|
จากจุดเริ่มที่ทรงตรัสไว้ในการบันทึกเทปรายการ สุริวิภา ที่ผ่านมาของ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ ที่ว่า เมื่อครั้งยังทรงพระเยาว์ ทรงสนพระทัยแต่การวาดรูปเพียงอย่างเดียว และทรงคิดว่าแฟชั่นเป็นแต่งานอดิเรกของพระองค์ ก็ยิ่งทำให้ได้รับทราบถึงพระปรีชาสามารถของพระองค์ ว่า...กว่าจะมาเป็นผลงานคอลเลกชั่นต่างๆ จนได้รับการกราบบังคมทูลเชิญจากห้องเสื้อบาลแมง (BALMAIN) เพื่อร่วมแสดงผลงานการออกแบบในงานปารีส แฟชั่น วีค ซีซั่นสปริง/ซัมเมอร์ 2008-2009 ณ โอเปร่า การ์นิเยร์ กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ในช่วงปลายเดือนกันยายน นี้ ก็ล้วนแล้วแต่เกิดจากความสนพระทัย การหมั่นฝึกฝนและความทุ่มเททั้งหมดของพระองค์และทีมงาน ประดุจดั่งดีไซน์เนอร์ทีมชาติ เพื่อสร้างมิติใหม่ให้วงการแฟชั่นไทยได้เฉิดฉายบนเวทีระดับสากล เหตุของการกราบบังคมทูลเชิญนั้น เนื่องด้วย หลังจากที่ผู้บริหารของห้องเสื้อดังกล่าว เข้าร่วมงานแฟชั่นโชว์ผ้าไหมที่ จ.สกลนคร และได้เห็นผลงานการออกแบบเสื้อผ้าฝีพระหัตถ์ของพระองค์ที่เปี่ยมไปด้วยพลังสร้างสรรค์ในรูปแบบความเป็นไทยร่วมสมัยอันโดดเด่นด้วยการใช้สีสันและวัสดุในท้องถิ่น จึงทำให้เราในฐานะพสกนิกรชาวไทยจะได้ร่วมรับชมพระปรีชาสามารถด้านแฟชั่นบนรันเวย์ระดับโลก ณ มหานครแห่งแฟชั่นร่วมกันเป็นครั้งแรก
สำหรับองค์ดีไซน์เนอร์พระองค์นี้ เมื่อครั้งยังทรงพระเยาว์ และทรงทราบถึงแนวทางความสนพระทัยของพระองค์อย่างแน่วแน่แล้ว ก็ไม่ทรงหยุดความสนพระทัยไว้ที่การฝึกฝนด้วยพระองค์เอง และตัดสินพระทัยเลือกศึกษาด้านศิลปะ ในคณะศิลปกรรมศาสตร์ ภาควิชานฤมิตศิลป์ สาขาออกแบบแฟชั่น จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเท่านั้น แต่ยังทรงเก็บเกี่ยวประสบการณ์ด้วยการเดินทางไปศึกษาดูงาน ณ เมืองแฟชั่นโลก อาทิ มิลาน นิวยอร์ก และ ปารีส ทรงพบปะและแลกเปลี่ยนความคิดเห็น อีกทั้งยังได้ข้อคิดและเทคนิคที่ทันสมัย ทรงรับเอาความรู้ใหม่ๆ ด้านแฟชั่นจากดีไซน์เนอร์ผู้มีประสบการณ์ และทรงปรับใช้กับคอลเลกชั่นล่าสุดของพระองค์ได้อย่างลงตัว
 |
|
พระองค์ทรงเล่าว่า เมื่อแรกที่ได้รับการทูลเชิญ แม้จะทรงรู้สึกประหลาดใจและตื่นเต้นไม่น้อย แต่ด้วยในฐานะลูกก็ทรงตอบรับอย่างแบ่งรับแบ่งสู้ว่า.. อย่างไรก็ตาม การตัดสินพระทัยของพระองค์นั้น จะต้องทูลขอพระราชทานพระอนุญาตและข้อชี้แนะจากทูลกระหม่อมพ่อ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมาร เสียก่อน และเมื่อทรงได้รับการสนับสนุนจากทูลกระหม่อมพ่อ ก็ทรงไม่รอช้า ทรงระดมทีมงานผู้เชี่ยวชาญในแต่ละด้าน เพื่อเริ่มต้นการทำงานเป็นทีม อย่างทรงเป็นกันเองและทุกขั้นตอนนั้นทรงมีพระดำริริเริ่มด้วยพระองค์เองทั้งสิ้น
โดยหลังจากที่ได้รับการการทูลเชิญแล้ว พระองค์หญิงทรงมีโจทย์ข้อใหญ่ นั่นคือ ทรงต้องการนำเสนอความเป็นไทยสู่สายตาชาวโลก เนื่องด้วยแนวโอเรียนทอล เป็นสไตล์ที่พระองค์ทรงชื่นชอบ ซึ่งพระองค์เองก็ทรงอยากให้...ในสายตาของชาวโลก เมื่อมองมาที่เอเชียแล้วจะต้องนึกถึงศิลปะและงานดีไซน์ที่มาจากประเทศไทยด้วยเช่นกัน แต่จะทำอย่างไรให้ฝรั่งเข้าถึงความเป็นไทยได้ ในคอลเลกชั่นนี้ พระองค์หญิง จึงตั้งพระทัยที่จะนำเสนอความเป็นไทยในมุมที่ฝรั่งมอง ออกแนวไทยร่วมสมัย ทรงมีรับสั่งถึงลายไทยที่สวยงาม หากปรับโครงสร้างของลวดลายให้ดูทันสมัยมากขึ้น ความเป็นไทยตรงนี้ก็น่าจะสร้างความจดจำได้ให้กับคนทั่วโลก
เช่นเดียวกับดอกซากุระของประเทศญี่ปุ่น เมื่อครั้งทรงประทับอยู่ที่นั่น ทรงมีคำถามเกิดขึ้นในพระทัยว่า ทำไม ใครๆ พอนึกถึงญี่ปุ่นต้องนึกถึงดอกไม้ชนิดนี้ และต่อมาทรงคนพบคำตอบว่า นั่นเป็นเพราะ มีการสร้างกราฟฟิกรูปดอกซากุระขึ้นมาให้จดจำได้ง่ายขึ้นและมีการพัฒนารูปแบบและการนำสัญลักษณฺตรงนี้ไปใช้อยู่ตลอดเวลา ทำให้คอลเลกชั่นที่เตรียมไปโชว์ของพระองค์หญิง ไม่ตกหล่นความเป็นไทยแม้แต่น้อย ในแต่ละรายละเอียดทรงตั้งพระทัยจะนำเสนอความเป็นไทยในสไตล์โมเดิร์น โดยการทรงสังเกตและค้นคว้า ทำวิจัยหาข้อมูลด้วยพระองค์เอง ว่า มีอะไรบ้างในเมืองไทยที่สามารถไปพร้อมๆ กับผรั่งได้ แต่ยังคงมีความเป็นไทยอยู่
ทรงพิจารณาถึงวัตถุดิบในบ้านเรา อาทิ ผ้าไหม ซึ่งทรงตั้งเฉดสีที่ต้องการไว้ก่อน จากนั้นทรงเลือกชนิดของผ้าไหมจากศูนย์ศิลปาชีพ บางไทร ในสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ที่เหมาะกับผลงานแนวฟังกี้เฟมินีน ที่ไม่หวานแหววจนเกินไปนักที่พระองค์ทรงออกแบบ
 |
ผ้าที่นำมาใช้ในคอลเลกชั่นล่าสุดนี้ มีทั้งผ้าไหมไทยและผ้าฝรั่ง ใช้ผ้าฝรั่ง อย่างผ้าบุหงา ผ้าชีฟอง ก็เพื่อมาเสริมให้ผ้าไหมของไทยดูสวยงามมากขึ้น ไม่แข็งและดูมีเลเยอร์ มีการปักลายไทยที่ทำเป็นกราฟฟิก ปักลูกปัด แต่ที่ตื่นเต้นมาก คงเป็น รองเท้ากับกระเป๋า เพราะแรงบันดาลใจมาจากกระดุมที่มีส่วนผสมของอคิริกเพียงเม็ดเดียว ทรงเล่าว่า ในขั้นตอนของการออกแบบรองเท้า ทรงเลือกใช้เศษโลหะเหลือๆ ที่ได้จากการทำงานของช่าง ซึ่งปกติแล้วจะต้องนำไปหลอมรวมเพื่อนำกลับมาใช้ใหม่ พระองค์ทรงนำมาใช้ประดับตกแต่งในส่วนของส้นรองเท้าที่มีความสูงประมาณ 5 นิ้วครึ่งให้ออกมาดูมี 2 มิติ โดยออกแบบให้รูปทรงของส้นรองเท้ามีความต่างจากที่เคยเห็นอยู่ทั่วไป ซึ่งจะเป็นทรงสูงแบบตรงๆ ดีไซน์ให้แตกต่างทั้งในเรื่องเชฟ สีสัน ทรงใส่แพลตฟอร์มเข้าไปเพื่อการสวมใส่ได้จริงของนางแบบ ขยับมาที่ กระเป๋า ทรงออกแบบจากอินสไปเรชั่นทั้งหมด 3 ที่มา หนึ่งเซตจะทรงออกแบบให้แมตช์กับรองเท้า อีกเซ็ตมาจาก นกยูง ปีกแมลงทับ เป็นเรื่องของผ้าไหม และอีกหนึ่งเซ็ตทรงได้รับแรงบันดาลพระทัยจากดีไซน์เนอร์ยุค 60 ชื่อดัง โดยกระเป๋าของผู้ชายที่ทรงออกแบบจะมีขนาดที่ใหญ่กว่าของผู้หญิงด้วย
 |
ส่วน เครื่องประดับ ที่ทรงออกแบบ พระองค์ทรงเล่าว่า ได้รับอินสไปเรชั่นมาจากธรรมชาติ เครื่องราชอิศริยาภรณ์ ที่นำมาดัดแปลงให้ดูกลมมนมากขึ้น ทรงย้ำว่าสร้อยที่เคยเห็นเมื่อปีที่แล้วจะไม่ปรากฏขึ้นในปีนี้ แต่จะทรงเน้น ตุ้มหูที่มีความยาวมากขึ้น เน้นกำไล ซึ่งจะมีความเป็นแมสค่อนข้างสูง ส่วนดีเทลนั้นก็จะยังคงเป็นโอล์ กูตูร์อยู่ ซึ่งตุ้มหูที่ทรงออกแบบสำหรับสุภาพสตรีนี้ เพียงชิ้นเดียวก็สามารถใส่ไปได้ทั้งงานกลางวันและงานกลางคืน ทรงออกแบบให้ตุ้มหูยาวเป็นพิเศษ ส่วนกำไล ที่ทรงออกแบบขึ้นมานั้น ก็สามารถใส่ด้วยกันกับกำไลเยอะๆ ได้
พระอัจฉริยภาพของพระองค์ใช่เพียงแต่การออกแบบเสื้อผ้าเครื่องประดับ ในเรื่องของการแต่งหน้า ทำผมให้นางแบบ พระองค์ก็ทรงมีดำริและทรงควบคุมการทำงานด้วยพระองค์เองเช่นกัน ทรงมีรับสั่ง ต้องการ อายไลน์เนอร์ สีแดง ทาบนเปลือกตาของนางแบบ เพื่อสร้างความแปลกใหม่และนำเสนอความเป็นไทย สร้างความโดดเด่นด้วยการวาดให้มีลักษณะคล้ายหางหงส์ ซึ่งทีมงานของพระองค์ได้รับแรงบันดาลใจมาจากส่วนประกอบของบ้านเรือนทรงไทย นอกจากนี้ยังมีการทาสีทองลงไปในบริเวณทีโซนของนางแบบ เพื่อเพิ่มมิติของใบหน้านางแบบให้คมชัดและงดงามในแบบไทยยิ่งขึ้น ส่วนทรงผมที่ทรงตัดสินพระทัยเลือกนั้น ทรงเล่าว่า นับเป็นรูปแบบทรงผมที่สื่อถึงความเป็นไทยที่ตรงพระทัยอย่างมาก โดยมีลักษณะของแบบผมที่เกิดจากการถักเปียเป็นรูปกระจัง โค้งเว้าตามรูปหน้าของนางแบบตรงส่วนหน้า และด้านหลังทรงร่วมออกแบบกับทีมงานให้มีลักษณะคล่องตัวเพื่อให้เหมาะกับไลฟสไตล์ของสาวๆ ยุคปัจจุบัน ด้วยการรวบขึ้นไปเป็นลักษณะเหมือนหางม้า ตลอดเวลาที่ทรงเตรียมงานเพื่อโชว์ฝีมือของคนไทยบนเวทีแฟชั่นระดับโลก ทรงเป็นผู้คิดริเริ่มและลงมือทำด้วยพระองค์เองแทบทุกอย่าง ซึ่งแม้ว่าในบางขั้นตอนจะไม่ทรงสามารถทำด้วยพระองค์เองได้ แต่ก็จะทรงวางโครงให้ และทรงส่งต่อไอเดียของพระองค์ให้ผู้เชี่ยวชาญรับไปทำตามที่ทรงต้องการ อาทิ เรื่องเพลงที่ใช้ประกอบในการเดินแฟชั่นโชว์ ทรงหาเพลงด้วยพระองค์เอง แก้ไขและเพิ่มเติมเพื่อให้ท่วงทำนองเพลงเป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบที่ช้วยส่งให้การโชว์เสื้อผ้าในคอลเลกชั่นของพระองค์บนรันเวย์สมบูรณ์แบบมากขึ้น
 |
สำหรับวิธีการทรงงานของพระองค์นั้น พระองค์หญิงนักออกแบบทรงมีภาวะความเป็นผู้นำอย่างเต็มเปี่ยม ทรงวางแนวทางในการทำงานให้กับทีมงานชัดเจน แม้จะต้องทำงานร่วมกันทั้งทีมงานไทยและชาวต่างชาติ แต่จะทรงยึดหลักทางสายกลาง เปิดรับข้อแนะนำของทีมงานต่างชาติที่ต้องร่วมงานกัน ในฐานะที่เขามีประสบการณ์ด้านแฟชั่นมากกว่า โดยเฉพาะ ในส่วนที่สามารถนำมาเสริมให้การทำงานของพระองค์ได้รับการพัฒนาให้มีความสวยงามและความเป็นสากลมากขึ้น ก็ทรงยินดีที่จะเปิดรับและนำมาผสมผสานให้เข้ากัน แต่ขณะเดียวกันการตัดสินใจเพื่อเลือกรูปแบบ ตลอดจนรายละเอียดและสีสันที่ทรงเลือกใช้ในผลงานทั้งหมดนั้น ยังเป็นของพระองค์และทีมงานไทยเป็นหลัก โดยไม่ต้องผ่านการตรวจแก้จากทีมงานชาวต่างชาติแต่อย่างใด ในการบันทึกเทปครั้งนี้ พระองค์ทรงตรัสถึง ความคาดหวังในการโชว์คอลเลกชั่นครั้งประวัติศาสตร์นี้ว่า ทรงต้องการให้ผู้เชี่ยวชาญด้านแฟชั่นระดับโลก หันมามองประเทศของเราว่า มีเพชรเม็ดงามอยู่หลายเม็ด คนเก่งๆ ในประเทศไทยมีอยู่ไม่น้อย มีวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์เชิงศิลปะที่ไม่แพ้ชาวตะวันตก หรือ แม้แต่ประเทศในแถบเอเชียด้วยกัน ในบ้านเรามีโลกแห่งความสวยงามที่ค่อนข้างสูง ทั้งศิลปะและแฟชั่น อยากให้ต่างชาติมองว่า เราก็มีของดี มีวัตถุดิบที่สวยงาม เพื่อเขาจะมาเมืองไทย มาทำอะไรต่างๆ เกี่ยวกับแฟชั่น ธุรกิจด้านนี้ก็จะได้เดินต่อไปเรื่อยๆ ซึ่งไม่แน่ว่า บนเวทีแฟชั่น วีค ระดับโลกดีไซน์เนอร์คนต่อไป อาจจะเป็นใครก็ได้ที่เป็นคนไทย ซึ่งก็ถือเป็นเรื่องดี อย่าลืมนะคะว่า เราเองมีคู่แข่งที่เป็นเอเชียอยู่หลายชาติ โดยเฉพาะ ญี่ปุ่น ฮ่องกงก็มีแล้ว ซึ่งเร็วๆ นี้ อินเดียก็จะตามมา มีประเทศมหาอำนาจที่เป็นเอเชียอยู่ค่อนข้างเยอะ แต่ว่าเราก็มีประเทศไทยเหมือนกัน และท่านหญิงจะภูมิใจมาก ถ้ามีคนไทยคนที่ 2 ซึ่งจะเป็นใครก็แล้วแต่ บนเวทีนี้
 |
ท้ายสุดพระองค์ยังตรัสด้วยว่า แม้ใครๆ ก็อยากให้โชว์ครั้งนี้ประสบความสำเร็จ ซึ่งส่วนพระองค์เอง ก็ทรงมั่นพระทัยกับคอลเลกชั่นนี้ค่อนข้างมาก ด้วยพระองค์ทรงมีกำลังพระทัยที่ดีจากทีมงาน พระสหายของพระองค์และคนรอบข้าง โดยเฉพาะกำลังพระทัยที่พระองค์ทรงได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากทูลกระหม่อมพ่อ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมาร ถึงอย่างนั้นก็ทรงยอมรับว่า สื่อมวลชนที่โน่น(ผรั่งเศส) ค่อนข้างจะแรง แต่พระองค์ก็ทรงไม่ย่อท้อ ทรงเตรียมพระทัยรับมือกับคำวิพากษ์วิจารณ์ ซึ่งพระองค์หญิงเอง ทรงยืนยัน ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น จะทรงแน่วแน่ และนำคำพูดเหล่านั้น มาเป็นกำลังพระทัยและเป็นข้อปรับปรุงให้กับพระองค์เอง โดยทรงยกตัวอย่างดีไซน์เนอร์ระดับโลก หลายต่อหลายคน กว่าจะก้าวมาสู่ความสำเร็จอย่างทุกวันนี้ ก็ล้วนแล้วเคยผ่านการวิพากษ์วิจารณ์มาแล้วทั้งนั้น ซึ่งพระองค์เองก็ต้องผ่านไปให้ได้เช่นกัน ร่วมเฝ้ารับชมความงดงามแห่งพระอัจฉริยภาพด้านแฟชั่น ความสนพระทัยงานศิลปะเมื่อทรงพระเยาว์ และของสะสมด้านศิลปะแฟชั่น ที่ไม่เคยปรากฎที่ไหนมาก่อนของพระองค์หญิง องค์ดีไซน์เนอร์พระองค์นี้ได้ ในรายการ สุริวิภา ออกอากาศเวลา 22.05 น. ในวันพุธที่ 19 กันยายน นี้ ทางโมเดิร์นไนน์ทีวี
พี่ลาเต้ขอขอบคุณข้อมูลจากผู้จัดการออนไลน์
|
0 ความคิดเห็น