มาดู 4 นักเขียนที่ป่วยเป็นโรคซึมเศร้ากันเถอะ
สวัสดีชาวไรเตอร์ทุกคนค่ะ ปฏิเสธไม่ได้ว่าคนเราต้องการความสุข ความสนุกสนาน เราถึงได้สร้างสรรค์สิ่งต่างๆ ขึ้นมาเพื่อมอบความสุขให้แก่ตัวเองและผู้อื่น แต่เชื่อไหมคะว่ายังมีโรคหนึ่งที่เรียกว่า “โรคซึมเศร้า” ที่ทำให้ชีวิตของเราหมดสนุกลงเลยทันที
โรคซึมเศร้า (Depression Symptoms) คือการป่วยทั้งร่างกาย จิตใจ และความคิด ซึ่งส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวัน โรคซึมเศร้าอาจเกิดกับคนที่มีการสูญเสีย หรือเกิดกับคนปกติทั่วไป ซึ่งได้มีการประเมินมาว่าในระยะเวลา 1 ปีจะมีคนที่เป็นโรคซึมเศร้าถึง 9% และที่สำคัญผู้ป่วยส่วนใหญ่ไม่ทราบว่าตัวเองเป็นโรคซึมเศร้า

(เครดิตภาพ : www.healthandtrend.com)
อาการที่เข้าข่ายโรคซึมเศร้ามักจะมีพฤติกรรมดังนี้
- มักคิดในแง่ลบ รู้สึกสิ้นหวัง มองโลกในแง่ร้ายจนทำให้คิดทำร้ายตัวเอง คิดแต่เรื่องความตายและพยายามฆ่าตัวตาย
- มักไม่สนใจสิ่งแวดล้อม ความสนุก หรืองานอดิเรก อะไรที่เคยสนุก ตอนนี้ก็ไม่สนุกไปกับมันแล้ว
- มันจะมีความรู้สึกซึมเศร้าและกังวลตลอดเวลา โกรธง่าย ฉุนเฉียว
- มีการเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ชัดเช่น นอนไม่หลับ ตื่นเร็ว หรือบางรายหลับมากเกินไป อีกทั้งความสัมพันธ์กับบุคคลอื่นแย่ลง
น่าแปลกมากเลยนะคะที่ผู้ป่วยเป็นโรคนี้มักจะหันไปพึ่งพาแอลกอฮอล์ หรือยาเสพติดเพราะคิดว่าเป็นสิ่งเดียวที่เยียวยาบาดแผลในจิตใจเขาได้ และเพื่อป้องกันไม่ให้บรรดาผู้ป่วยคิดฆ่าตัวตาย คนรอบข้างอย่างเราๆ ก็ควรเข้าไปช่วยเหลือหรือชวนทำในสิ่งที่ไม่ให้ผู้ป่วยเครียดเช่น การชมภาพยนตร์สบายๆ หรือเดินเล่น เป็นต้นค่ะ หรือคอยให้กำลังใจพวกเขาค่ะ
ในโลกนี้นะคะก็มีอาชีพที่เสี่ยงต่อการเป็นโรคซึมเศร้าอยู่จำนวนหนึ่งเลยแหละค่ะ แต่เชื่อหรือไม่คะว่าอาชีพจำพวกศิลปิน นักเขียนและเอนเตอร์เทนเนอร์ที่สร้างความสุขให้พวกเราทั้งหลายนั้นจัดว่าเป็นหนึ่งในอาชีพที่เสี่ยงต่อการเป็นโรคซึมเศร้าค่ะ!
และในวันนี้พี่น้ำผึ้งก็จะพาน้องๆ มาพบกับบรรดานักเขียนทั้งหลายที่ดูเผินๆ เหมือนกับว่าพวกเขาไม่ได้เป็นโรคนี้ แต่แท้จริงแล้วพวกเขาเป็นโรคซึมเศร้า! จะมีใครบ้างนั้นตามมาเลยค่ะ
ไป๋ จวีอี้ (Bai Juyi)
I hug my pillow and do not speak a word;
In my empty room no sound stirs.
Who knows that, all day a-bed
I am not ill and am not even asleep?
Turned to jade are the boy's rosy cheeks;
To his sick temples the frost of winter clings.
Do not wonder that my body sinks to decay;
Though my limbs are old, my heart is older yet.
— "Poems In Depression, At Wei Village"

ศิลปิน ไป๋ จวีอี้
(เครดิตภาพ : https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Bai_Juyi_by_Chen_Hongshou.jpg)
ไป๋ จวีอี้เป็นนักกวีชื่อดังของจีนที่อยู่ในช่วงกลางของราชวงศ์ถัง (ค.ศ. 772 -846) ที่มีบทประพันธ์ถึง 200 บท แต่เดิมไป่ จวีอี้นั้นเป็นทั้งนักการทูตจีนและผู้ว่าราชการจังหวัด แต่โชคร้ายที่เขาถูกใส่ความจนทำให้ต้องถูกเนรเทศออกมา หลังจากนั้นไม่นานเขาก็กลายเป็นนักบวชที่วัดเซียงชาน (Xiangshan) ระหว่างนั้นเองเขาก็เขียนบทกวีที่สุดแสนโรแมนติกจำนวนมาก ทว่ากลับแฝงด้วยความเศร้าเช่นกัน และบทประพันธ์ที่มีชื่อเสียงที่สุดก็คือ “บทเพลงของความเสียใจอันเป็นนิรันดร์ (Poems In Depression)” ที่บอกเล่าเรื่องราวของนางสนมนางหนึ่งนั่นเอง
ซิลเวีย แพลท (Sylvia Plath)

ซิลเวีย แพลท
(เครดิตภาพ : https://vsramblings.wordpress.com/2013/05/27/sylvia-plath-the-accidental-feminist/)
ซิลเวีย แพลท (1932 – 1963 ) คือกวีหญิงคนสำคัญของอเมริกา ชื่อเสียงของเธอโด่งดังมาจากนวนิยายและบทกวีชุดต่างๆ เช่น Ariel, Crossing the Water (1970), Winter Trees (1971) และ The Collected Poems (1981) ซึ่งได้รับรางวัลพูลิตเซอร์อันทรงเกียรติในปี 1982
นวนิยายเรื่องแรกและเรื่องสุดท้ายของเธออย่าง “ในกรงแก้ว (The Bell Jar)” นับเป็นผลงานที่สะท้อนถึงตัวตนของซิลเวียได้ดีมาก เธอบอกเล่าเรื่องราวและอารมณ์ของความรู้สึกตัวละครด้วยการอุปมา แทนการเล่าเรื่องด้วยคำพูดตรงๆ เลยทำให้นิยายเรื่องนี้โดดเด่นราวกับมีชีวิต เรื่องนี้ มีแปลเป็นภาษาไทยด้วยนะคะ หาอ่านกันได้ค่ะ เนื้อหาลึกซึ้งและน่าอ่านมาก

ปกนิยาย "ในกรงแก้ว" อันโด่งดัง
(เครดิตภาพ : http://thecinnamonroll.co/2014/03/14/a-look-into-depression-review-of-the-bell-jar/)
ซิลเวียเริ่มสนใจการเขียนและศิลปะตั้งแต่เด็ก อีกทั้งยังมีผลการเรียนที่ยอดเยี่ยมมาก ภายนอกดูคล้ายกลับประสบความสำเร็จทุกด้าน แต่จริงๆ แล้วซิลเวียกลับใช้ชีวิตอยู่ด้วยความกดดันเพราะกลัวคนอื่นจะรู้ถึงความทุกข์ที่เธอปกปิดไว้
หลังจากนั้นไม่นานเธอก็แต่งงานกับ เท็ด ฮิวจ์ และมีลูกๆ ที่น่ารัก ชีวิตของซิลเวียเกือบไปได้สวยแล้วถ้าไม่ใช่เพราะความเครียด สภาพอารมณ์ที่ไม่มั่นคง และการที่สามีนอกใจ เลยทำให้ชีวิตครอบครัวของเธอต้องพังลง
ในเวลาไม่ถึง 2 เดือนหลังจากหย่าร้างกับสามี ซิลเวียได้แต่งกลอน 40 บทเกี่ยวกับความผิดหวัง ความรัก ความแก้แค้นจนทำให้เธอมีชื่อเสียง และในช่วงที่นิยายเรื่อง The Bell Jar ได้ตีพิมพ์นั่นเอง เธอได้อยู่ในช่วงที่เสียใจและหดหู่ที่สุดในชีวิต ก่อนที่เช้าวันที่ 11 กุมภาพันธ์ เธอจึงตัดสินใจจบชีวิตลงด้วยแก๊สในห้องครัวด้วยวัยเพียง 31 ปี
เป็นเรื่องน่าเศร้ามากที่กลอนบทสุดท้ายที่เธอแต่งก่อนเสียชีวิต เธอได้อธิบายไว้ว่าการฆ่าตัวตายเป็นทางรอดที่ดีที่สุดเพียงหนทางเดียว
เอฟ. สก็อตต์ ฟิตซ์เจอรัลด์ (F.Scott Fitzgerald)

เอฟ. สก็อตต์ ฟิตซ์เจอรัลด์
(เครดิตภาพ : https://en.wikipedia.org/wiki/File:F_Scott_Fitzgerald_1921.jpg)
“นั่นเป็นส่วนหนึ่งของความงามของวรรณกรรมทั้งหลาย คุณค้นพบว่าความปรารถนาของคุณเป็นความปรารถนาสากล คุณไม่ได้อ้างว้างและโดดเดี่ยวจากคนอื่น คุณมีพวก”
“That is part of the beauty of all literature. You discover that your longings are universal longings, that you're not lonely and isolated from anyone. You belong.”
F. Scott Fitzgerald
ฟรานซิส สก็อตต์ คีย์ ฟิตซ์เจอรัลด์ (F.Scott Fitzgerald 1896 - 1940) นักเขียนชาวอเมริกันเชื้อสายไอริช งานเขียนของเขามักจะอยู่ในยุคแจ๊ซ (Jazz Age) แม้จะมีนวนิยายที่เขียนจบเพียงแค่ 4 เรื่อง (จาก 5 เรื่อง) แต่เขาก็เป็นหนึ่งในนักเขียนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในศตวรรษที่ 20 ซึ่งนิยายเรื่องที่สร้างชื่อให้เขามากที่สุดก็คงจะเป็นเรื่อง The Side of Paradise และ The Great Gatsby ที่เขียนไม่จบเพราะเสียชีวิตก่อน
หนังสือเรื่อง The Great Gastsby เนี่ยโด่งดังมากๆ เลยนะคะ และถูกนำไปทำเป็นภาพยนตร์ด้วย นำแสดงโดย ลีโอนาร์โด ดิคาปริโอ นั่นเองค่ะ

The Great Gatsby เวอร์ชั่นภาพยนตร์
(เครดิตภาพ : http://margaretperry.org/the-great-gatsby-2013-well-almost/)
หลังจากนั้นไม่นานเขาก็แต่งงาน ทั้งภรรยาและเขาต่างก็ใช้ชีวิตหรูหราจนทำให้มีหนี้สิน ก่อนที่ภรรยาของเขาจะป่วยเป็นโรคจิตเภทและเสียชีวิตในเหตุการณ์ไฟไหม้ที่โรงพยาบาลโรคจิต
ด้วยความเครียดกับความสิ้นหวังนั่นเอง เลยทำให้เขาหันไปดื่มแอลกอฮอล์เป็นอย่างมากจนทำให้เขาเสพติดมัน จนในที่สุดก็กลายเป็นคนที่เป็นโรคซึมเศร้ารวมทั้งโรคพิษสุราเรื้อรัง ในเวลาต่อมาเขาก็เสียชีวิตลงด้วยภาวะแทรกซ้อนของวัณโรคโดยแทบไม่มีใครเหลียวแลด้วยซ้ำ น่าสงสารมากๆ เลยนะคะ
เจ. เค. โรว์ลิง (J.K. Rowling)

เจ. เค. โรว์ลิง
(เครดิตภาพ : http://www.telegraph.co.uk/culture/books/10178344/JK-Rowling-unmasked-as-author-of-acclaimed-detective-novel.html)
ปิดท้ายกันที่นักเขียนชื่อดังจากเกาะอังกฤษ เจ.เค. โรว์ลิง ( J.K Rowling) ที่มีผลงานอันโด่งดังอย่าง “แฮร์รี่ พอตเตอร์” เรื่องราวของพ่อมดน้อยที่ได้รับความสนใจจากทั่วโลก แถมยังได้รับรางวัลมากมาย ซึ่งมียอดขายมากกว่า 400 ล้านเล่มจนทำให้กลายเป็นหนังสือชุดที่ขายดีที่สุดในประวัติศาสตร์ด้วยค่ะ!
แต่ใครจะรู้ว่ากว่าเธอจะมาถึงจุดสูงสุดแบบนี้ได้นั้นมันแสนสาหัสขนาดไหน เพราะเธอผ่านความลำบากมามากมายรวมถึงจุดที่ต่ำสุดในชีวิต ทั้งถูกสามีทิ้ง ทั้งถูกดูถูกเหยียดหยาม หลังจากที่ต้องเผชิญมรสุมชีวิตทั้งครอบครัวที่แตกร้าวและการงานการเงินที่ไม่มั่นคงเลยทำให้เจ.เค. คิดที่จะฆ่าตัวตาย โดยเจ.เค ได้เผยว่า
“ช่วงที่ฉันอายุ 20 ปีนั้นย่ำแย่และสภาพจิตใจของฉันก็ดำดิ่งเอามากๆ" เจ.เค. นักเขียนสาววัย 42 กล่าว พร้อมกับเผยว่าเธอไปเข้ารับการปรึกษาปัญหาดังกล่าวกับทางแพทย์และเข้ารับการบำบัดรักษาโรคซึมเศร้า แบบ CBT(Cognitive- Behavioral Therapy) เป็นเวลาถึง 9 เดือนด้วยกัน เรากำลังพูดถึงคนที่กำลังจะฆ่าตัวตาย ไม่ใช่แค่ 'วันนี้ฉันรู้สึกหดหู่จัง' "
หลังจากที่แม่ของเธอเสียชีวิตในปี 1990 ทำให้ เจ.เค. จมอยู่ในห้วงความทุกข์และความโศกเศร้าระยะหนึ่งจนทำให้เธอกลายเป็น “โรคซึมเศร้า” เธอจึงถ่ายทอดความรู้สึกนั้นออกมาในรูปของ “ผู้คุมวิญญาณ” หรือ “สิ่งมีชีวิตที่น่าสะพรึงกลัวที่ดูดกลืนความสุขของมนุษย์ให้หายไป” โดยเจ.เค. ได้กล่าวว่า “มันยากที่จะอธิบายความรู้สึกนี้ให้กับคนที่ไม่เคยประสบ อาการโรคซึมเศร้าไม่ใช่ความเสียใจ ความเสียยใจคือการร้องไห้โดยมีความรู้สึก แต่นี่คือความเยือกเย็นและว่างเปล่าที่แสนทุกข์ทรมาน”
เจ.เค เคยให้บทสัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวนักศึกษาของมหาวิทยาลัยเอดินเบิร์ก สก็อตแลนด์ไว้ว่า
“ฉันไม่เคยอายที่จะยอมรับว่าตัวเองเคยเป็นคนอมทุกข์มาก่อน ไม่เคยเลย มันน่าอายตรงไหน กับการที่เราผ่านช่วงเวลาที่แสนสาหัสมาได้ และฉันยังอดภูมิใจตัวเองไม่ได้ที่ทำสำเร็จ”
และด้วยความพยายามและต่อสู่โดยไม่ย่อท้อของ เจ.เค นี่เองเลยทำให้ชีวิตของเธอพลิกผันจากความยากจนไปสู่ความร่ำรวยมหาศาล และกลายเป็นนักเขียนเจ้าของทรัพย์สินมูลค่าพันล้านเหรียญและเป็นหนึ่งในสตรีที่ร่ำรวยที่สุดในสหราชอาณาจักรค่ะ
เห็นไหมคะว่าโรคซึมเศร้าเนี่ยถ้าไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกวิธีก็อาจจะทำให้มันพาน้องๆ ไปสู่หายนะเช่นการปลิดชีพตัวเองอย่างนักเขียนบางท่าน แต่ว่าถ้าเราสตรอง มีจิตใจที่แข็งแกร่ง มันก็จะไม่สามารถทำอันตรายกับน้องๆ และคนรอบข้างได้ เหมือนอย่างที่แฮร์รี่เสกคาถา “เอกซ์เปกโตร พาโตร-นุม” ใส่พวกเหล่าผู้คุมวิญญาณไงล่ะคะ
.jpg)
ภาพเหตุการณ์ตอนที่แฮร์รี่กำลังเสกคาถาผู้พิทักษ์
(เครดิต : http://www.tumbnation.com/tumblr-tag/ramoso)
ดูเหมือนจะไกลตัว แต่ที่จริงแล้วโรคซึมเศร้านั้นมีโอกาสเกิดขึ้นได้กับทุกคน เพราะทั้งสภาวะเครียดและกดดันที่เกิดขึ้นกับตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นน้องๆ มัธยมปลายที่ต้องสอบเข้ามหาวิทยาลัย (พี่เคยผ่านช่วงนี้มาก่อน รู้เลยว่ามันหนักหนาสาหัสขนาดไหนกับการที่เด็กตัวเล็กๆ จะต้องแบกรับความฝันของตัวเองไว้ในมือทั้งสองข้าง T_T) หรือแม้แต่บรรดานิสิตนักศึกษาในมหาวิทยาลัยทั้งหลายที่เครียดกับการสอบมิดเทอมที่จะมาถึงนี้ แต่ถ้าได้รับการดูแลรักษาและบำบัดเป็นอย่างดีก็จะช่วยเยียวยาบาดแผลในจิตใจได้บ้าง ยังไงก็ตามพี่ก็อยากให้น้องๆ ดูแลตัวเองด้วยนะคะ สู้ๆ ค่ะ! ^___^
พี่น้ำผึ้ง :)
http://www.manarom.com/article-detail.php?id=666672
http://en.wikipedia.org/wiki/F._Scott_Fitzgerald
http://www.piyavate.com/article/frontend/article_detail/id/54
http://rama4.mahidol.ac.th/ramamental/?q=generalknowledge/general/09042014-1017
http://www.health.com/health/gallery/0,,20428990_6,00.html
http://www.everydayhealth.com/depression-pictures/famous-writers-with-depression.aspx#05


7 ความคิดเห็น
พี่น้ำผึ้งคะ "ฆ่าตัวตาย" เขียนผิดค่ะ
เราแอบตรงหลายข้อ
ไม่สนใจสิ่งแวดล้อม
ตอนเด็กๆชอบเปิดดูทีวีทั้งวัน ข่าว ละคร รายการวาไรตี้ รายการสารคดี
พอมีคอมเป็นของตัวเอง เปิดดูทีวีเฉพาะตอนเช้าถึงเลยบ่ายโมงก็ปิดเลย
เพราะตอนนี้ในทีวีมีแต่รายการอะไรก็ไม่รู้
เหลือแต่รายการทีี่เคยเปิดดูตอนเด็กๆไม่กี่รายการ
มีบางรายการถูกย้ายไปฉายที่ช่องดิจิตอลทีวีหรือไม่ก็ยุติออกอากาศไปแล้ว
ทุกวันนี้ดูแต่ช่อง ThaiPBS กับช่อง MONO 29
เวลาที่เหลือเล่นแต่คอม
ดูสารคดี ดูการ์ตูน ดูซีรีส์ต่างประเทศแบบซับไทยหรือพากย์ไทยก็ดูในคอม
แต่ถ้าหากวันไหนที่ฝนตกหนักๆคงต้องปิดคอมและเปิดทีวีแทน
ส่วนช่อง 9 การ์ตูนกับละครจักรๆวงศ์ๆของช่อง 7 เลิกดูไปนานแล้ว
ช่อง 9 การ์ตูนมีแต่การ์ตูนใหม่ๆที่ไม่รู้จัก
ส่วนละครจักรๆวงศ์ๆของช่อง 7 ยิ่งเอากลับมารีเมคยิ่งห่วยลง
ทำลายตัววรรณคดีกับตัวนิทานให้แย่ลง
ไม่อยากให้เด็กไทยรุ่นหลังจำเนื้อเรื่องและแก่นเรื่องแบบผิดๆ
ไม่ต่างจากพวกละครเย็นกับละครหลังข่าวที่เคยสร้างแล้วเอากลับมารีเมคใหม่
บางเรื่องของเดิมดีกว่าของรีเมคตั้งเยอะ บางเรื่องรีเมคแล้วดูดีกว่า
นานๆทีจะมีละครแนวที่ชอบโผล่มาและมักจะเป็นละครรีเมคด้วย
แต่ไม่รู้ว่าสนุกเหมือนกับเวอร์ชั่นที่เคยดูตอนเด็กๆเหรอเปล่า
หาอ่านเรื่องย่อละครแล้วด้วย
ชอบของJ.Kที่สุดอ่านแล้วน้ำตาจะไหล
แค่ดูหน้าแต่ล่ะคนในรูปถ่ายก็รู้ได้แล้วว่าเป็นโรคซึมเศร้า โดยเฉพาะตา
หนังสือ The Bell Jar ไม่ถึงกับหายากนะครับ ได้ผ่านตาอยู่เป็นครั้งคราว ถ้าใครสนใจ จะให้ยืม หรือ ให้เลยก็ได้ครับ เพราะคงไม่กลับไปอ่านอีก