อ่านแล้วได้ข้อคิด “พี่ตองเก้า” เล่าประสบการณ์เฉียดตาย กับการซิ่ว ม.ดัง 3 ครั้งติด!!!




              เมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว มีสเตตัสหนึ่งถูกแชร์ไปเกือบ 20,000 ครั้ง และมีคนแสดงความคิดเห็นมากกว่า 10,000 ข้อความ ...เนื้อหาเป็นเรื่องราวที่เกิดกับผู้หญิงคนหนึ่ง เล่าถึงชีวิตวัยรุ่นของตนเอง ความผิดพลาดที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในชีวิตครั้งยิ่งใหญ่ และวันนี้ “พี่ตองเก้า” เจ้าของสเตตัส จะมาเล่าเรื่องราวให้เราฟัง พร้อมข้อคิดการใช้ชีวิตวัยรุ่น จะเป็นยังไงบ้าง ตามพี่จูนมาเลยค่ะ (ยาวหน่อยนะ แต่อยากให้อ่านจบจริงๆ ^^)


จุดเปลี่ยนของชีวิต เจ็บหนักเกือบไม่รอด
 

ภาพจากเฟซบุ๊ก Vimwipa Klaviggarn


เนื้อหาบางส่วนจากเฟซบุ๊ก Vimwipa Klaviggarn
 


              สวัสดีค่ะ ชื่อ ตองเก้า นะคะ วิมพ์วิภา กล้าวิกย์การ อายุ 20 ปี ปัจจุบันศึกษาอยู่ที่คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ค่ะ

              เรื่องเกิดขึ้นเมื่อประมาณกลางปีที่แล้วค่ะ ที่ตัดสินใจแชร์เรื่องตัวเองลงเฟซบุ๊กเพราะว่า เหตุการณ์ครั้งนั้นถือเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญในชีวิตแล้วก็ให้บทเรียนกับตองอย่างมาก เผื่อจะเป็นข้อคิดให้กับวัยรุ่นที่กำลังหลงผิดอยู่ให้กลับตัวกลับใจได้ก่อนจะสายเกินไปค่ะ

              จุดเปลี่ยนที่ทำให้ตองหลงทางผิดคือช่วงเข้ามหาวิทยาลัยค่ะ ตองต้องไปอยู่หอ เข้าไปเรียนในกรุงเทพฯ เหมือนต้องเปลี่ยนการดำรงชีวิตใหม่หมดเลย จากเคยอยู่กับพ่อแม่ เรียนหนังสือกลับบ้านมาทำการบ้าน เสาร์-อาทิตย์เรียนพิเศษ อยู่ในกฎเกณฑ์มาตลอด พอไปอยู่มหาวิทยาลัย ต้องอยู่หอพัก มีอิสระเต็มที่เลยค่ะ จะกลับกี่โมงก็ได้ ไปไหนก็ได้

              ช่วงที่เรียนมหาวิทยาลัย ตองรับจ็อบสอนพิเศษด้วย ไม่ได้รับเงินจากทางบ้านเลย เงินตัวเอง เราก็บริหารเอง ใช้เองแบบไม่รู้สึกผิด อยากเที่ยวก็เที่ยว อยากไปไหนก็ไป ทำอะไรที่ไม่เคยทำ ตอนนั้นรู้สึกว่า นี่แหละชีวิตที่ต้องการ ชีวิตอิสระ หาเงินเองได้ เลี้ยงตัวเองได้ เกิดมาทั้งทีต้องใช้ชีวิตให้คุ้ม ตอนนั้นคิดแค่นั้นจริงๆ ค่ะ

 


ซิ่ว 3 ครั้ง จาก 3 มหาวิทยาลัยดัง จุฬาฯ - มหิดล - ธรรมศาสตร์

               
ตองซิ่วทั้งหมด 3 ครั้ง ครั้งล่าสุดนี้กำลังรอผลแอดมิชชั่นอยู่ค่ะ เล็งคณะนิเทศศาสตร์ไว้ เพราะสนใจงานด้านการเขียนและภาพยนตร์ค่ะ ส่วนเหตุผลที่ซิ่ว... ขอท้าวความก่อนว่า ตองเป็นคนที่ค่อนข้างมี self-esteem สูงมากกกกก เคารพการตัดสินใจและความคิดของตัวเองเป็นหลักมากค่ะ แล้วก็ชอบคิดแหกกฎด้วย 5555

              ตอนที่เรียน รัฐศาสตร์ จุฬาฯ เนี่ย ดีมากนะคะ ทั้งเนื้อหา สังคม บรรยากาศในคณะ เปิดโลกทัศน์ตองได้เยอะมาก แต่เราคิดว่าเราไม่เหมาะกับมัน เรียนไปแล้วรู้สึกฝืนๆ เซนส์เรามันบอกเราแล้วว่าไม่ใช่ เราก็จะไม่เสียเวลาต่อไปอีก ตัดสินใจซิ่วเลยค่ะ หัวดื้อมากๆ 5555

             จนสอบติดที่ ศิลปศาสตร์ มหิดล ค่ะ ตอนนั้นเลือกเรียนเอกภาษาอังกฤษ เพราะตอนเรียนมัธยมเราถนัดวิชานี้ แต่พอเรียนไปเรียนมารู้สึกฝืน (อีกแล้ว) ก็ซิ่วอีก ที่บ้านช็อคมากค่ะ ไม่คิดว่าจะซิ่วอีกรอบ แต่เรายังหาตัวเองไม่เจอ จะให้ทนอยู่แบบไม่มีความสุข 4 ปี เราทนไม่ไหวจริงๆ ถึงมันจะช้า แต่ผลผลิตออกมามันคือความเป็นเราที่แท้จริง

             จนซิ่วมาเรียนที่ สังคมสงเคราะห์ ธรรมศาสตร์ มาอยู่ที่นี่แล้วรู้สึกว่า โอ้โห เหมือนเจอคนมีความคิดหรือทัศนคติคล้ายกับเราเยอะเลยค่ะ โดยรวมเรามีความสุขกับการอยู่ที่นี่มากค่ะ แต่เหตุผลที่ต้องซิ่วคือ ป่วยค่ะ ตามภาพที่เห็นในเฟซบุ๊กตองเลย ทำให้ต้องหยุดเรื่องการเรียนไปพักใหญ่ ที่บ้านเลยตัดสินใจว่า ซิ่วดีกว่า

 


ซิ่ว 3 ปีติดๆ แบบนี้ ครอบครัวยอมได้ไง

              
เป็นวัยรุ่นก็ต้องมีขัดใจกับพ่อแม่บ้าง ขัดใจหนักๆ เลยคือเรื่องซิ่วค่ะ ถ้าเราต้องการอะไรที่พ่อแม่ไม่เห็นด้วย เราลองเอา "เหตุผล" มาคุยกันค่ะ อย่าเพิ่งตีโพยตีพายว่า พ่อแม่ไม่เข้าใจเรา ว่าแต่พ่อแม่ แล้วเราล่ะ เข้าใจท่านบ้างหรือเปล่า?

              ตองแก้ปัญหาด้วยการเขียน list ค่ะ เขียนไปว่าเหตุผลที่จะซิ่วคืออะไร ผลดี-ผลเสีย แล้วก็ยืนยันว่าจะรับผิดชอบตัวเองจากการตัดสินใจนี้ได้ยังไงบ้าง แบบนี้จะทำให้พ่อแม่เห็นภาพชัดเจน และเห็นเหตุผลเรามากขึ้นค่ะ ส่วนพ่อแม่ก็จะให้เหตุผลว่าทำไมถึงไม่อยากให้ซิ่ว ลองแลกเปลี่ยนกัน และจบลงด้วยการหาวิธีที่หยวนๆ ได้คนละครึ่งทาง สำคัญที่สุดคือการหันหน้ามาคุยกันค่ะ

              ปกติแม่เป็นคน support ตองทุกด้านอยู่แล้วค่ะ ไม่ว่าตองจะทำอะไรแม่จะเชียร์เต็มที่ แม่ค่อนข้าง take balance ทางด้านความคิดได้ดีค่ะ คือมีความเป็นวัยรุ่นหัวสมัยใหม่ แต่ขณะเดียวกันกับบางเรื่องจะค่อนข้างกวดขันค่ะ เช่น เรื่องเรียน แม่จะไม่บังคับเรื่องเกรด คณะ หรือมหาวิทยาลัย แต่ต้องมีความรับผิดชอบนะ รู้จักทำกิจกรรมบ้าง อ่านหนังสือเสริมบ้าง หรือเรื่องความรัก การมีแฟน ให้มีได้นะ ไม่ห้าม แต่ต้องให้แม่ดูด้วย อยู่ในสายตาแม่ ทำนองนี้ค่ะ

 


ป่วยเป็นโรคซึมเศร้า ผ่านมาได้เพราะครอบครัว

                
ช่วงนึงตองเป็นโรคซึมเศร้า ตองคิดว่าเราอาจเศร้าซึมไปเอง เดี๋ยวก็หาย แต่จริงๆ แล้วมันคือโรค มันทำให้ตองควบคุมอารมณ์ได้ยาก จมอยู่กับความรู้สึกเดิมๆ จมลงเรื่อยๆ ขาดสติ เก็บตัว ไม่คุยกับใคร ลืมครอบครัว เพื่อน คนรอบข้าง ที่เค้าพร้อมจะอยู่ข้างเราและให้คำปรึกษาเราได้ ทำให้ตัดสินใจอะไรหลายๆ อย่างแบบขาดสติ จนเกิดเรื่องเสียหายตามมามากมาย

               กว่าจะหายป่วยทั้งโรคซึมเศร้าและโรคอื่นๆ ที่เป็นอยู่ ลำบากมากค่ะ แต่ใจต้องสู้ เราคิดว่าเราเจ็บแล้ว พ่อแม่เจ็บมากกว่าหลายเท่าค่ะ เราคิดแต่ว่า เราต้องผ่านไปให้ได้ เพื่อให้พ่อแม่ภูมิใจ เพื่อให้พ่อแม่มีความสุข ตองและครอบครัวก็ผ่านมาได้จริงๆ ค่ะ ชีวิตช่วงแรกยังไม่ลงตัวค่ะ เพราะสุขภาพไม่เหมือนเดิม แต่พ่อแม่ดูแลเรื่องยาอาหารการกินให้อย่างดี พอเริ่มดีขึ้นตองก็หันมาออกกำลังกายจริงจังค่ะ

               หลังจากนั้นชีวิตก็ดีขึ้นมาก พอได้บทเรียน เราก็กลับกลายเป็นคนใหม่ เห็นความสำคัญของครอบครัวมากขึ้น รู้แล้วว่า สุดท้ายจะดีจะร้ายยังไง ครอบครัวก็จะอยู่กับเราเสมอ รักสนุกคึกคะนองให้น้อยลง เห็นคุณค่าของชีวิตมากขึ้น ทำเพื่อคนอื่น รู้จักแบ่งปันมากขึ้นค่ะ

 


เจ็บตัวเพราะ “ความรัก” บ้างหรือเปล่า

                
สำหรับตองคิดว่า เราควรจริงจังกับทุกพาร์ทในชีวิตนะ และความรักก็เป็นพาร์ทหนึ่งเท่านั้น ควรระลึกไว้เสมอว่าความรักที่เข้ามา ต้องเข้ามาเพิ่มเติม ทำให้ชีวิตเราดีขึ้น ผลักดันเราไปในทางที่ดี ไม่ใช่ฉุดเราลง ทำร้ายเรา ถ่วงเรา แบบนั้นไม่ได้เรียกความรักหรอกค่ะ เรากำลังได้รับ "ความเห็นแก่ตัว" ต่างหาก และที่สำคัญที่สุดก่อนจะจริงจังกับการรักใคร อย่าลืมจริงจังที่จะรักตัวเองให้มากกว่า เพราะถ้าเรายิ่งรักตัวเองมากเท่าไร เราก็ยิ่งไม่ยอมให้ใครมาทำร้ายเรามากขึ้นเท่านั้นค่ะ

               ประสบการณ์ที่ผ่านมาทรหดอดทนมากๆ เพราะเราเคยผิดพลาดกับเรื่องความรักมาด้วย ถึงทำให้เรามีภูมิคุ้มกันและมีสติมากขึ้นอย่างทุกวันนี้ ที่ผ่านมาค่อนข้างทำให้ชีวิตแย่เลยค่ะ คิดอะไรแบบเด็กๆ ใช้หัวใจ แต่ไม่ใช้สมอง คิดแต่ว่าจะทำทุกอย่างเพื่อความรัก ความรักจะเปลี่ยนคนไม่ดีให้ดีได้ เป็นความคิดที่เพ้อเจ้อค่ะ 5555 เพราะคนที่รักเราจริง เค้าจะเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อเราได้ โดยที่เราไม่ต้องพยายามอะไรให้เหนื่อยเลย

               สุดท้ายเราก็ได้สติว่า ถ้ามันทำให้ชีวิตแย่ก็แค่ปล่อยมันไป ความรักเป็นแค่ส่วนหนึ่งของชีวิต ไม่ใช่ทั้งหมดของชีวิต เรายังมีความรักจากครอบครัว และเพื่อนๆ อีกมากมายค่ะ

 

อ่านเพิ่มเติมที่กระทู้ http://www.dek-d.com/board/view/3606895/


ดังคนเดียวไม่พอ พาคุณแม่ขาแร็พดังไปด้วย

               แม่ตกใจกับกระแสแร็พมากค่ะ
งงมาก 5555 แต่แม่ก็ไม่ยอมออกสื่ออะไรเลย ส่วนตองไม่ถึงกับเป็นคนดังนะคะ ก็เป็นตัวของเราปกติ ในเฟซบุ๊กก็แสดงความเป็นตัวตนเราเต็มที่ แต่ต้องมีสติในการอัพสิ่งต่างๆ อัพด้วยเหตุด้วยผล ไม่ใช้อารมณ์และอคติค่ะ

              ตอนนี้คนติดตามเยอะขึ้น แต่ก็ไม่ถึงกับเสียความเป็นส่วนตัวไป เรายังอัพอะไรที่แสดงความเป็นตัวตนเราได้อยู่ตลอด ส่วนตัวตองชอบออกความคิดเห็นเกี่ยวกับกระแสสังคมที่กำลังเป็นประเด็นอยู่ในตอนนั้น ก็จะมีคอมเมนท์จากเพื่อนๆ พี่ๆ มาร่วมแจมกัน หลากหลายดี สนุกค่ะ ชอบ ได้ฟังความคิดเห็นหลากหลาย เปิดโลกทัศน์มากขึ้นค่ะ 

 

น้องตองเก้ากับคุณแม่


ฝากถึงทุกคนที่อ่านจนจบ

               
ชีวิตวัยรุ่นมันไม่ง่าย แต่มันก็ไม่ได้ยากเกินไป ถ้าเรามี "สติ" และรู้จัก take balance ทำทุกอย่างในชีวิตให้สมดุล ลำดับความสำคัญแต่ละเรื่องของชีวิตให้ดี มั่นใจในตัวเอง เคารพในตัวเองให้มากๆ อย่าให้อะไรมาชักจูงเราได้ง่ายๆ โดยเฉพาะโซเชียล เลือกเสพแต่สิ่งดีๆ พาตัวเองไปอยู่ในที่ดีๆ และแวดล้อมด้วยคนดีๆ ชีวิตเราจะดีแน่นอนค่ะ




              เป็นอย่างไรบ้างคะ อ่านแล้วได้ข้อคิดกันบ้างมั้ย โดยเฉพาะเรื่องความรักวัยรุ่นนี่หลายคนคงเจอปัญหามาต่างๆ กัน สำหรับทางออกก็อย่างที่พี่ตองบอกค่ะ มีสติและรักตัวเองให้มาก ส่วนเรื่องเรียน ใครที่กำลังจะเข้ามหาวิทยาลัย ถ้าไม่อยากใช้เวลากับการซิ่ว ไม่ยากเลยค่ะ รีบค้นหาตัวเองตั้งแต่ตอนนี้เลย วางแผนการเรียนและการนำไปใช้หลังเรียนจบ สบายแน่นอน...

              สุดท้ายนี้ ชาว Dek-D.com อ่านแล้วได้ข้อคิดอะไรจากเรื่องนี้บ้าง มาเม้าท์กันเลยจ้า


 


 
พี่จูน
พี่จูน - Columnist บ.ก.บันเทิง/ไลฟ์สไตล์ ใจดีกว่าหน้าตา รักสัตว์ รักเด็ก อยากเป็นนางเอกและนางงาม

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

MelT Member 11 มี.ค. 59 22:12 น. 3
ขอนับถือมากๆๆ เป็นคนที่เข้มแข็งสุดๆอ่ะ อดทนและผ่านเรื่องอะไรมากมายมาได้ นี่หนูก็กำลังรอแอด #dek59 หวังว่าจะได้คณะที่ชอบ 555 ข้อคิดที่พี่เขียนมาแต่ละอย่าง มันกระตุ้นให้หนูสู้ต่อ พอเทียบเรื่องพี่กับเรื่องหนู หนูว่าตัวเองปัญหาน้อยกว่าพี่นะ แต่พี่ปัญหามาเยอะแต่ก็ผ่านมาได้ด้วยดี เเล้วเราจะผ่านมันไม่ได้ตรงไหน อ่านเสร็จรู้สึกมีไฟเลย 555 ชอบสุดๆตรงตะดีจะร้ายก็มีครอบครัวอยู่ข้างๆค่ะ :) ปล. ทำไมพี่เรียนเก่งจัง 555
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด

6 ความคิดเห็น

ความคิดเห็นนี้ถูกลบเนื่องจาก

ถูกลบโดยทีมงาน เนื่องจากมีเนื้อหาไม่เหมาะสม

ความคิดเห็นนี้ถูกลบเนื่องจาก

ถูกลบโดยทีมงาน เนื่องจากมีเนื้อหาไม่เหมาะสม

กำลังโหลด

ความคิดเห็นนี้ถูกลบเนื่องจาก

ถูกลบโดยทีมงาน เนื่องจากมีเนื้อหาไม่เหมาะสม

กำลังโหลด
MelT Member 11 มี.ค. 59 22:12 น. 3
ขอนับถือมากๆๆ เป็นคนที่เข้มแข็งสุดๆอ่ะ อดทนและผ่านเรื่องอะไรมากมายมาได้ นี่หนูก็กำลังรอแอด #dek59 หวังว่าจะได้คณะที่ชอบ 555 ข้อคิดที่พี่เขียนมาแต่ละอย่าง มันกระตุ้นให้หนูสู้ต่อ พอเทียบเรื่องพี่กับเรื่องหนู หนูว่าตัวเองปัญหาน้อยกว่าพี่นะ แต่พี่ปัญหามาเยอะแต่ก็ผ่านมาได้ด้วยดี เเล้วเราจะผ่านมันไม่ได้ตรงไหน อ่านเสร็จรู้สึกมีไฟเลย 555 ชอบสุดๆตรงตะดีจะร้ายก็มีครอบครัวอยู่ข้างๆค่ะ :) ปล. ทำไมพี่เรียนเก่งจัง 555
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด