11 วรรณกรรมที่ได้แรงบันดาลใจจากวันคริสต์มาส
วันคริสต์มาส เป็นต้นกำเนิดของวรรณกรรมดีๆ มากมาย
ล้วนแต่น่าอ่าน ชอบเรื่องไหนกันบ้าง แบ่งปันกันได้นะ
สำหรับคนไทย คริสต์มาสอาจยังเป็นเรื่องไกลตัวอยู่ แต่สำหรับชาวตะวันตก คริสต์มาสเป็นเทศกาลที่สำคัญต่อจิตวิญญาณ เป็นช่วงเวลาของการให้ การให้อภัย มิตรภาพ ครอบครัว ความรักที่เสียสละ และน้ำใจอันงดงาม... ที่เพื่อนมนุษย์พึงมีต่อกัน ความพิเศษของเทศกาลคริสต์มาส ทำให้เกิดวรรณกรรมระดับโลกดีๆ มากมาย วันนี้ เรารวบรวมมาฝากกันทั้งหมด 11 เรื่อง ใครเคยอ่านหรือไม่เคยอ่านเรื่องไหน แสดงความคิดเห็นกันได้นะ
สุขสันต์วันคริสต์มาส เมอร์รี่คริสต์มาสชาวไรเตอร์ทุกคนจ้ะ ^ ^
ของขวัญแห่งเมไจ (The Gift of the Magi)
โดย โอเฮนรี่
เครดิตภาพ : espectacularkids.com
โอเฮนรี่ เป็นนามปากกาของนักเขียนชาวอเมริกัน วิลเลี่ยม ซิดนี่ย์ พอร์เตอร์ (11 กันยายน ค.ศ. 1862 – 5 มิถุนายน ค.ศ. 1910) ผลงานของเขามีจุดเด่นคือคำพูดที่ชาญฉลาด ตัวละครบุคลิกโดดเด่น และตอนจบที่หักมุม The Gift of Magi จัดว่าเป็นหนึ่งในผลงานที่โด่งดังเป็นอันดับต้นๆ ของเขา เนื้อหาเกี่ยวข้องกับ “การให้” โดยสัมพันธ์กับช่วงคริสต์มาสนั่นเอง ตอนจบของเรื่องทำให้เราเข้าใจความหมายของคำว่า “ให้” ได้มากขึ้น ถือเป็นอีกหนึ่งผลงานที่แตกต่าง และไม่เหมือนใคร
หนูน้อยขายไม้ขีดไฟ (The Little Match Girl)
โดย ฮันส์ คริสเตียน แอนเดอร์สัน
เครดิตภาพ : deathdyinggriefandmourning.com
พูดถึงเรื่อง หนูน้อยขายไม้ขีดไฟ เชื่อว่าไม่มีใครไม่รู้จัก ตำนานของเด็กหญิงที่เร่ขายไม้ขีดไฟในช่วงวันคริสต์มาสที่หนาวเหน็บ ทว่าโชคร้าย ไม่มีใครอุดหนุนไม้ขีดไฟของเธอเลย สุดท้าย อากาศหนาวจนทนไม่ไหว เด็กหญิงจึงจุดไม้ขีดไฟทีละก้านๆ จนหมด ผลงานเรื่องนี้เป็นของ ฮันส์ คริสเตียน แอนเดอร์สัน อีกหนึ่งนักเขียนในตำนาน (2 เมษายน ค.ศ. 1805 – 4 สิงหาคม ค.ศ. 1875) จุดเด่นของเขาคือ วรรณกรรมเยาวชน เทพนิยาย และบทกวี ผลงานที่เขาเขียนถูกนำไปแปลมากถึง 150 ภาษาทั่วโลก สำหรับเรื่องหนูน้อยขายไม่ขีดไฟนั้น ได้แรงบันดาลใจจากภาพเขียนของ Johan Thomas Lundbye ผสมผสานกับชีวิตวัยเด็กของแม่ผู้เขียนเอง หนังสือเล่มนี้ เปรียบเหมือนเป็นเสียงเล็กๆ จากบรรดาเด็กยากไร้ในยุโรป ที่ต้องการแสงไฟแสงจากก้านไม้ขีดมาต่อเติมพลังชีวิต
อาถรรพ์วันคริสต์มาส (A Christmas Carol)
โดย ชาร์ลส์ ดิคเกนส์
เครดิตภาพ : kjkoukas.wordpress.com
ผลงานของนักเขียน ชาร์ลส์ ดิคเกนส์ ออกวางจำหน่ายในช่วงเดือนธันวาคม ค.ศ. 1843 เนื้อหาเล่าถึง เอเบนีเซอร์ สครูจ ผู้รังเกียจเทศกาลคริสต์มาสเป็นที่สุด ระหว่างที่ใช้ชีวิตตามลำพังนั้นเอง ได้พบกับวิญญาณของหุ้นส่วนทางธุรกิจ เจค็อบ มาร์ลี่ย์ ผู้ต้องทนทุกข์หลังความตายจากความเลวร้ายของตัวเอง มาร์ลี่ย์มาเพื่อเตือนสครูจ เพราะไม่อยากให้เพื่อนต้องพบชะตากรรมเดียวกัน สครูจได้พบวิญญาณสามตน นั่นคือ วิญญาณคริสต์มาสในอดีต ปัจจุบันและอนาคต เขาต้องเปิดเผยหัวใจและค้นหาคำตอบของชีวิต... เพื่อจะแก้ไขตัวเองก่อนจะสายเกินไป ดิคเกนส์ ผู้เขียนชี้แจงว่า... เหตุผลที่เขียนงานเรื่องนี้ ก็เพื่อเตือนใจบรรดาเศรษฐีทั้งหลาย ให้รู้จักช่วยเหลือและเห็นอกเห็นใจสมาชิกคนอื่นๆ ในสังคม ซึ่งตรงกับความหมายของวันคริสต์มาสนั่นเอง
จดหมายจากซานตาคลอส (A Letter from Santa Clause)
โดย มาร์ค ทเวน
เครดิตภาพ : pagesflipper.com
มาร์ค ทเวน เป็นนามปากกาของ Samuel Langhorne Clemens (30 พฤศจิกายน ค.ศ. 1835 – 21 เมษายน ค.ศ. 1910) ผลงานที่โด่งดังเป็นที่รู้จักทั่วโลกของเขาคือ การผจญภัยของทอมกับฮัค สำหรับหนังสือเรื่องนี้ มาร์ค ทเวน เขียนถึง ซูซี่ ลูกสาวคนโต เธอเสียชีวิตจากโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบ เมื่ออายุได้เพียง 23 ปี ช่วงที่ยังเป็นเด็ก สุขภาพของซูซี่ไม่แข็งแรง เจ็บป่วยออดๆ แอดๆ เสมอ มาร์ค ทเวน จึงเลือกวิธีเขียนจดหมายถึงเธอเป็นประจำ โดยบอกเธอว่า เป็นจดหมายจากซานตาคลอส
ภูตจิ๋วกับช่างทำรองเท้า (The Elves and the Shoemaker)
โดย บราเธอร์ส กริมม์
เครดิตภาพ : buehnerbooks.com
ถ้าใครเคยดูโดราเอม่อน น่าจะพอนึกถึงตอนของวิเศษ กล่องภูตจิ๋วที่โนบิตะได้จากโดราเอม่อนไปช่วยเพื่อนๆ วิธีก็ไม่มีอะไรมาก แค่นอนให้หลับ แล้วบรรดาภูตจิ๋วก็จะออกมาช่วยทำภารกิจให้เราจนสำเร็จ ต้นฉบับของนิทานเรื่องนี้ มาจากเยอรมัน ผู้เขียนคือ พี่น้องกริมม์ คนดัง ตีพิมพ์ครั้งแรกในปี ค.ศ. 1812 เนื้อหาดังที่เล่าไปแล้ว ช่างทำรองเท้าสองสามีภรรยา ฐานะยากจน ขายรองเท้าไม่ออก ทว่าคืนหนึ่ง เมื่อทั้งคู่วางแผ่นหนังเอาไว้ วันต่อมา กลับมีรองเท้าคู่สวยวางอยู่แทนที่ หลังจากนั้น ภูตจิ๋วก็มาช่วยช่างทำรองเท้าทุกวัน
ตุ๊กตาหิมะ (The Snowman)
โดย เรย์มอนด์ บริกส์
เครดิตภาพ : mymamasgoodnight.com
ในคืนวันคริสต์มาสอีฟ เด็กชายเจมส์ตัวน้อยปั้นตุ๊กตาหิมะไว้ที่สวนหลังบ้าน เด็กน้อยไม่คาดคิดเลยว่า... ตุ๊กตาหิมะตัวนั้นจะกลับมีชีวิตขึ้นมาจริงๆ และพาเขาไปผจญภัยยังขั้วโลกเหนือ ที่ซึ่งเขาได้พบซานตาคลอสตัวจริง ผลงานเรื่องนี้ ถูกนำไปสร้างเป็นแอนิเมชั่นในปี ค.ศ. 1982 และได้รับความนิยมอย่างมาก ผู้เขียนคือ เรย์มอนด์ บริกส์ นักเขียนชาวอังกฤษ หนังสือตีพิมพ์ในปี ค.ศ. 1978
รูดอล์ฟ เจ้ากวางจมูกแดง (Rudolph the Red Nosed Reindeer)
โดย โรเบิร์ต แอล. เมย์
เครดิตภาพ : newsdesk.si.edu
ตัวละครที่ใครๆ ก็รู้จักดี ในชื่อ “รูดอล์ฟ เดอะ เร้ด โน้ส เรนเดียร์” หรือเจ้ากวางจมูกแดง ผลงานของโรเบิร์ต แอล. เมย์ ตีพิมพ์ในปี ค.ศ. 1939 เพียงตีพิมพ์ครั้งแรก ก็ขายได้มากกว่า 2.4 ล้านเล่ม เพลงประกอบในเรื่องถูกนำมาอัดเสียง และโด่งดังกลายเป็นที่รู้จักกันทั่วโลก
เมื่อซานตาคลอสถูกลักพาตัว (A Kidnapped Santa Claus)
โดย แอล. แฟรงค์ โบม
เครดิตภาพ : amazon.com
นักเขียนชาวอเมริกันผู้โด่งดังจากตำนานพ่อมดมหัศจรรย์แห่งออซ แอล. แฟรงค์ โบม เขียนเรื่องนี้เป็นภาคต่อของ The Life and Adventures of Santa Claus เนื้อเรื่องย่อๆ ซานตาคลอสถูกลักพาตัวโดย “Daemons” ผู้ต้องการให้เด็กๆ หมดความสุข เป็นหนึ่งในหนังสือทรงคุณค่าที่โบมเขียนได้อย่างน่าสนใจ และกล่าวถึงตำนานวันคริสต์มาสได้อย่างอบอุ่น
ทหารดีบุกผู้ทรหด (The Steadfast Tin Soldier)
โดย ฮันส์ คริสเตียน แอนเดอร์สัน
เครดิตภาพ : amazon.com
ผลงานที่โด่งดังมากๆ อีกเรื่องของ ฮันส์ คริสเตียน แอนเดอร์สัน เล่าเรื่องของทหารดีบุกและตุ๊กตากระดาษที่เขาแอบหลงรัก จุดเด่นคือ เป็นงานที่แอนเดอร์สันแต่งขึ้นใหม่ ไม่ได้อิงตำนานหรือเรื่องเล่าเก่าๆ อย่างบางเรื่องที่เขาเขียน เรื่องย่อๆ ก็คือ เด็กชายคนหนึ่ง มีของเล่นอยู่มากมาย โดยในจำนวนขึ้น มีทีมตุ๊กตาดีบุกจำนวน 25 ตัว น่าเสียดายที่ตัวหนึ่งมีแค่ขาเดียว เพราะช่างหลอมมันเป็นตัวสุดท้าย ดีบุกจึงไม่พอ ตุ๊กตาทหารดีบุกตัวนี้ ตกหลุมรักตุ๊กตากระดาษสาวสวย ซึ่งยืนขาเดียวเหมือนๆ กัน เพราะเป็นนักบัลเล่ต์ ตุ๊กตาทหารดีบุกพยายามหาโอกาสทำความรู้จักตุ๊กตากระดาษสาวสวยในคืนวันคริสต์มาส แต่ว่าโชคชะตาไม่เป็นใจ ตอนจบของเรื่องนั้นเศร้ามาก แต่ก็จับใจมากเช่นเดียวกัน ผลงานเรื่องนี้ จัดว่าเป็นงานยุคใหม่ของแอนเดอร์สันที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง
ดอกกุหลาบแห่งคริสต์มาส (The Christmas Rose)
โดย ลิซซี่ ดีอาส์
เครดิตภาพ : phoenixperennials.com
เรื่องราวอันน่าประทับใจนี้ เกิดขึ้นในคืนอันเหน็บหนาวของวันที่ 25 ธันวาคม เด็กสาวคนหนึ่งเดินทางไปเยี่ยมพระเยซู ซึ่งเพิ่งประสูติ... ทว่า ฐานะของเธอยากจน ทำให้ไม่มีเงินซื้อของขวัญดีๆ ให้พระองค์ เด็กสาวเสียใจมาก เธอยืนร้องไห้อยู่ข้างประตู เทพยดาเกิดความเห็นใจ จึงเนรมิตดอกกุหลาบขาวแทรกในพุ่มไม้หน้าโรงนา จากนั้นก็กระซิบข้างหูเธอว่า... ดอกกุหลาบขาวดอกนี้แหละ มีคุณค่ายิ่งกว่าสิ่งอื่นไหน เพราะมันกำเนิดจากความรัก และน้ำใจของเธอ
ยักษ์ใหญ่ใจร้ายกับเด็กชายเทวดา (The Selfish Giant)
โดยออสการ์ ไวลด์
เครดิตภาพ : amazon.in
นักเขียนชาวไอริชผู้โด่งดังคนนี้ มีชื่อเต็มว่า Oscar Fingal O’Flahertie Wills Wilde (16 ตุลาคม ค.ศ. 1854 – 30 พฤศจิกายน ค.ศ. 1900) มีผลงานมาสเตอร์พีซหลายเรื่อง จุดเด่นของงานเขียนเขาคือ ความดราม่า และความหมายที่ซ่อนอยู่ เรื่องยักษ์ใหญ่ใจร้ายกับเด็กชายเทวดา เล่าถึงยักษ์ตนหนึ่ง ที่อาศัยอยู่อย่างเดียวดาย สวนของยักษ์หนาวเหน็บ หม่นหมองยิ่งนัก ไร้เสียงหัวเราะของเด็กที่เคยเข้ามาวิ่งเล่น แต่ถูกเจ้ายักษ์ไล่ตะเพิดไปจนหมด แต่แล้วปาฏิหาริย์ก็เกิดขึ้น นิทานเรื่องนี้ สอนให้รู้จักความหมายของการให้และให้อภัย อันเป็นหัวใจหลักของวันคริสต์มาส
อ่านแล้วชอบเรื่องไหนกันบ้าง ส่วนตัวพี่ตินชอบเรื่อง ทหารดีบุก กับ หนูน้อยขายไม้ขีดไฟ มากที่สุด เพราะเศร้าและลึกซึ้งดี ว่าจะไปหามาอ่านวันคริสต์มาสนี้สักหน่อย น้องๆ มีเรื่องไหนในใจ แบ่งปันกันได้นะ จะได้มาอ่านด้วยกัน ^ ^
อตินเอง
ขอบคุณข้อมูลบทความ



.jpg)

.jpg)



.jpg)
.jpg)

6 ความคิดเห็น
วรรณกรรมทรงคุณค่า ย่อมได้รับการยอมรับผ่านกาลเวลา เชื่อมต่ออดีต ปัจจุบัน และอนาคตได้
เอ้?? แล้ว เดอะ นัทแครกเกอร์ ล่ะเรื่องนี้ก็มีในวันคริสต์มาสด้วยนี่น่า
เคยอ่าน The Gift of Magi สมัยเรียน จบได้น่าประทับใจดี
หลายเรื่องเลยไม่รู้จัก อยากอ่าน