|
อาหารฮาลาล หมายถึงอาหารที่มีองค์ประกอบ ส่วนผสมการผลิต และการได้มาที่ถูกต้องตามบัญญัติศาสนาอิสลาม นั่นคือสะอาด ไม่น่าเกลียด น่าขยะแขยง ไม่เป็นอันตราย ทำให้มุสลิม สามารถปฏิบัติศาสนกิจและขอพรจากอัลลอฮ์ (ซ.บ.) ได้
คำว่า ฮาลาล นั้นเป็นภาษาอาหรับ อ่านว่า หะล้าลหมายถึงอนุมัติให้นำไปใช้ได้หรือให้บริโภคได้ โดยฮาลาลมิได้จำกัดเฉพาะเรื่องอาหารเท่านั้น แต่ยังมีเครื่องอุปโภคอย่างอื่น เช่น เครื่องสำอาง ยารักษาโรค เป็นต้น คำตรงข้ามกับฮาลาล คือ หะรอม (ห้ามสูเจ้าแต่เพียงสัตว์ที่ตายเอง (ซากสัตว์) เลือด เนื้อของสุกร สัตว์ที่ถูกพลีเพื่อผู้อื่นมิใช่อัลลอฮ์) นอกจากนี้คำที่เกี่ยวข้องกับอาหารยังมีคำว่า มัชบูฮ์หมายถึงสิ่งที่น่าสงสัยที่ตอบไม่ได้ว่า ฮาลาล หรือ หะรอม ซึ่งตามหลักการอิสลามแนะนำให้หลีกเลี่ยงจนกว่าจะมั่นใจว่าสิ่งนั้นคือฮาลาล จึงนำมาใช้ประโยชน์หรือบริโภคได้
อิสลามแนะนำให้มนุษย์บริโภคแต่สิ่งที่ฮาลาลและเป็นประโยชน์ (ตอยยิบ) โดยกำหนดให้สิ่งต่างๆ บนหน้าแผ่นดินนี้เกือบทั้งหมดคือฮาลาลสำหรับมนุษย์ มีเพียงบางสิ่งเท่านั้นที่ ห้ามบริโภค ได้แก่ สุกร และ ผลิตภัณฑ์จากสุกร เนื้อสัตว์บางกลุ่ม ได้แก่ สุนัข งู ลิง สัตว์นำโรค สัตว์ล่าเหยื่อด้วยเขี้ยวหรือกรงเล็บสัตว์ที่มิได้ฆ่าอย่างถูกต้องตามหลักการอิสลามหรือตายก่อนการฆ่า สัตว์ที่ฆ่าโดยการเอ่ยนามพระเจ้าองค์อื่นที่มิใช่อัลลอฮ์ (ซ.บ.) เลือด และผลิตภัณฑ์จากเลือด สุราและเครื่องดื่มประเภทเดียวกันและสิ่งที่ทำให้มึนเมา กระบวนการผลิตอาหารที่ซับซ้อนอีกทั้งวัตถุดิบแปรรูปทางอาหารมากมายเกิดขึ้นในท้องตลาด ยกตัวอย่างเช่นอาหารที่มีเจลาตินผสม เท่ากับมีหมูอยู่ด้วย เพราะเจลาตินส่วนใหญ่ผลิตจากหนังหมู มีบ้างที่ผลิตจากเอ็นวัว หนังปลา พืช แต่กระนั้นหากมาจากสัตว์ตามหลักการศาสนาอิสลาม ต้องดูไปถึงว่าเป็นสัตว์อนุมัติและเชือดถูกต้องหรือไม่
มาตรฐานเพื่อการันตีว่าเป็นอาหารตามหลักฮาลาลจริง ๆ งานนี้จึงต้องใช้วิทยาศาสตร์เข้ามาตรวจสอบ ด้วยเครื่องไม้เครื่องมือทันสมัย ถึงขั้นตรวจหาดีเอ็นเอของสิ่งมีชีวิตได้ ศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล แห่งแรกของโลก ณ คณะสหเวชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหา วิทยาลัย สามารถแยกแยะตรวจสอบอาหารในโลกนี้ได้ว่าถูกต้องตามหลักศาสนาหรือไม่ เริ่มเปิดมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2538 ในตอนนั้นยังไม่มีห้องปฏิบัติการ จัดตั้งเป็นเพียงศูนย์วิจัยวิทยาลิพิดและไขมัน ต่อมาในปี พ.ศ. 2547 จึงได้รับงบประมาณจากรัฐบาลในการสร้างห้องปฏิบัติการศูนย์วิทยาศาสตร์ สภามหาวิทยาลัยอนุมัติให้ยกระดับขึ้นเป็น ศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พันธกิจของศูนย์ฯ แห่งนี้ ให้บริการตรวจวิเคราะห์สิ่งผิด หลักการในศาสนาอิสลาม ทั้งสิ่ง หะรอมและสิ่งสกปรกตามหลักการศาสนา (นะยิส) ที่ปนเปื้อนในอาหารและผลิตภัณฑ์ ที่มาในรูปของกรดไขมันชนิดต่าง ๆ จากพืชและสัตว์ แอลกอฮอล์ และอื่น ๆ
ฝึกอบรมนักวิทยาศาสตร์ ผู้ประกอบการ นักวิชาการศาสนาอิสลาม และผลิตภัณฑ์เพื่อใช้ในฮาลาล เป็นต้น ที่นี่มีเครื่องมือที่ทันสมัย แม้พื้นที่เล็ก ๆ เพียง 400 ตารางเมตร ณ สำนักงานคณะสหเวช ศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มีเครื่องมือทางวิทยาศาสตร์ที่ทันสมัย มูลค่า 100 ล้านบาท และมีนักวิทยาศาสตร์ผู้เชี่ยวชาญที่ทำงานในห้องปฏิบัติการจำนวน 20 คน ซึ่งครึ่งหนึ่งเป็นมุสลิม
ดร.วินัย ดะห์ลัน คณบดี คณะสหเวชศาสตร์ ผู้อำนวยการศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาลและผู้อำนวยการศูนย์บ่มวิสาหกิจผลิต ภัณฑ์ฮาลาล จุฬาลงกรณ์มหา วิทยาลัย บอกถึงจุดเด่นของศูนย์ฯ แห่งนี้ที่เหนือกว่าที่อื่น ๆ ในโลก ว่าสามารถตรวจสอบได้ กระทั่งเนื้อหมูชิ้นเล็ก แม้เศษเนื้อหมูแค่ติดร่องฟัน เมื่อเกิดหลุดรอดจากฟันของใครคนใดคนหนึ่งที่นั่งอยู่ในห้องแล้ว ถูกนำปั่นรวมกับเนื้อวัวหรืออาหารอื่น ๆ เครื่องจะตรวจสอบได้ว่า อาหารนั้นมีหมูปน และรู้ได้ลึกไปกว่านั้นว่าหมูมาจากฟันใคร เพราะประสิทธิภาพของเครื่องสามารถตรวจดีเอ็นเอได้ยังไม่มีห้องปฏิบัติการไหนในโลกที่มีห้องปฏิบัติการ ทันสมัยเท่า เมื่อปี พ.ศ. 2549 ศูนย์ฯ ได้รับรางวัลนวัตกรรม ยอดเยี่ยมด้านอุตสาหกรรมจากมาเลเซียด้วย
นอกจากนี้ยังมีพันธกิจสำคัญอีกด้านคือการเข้าไปวางระบบให้กับอุตสาหกรรมอาหาร ทั้งการอบรมบุคลากร ซึ่งครัวการบินไทยให้ศูนย์ฯ เข้าไปวางระบบให้ หากได้มาตรฐาน หรือการตรวจสอบอาหารว่าไม่ผิดหลักศาสนา ทุกผลิตภัณฑ์จะได้ตรารับรองที่เรียกว่า ฮาลคิว (HAL-Q) ที่ผ่านมา ทางศูนย์ฯ ได้ วางระบบให้กับโรงงานด้าน อาหาร 71 โรง ครอบคลุม คนงาน 110,000 คน อบรมพนักงานให้มีความรู้เรื่องอาหารฮาลาล 2,400 คน
ดร.วินัย ให้เหตุผลว่าทำไมอุตสาหกรรมอาหารต้องได้ตรารับรองอาหาร ฮาลาล นั้นเท่ากับสามารถเพิ่มยอดขายได้ มีกลุ่มลูกค้าเพิ่มขึ้น ตัวอย่างเช่นตรวจหาแอลกอฮอล์ในอาหารเสียค่าใช้จ่ายให้ศูนย์ฯ 600 บาท แต่ยอดขายอาจเพิ่มเป็น 100 ล้านบาทตลาดอาหารฮาลาลทั่วโลกมีมูลค่า 590,000 ล้านบาท ตลาดอาหารฮาลาลใหญ่ที่สุดอยู่ที่อเมริกา อันดับ 2 อยู่ในยุโรป เหตุผลนั่นหรือมีคนมุสลิมอยู่ในอเมริกา 10 ล้านคน ใช้จ่ายวันละ 6 เหรียญต่อคน แต่มุสลิมใน ประเทศอื่น ๆ จ่ายวันละ 60 เซ็นต์ ต่างกัน 10 เท่า ประเทศไทย ส่งออกอาหารเป็นอันดับที่ 12 ของโลก ประเทศไทยมีส่วนแบ่งตลาดอาหารฮาลาล 0.057 เปอร์เซ็นต์ คิดเป็นตัวเลขออกมาเท่ากับ 330 ล้านเหรียญสหรัฐ นั่นหมายความเรามีโอกาสอีกมหาศาล
ดร.วินัยให้มุมมองว่า อาหารไทยเป็นที่รู้จักของคนทั่วโลก เมื่อพูดถึงอาหาร เช่นอาหารจีน อาหารเวียดนาม อาหารอินโด ต่างชาติเรียกอาหารจากชาติเหล่านี้ว่า ฟู้ด แต่กับอาหารไทยเรียกว่า เมดิซีน ก็คือยา อาหารเป็นทั้งยาด้วย
ปัจจุบันเจ้าตลาดอาหาร ฮาลาลคืออเมริกา แคนาดา จีน อินเดีย ประเทศในกลุ่มอียู ออส เตรเลีย นิวซีแลนด์ บราซิล ซึ่งประเทศเหล่านี้ไม่ใช่มุสลิม ประเทศแคนาดาเคยประกาศตัวเองว่าจะเป็นครัวมุสลิมโลก ทั้งที่มีประชากรมุสลิมเพียง 1 แสนคน เมื่อเทียบกับประเทศไทย มีถึง 6 ล้านคน ปัจจุบันประชากรมุสลิมมีอยู่ในโลกประมาณ 1,900 ล้านคน มีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ และมีการขยายตัว เร็วมาก โดยเพิ่ม 2-3 เท่า มากกว่าประชากรกลุ่มอื่น ๆ
วันนี้ลำพังแค่การผลิตอาหารเพื่อได้มาตรฐานฮาลาล อย่างเดียว ไม่เพียงพอ มิติฮาลาล หลากหลายมากขึ้น ยกตัวอย่างเช่น อาหารจะเริ่มไปในเทรนด์ของฮาลาล เพื่อสุขภาพ ระบบการผลิตต้องคำนึงต่อสังคม สิ่งแวดล้อม หรือผลิตภัณฑ์อื่น เช่น สปาฮาลาล ยาฮาลาล สมุนไพรฮาลาล หรือ ที่ฝรั่งเศสมีอาหารสัตว์ที่เป็นฮาลาลด้วย
วัตถุดิบด้านอาหารของไทยทั้งหลากหลาย สด อร่อย อีกทั้งยังพ่วงด้วยคุณค่าทางสมุนไพร เราเคยประกาศก้องว่าจะเป็นครัวโลก แต่ตลาดอาหารฮาลาลดูมีอนาคตไกลสดใสขนาดนี้ คงต้องลุกขึ้นมาจัดปรับห้องครัวไว้ปรุงอาหารฮาลาล...อีกเมนูสู่โลกมุสลิม
พี่ลาเต้ขอขอบคุณข้อมูลจากหนังสือพิมพ์เดลินิวส์
|
3 ความคิดเห็น
ว้าว ดีจังเลย เพิ่งรู้นะเนี่ย