สวัสดีค่ะน้องๆ ชาว Dek-D.com ปีที่แล้วมีเรื่องดาราศาสตร์เกิดขึ้นหลายปรากฏการณ์ ซึ่งมีทั้งที่ตั้งใจรอชมและเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแบบเหนือความคาดหมาย ซึ่งน้องๆ ให้ความสนใจกันล้นหลามจริงๆ เป็นเรื่องที่น่าดีใจนะคะที่คนไทยเริ่มให้ความสนใจด้านดาราศาสตร์กันแล้ว สำหรับใครที่พลาดโอกาสดีๆ ในปีที่แล้ว ไม่ต้องห่วงค่ะ ปี 59 ยังเป็นปีทองของดาราศาสตร์ให้ได้ชมกัน
ซึ่งในปีนี้ทางสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ สดร. โดย รศ.บุญรักษา สุนทรธรรม ผู้อำนวยการ สดร. และ ดร.ศรัณย์ โปษยะจินดา รองผู้อำนวยการ สดร. ได้สรุป 10 เรื่องที่คนไทยไม่ควรพลาดตลอดปี 2559 รับรองว่าเด็ดทุกเรื่อง และควรค่าแก่การตั้งตาชมมากค่ะ
ซึ่งในปีนี้ทางสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ สดร. โดย รศ.บุญรักษา สุนทรธรรม ผู้อำนวยการ สดร. และ ดร.ศรัณย์ โปษยะจินดา รองผู้อำนวยการ สดร. ได้สรุป 10 เรื่องที่คนไทยไม่ควรพลาดตลอดปี 2559 รับรองว่าเด็ดทุกเรื่อง และควรค่าแก่การตั้งตาชมมากค่ะ
5 ปรากฏการณ์น่าสนใจทางดาราศาสตร์ในปี 2559
1) สุริยุปราคาเต็มดวง 9 มีนาคม 2559
เมื่อปีที่แล้ว ก็มีปรากฏการณ์สุริยุปราคา แต่ประเทศไทยมองไม่เห็น ปีนี้กลับมาอีกครั้ง วันที่ 9 มีนาคม จะเกิดสุริยุปราคา ประเทศไทยสามารถมองเห็นได้บางส่วนตั้งแต่เวลา 6.30 - 8.40 น. มองเห็นได้ทุกภูมิภาคของไทย โดยพื้นที่ดวงอาทิตย์ที่ถูกบังมากที่สุดจะลดลงตามตำแหน่งละติจูดของผู้สังเกต ใน จ.ยะลา ดวงอาทิตย์จะถูกบังมากที่สุด ประมาณ 70% ส่วนที่ จ.เชียงราย ดวงอาทิตย์จะถูกบังเพียง 23%
สุริยุปราคาครั้งนี้ แนวคราสเต็มดวงจะเคลื่อนที่จากมหาสมุทรอินเดียสู่มหาสมุทรแปซิฟิก แม้ว่าแนวคราสเต็มดวงส่วนใหญ่จะพาดผ่านมหาสมุทรแปซิฟิก แต่ในช่วงต้นของคราส เงามืดของดวงจันทร์จะเคลื่อนที่ผ่านเกาะใหญ่ๆ ของอินโดนีเซีย เช่น เกาะสุมาตรา กาลิมันตัน สุลาเวสี และหมู่เกาะโมลุกกะ ตั้งแต่ 8.30 - 11.20 น. ตามเวลาหมู่เกาะโมลุกกะ ซึ่งสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) จะจัดทีมไปสังเกตการณ์ครั้งนี้ถึงประเทศอินโดนีเซีย ดังนั้นรอชมภาพกันได้เลย
2) ดาวอังคารใกล้โลก 31 พฤษภาคม 2559
เป็นอีกหนึ่งปรากฏการณ์ที่น่าตื่นเต้น ไม่อยากให้พลาดค่ะ โดยในคืน 31 พ.ค. ดาวอังคารจะเข้ามาใกล้โลกมากที่สุดในรอบ 11 ปีเลยทีเดียว ซึ่งมีระยะห่างประมาณ 75.29 ล้านกิโลเมตร ถือว่าใกล้มากๆ ซึ่งดาวอังคารจะโคจรเข้ามาใกล้โลก ทุกๆ ประมาณ 2 ปีค่ะ(26 เดือน) โดยดาวอังคารจะเริ่มโคจรเข้ามาอยู่ในตำแหน่งตรงข้ามกับดวงอาทิตย์ในวันที่ 22 พ.ค. และเข้าใกล้โลกที่สุด 31 พ.ค. ในช่วงนี้ น้องๆ จะเห็นดาวอังคารสว่างกว่าปกติตลอดทั้งคืน แถมมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า แต่ถ้าใช้กล้องโทรทรรศน์ขนาดเล็กก็จะมองเห็นถึงชั้นน้ำแข็งและพื้นผิวดาวอังคารได้เลยทีเดียว ถ้าพลาดครั้งนี้ เราจะได้ชมปรากฏการณ์ดาวอังคารใกล้โลกอีกที 31 ก.ค. 2561 นู่นเลยค่ะ
3) ยานอวกาศจูโนเดินทางถึงดาวพฤหัสบดี 4 กรกฎาคม 2559
เมื่อปีที่แล้วมีเรื่องที่ฮือฮาประจำปีคือยานนิวฮอไรซันส์ได้บินผ่านดาวพลูโตในระยะใกล้จนได้ภาพดาวพลูโตสวยๆ กลับมาฝากชาวโลก ส่วนปีนี้ก็มีอีกเรื่องน่ายินดีคือ ยานอวกาศจูโน (Juno Spacecraft) ของนาซา ที่ถูกส่งขึ้นไปตั้งแต่ 5 ส.ค.2554 คาดว่าจะเดินทางถึง 4 ก.ค. ปีนี้ รวมระยะทางประมาณ 2,766.33 ล้านกิโลเมตร จากนั้นจะเริ่มสำรวจดาวพฤหัสอย่างเต็มที่ โดยใช้เครื่องมือวิทยาศาสตร์ทั้งหมด 8 ตัว คอยเก็บข้อมูลในขณะที่ยานอวกาศจูโนโคจรรอบดาวพฤหัสบดี 33 รอบ เพื่อให้ได้ข้อมูลต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นองค์ประกอบ โครงสร้างบรรยากาศ แรงโน้มถ่วงและสนามแม่เหล็ก
4) ซูเปอร์มูนวันลอยกระทงง 14 พ.ย. 2559
ในช่วงเกือบๆ ปลายปี จะเกิดปรากฏการณ์ซูเปอร์มูน หรือเหตุการณ์ที่ดวงจันทร์โคจรเข้าใกล้โลกมากที่สุด ทำให้มองเห็นดวงจันทร์มีขนาดใหญ่กว่าปกติ ในปีนี้ จะเกิดขึ้น 14 พ.ย. ซึ่งตรงกับวันลอยกระทงของไทยพอดิบพอดี เรียกว่าจะได้ลอยกระทงในบรรยากาศดวงจันทร์ดวงโตสวยทีเดียวเลยค่ะ
สำหรับปรากฏการณ์นี้ ดวงจันทร์จะโคจรเข้าใกล้โลกที่สุดในรอบปีที่ระยะห่าง 356,536 กิโลเมตร โดยมองเห็นขนาดใหญ่กว่าปกติ 2-3% ค่ะ นอกจากนี้ยังมีปรากฏการณ์ที่น่าสนใจอีกอย่าง นั่นก็คือ ดวงจันทร์เต็มดวงไกลที่สุดในรอบปี หรือ "มินิมูน"ในวันที่ 22 เม.ย.59 นี้
5) ปรากฏการณ์ดาราศาสตร์อื่นๆ ที่น่าติดตาม
อย่างที่บอกไปค่ะว่าปีนี้ถือเป็นปีทองของดาราศาสตร์เลยก็ว่าได้ ซึ่งนอกจาก 4 ปรากฏการณ์ห้ามพลาดข้างต้น ยังมีปรากฏการณ์อื่นๆ ที่ไม่อยากให้พลาดเช่นกัน เช่น
- ดาวเคราะห์ชุมนุม (ดาวศุกร์ ดาวพฤหัสบดี ดาวพุธ) ช่วง 26 - 29 สิงหาคม
- ดาวพุธผ่านหน้าดวงอาทิตย์ 9 พ.ค. อาจจะสังเกตได้ยาก เพราะเกิดก่อนพระอาทิตย์ตกและอยู่บริเวณใกล้ขอบฟ้า
- ฝนดาวตกเพอร์เซอิดส์ 12-13 ส.ค. ตก 150 ดวง/ชั่วโมง มีแสงจันทร์รบกวน
- ฝนดาวตกลีโอนิดส์ 17-18 พ.ย. ตก 15 ดวง/ชั่วโมง มีแสงจันทร์รบกวน
- ฝนดาวตกเจมินิดส์ 14-15 ธ.ค. ตก 120 ดวง/ชั่วโมง มีแสงจันทร์รบกวน
5 ความเปลี่ยนแปลงของวงการดาราศาสตร์ในประเทศไทยปี 2559
ในปีนี้วงการดาราศาสตร์ไทยจะก้าวกระโดดมากกว่าเดิม ซึ่งสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) ได้ตั้งเป้าหมายในการพัฒนา 3 ด้าน คือ สร้างองค์ความรู้ใหม่ๆ พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และการพัฒนาคน ข่าวดีคือ ล่าสุดยูเนสโกได้จัดให้ประเทศไทยเป็นศูนย์อบรมดาราศาสตร์นานาชาติแล้วด้วย ไปดูกันว่าวงการดาราศาสตร์ไทยปีนี้จะเป็นยังไงบ้าง
1) โครงสร้างพื้นฐานทางดาราศาสตร์ของประเทศไทย มีการยกระดับให้เด็กไทยมีสถานที่และเครื่องมือสำหรับการเรียนรู้ด้านดาราศาสตร์อย่างทั่วถึง เช่น
1.1 หอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา ที่อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ มีทัศนวิสัยที่เหมาะกับการสังเกตการณ์ทางดาราศาสตร์ ติดตั้งกล้องโทรทรรศน์สะท้อนแสงขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางกระจก 2.4 เมตร พร้อมระบบโดมอัตโนมัติที่มีขนาดใหญ่และทันสมัยที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
1.2 หอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา ภูมิภาค นอกจากหอดูดาวที่อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์แล้ว ยังได้ดำเนินการก่อสร้างหอดูดาวภูมิภาคสำหรับประชาชนอีก 5 แห่งคือ นครราชสีมา ฉะเชิงเทรา สงขลา ขอนแก่น และพิษณุโลก เพื่อให้ทุกภูมิภาคมีโอกาสได้เรียนรู้วิทยาศาสตร์อย่างทั่วถึง
1.3 อุทยานดาราศาสตร์สิรินธร เป็นศูนย์ความเป็นเลิศด้านการศึกษา ค้นคว้าวิจัยทางดาราศาสตร์ของประเทศและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งมีทั้งอาคารศูนย์วิจัยและบริการทางดาราศาสตร์ ห้องปฏิบัติการทางทัศนศาสตร์ อาคารฉายดาว หอดูดาว ฯลฯ โดยอุทยานดาราศาสตร์นี้จะเป็นศูนย์กลางเชื่อมโยงดาราศาสตร์ทั้งจากภายในประเทศ ภูมิภาค และต่างประเทศเข้าไว้ด้วยกัน
2) โครงสร้างพื้นฐานทางดาราศาสตร์ในต่างประเทศ นอกจากตั้งหอดูดาวให้คนไทยได้มีโอกาสเรียนรู้แล้ว สดร. ยังมีแผนติดตั้งกล้องโทรทรรศน์ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 0.6-0.7 เมตร ณ ประเทศต่างๆ เพื่อให้นักดาราศาสตร์ไทยติดตามเรื่องราวบนท้องฟ้าได้ทั้งจากซีกฟ้าเหนือและใต้ โดยตั้งเสร็จไปแล้ว 3 แห่ง คือ
- หอดูดาวซีกฟ้าใต้ (Thai Southern Hemisphere Observation : TSO) ณ หอดูดาวเซอร์โรโทโลโล อินเตอร์อเมริกัน สาธารณรัฐชิลี
- หอดูดาวเกาเหมยกู่ (Gaomeigu Observatory) มณฑลยูนนาน สาธารณรัฐประชาชนจีน
- หอดูดาวเซียร่ารีโมท (Sierra Remote Observatories) แคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา
3) ศูนย์ฝึกอบรมดาราศาสตร์นานาชาติภายใต้ยูเนสโก ยูเนสโกได้มีมติเห็นชอบให้สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ จัดตั้งศูนย์ฝึกอบรมดาราศาสตร์นานาชาติภายใต้ยูเนสโกในประเทศไทย ซึ่งจะช่วยยกระดับด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของไทยสู่ระดับสากล นอกจากนี้ สดร. ยังได้รับมอบหมายจากสหพันธ์ดาราศาสตร์นานาชาติ ให้เป็นสำนักงานภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในการพัฒนาดาราศาสตร์อีกด้วย แสดงให้เห็นว่าวงการดาราศาสตร์ไทยได้รับการยอมรับในเวทีดาราศาสตร์โลก น่าภูมิใจมากๆ ค่ะ
4) การพัฒนากำลังคนด้านดาราศาสตร์ มี 2 โครงการที่น่าสนใจ ดังนี้ค่ะ
4.1 ความร่วมมือด้านฟิสิกส์ดาราศาสตร์อนุภาค (Astroparticle Physics) กับสถาบันเดซี สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี ซึ่งจะส่งเสริมให้นักศึกษา นักวิจัย ได้เข้าร่วมฝึกอบรมฟิสิกส์ดาราศาสตร์อนุภาค สนับสนุนทุน ป.โท-เอก และเกิดความร่วมมือด้านวิจัยต่างๆ
4.2 โครงการปริญญาเอกกาญจนาภิเษก สดร.ได้ร่วมมือกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย ภายใต้โครงการปริญญาเอกกาญจนาภิเษก สนับสนุนทุน และให้ผู้ได้รับทุนได้ใช้เครื่องมือต่างๆ ที่มีมาตรฐาน รวมถึงมีนักวิจัยของ สดร. ร่วมเป็นอาจารย์ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์
5) โครงการกระจายโอกาสการเรียนรู้ดาราศาสตร์ และ Astro Corner in Schools มีการคัดเลือกโรงเรียนจากทั่วประเทศเพื่อรับมอบกล้องโทรทรรศน์และสื่อการเรียนรู้ดาราศาสตร์ชุดใหญ่ ซึ่งในปี 59 ตั้งเป้าหมายไว้ 100 โรงเรียน และตั้ง "มุมดาราศาสตร์ในโรงเรียน" พร้อมสนับสนุนชุดเรียนรู้ดาราศาสตร์พื้นฐานให้ห้องสมุดโรงเรียนทั่วประเทศ
สุดท้ายนี้ ดร.ศรัณย์ โปษยะจินดา ได้ฝากข้อคิดถึงน้องๆ ชาว Dek-D.com ว่าดาราศาสตร์เป็นความรู้ที่เกี่ยวกับเอกภพ ซึ่งไม่ใช่เรื่องไกลตัว เพราะโลกของเราเป็นเพียงส่วนเล็กๆ ของเอกภพ ความเป็นไปของเอกภพจึงสำคัญต่อความเป็นไปบนโลก ซึ่งถ้าน้องๆ ได้มีโอกาสมองเห็นดาวต่างๆ ด้วยตาตนเองจะยิ่งช่วยเพิ่มแรงบันดาลใจได้ดีมาก ซึ่งตอนนี้มีทั้งสื่อและสถานที่ให้ศึกษาเพิ่มเติมมากมาย ทั้งหอดูดาวเฉลิมพระเกียรติฯ ที่ จ.เชียงใหม่ และตามภูมิภาคต่างๆ ลองหาโอกาสไปเรียนรู้ดูสักครั้งนะคะ :D











9 ความคิดเห็น
จะได้มองเห็นมนุษย์ต่างดาวจากดาวอังคารเหรอเปล่านะ
รอดูๆค่าาา
ดูภาพตอนแรกคิดว่าเป็นแพนเค้กทอดอยู่ในกระทะ