สร้างโลกใบใหม่ไว้ใส่จินตนาการกับ ‘มรรษ’
กับผลงานเล่มแรกของเขา 
“Begin again – เริ่มใหม่อีกครั้งในโลกต่างมิติ” เล่ม 1

 
นักอ่านนวนิยายแฟนตาซีชาวไทยน่าจะเคยเห็นนวนิยายแฟนตาซีแนว ‘ต่างโลก’ กันมาบ้างแล้ว โดยนวนิยายแนวนี้ได้รับอิทธิพลมาจากญี่ปุ่น และกำลังเป็นที่นิยมมาก จนในที่สุดบ.ก.มือไว พี่โป่ง ประดับเกียรติ ตุมประธาน ที่เคยฝากผลงานการเป็นบรรณาธิการคัดสรรต้นฉบับนวนิยายแฟนตาซีมากมายหลายเล่ม ปัจจุบัน ได้ก่อตั้งสนพ.เมจิคขึ้นมา และจับนิยายเรื่องนี้มารวมเล่มให้อ่านกันในรูปแบบหนังสือแล้ว

เราจะมาทำความรู้จักกับ ‘มรรษ’ ผู้แต่ง “Begin again – เริ่มใหม่อีกครั้งในโลกต่างมิติ” ซึ่งถือว่าเป็นหนึ่งในนักเขียนไม่กี่คน ที่ผลิตผลงานแนวนี้ในเมืองไทยกัน 

เรื่องราวใน Begin again – เริ่มใหม่อีกครั้งในโลกต่างมิติ เกิดขึ้นหลังจากวันจบการศึกษา จู่ๆ  ’คุโจ อากิระ’ ก็ได้ตื่นมาพบกับผู้ที่อ้างตัวเองว่าเป็นผู้เฝ้ามองวัฏสงสาร และมอบภารกิจให้เขาไปตามหาความหมายของการมีชีวิตอยู่ โดยส่งไปเกิดใหม่ในโลกอีกใบหนึ่งในร่างเด็กผู้หญิง ‘เอวา วิชเชอร์’ อากิระพบว่าโลกใบใหม่ที่เขาอยู่นั้นมีสิ่งที่เรียกว่า ‘เวทมนตร์’ นอกจากนี้ยังเป็นโลกที่ผู้คนเผชิญปัญหามากมายทั้งความอดอยาก ไปจนกระทั่งสงคราม และเพื่อจะแบ่งเบาภาระของท่านพ่อและท่านตาซึ่งเป็นขุนนาง จึงเป็นหน้าที่ของอากิระจะต้องนำความรู้จากโลกใบเดิมไปใช้ในโลกใบใหม่ พร้อมๆ กับการหาคำใบ้ของคำถามที่ทำให้เขาถูกส่งมาเกิดในครั้งนี้
 
มรรษ นักเขียนหน้าใหม่มาแรง

พล็อตที่น่าสนใจและแปลกใหม่ของมรรษ เขามีจุดเริ่มต้นมาจากความทรงจำของตัวเอง นักเขียนหนุ่มเริ่มมองหาโลกในอดีตว่าควรจะเป็นอย่างไร จากนั้นภาพความแห้งแล้งของท้องนาก็เริ่มปรากฏในจินตนาการของเขา ปัญหาที่เกิดขึ้นตามมาคือเรื่องความอดอยาก เขาเลือกที่จะพูดถึงปัญหาที่เราลืมเลือนไปว่ามันเคยเป็นปัญหา ด้วยการสร้างโลกที่เต็มไปด้วยสิ่งเหล่านั้นแล้วก็เล่าถึงวิธีการแก้ไขแบบให้คนอ่านรู้สึกสนุกไปกับเรื่องราวเหล่านั้น

ความสนใจในวัยเด็ก ก่อร่างให้เขาเป็นนักเขียนเช่นทุกวันนี้ “ผมเป็นเด็กยุค 80 ที่เติบโตมากับนิทานอีสป หนังจีนกำลังภายใน เพลงฮาร์ดร็อก รวมทั้งการเข้ามาของวัฒนธรรมญี่ปุ่น ไม่ว่าจะเป็นโดเรมอน ดรากอนบอล หุ่นยนต์ประกอบร่าง หรือขบวนการหลากสี เป็นวัยเด็กที่เต็มไปด้วยความทรงจำมากมาย เป็นวัยเด็กที่ถนนหน้าบ้านยังเป็นดินสีแดงและเมื่อถึงยามหน้าฝนยังลำบากกับการดึงรองเท้าออกจากโคลนตม เป็นวัยที่ยังเล่นดีดลูกแก้ว เล่นปั้นไข่ดินแล้วขุดหลุมมาชนกันและบางครั้งก็หยิบยืมปูนโรงเรียนมาสร้างแก่นด้านใน พร้อมกับความเชื่อที่ว่าถ้าเราปั้นไข่ดินแล้วฝังลงในดิน หลายๆ วันมันจะซึมซับพลังงานจนแข็งแกร่งยิ่งขึ้น อีกสิ่งหนึ่งที่ผมชอบมาตั้งแต่เด็กคือการอ่านหนังสือ ไม่ว่าจะอายุขนาดไหนผมก็ยังรักที่จะอ่านหนังสืออยู่ เนื้อหาก็อาจเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาแต่ผมจะใช้เวลาว่างส่วนหนึ่งอยู่กับสิ่งนี้เสมอ”
 
แล้วอะไรคือแรงผลักดันให้เริ่มต้นเขียนนวนิยายแฟนตาซี ‘แนวต่างโลก’
 
“ผมเริ่มเขียนนวนิยายแฟนตาซีจริงจังตอนปลายเดือนมกราคมที่ผ่านมานี่เองครับ หลังจากอ่านนิยายหลายๆ เรื่องที่เราติดตามจบแล้ว ผมก็หยิบบางเรื่องมาอ่านทวน เข้าเว็บไซต์เพื่อจะหานิยายใหม่ๆ มาอ่าน จนกระทั่งผมไม่รู้ว่าจะอ่านอะไรแล้วในเวลานั้น หนังสือหลายเล่มที่ติดตามอยู่ก็อีกหลายวันกว่าจะถึงกำหนดออก พอดีเรื่องที่ผมอ่านครั้งสุดท้ายเป็นนิยายแนวแฟนตาซีที่คนเรียกว่าแนวต่างโลกครับ เป็นแนวที่เล่นกันมานานแล้ว และใช้ได้กับนิยายทุกประเภท นิยายไทยก็ทวิภพ นิยายจีนก็เจาะเวลาหาจิ๋นซี หรือเรื่องใหม่ๆ อย่างพยัคฆราชซ่อนเล็บ ไปจนถึงเจาะมิติพิชิตบัลลังก์ สิ่งที่เหมือนๆ กันคือ ตัวเอกมักจะได้เปรียบที่ทราบประวัติศาสตร์ มีความรู้สมัยใหม่นำไปปรับใช้กับโลกในอดีต มีตั้งแต่เรื่องการเมือง การทำสงคราม ไปกระทั่งการทำอาหารเลยทีเดียว ทีนี้ผมก็มาตั้งคำถามกับตัวเองว่า ‘ถ้าเป็นเราจะทำยังไง’ นั่นแหละครับ พล็อตมาเลย หลังจากตอบข้อสงสัยของตัวเองภาพบางอย่างก็แล่นผ่านหัวผมไป ในเวลาที่ควรจะหลับแล้วแต่ผมกลับลุกขึ้นมาเปิดคอมพิวเตอร์และบันทึกเรื่องราวเหล่านั้นลงไป พอผมเขียนไปได้สักพัก ผมถึงได้รู้ว่าแท้จริงแล้วนิยายที่ผมเขียนมันก็คือผลึกของประสบการณ์กับความทรงจำของผมนั่นแหละ ผมใช้เวลาในวัยเด็กจนกระทั่งโตขึ้นมากับการคิดการอ่าน คือชอบคิดอะไรเพ้อเจ้อไปเรื่อย จับนั่นโยงนี่บ้าง จนสุดท้ายแล้วมันก็กลายมาเป็นเรื่องราวในแบบของผม”

ปกโทนสีน้ำเงินสวยงาม
 
เป้าหมายบนถนนนักเขียนของมรรษนั้น เขาบอกว่า การได้ตีพิมพ์มันเหลือเชื่อมาก มันมาไกลกว่าที่คิดไว้ในตอนต้นซึ่งแค่อยากเขียน ต่อมาก็อยากให้คนอ่านชอบ ซึ่งถือเป็นความสำเร็จก้าวแรก ซึ่งเขาเองก็อยากมีก้าวต่อไปเรื่อยๆ เขาจึงต้องทำงานหนักขึ้น ทำงานให้ดียิ่งขึ้น สำหรับมรรษก้าวต่อไปคืออยากให้นิยายที่ตัวเองเขียนถูกนำไปแปลในต่างประเทศ ซึ่งเขาเองก็อยากมีโอกาสนั้น และเขาเชื่อว่าหากไม่ล้มเลิกมันไปเสียก่อนมันก็ยังมีความเป็นไปได้
 
สำหรับผู้ที่เริ่มต้นเขียนมรรษฝากข้อคิดไว้ว่า “ผมว่าเรื่องใจคนเขียนนี่สำคัญนะ บางคนเขียนเพราะอยากให้คนยอมรับ บางคนเขียนด้วยความคาดหวังเอาไว้มาก แต่บางครั้งก็อาจผิดหวังหรือไม่ได้ดั่งใจ ก็อาจจะถอดใจ ถ้าเรายังมีความสุขกับการเขียน ยังไงก็เขียนได้เรื่อยๆ ดีไม่ดี คนชอบหรือไม่ชอบอีกเรื่องนะ แต่ถ้าวันไหนเราถอดใจแล้ว ไม่เอาแล้วนั่นแหละเกมโอเวอร์ แต่ถึงเกมโอเวอร์ไปรอบหนึ่งแล้ว มันก็รีเซ็ตแล้วเริ่มใหม่ได้เรื่อยๆ เส้นทางนี้ยังเปิดรอความฝันของผู้คนเสมอครับ คนเราหาเวลาว่างสำหรับสิ่งที่ชอบได้เสมอแหละ ถึงจะเหนื่อยแค่ไหนถ้าคุณติดละครหลังข่าว คุณก็จะดูมัน ถ้าคุณติดฟุตบอลคุณก็จะดูมัน พอผมได้เขียนได้ระบายสิ่งที่คิด ผมก็หาเวลาว่างให้กับสิ่งนั้นได้แหละ”

จริงๆ แล้วไม่ว่าเราจะอยู่ในโลกใบไหน ก็มีทั้งสุขและทุกข์ จะทำให้ชีวิตสนุกมากขึ้นได้ ขึ้นอยู่กับมุมมองและเทคนิคการแก้ปัญหาของเรา  ถ้าโลกแห่งความจริงหนักหนาสาหัสเหลือเกินก็ลองจำลองโลกอีกใบหนึ่งไว้เป็นพื้นที่ความสุขเล็กๆ ของเราดูนะ
 
สุดท้ายนี้มรรษฝากว่า “ฝากหนังสือของผมด้วยนะครับ ผมตั้งใจเขียนมากๆเลยครับ และฝาก เพจสนพ.เมจิค ด้วยครับผม”
 
หนังสือมีกำหนดวางแผง วันที่ 21 ตุลาคม 2558 ที่บูธ N 16 โซน C สนพ.เราเพื่อนกัน & Magic book ในงานมหกรรมหนังสือระดับชาติ
 
พี่อติน
พี่อติน - Writer Editor ผู้ดูแลหมวดนักเขียนที่หลงใหลการอ่านแบบสุดๆ และไม่เคยพลาดทุกข่าวสารในวงการวรรณกรรม!

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

8 ความคิดเห็น

Weiqi Member 6 ต.ค. 58 17:23 น. 1

อ่านบทความนี้แล้วเกือบร้องไห้แน่ะ ปัญหาความอดอยาก หรือความทรงจำวัยเด็กของคุณมรรษที่เล่ามา เราคิดถึงแล้วก็ทั้งอดสงสาร อดยิ้มไม่ได้ ถึงเราจะเป็นเด็กยุค 2000 แต่ก็อยากไปสัมผัสบรรยากาศเรียบง่ายแบบนั้นจัง เราเบื่อโลกเทคโนโลยี และข้อคิดของคุณมรรษที่ให้ก็ดีมาก ๆ เลยค่ะ เรื่องความคาดหวังของนักเขียน บางคนนี่ก็เขียนเพราะอยากให้คนยอมรับจริง ๆ เราชอบแนวคิดของคุณมรรษที่ว่าไปทีละขั้นน่ะ เม้นต์ยาวหาทางจบเม้นต์ไม่ได้ ขอจบด้วยจุดละกัน.

0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด

ความคิดเห็นนี้ถูกลบเนื่องจาก

ถูกลบโดยทีมงาน เนื่องจากงดตั้งกระทู้วิจัย โครงงาน หรือใช้พื้นที่เว็บบอร์ดเพื่อการส่งการบ้าน เนื่องจากเป็นการรบกวนผู้ใช้บอร์ดท่านอื่นๆ ขออภัยในความไม่สะดวก

กำลังโหลด
กำลังโหลด