เทรนด์ใหม่มาแรง
ใช้ "ทวิตเตอร์" มาเขียนนิยาย!
สวัสดีชาวไรเตอร์ทุกคนค่ะ ไหนมีใครในที่นี้เล่นทวิตเตอร์บ้าง ขอมือหน่อย! โอ้โห... เยอะแยะเลย งั้นพี่น้ำผึ้งแอบถามต่อนะคะ ส่วนมากน้องๆ ใช้ทวิตเตอร์ทำอะไรกันบ้างเอ่ย เชื่อว่าหลายคนคงตอบว่า ใช้ติดตามคนดังแน่ๆ เลย เพราะพี่เองก็ทำเหมือนกัน (แต่บางทีก็แอบโพสต์เรื่องของตัวเองบ้างในบางจังหวะ ^ ^) แล้วน้องๆ เคยได้ยินไหมคะว่ามีนักเขียนบางคน ใช้ทวิตเตอร์เขียนนิยาย!! ฟังแล้วเริ่มสนใจบ้างหรือยังคะ พี่เองฟังครั้งแรกยังทึ่งเลย นี่ทวิตเตอร์เขียนนิยายได้ด้วยหรือนี่...? น่าทึ่งจริงๆ
ในวันนี้พี่น้ำผึ้งเลือกหยิบเรื่องราวการผจญภัยของนิยายในทวิตเตอร์มาเล่าให้น้องๆ ฟังกันค่ะ โดยคนที่เริ่มต้นเล่าประเด็นอันน่าสนใจนี้คือ “แอนดรูว์ ฟิทซ์เจอรัล (Andrew Fitzgerald)” นักเขียนชาวอเมริกัน ที่ขึ้นมาพูดผ่านเวที TED Talks New York เมื่อปี ค.ศ. 2013
น้องๆ รู้จัก TED Talks ไหมคะ? TED Talks ย่อมาจาก Technology Entertainment and Design คืองานใหญ่ระดับโลกที่จัดขึ้นเพื่อจุดประกายความคิด ไอเดียใหม่ๆ โดยคนที่มาพูดจะเป็นคนที่ประสบความสำเร็จในด้านต่างๆ ที่คนทั่วโลกรู้จัก ไม่ว่าเราจะเป็นใครมาจากไหน แต่ถ้าเราเจ๋งมากจริงๆ เราก็มีสิทธิ์ได้ขึ้นไปพูดบนเวทีระดับโลกแห่งนี้
แล้วไอ้เจ้า TED Talks นี่แหละที่เป็นเครื่องมือสำคัญในการกระตุ้นความคิดและค้นหาแรงบันดาลใจค่ะ เพราะผู้นำคนสำคัญๆ หรือแม้กระทั่ง CEO ชั้นนำมากมายเช่นผู้ก่อตั้ง Facebook หรือ Google ก็ยังเคยขึ้นมาพูดบนเวทีนี้ด้วย
(เครดิตภาพ : www.volunteer-houston.com)
TED Talks เป็นหนึ่งในสิ่งที่พี่ชอบเปิดแทนการฟังเพลงค่ะ เพราะนอกจากจะได้ฝึกทักษะการฟังภาษาอังกฤษแล้ว ยังทำให้เราได้รับความรู้ใหม่ๆ และแรงบันดาลใจจากคนที่ประสบความสำเร็จด้วย
แอนดรูว์ ฟิทซ์เจอรัล (Andrew Fitzgerald)
(เครดิตภาพ : www.ted.com)
ในคลิปวิดีโอนี้ แอนดรูว์ ฟิทซ์เจอรัล นักเขียนของเราเล่าให้ฟังว่า มีนักเขียนมากมายที่สร้างเรื่องราวลงบนทวิตเตอร์ พร้อมกับยกตัวอย่างด้วยค่ะ พี่น้ำผึ้งขออนุญาตสรุปเนื้อหาให้น้องๆ ฟังกันเลยแล้วกันนะคะ
ในช่วงต้นคลิป แอนดรูว์บอกว่าตนเองและผองเพื่อนในวงการงานเขียนได้ทดลองทำบางสิ่งบางอย่างเกี่ยวกับการเล่าเรื่องในโลกออนไลน์ เพื่อดูว่าพวกเขาจะสามารถใช้ลูกเล่นในทวิตเตอร์ได้อย่างไรบ้าง เขาคิดว่ามันเป็นเรื่องน่าทึ่งมากๆ ที่ตัวตนของเราในโลกออนไลน์นั้นทำให้เส้นกั้นบางๆ ระหว่างความจริง (fact) กับนิยาย (fiction) เลือนหายไป
ในช่วงยุคปี ค.ศ. 1930 วิทยุถือเป็นการสื่อสารที่ทันสมัยที่สุด แต่ว่าทุกวันนี้เรามีสื่อใหม่เอี่ยมอย่างทวิตเตอร์ ที่กำลังจะเปลี่ยนโลกอีกครั้ง ข้อดีของทวิตเตอร์ก็คือ เป็นเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่ทำให้เราสามารถบอกเล่าเรื่องราวได้ไม่ต่างจากการเล่าเรื่องผ่านทางวิทยุ แอนดรูว์เกริ่นไว้ตอนต้น ก่อนจะเข้าสู่ประเด็นสำคัญ
ฮิวจ์ ฮาวเวย์ (Hugh Howey) เจ้าของผลงาน Wool
(เครดิตภาพ : http://www.leighgendarium.com)
มีนักเขียนคนหนึ่งชื่อ “ฮิวจ์ ฮาวเวย์” ได้ทดลองเขียนเรื่องสั้นบน amazon โดยใช้ชื่อว่า “Wool” ค่ะ ในตอนแรกมันก็มีอยู่แค่ภาคเดียว แต่ไปๆ มาๆ ด้วยความนิยมและเสียงเรียกร้องจากแฟนๆ ก็เลยทำให้ฮาวเวย์ตัดสินใจออกภาคต่อ “Wool 2” ซึ่งยาวกว่าภาคแรกนิดหน่อยออกมา และจะด้วยอะไรก็ไม่รู้ สงสัยว่าเขียนแล้วจะอิน ฮาวเวย์จัดเต็มไปจนถึง “Wool 5” เฉยเลย สุดท้ายก็เรื่องสั้นเรื่องนี้ก็เลยกลายเป็นนิยายที่มีความยาว 60,000 คำ และตีพิมพ์ออกมาเป็นเล่มเรียบร้อยแล้วค่ะ
หนังสือเรื่อง Wool
(เครดิตภาพ : http://blogs.indiewire.com/womenandhollywood/nicole-perlman-to-adapt-hugh-howeys-sci-fi-bestseller-wool-20150609)
แอนดรูว์มองปรากฎการณ์เรื่องนี้ว่า... เกิดขึ้นได้เพราะฟี้ดแบ็คที่นักเขียนได้รับอย่างรวดเร็วจากนักอ่าน เพราะอีบุ๊กนั้น เมื่ออ่านจบแล้ว ก็สามารถโพสต์ให้คะแนนหรือแสดงความคิดเห็นสดๆ ได้เลย และด้วยเหตุผลนี้ นักเขียนก็เลยเกิดกำลังใจ และตัดสินใจเขียนต่อ จนไปถึงภาค 5 ในที่สุด เรียกว่า กำลังใจจากนักอ่านก็เป็นเหตุผลสำคัญ ทำให้นักเขียนอยากที่จะสร้างผลงานใหม่ๆ ออกมา เห็นด้วยไหมคะ
เจนนิเฟอร์ อีแกน (Jennifer Egan) เจ้าของผลงาน Black Box
(เครดิตภาพ : http://www.openculture.com/2013/03/stories_by_jennifer_egan.html)
หลังจากพูดถึงอเมซอนแล้ว แอนดรูว์ก็ข้ามฝั่งมาที่ทวิตเตอร์กันบ้าง เขาเล่าถึง เรื่องสั้น “กล่องดำ (Black Box)” ผลงานของ “เจนนิเฟอร์ อีแกน” นิยายเรื่องนี้ ถูกเขียนขึ้นครั้งแรกบนโลกของทวิตเตอร์ ก่อนนักเขียนจะโน้มน้าว The New Yorker ให้สร้างบัญชีทวิตเตอร์ New Yorker Fiction เพื่อทวิตทุกบรรทัดที่เธอเขียน (ฮา) และความที่ทวิตเตอร์มีข้อจำกัดคือ มีตัวอักษรเพียงแค่ 140 ตัว เจนนิเฟอร์ก็เลยทวิตนิยายของเธอไปเรื่อยๆ กว่า 600 ทวิต และด้วยความนิยมบวกกับกระแสตอบรับจากแฟนๆ The New Yorker ก็เลยจัดตาราง ทวิตนิยายเรื่องนี้ทุกวัน ตอนเวลาสองทุ่มตรง ผ่านบัญชีผู้ใช้ชื่อ New Yorker Fiction ค่ะ
ตัวอย่างนิยายยอดฮิตในทวิตเตอร์ Black Box
แอนดรูว์ค่อนข้างสนใจและทึ่งกับปรากฎการณ์นี้ เขาอธิบายเพิ่มเติมว่า... เคล็ดลับที่เจนนิเฟอร์ใช้นั้นไม่ยากเย็นอะไรเลย เธอเพียงแต่หยิบเอาประโยชน์ของทวิตเตอร์มาใช้ และดึงความสนใจของผู้อ่านด้วยการจัดตารางเวลาให้กับการทวิต เมื่อผู้อ่านรู้ว่าต้องรอเวลาไหน พวกเขาก็จะมารออ่าน เป็นอีกหนึ่งวิธีดึงความสนใจของผู้คน
อีเลียต โฮล์ท (Elliott Holt) เจ้าของผลงาน หลักฐาน
(เครดิตภาพ : http://nymag.com/arts/books/features/2007/32395/index4.htm)
อีกหนึ่งตัวอย่างที่ดีสำหรับนิยายและเรื่องสั้นบนทวิตเตอร์คืองานเขียนเรื่อง "หลักฐาน" ผลงานของ “อีเลียต โฮล์ท” จุดเด่นของเธอคือ วิธีการนำเสนอค่ะ แค่ทวิตแรก เธอก็เปิดมาซะปังเลย ว่า "เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน ตอน 10.13 น. มิรันดา บราว อายุ 44 ปี จากบรู๊คลิน ได้เสียชีวิตด้วยสาเหตุตกหลังคาของโรงแรมแมนฮัตตัน"
จุดขายของอีเลียตคือ การสลับคาแร็กเตอร์ตัวละครมาเล่าเรื่อง ช่วงแรกๆ เธอใช้ตัวเองมาเล่าเรื่อง แต่ต่อมา ก็เปลี่ยนเป็นเล่าผ่านมุมมองของ "เอลซ่า มาร์โก" และ "ไซม่อน" ซึ่งเป็นตัวละครที่เธอสร้างขึ้นมา ทุกๆ ทวิต เธอจะค่อยๆ บอกลักษณะเด่น นิสัยและบุคลิกของตัวละครออกมาทีละนิดๆ ผ่านการกระทำ คำพูด แนวคิด หรือสถานการณ์บางอย่าง และเพราะเหตุผลนี้เอง ทำให้ใครหลายคนติดตามนิยายเรื่องนี้ และรอคอยอย่างใจจดใจจ่อ เพราะอยากรู้ว่า... ตัวละครแต่ละตัวเป็นอย่างไรและมีเบื้องหลังอย่างไรกันแน่
เคยได้ยินไหมคะ กระแส The West Wing
(เครดิตภาพ : https://rightswiped.com/2014/04/)
แอนดรูว์ได้ให้ความรู้เพิ่มเติม เรื่องการเล่นกับตัวตนออนไลน์ที่เปลี่ยนแปลงไป ถ้าหากว่าทำได้ ผลงานนิยายของเราจะน่าสนใจมากขึ้น เช่น ไม่นานมานี้ เกิดกระแสทวิตเตอร์เกี่ยวกับการเมืองที่ชื่อว่า “เวสท์ วิง (West Wing)” ซึ่งโยงเข้ากับการเมืองของสหรัฐอเมริกา เป็นต้น
นอกจากนี้ในช่วงระหว่างการเลือกตั้งผู้ว่าเมืองชิคาโก ก็ได้ มีบัญชีผู้ใช้ที่เลียนแบบผู้ว่าเอมานูเอล ผู้ลงสมัครเลือกตั้งออกมา ลักษณะวิธีการทวิตเหมือนกับเจ้าตัวจริงๆ ในหลายๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นวิธัการพูด การสบถ หรือแม้แต่กิจวัตรประจำวันของตัวท่าน เป็นต้น จนกระทั่ง เรื่องดำเนินมาถึงตอนจบ นักหนังสือพิมพ์ชื่อ "แดน ซินเกอร์" ก็ได้ออกมาประกาศว่า ผลงานนี้คือ "นิยายวิทยาศาสตร์" ที่เขาเขียนขึ้น โดยอ้างอิงและเกี่ยวพันกับเหตุการณ์จริงนั่นเอง แค่ฟังแล้ว ก็อยากตามอ่านทวิตเลยค่ะ ยิ่งถ้าอ่านในช่วงกระแสแรงๆ ยิ่งน่าจะอินสุดๆ ไปเลย
อีกหนึ่งตัวอย่างที่แอนดรูว์ยกมาพูดถึงก็คือ “ไคร์เมอร์ โชว์ (Crimer Show)” รายการที่บอกเล่าเรื่องราวของสุดยอดทรชนและนักสืบผู้น่าสงสาร ผ่านทางทวิตเตอร์เท่านั้น ผู้สร้างรายการชี้แจงว่า... สร้างขึ้นเพื่อล้อเลียนรายการยอดนิยมรายการหนึ่งในสหราชอาณาจักร มีการใช้คำประหลาดๆ เพื่อดึงดูดนักอ่าน อย่างเช่น การนำเสนอในแต่ละตอนด้วยคำว่า “E-P-P-A-S-O-D” แทนคำว่า Episode เป็นต้น ซึ่งมันก็ทำให้ไคร์เมอร์ โชว์ประสบความสำเร็จซะด้วยค่ะ
สุดท้าย แอนดรูว์ได้สรุปปิดท้ายว่า ในยุคสมัยที่เทคโนโลยีมีอิทธิพลมากมายขนาดนี้ คนเราสามารถเลือกสื่อต่างๆ มาประยุกต์ใช้ เพื่อสร้างและโปรโมตผลงานนิยายได้ ไม่ว่าจะเป็นเฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ หรือสื่อใดๆ ก็ตาม ขอเพียงแค่เลือกเนื้อเรื่องที่เหมาะสมเข้ากับสถานการณ์ และค้นหาวิธีการนำเสนอที่เข้ากับตัวเองที่สุด โอกาสที่นิยายของเราจะได้รับความสนใจก็ย่อมเพิ่มมากขึ้น จงหาแนวทางของตัวเองให้เจอ นั่นแหละ สิ่งที่คุณต้องทำ
ก็จบไปแล้วนะคะกับบทสรุปสั้นๆ ที่พี่นำมาฝากน้องๆ อยากให้ทุกคน หวังว่าบทความนี้จะมีประโยชน์ต่อน้องๆ บ้างไม่มากก็น้อย และถ้าใครคิดจะเอาดีหันมาสร้างผลงานในโลกทวิตเตอร์ ก็บอกพี่น้ำผึ้งบ้างนะคะ จะไปติดตามอ่านค่ะ ไม่ใช่อะไร ^ ^
12 ความคิดเห็น
โอ้ววว!! โลกนี้พัฒนาไปถึงไหนต่อไหนเเล้ว เรายังใช้สมุดจดเขียนนิยายอยู่เลยยT^T
NOOOOOOOOOOOO


นี่เราต้องสมัครทวิตเตอร์อีกอันด้วยสินะ
เหอๆ บางทีเวลาอยู่นอกก็ทวิตร่างฟิคแบบคร่าวๆ แบบขำๆ แหละ ฮ่าาๆๆ
เคยใช้ทวิตเตอร์เขียนเหมือนกันค่ะ แต่คือไม่ถึงขั้นเป็นนิยายหรือเรื่องสั้น เป็นแค่ไอเดียเรื่องเฉยๆ คล้ายๆ โครงเรื่องค่ะ แล้วก็เอาที่จด (ทวีต) ไว้หลายๆ ทวีตมาเรียงเป็นเรื่องสั้นอีกที แต่ไม่ได้ลงให้อ่านที่ไหนเลยเพราะเพื่อนขอให้ช่วยเขียนไปลงวารสารชมรม (ซึ่งสุดท้ายก็ไม่ได้ใช้อยู่ดีค่ะ ฮา)
ตอนระหว่างที่ทวีตที่ทวิตเตอร์เพื่อนที่กดติดตามเราก็มาแสดงความคิดเห็นและสนใจนิดหน่อยอยู่เหมือนกันค่ะ สนุกดีเหมือนกัน 5555
ทวิต' ทำได้ถึงขนาดนี้เลยหรอเนี่ย ไม่เห็นรู้! ต้องไปสมัครล่ะ
#ไม่รู้เป็นแค่เรารึปล่าวที่ไม่เคยแตะ หรือเล่นทวิตเตอร์..
ล้ำมาก +_+
โลกพัฒนาไปไหนแล้ววววเนี่ยยยย
#ต้องสมัคทวิตแล้วละสินะเราาา
เคยใช้ทวิตเขียนเหมือนกันค่ะ
ถ้าว่างๆก็ลองไปเล่นกันดูได้นะคะ ด้วยตัวอักษรในทวิตค่อนข้างจำกัด จะอธิบายอะไรจะช่วยให้เราตัดคำ หรือประโยคที่ฟุ่มเฟือยได้นะ เราเป็นคนที่บรรยายฟุ่มเฟือยมาก แต่พอลองทำดูทำให้เรารู้จักใช้คำได้ดีทีเดียว ถ้าเขียนในทวิตนึงไม่พอก็ต่อได้นะ กดตรงที่ว่าตอบกลับตัวเองและเขียนต่อ ต่อๆ กันน่าตื่นเต้นมาก แล้วไม่มีปุ่มกดไลค์นะ555555 มีแต่รีกับFav. ถ้าอยากรู้ว่ามีคนเห็นทวิตเราไหม มันก็มีให้ดูด้วย อาจจะไม่มีปุ่มกดไลค์แต่สำหรับเราดีใจมากๆ ที่มีคนเห็นอะ5555555555555555555
น่าสนุกจังค่ะ แหม่ ต้องสมัครบ้างแล้ววว
ตอนนี้มีแคมเปญ #fictober อยู่ค่ะ เป็นการรวมตัวนักเขียนแต่งฟิครายวันไม่จำกัดจำนวนตัวอักษรและหัวข้อ ตลอดเดือนตุลาคม ลองไปไล่อ่านได้นะคะ
เราไม่ได้เขียนในทวิตนะ
แค่ใช้โปรโมตนิยาย
คือคัดเฉพาะตอนเด่นๆ แล้วทำรีแอคชั่นของตอนนั้นๆ
ลงแปปเดียว มีคนอ่านเพิ่งตั้งเยอะ
เป็นฟิคภาษาอังกฤษ #SXtaskforce