|
ทีมนักศึกษาสถาปัตย์ฯ ม.รังสิต โชว์กึ๋นคว้ารางวัลชนะเลิศออกแบบบ้านพักอาศัยเพื่อป้องกันเสียงรอบสนามบินสุวรรณภูมิ โดยทีมชนะเลิศระบุออกแบบอาคารที่เรียบง่าย เน้นประโยชน์ใช้สอย และลดเสียงเข้าสู่อาคาร และใช้วัสดุผิวหยาบในการก่อสร้างเพื่อช่วยกระจายเสียงที่มาตกกระทบให้แยกจากกัน
เป็นที่ทราบกันโดยทั่วไปถึงความเดือดร้อนที่ประชาชนได้รับหลังจากรัฐบาลชุด ทักษิณ ชินวัตร เร่งให้มีการเปิดใช้สนามบินสุวรรณภูมิโดยที่ยังไม่มีความพร้อม ดังนั้นปัญหาที่เกิดขึ้นจึงมีมากไม่ว่าจะเป็นหลังคารั่ว กระเป๋าเดินทางของผู้โดยสารล่าช้า สูญหาย ปริมาณห้องน้ำไม่พอเพียงกับปริมาณผู้ใช้สนามบิน ฯลฯ แต่ที่ดูจะได้รับความเดือดร้อนมากที่สุดคือ ชุมชนที่อยู่อาศัยโดยรอบสนามบินสุวรรณภูมินั่นเอง
 |
ชุมชนที่ว่าได้รับความเดือดร้อน เพราะ เสียงจากเครื่องบินขึ้น ลงเป็นอย่างมาก บางหลังหลังคาหลุดเนื่องจากความสั่นสะเทือนของเสียง อีกทั้งไม่สามารถอยู่อาศัยได้อีกต่อไปเนื่องจากความดังของเสียงมีมากเกินกว่าที่จะรับได้ อย่างไรก็ตามบริษัทท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท.ได้ร่วมกับ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบังได้จัดโครงการประกวดแบบบ้านพักอาศัย เพื่อใช้ก่อสร้างในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากเสียงเครื่องบินบริเวณชุมชนโดยรอบสนามบิน ผลการประกวดปรากฎว่า จารึก ทวีอำนวยศรี อินทัช เวชสาร นักศึกษาชั้นปีที่ 3 และ พิชญ ประเสริฐวงษ์ นักศึกษาชั้นปีที่ 2 คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต คว้ารางวัลชนะเลิศมาครอง กับผลงานที่ชื่อ Connection to the Sky
จารึก ทวีอำนวยศรี กล่าวว่า โครงการประกวดแบบบ้านสุวรรณภูมิ เป็นการออกแบบบ้านเดี่ยวบนพื้นที่ขนาดประมาณ 150 ตารางเมตร สำหรับผู้พักอาศัย 3 - 4 คน ซึ่งแบบบ้านดังกล่าวจะต้องคำนึงถึงสภาพภูมิอากาศ และเอกลักษณ์ของท้องถิ่น ภายใต้กรอบของกฎหมายผังเมืองรวม และกฎควบคุมอาคาร ภายใต้งบประมาณการก่อสร้าง 1.5 ล้านบาท แนวคิดในการออกแบบจึงคิดถึงสนามบินสุวรรณภูมิ การเชื่อมต่อระหว่างพื้นดินกับท้องฟ้าโดยมองผ่านกระจก จึงได้ผลงาน Connection to the Sky เป็นงานที่เน้นเส้นสายของงานสถาปัตยกรรมที่เชื่อมสู่ท้องฟ้า เช่น การออกแบบอาคารที่เรียบง่าย เน้นประโยชน์ใช้สอย และลดเสียงเข้าสู่อาคารด้วยการออกแบบแผงบังแดด ฯลฯ โดยศึกษาค้นคว้าทฤษฎีที่เกี่ยวข้องกับการถ่ายเทความร้อน และการแทรกซึมผ่านของเสียง ซึ่งเราจะนำสิ่งที่ค้นคว้ามาแชร์ให้กันฟังก่อนดีไซน์แบบบ้าน ดังนั้น แบบบ้านที่ได้จะมีการลดองค์ประกอบบางส่วนของเปลือกอาคาร ผนัง และหลังคา จึงได้รูปทรงอาคารแบบ Compact Form ในการสร้างประสิทธิภาพของตัวอาคาร เป็นต้น ส่วนบางเรื่องที่เราไม่เข้าใจก็จะปรึกษาอาจารย์ ส่วนวัสดุที่ใช้ในการก่อสร้างนั้น พิชญ ประเสริฐวงษ์ กล่าวว่าพวกเขาเลือกใช้วัสดุที่มีลักษณะหยาบ เพราะสามารถช่วยกระจายเสียงที่มาตกกระทบให้แยกจากกัน เช่น การใช้ Metal Sheet มาทำหลังคา การนำฉนวน PU Foam มาฉีดพ่นกันความร้อน และมีคุณสมบัติในการช่วยลดเสียง ก่อผนัง 2 ชั้น โดยใช้เทคนิคพิเศษ คือ ใส่โฟมความหนาแน่นสูง ระหว่างช่องอิฐบล็อก การติดอินซูเลส (กระจก 2 ชั้น) เป็นต้น
วัสดุที่เลือกใช้ถึงแม้ราคาจะค่อนข้างแพง แต่ราคาโดยรวมก็ไม่ต่างจะบ้านจัดสรรทั่วไปมากนัก และมีความคุ้มค่ามากกว่า ดังนั้น บ้านจึงได้แบบที่พัฒนาให้แตกต่างจากบ้านทั่วไป พิชญ ประเสริฐวงษ์ กล่าวเสริม ส่วน อินทัช เวชสาร กล่าวว่าพวกเขาทำงานที่ศูนย์บริการวิชาการของคณะฯ และเคยมีส่วนร่วมในการออกแบบบ้านประหยัดพลังงาน พวกเขาจึงนำประสบการณ์ดังกล่าวมาเป็น case study และระหว่างทำงานมีบางครั้งความคิดเห็นไม่ตรงกันบ้าง แต่พวกเขาเปิดโอกาสให้แต่ละคนแสดงความคิดเห็นก่อนที่จะเลือกสิ่งที่คิดว่ามีความเป็นไปได้มากที่สุด ซึ่งผลที่ได้ก็ออกมาน่าพึงพอใจ สิ่งที่ได้รับจากการส่งผลงานเข้าประกวดในครั้งนี้ ถือว่าเป็นประสบการณ์ที่ดีที่ได้รับ นอกเหนือจากการเรียนให้ห้องเรียนอย่างมาก และสามารถนำประสบการณ์นี้ไปพัฒนาทั้งในวิชาเรียน และวิชาชีพต่อไปในอนาคตครับ อินทัชกล่าวทิ้งท้าย...
ขอขอบคุณผู้จัดการออนไลน์
|
1 ความคิดเห็น