้องการ แต่ต้องให้เวลามากกว่านี้ค่ะ |
ผึ้ง : ข้อสอบระบบเก่า กับ ข้อสอบระบบแอดมิชชั่น มีความแตกต่างกันหรือไม่ อ.บัวแก้ว : แตกต่างกันค่ะ คือข้อสอบระบบเก่าจะมี 100 ข้อ จึงคุมเนื้อหาทั้งหมด แต่ตอนนี้ไม่ใช่แล้ว เป็นการเจาะลงไป เด็กไม่มีทางรู้เลยว่าจะออกส่วนไหน ต้องพึ่ง โชคจริงๆ ค่ะ ดูแล้วตรงกับที่ออกเราก็ได้ |
พี่ผึ้ง : ข้อสอบวิชาเคมีในระบบแอดมิชชั่น เน้นที่ส่วนไหนเป็นพิเศษค่ะ อ.บัวแก้ว : สิ่งที่ออกแน่นอน คือ ปริมาณสารสัมพันธ์ 2 ซึ่งเป็นส่วนคำนวณ | |
 |
เป็นส่วนหัวใจหลักของเคมี , สมดุลกรด เบส , ปฏิกิริยาไฟฟ้าเคมี , สารชีวโมเลกุล ,ไฮโดรคาร์บอน ประมาณนี้ค่ะ ข้อสอบมีออกความจำบ้างค่ะ แต่ถ้าไม่จำก็ทำข้อสอบ ไม่ได้ คือข้อสอบเคมีจะต้องจำแล้วถึงวิเคราะห์ใช้เป็นค่ะ |
พี่ผึ้ง : เหตุการณ์ ประสบการณ์ หรือเรื่องราวที่น่าสนใจ ซึ่งเกิดขึ้นกับอาจารย์ และเด็ก ๆ ที่มาเรียน อ.บัวแก้ว : มีลูกศิษย์น่ารักอยู่คนหนึ่งค่ะ ชื่อว่า กระตั้ว สนิทกับครูมาก พอวันไหน ไม่เห็นกระตั้ว บอกว่ากระตั้วไปไหนนักเรียนช่วยดูสิ เพราะกระตั้วเป็นคนดังในหมู่เด็ก ที่มาเรียน ทุกคนบอกว่า อาจารย์ๆ ยังไม่มาเลย ครูบอกว่า นั่นสิๆ เดี๋ยวคุณครูต้องตาม แล้วว่าอยู่ไหน วันนี้คุณครูสอนไม่ออกเลยเพราะกระตั้วไม่มา แป๊บเดียวเท่านั้นหยิบ กระเป๋าเข้ามาในห้อง ทุกคนก็หัวเราะกันใหญ่ ครูบอกว่า ไหนกระตั้วอยู่ไหนมานั่ง ใกล้ครูมา มีคนถามว่าทำไม ครูตอบว่า เพราะเขาหล่อถ้าครูไม่เห็นความหล่อครูสอน ไม่ได้ ทุกคนก็หัวเราะ ขำกันใหญ่ นอกจากนี้ครูมีการตั้งฉายาให้กับนักเรียนในคลาส แก้ง่วงค่ะ เช่น คนไหนที่หล่อมากๆ ให้ชื่อว่า คีนู รีฟ เป็นต้น |
พี่ผึ้ง : อาจารย์มีโครงการตอบแทนสังคมรูปแบบอื่นๆ หรือไม่ อย่างไร อ.บัวแก้ว : ครูมีไปสอนที่เชียงรายค่ะ , สอนที่ม.ขอนแก่นร่วมกับมาม่า , สอนที่ ม.เกษตรของโครงการแบรนด์ | |
 |
พี่ผึ้ง : ความภาคภูมิใจและความประทับใจของอาจารย์สมานที่อยาก เล่าให้น้องๆ ชาวเด็กดีได้ฟังกัน อ.บัวแก้ว : ได้สอนเด็กน่ารักค่ะ อย่างเด็กที่ ANS เป็นเด็กดี ที่ใฝ่รู้ใฝ่เรียน ไม่ใช่มา เที่ยว เพราะพอหมดชั่วโมงไม่มีการกลับบ้าน เขาจะวิ่งมาถามตรงที่เขาไม่เข้าใจ อาจารย์ช่วยอธิบายใหม่อีกครั้งค่ะ ซึ่งครูก็จะขึ้นกระดานให้ดูใหม่ ไม่รู้ไม่เป็นไรนักเรียน ถามได้ จนเขาเข้าใจ แต่ถ้าไม่เข้าใจครั้งหน้ามาอธิบายใหม่ แต่ต้องไปทำโจทย์ มาก่อนนะค่ะ |
พี่ผึ้ง : อ.บัวแก้วอยากฝากอะไรถึงน้องๆ ชาวDek-D คะ อ.บัวแก้ว : ครูอยากจะให้เด็กๆ สร้างกำลังใจให้ตัวเอง โดยเฉพาะเด็กม.6 และมีจุดมุ่ง หวังว่าเราอยากเรียนอะไร เพราะถ้าไม่มีจุดมุ่งหมายในชีวิต ทำให้ไม่เห็นหนทางว่าจะ ไปทางไหนดี เช่น อยากเรียนนิติศาสตร์ต้องทุ่มให้กับวิชาภาษาไทยและสังคมให้มาก ขึ้น วิเคราะห์ให้มากขึ้น เขาก็จะมีจุดมุ่งหมายแล้ว เป็นต้น เพราะ ถ้ามีจุดมุ่งหวัง ทุกคน ก็จะมีกำลังใจ มีความพยายาม แต่ถ้าไม่มีก็หมดค่ะ ทำอะไร ไม่ได้เลย ดังนั้นครูขอ ฝากให้เด็กๆ มีกำลังใจและเชื่อมั่นในตัวเองว่า เราทุกคนเรียนรู้ ได้เท่ากันหมด สมองที่ บอกว่าคนนี้เก่งกว่าเรามันเป็นแค่ส่วนต้น แต่สิ่งหนึ่งที่สำคัญ และอยู่กับเราตลอดชีวิต คือความวิริยะอุตสาหะ ถ้ามีคำนี้อยู่กับตัวคิดว่าทุกคนเรียนได้ ทั้งสิ้นค่ะ | |
 |
 |
น้องโส่ย จากโรงเรียนเซนต์โยเซฟคอนเวนต์
หนูชอบเรียนกับอ.บัวแก้ว เพราะอาจารย์สอนดี สอนด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน และอาจารย์ก็จะคอยดูแลเอาใจใส่นักเรียนที่มาเรียน สอนแบบค่อยเป็นค่อยไป รวมทั้งได้ความรู้นอกเหนือจากบทเรียน และได้เพื่อนใหม่ด้วยค่ะ อ.บัวแก้วเหมือนกับสีชมพู เพราะอ.บัวแก้วเป็นคนอ่อนหวานค่ะ
|
น้องโตโต้ จากโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา
ผมชอบเรียนอาจารย์บัวแก้ว เพราะเรียนแล้วเข้าใจได้ง่าย ตอนแรกที่เห็น อ.บัวแก้วคิดว่า เป็นคนเงียบๆ สอนแล้วน่าเบื่อจะหลับ ไม่ค่อยมีอะไร แต่ พอได้มาเรียนจริงๆ แล้วสอนสนุก ไม่เครียด เรียนแล้วเข้าใจไม่งงครับ และผมคิดว่าอ.บัวแก้วเหมือนกับสีเหลือง เพราะสีเหลืองดูนุ่มนวล และอาจารย์เป็นคนเรียบๆ ง่ายๆ มีความเมตตาต่อเด็กครับ (หัวเราะใหญ่)
|
 |
 |
น้องจูน จากโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา
ผมคิดว่าอ.บัวแก้วน่ารักครับ เป็นคนมีอารมณ์ดี เฮฮ่า ดูแล้วไม่เครียดดีครับ แถมสอนเข้าใจได้ง่ายครับ และอ.บัวแก้วก็ชอบเรียกชื่อนักเรียนเป็นชื่อดารา เช่น ผมได้รับฉายาว่า เคน ธีรเดช วงษ์พัวพันธ์ พระเอกละครครับ (หัวเราะชอบใจ) หรืออย่าง โตโต้(น้องคนที่สอง) ได้รับฉายาว่า คีอานู รีฟส์ เช่นกันครับ ฯลฯ คือตั้งแต่ครั้งแรกที่เริ่มเรียนอาจารย์ก็จะตั้งฉายานักเรียน ทุกคนเป็นดาราทั้งหมดครับ ทุกคนก็สนุก ลุ้นกันใหญ่ว่าตัวเองเป็นใคร และผมคิดว่าอ.บัวแก้วเหมือนสีชมพู เพราะอาจารย์น่ารัก สดใสดีครับ
|
 |
เมาท์น่ารักกับอาจารย์บัวแก้ว |
 |
| คำพูดติดปาก |
เด็กดีเปิดหนังสือได้แล้ว |
| วิธีแก้เผ็ดเด็กกวน |
ตั้งคำถามแล้วให้ไปค้นคว้าหาคำตอบ |
| เสื้อผ้าตัวเก่ง |
ปีนี้เสื้อสีเหลือง |
| ของที่พกติดตัวเป็นประจำ |
แว่นตา , พระ |
| คติประจำใจ |
ดูแลนักเรียนให้ทุกคนมีความสุขและปลอดภัย |
| เครื่องลางนำโชค |
พระที่บูชาที่บ้านและพระที่พกติดตัวเป็นประจำ |
| สีที่ชอบ |
สีชมพูและสีส้ม |
| ของสะสม / งานอดิเรก |
อ่านหนังสือสารคดีและการท่องเที่ยว | |
21 ความคิดเห็น
ก็อยากลองเรียนดูแต่อยู่ไกล
เคยเรียนกะเขาครั้งเดียว(ติวโอ)
วันนั้นเฟลมากๆ
เลยปล่อยโฮกลาย lab เลย
เขาก็พูดให้กำลังใจ
love เลย 555+
(เดินผ่าน ANS ทุกวัน - -")
อาจารย์ประจำตึก 555+
อาจารย์ใจดีเว่อร์ (แม้จะไม่เคยเรียนด้วยก็เถอะ แต่ก็ยอมรับคะว่าอาจารย์ใจดีจริงๆ^^)