เมื่อภาคการศึกษาที่แล้วกระแสต่อต้านร้านเหล้ารอบรั้วมหาวิทยาลัยเมื่อช่วงปลายปี 2549 ได้รับความสนใจจากผู้คนในสังคมเป็นอย่างมาก เพราะ กรณีร้านเหล้ารอบรั้วมหาวิทยาลัยนั้นส่งผลกระทบกับนิสิต นักศึกษาเป็นจำนวนมาก ทว่าดูเหมือนว่าในปี 2550 นี้ ประเด็นเรื่องร้านเหล้ารอบรั้วมหาวิทยาลัยแทบจะไม่มีใครพูดถึง

 

แต่กลุ่มนักศึกษาภาควิชาวารสาร คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต ยังคงให้ความสนใจในเรื่องดังกล่าว พวกเขาได้ติดตามความคืบหน้ากรณีร้านเหล้ารอบรั้วมหาวิทยาลัยและนำมารายงานใน “หนังสือพิมพ์รังสิต” (หนังสือพิมพ์ฝึกปฏิบัติของนักศึกษา) ฉบับเดือนสิงหาคม เนื้อหาจะเป็นอย่างไรเชิญติดตาม....ผลักร้านเหล้าห่างรั้วได้ผล ปัญหานักศึกษาซื้อ เที่ยว ลดลง

 

รองอธิการบดีฝ่ายกิจการนักศึกษามหาวิทยาลัยรังสิต – มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ชี้ ยอดขายสุราหน้ามหาวิทยาลัยหรือสถานบันเทิงลดลงอย่างเห็นได้ชัด หัวหน้างานบริหารอาคารสถานที่หอพักนักศึกษา อยากให้เยาวชนใช้สติปัญญา อย่าตามกระแสสังคม ใช้เวลาว่างทำสิ่งทีมีประโยชน์ ด้านนักศึกษาแจง ทำให้ประหยัดค่าใช้จ่ายจากการซื้อสุราได้
       


            นายเอกชาต สมพงษ์ รองอธิการบดีฝ่ายกิจการนักศึกษา มหาวิทยาลัยรังสิตกล่าวว่า นโยบายของมหาวิทยาลัยไม่เพียงแต่อูแลนักศึกษาภายใน แต่ยังดูแลชุมชนในหมู่บ้านด้วย เพราะอาจมีนักศึกษาจำนวนมากสร้างปัญหาให้ชุมชน บางเรื่องก็ต้องให้ชุมชนช่วยเหลือสอดส่องดูแล เมื่อนักศึกษาไปยุ่งเกี่ยวกับสิ่งมึนเมาที่จะเป็นภาพลักษณ์ไม่ดี
       
            และในหลายปีที่ผ่านมามีปัญหานักศึกษามั่วสุมร้านเหล้าแล้วเกิดปัญหาสังคมตามมา เช่นเมาสุราขาดสติมีเรื่องทะเลาะวิวาท มีอุบัติเหตุเกิดขึ้นให้เห็นอยู่เป็นประจำ และทางมหาวิทยาลัยไม่ต้องการไปกีดกันผู้ประกอบการที่จะมาประกอบอาชีพ จึงอยากจะจัดให้เป็นระบบระเบียบมากกว่าที่เป็นอยู่ และผู้ประกอบการส่วนใหญ่เป็นบุคคลภายนอกชุมชนที่เข้ามาเพื่อหวังประโยชน์กับนักศึกษาโดยตรง แต่คนในชุมชนที่มาเป็นผู้ประกอบการจริงๆ มีไม่มาก เพราะมีความเห็นด้วยกับทางมหาวิทยาลัย
       
            นายเอกชาตกล่าวต่อว่าเรื่องที่นักศึกษาเป็นผู้ประกอบการสถานบันเทิงนั้น ถ้าทำถูกกฎระเบียบมีความรับผิดชอบต่อสังคม ไม่รุกล้ำทางเท้าหรือทำให้จราจรติดขัด เป็นเรื่องที่น่าส่งเสริมเพราะเป็นการฝึกให้นักศึกษามีความรับผิดชอบต่อตนเอง อย่ามองว่าเป็นเรื่องไม่ถูกต้องทั้งหมด หากธุรกิจนั้นไม่เป็นผลกระทบต่อสังคมก็เป็นเรื่องที่ดี และอาจจะเป็นตัวนำที่ดีต่อผู้ประกอบการสถานบันเทิงคนอื่นๆ ได้
       
            จากการที่ทางมหาวิทยาลัยทั้ง 6 แห่ง ได้จับมือกันรณรงค์เรื่องนี้ ซึ่งมหาวิทยาลัยจะเน้นในเรื่องของการจำหน่ายสุรา พอหลังจากการที่ทางมหาวิทยาลัยได้รณรงค์มาก็เห็นได้ว่าการจำหน่ายเหล้าหน้ามหาวิทยาลัยหรือสถานบันเทิงลดลงอย่างเห็นได้ชัด และอยู่ไกลออกไปจากรั้วมหาวิทยาลัย
       
            แต่คงจะแก้ปัญหาตรงนี้ได้ไม่ถึง 100 เปอร์เซ็นต์ เพราะถ้าจะห้ามนักศึกษาเลิกดื่มสุราก็คงจะเป็นไปได้ยาก แต่ปัญหาตรงนี้สามารถลดลงได้ เพราะทางชุมชนและผู้ประกอบการสถานบันเทิงได้แสดงความรับผิดชอบให้ความร่วมมือกับทางมหาวิทยาลัยเป็นอย่างดี
       


            นายนิพนธ์ อภิธนวิทย์ หัวหน้างานบริหารอาคารสถานที่หอพักนักศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต เปิดเผยว่าในเรื่องร้านขายเหล้าหน้ามหาวิทยาลัยนั้นเกิดมาจากมีผู้ประกอบการหรือนักธุรกิจต้องการใช้ประโยชน์จากเหยื่อที่เป็นเยาวชนหรือนักศึกษาที่มีกำลังซื้อสูง ในช่วงแรกๆ นั้นผู้ประกอบการอาจจะเปิดเป็นร้านอาหาร แต่หลังๆ เมื่อมีผู้ใช้บริการมากขึ้นจึงฉวยโอกาสเปิดเป็นผับที่ขายเหล้าเพียงอย่างเดียว และผู้ที่ใช้บริการสถานบันเทิงส่วนใหญ่จะเป็นนักศึกษามากที่สุด
       
            ปัจจุบันจากการเสียชีวิตของนักศึกษาที่ใช้บริการสถานบันเทิงมีบ่อยครั้ง ผู้บริหารมหาวิทยาลัยจึงเกิดความคิดริเริ่มให้การร่วมมือกับทางสรรพสามิตออกใบอนุญาตจำหน่ายสุรา และให้ทางผู้ปกครองช่วยดูแลอีกทางหนึ่ง ส่งผลให้ร้านขายเหล้าได้รับผลกระทบกับทางเทศบาลให้มีการรื้อถอนร้านเหล้าออกไป

 

หลังจากที่มีการเรียกร้องดังกล่าวร้านเหล้าจึงเริ่มปิดลง จึงเหลือแค่ร้านที่มีผู้ใช้บริการมากๆ ยังคงเปิดให้บริการอยู่ แต่ถูกย้ายออกไปไกลจากมหาวิทยาลัยหลายกิโลเมตร
       
            นายยุทธนา สุวิชน นักศึกษาชั้นปีที่ 3 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์กล่าวว่า ตนเที่ยวสถานบันเทิงอาทิตย์ละ 1-2 ครั้ง ตั้งแต่ที่สถานบันเทิงย้ายออกไปห่างจากมหาวิทยาลัย ก็ไปเที่ยวสถานบันเทิงน้อยลง เพราะว่ามีระยะทางที่ไกลมากพอสมควร ทำให้ยากต่อผู้ที่จะมาใช้บริการเวลาเดินทาง ถ้าไม่มีรถยนต์ส่วนตัวจะทำให้การเดินทางลำบากมากขึ้น
       
            เจ้าของสถานบันเทิงแห่งหนึ่งในจังหวัดปทุมธานี กล่าวว่าตั้งแต่ที่มาตั้งสถานบันเทิงใหม่คิดว่ามีรายได้เพิ่มขึ้นกว่าเดิม มีผู้มาใช้บริการเป็นจำนวนมาก จากเมื่อก่อนส่วนใหญ่จะเป็นนักศึกษาที่เข้ามาใช้บริการแต่ในปัจจุบันนั้นมีความเปลี่ยนแปลงไป คือมีผู้มาใช้บริการที่หลากหลายอาชีพ
       
            นอกจากนี้สถานที่ยังกว้างขวางขึ้น แบ่งเป็นสัดส่วน มีบริเวณที่จอดรถมากขึ้นกว่าเดิม เพราะ ไม่ได้อยู่ติดถนนเหมือนสถานที่เดิม ส่วนผลในด้านลบนั้นมีรายจ่ายในการลงทุนตั้งสถานที่ใหม่เพิ่มขึ้น และมีผู้ใช้บริการเก่าหายไปบางส่วน ทั้งยังต้องเพิ่มมาตรการในการป้องกันมากขึ้น เพื่อให้ผู้มาใช้บริการปลอดภัยที่สุด....

 

ขอขอบคุณผู้จัดการออนไลน์

 

พี่ลาเต้
พี่ลาเต้ - Columnist นักข่าวสายการศึกษา เกาะติดทุกข่าวแทนน้องๆ ตัวถีบ ตัวดันให้ ม.6 สอบติด

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

0 ความคิดเห็น