เคยไหม "เขียนแล้วสับสน" พบทางออกได้จาก 5 นักเขียนของเรา!


 

 5 เทคนิคเรียกความมั่นใจให้กลับคืน 
จาก 5 นักเขียนชื่อดัง


สวัสดีชาวไรเตอร์ทุกคนค่ะ มาพบกับพี่น้ำผึ้งอีกแล้วนะคะ ในวันนี้พี่ก็มาพร้อมกับเทคนิคดีๆ ที่เป็นประโยชน์สำหรับน้องชาวเด็กดีทุกคนค่ะ น้องๆ คะ ไหนใครที่เขียนนิยายแล้วรู้สึกไม่มั่นใจในผลงานของเราบ้าง ไหนใครที่ไม่มั่นใจในฝีไม้ลายมือของตัวเองยามเขียนนิยายบ้าง พี่น้ำผึ้งเชื่อว่ามีน้องๆ ชาวเด็กดีหลายคนไม่น้อยเลยค่ะที่มีอาการนี้ รวมทั้งตัวพี่เองด้วย (ฮา) ไอ้เจ้าอาการสูญเสียความมั่นใจในตัวเอง หรือสงสัยและไม่แน่ใจว่าความสามารถของตัวเองมันดีขนาดนี้จริงๆ หรือ เนี่ยเขาเรียกว่า ‘Self-Doubt’ ค่ะ

มีนักเขียนไม่น้อยเลยนะคะที่เผชิญกับความรู้สึกนี้ในตอนที่เขียนนิยาย ซึ่งมันก็อาจมีผลกระทบกับเราไม่มากก็น้อย ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับสภาพจิตใจของแต่ละคนค่ะ สำหรับคนที่ตกอยู่ในภาวะดังกล่าวก็มักจะเกิดความสงสัยว่านิยายที่เราเขียนนั้นมันดีแล้วไหม? ถูกต้องแล้วหรือเปล่า? จะมีคนอ่านมั้ย? อะไรทำนองนี้ค่ะ แล้วก็เช่นกัน บ่อยครั้งที่เรามักจะตัดสินนิยายตัวเองว่า “เฮ้ย ภาษาไม่ได้เรื่องเลย ไม่เห็นน่าสนใจ” หรือ “แย่จัง งานของฉันไม่ดีเหมือนคนอื่นเลย” นั่นละค่ะ นอกจากจะวิพากษ์วิจารณ์งานของตัวเองแล้ว บางรายหนักถึงขั้นต่อว่าและลงโทษตัวเองเลยค่ะ คิดว่าตัวเองไม่เก่งและไม่ดีพอที่จะเขียนนิยาย ท้ายสุดก็อาจส่งผลให้เราเลิกเขียนนิยายเลยก็ได้นะคะ
 

โดย ภาวะ self-doubt นี้จะทำให้นักเขียนเกิดความรู้สึกลังเล ท้อถอย และขาดพลังในการเดินต่อไปให้ถึงจุดหมาย อีกทั้งยังส่งผลให้เกิดพฤติกรรมต่างๆ ตั้งแต่เวิ่นเว้อ หลบเลี่ยง กลบเกลื่อน เก็บตัวและท้ายสุดคือกลายเป็นโรคซึมเศร้าไปโดยปริยายค่ะ โอ้โห แค่อ่านแล้วก็รู้สึกน่ากลัวแล้วนะคะ เอาเป็นว่าเดี๋ยวเรามาดูวิธีรับมือกับอาการ self-doubt ตามแบบฉบับของ 5 นักเขียนชื่อดังกันดีกว่าค่ะ

 



ดาเมี่ยน แอนเจลิก้า วอลเตอร์ส (Damien Angelica Walters) 

นักเขียนเจ้าของผลงานเรื่องสั้นสยองขวัญอย่างเรื่องPaper Tigers และ “Sing Me Your Scars” โดยงานเขียนของเธอนั้นได้รับเลือกให้เข้าขิงรางวัล Bram Stoker Award ถึงสองครั้งด้วยกัน มาดูกันเถอะว่าเธอรับมือกับอาการ self-doubt ยังไง
 

“จริงๆ นักเขียนทุกคนมีช่วงเวลาที่สูญเสียความมั่นใจในตัวเอง อยู่แล้ว เพราะงั้นเวลาที่รู้สึกหดหู่หรือท้อถอยก็ขอให้รู้ว่าคุณไม่ได้เป็นอยู่คนเดียวค่ะ หลายครั้ง ฉันรู้สึกว่าตัวเองไม่ได้เก่งอย่างที่ทุกคนคาดหวัง พอคิดแบบนั้นทีไร ก็จะรู้สึกเฟลมาก กลายเป็นดราม่า แล้วก็พานคิดไปว่า ความสำเร็จที่ได้มา ไม่เหมาะสมกับเรา ต่อมา ฉันก็เริ่มเปรียบเทียบงานเขียนกับคนอื่น และนั่งคิดมากกับข้อบกพร่องของตัวเอง 

จริงๆ แล้ว ความรู้สึกนี้เป็นวงจรที่น่าเกลียด ทางเดียวที่จะหยุดมันได้คือเลิกคิดค่ะ อ่านเยอะๆ ไปดูหนังบ้าง ออกไปเที่ยวกับเพื่อนอะไรอย่างนี้ แต่ต้องอย่าลืมเขียนนิยายค่ะ พอสบายใจแล้ว ความรู้สึกด้านลบก็จะเริ่มดีขึ้น จากนั้น ทุกครั้ง เวลาเขียนนิยาย ฉันจะคิดเสมอว่าเราทำเพราะเรารักมัน มันไม่เกี่ยวว่าจะได้รางวัลหรือไม่ได้ หรือนิยายเราจะขายได้เท่าไร มันเกี่ยวที่ว่าคุณจะถ่ายทอดเรื่องราวของคุณออกมายังไง นั่นแหละค่ะสิ่งที่สำคัญ”

 


 

มาร์กาเร็ท แอทวู้ด (Margaret Atwood)

นักเขียนนวนิยายที่บอกเล่าวิธีรับมือกับอาการ self-doubt ไว้ในหนังสือ Negotiating with the Dead: A Writer on Writing
 

“ฉันเองก็เคยผ่านจุดนั้นมาก่อน เลยอยากจะบอกคนที่กำลังตกอยู่ในภาวะนี้ว่า ฉันอยู่ข้างๆ คุณเสมอนะ คุณไม่ได้อยู่คนเดียว เพราะงั้นอย่าลงโทษตัวเองเลย เป็นนักเขียนต้องระวังอารมณ์เสมอ เพราะบางครั้ง เรากำหนดอารมณ์ตัวเองไม่ได้อย่างที่ตั้งใจไว้ ก็เลยกลายเป็นทำร้ายตัวเอง แต่ความจริงแล้ว ความรู้สึกแย่ๆ นี้ ไม่ได้โหดร้ายพอจะฆ่าเราได้ อย่าเพิ่งตัดสินว่างานตัวเองไม่ดี อย่าเพิ่งตัดสินว่างานตัวเองไร้ประโยชน์ หน้าที่ของเราคือ พยายามต่อไป และปรับปรุงงานเขียนอย่างสม่ำเสมอ แล้วงานของเราก็จะดีขึ้น และความรู้สึกนั้นก็จะดีขึ้นด้วย
 


 

จอห์น สกิพพ์ (John Skipp)

หนึ่งในนักเขียนที่ได้รับ “New York Times Bestseller” ทั้งทางด้านงานเขียน บรรณาธิการ ผู้กำกับภาพยนตร์ นักแต่งเพลง ผู้สร้างภาพยนตร์และอีกมากมาย (โอ้โห พี่ท่านสุดยอดมาก!) ซึ่งเขาก็ได้บอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับอาการ self-doubt ของเราลงบนนิตยสาร The Art of Horrible Peopleไว้ดังนี้
 

“ผมไม่ค่อยมีปัญหาสับสนในตัวเองเท่าไหร่นัก ส่วนใหญ่ ผมจะรอให้ตัวเองพร้อมก่อนค่อยเขียน แต่ก็พอจะเข้าใจความรู้สึกนี้ สำหรับผม มันแบ่งออกได้เป็นสองข้อ คือ  

  • บางครั้ง ผมไม่ได้เตรียมตัวเพียงพอ ก่อนจะเขียน ไม่ได้ค้นหาข้อมูลมากพอ หรือไม่ได้ร่างพล็อตมาก่อน วิธีแก้ปัญหาของผมคือ ต้องเตรียมสองอย่างนี้ให้พร้อม จะได้ไม่ต้องมานั่งคิดมากหรือสงสัยตัวเองในภายหลัง  
  • ผมไม่ได้อินกับงานที่เขียน ถ้าหากว่ารู้สึกแบบนี้ ผมจะหยุดเขียน ไปทำอย่างอื่นก่อน พอเริ่มอิน ค่อยกลับมาเขียนต่ออีกครั้ง 
     

สำหรับผม เวลาจะเขียนอะไรสักอย่าง ผมมักจะได้แรงบันดาลใจจากการทำงานร่วมกับผู้อื่น การได้เห็นคนในแต่ละอาชีพ ทำงานอย่างเชี่ยวชาญ กระตือรือร้น และตั้งอกตั้งใจ เป็นสิ่งที่ดีมาก เพราะคนเหล่านั้น รู้ในสิ่งที่ผมไม่รู้ ผมจะแลกเปลี่ยนถกปัญหากับพวกเขาจนกว่าจะหายสงสัยหรือหายสับสน และสุดท้าย ก็จะได้แรงบันดาลใจใหม่ๆ ที่มีประโยชน์ต่องานเขียนของผม" 


“ถามว่าผมรู้ได้ยังไงว่าพร้อมแล้ว หรือรักในงานเขียนชิ้นนั้นจริงๆ ผมขอตอบว่า... ความรู้สึก "พร้อม" ที่จะเขียน ก็เหมือนกับเวลาที่ผมรู้ตัวว่าตกหลุมรักนั่นแหละ! ถ้าไม่สามารถหยุดคิดเกี่ยวกับสิ่งนั้นได้ ผมจะเขียนออกมา ทำทุกอย่างเพื่อให้มันมีพลัง และมีความหมายที่สุด 

ตอนนี้การเขียนอะไรยาวๆ อย่างเช่นนิยายหรือซีรีส์ก็เหมือนกับความรักความสัมพันธ์นั่นแหละ ผมขอพูดอย่างนี้นะ ความรักกับงานเขียนนั้นเหมือนกันมาก ถ้าหากเรารู้สึกบางอย่างกับใครคนหนึ่งมากๆ ไม่ว่าจะรัก โกรธหรือเกลียดชัง นั่นเพราะว่าเราแคร์พวกเขามาก ก็เหมือนกัน ถ้าเราสับสนในตัวเองหรือรู้สึกไม่สบายใจเวลาที่เขียนงาน นั่นเป็นเพราะเราแคร์งานของเรามากและอยากให้มันออกมาดีนั่นเอง" 
 


 

พอล เทรมเบลย์ (Paul Tremblay) 

นักเขียนชาวอเมริกันเจ้าของรางวัลนิยายสยองขวัญแห่งปี เขาเป็นทั้ง นักเขียนและเป็นบรรณาธิการ นวนิยายแนวสยองขวัญร่วมสมัย ดาร์คแฟนตาซี และไซไฟ เรียกว่ามีความหลากหลายในตัวเองจริงๆ มาดูกันเถอะว่าเขาให้ความเห็นอย่างไรเกี่ยวกับอาการ self-doubt นี้
 

"ทุกครั้งที่ลงมือเขียนนิยาย ผมต้องต่อสู้กับความรู้สึกสับสน ไม่มั่นใจในตัวเอง ทุกวันนี้ มันลดลงบ้างแล้ว แต่ก็ยังพอมีอยู่ นักเขียนส่วนใหญ่กลัวอาการนี้ แต่สำหรับผม มองว่ามันเหมือนตัวกระตุ้น ยิ่งรู้สึกมาก เครียดมาก ก็ยิ่งทำให้ผมต้องการเขียนงานที่ดีกว่าเดิม และทำสิ่งที่ดีกว่าเดิม 

"บางครั้ง ผมเคยคิดเล่นๆ เหมือนกันว่าไม่อยากรู้สึกแบบนี้ แต่ไม่ว่ายังไงก็ทำไม่ได้ และเมื่อทำไม่ได้ ผมก็เลยใช้วิธีพยายามรับมือกับมัน ตอนเขียนเรื่อง Disappearance at Devil’s Rock ผมเจออาการนี้บ่อยมาก ส่วนหนึ่งของปัญหาที่วิเคราะห์ได้คือ ผมชอบคิดว่า ทำไมนิยายเรื่องนี้ไม่ดี ไม่ถูกใจ แล้วก็เลยเลือกที่จะหยุด เพื่อไปเขียนนิยายเรื่องอื่นชั่วคราว อะไรแบบนี้

"ระยะหลังๆ พอเจอความเครียดหรือกังวลแบบนี้ แล้วไม่หาย ผมจะลุกจากคอมพิวเตอร์เลย ไปทำอย่างอื่น เช่นออกกำลังกาย หรือทำงานบ้าน บางครั้ง คุณอาจจะต้องปลดปล่อยตัวเองจากงานเขียนบ้าง แล้วก็หยุดโทษตัวเอง เอาแต่บังคับกดดันตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า ไม่ช่วยอะไร บ่อยครั้งที่ผมตัดสินใจแก้ปัญหาด้วยการหยุดคิดเรื่องงานเขียน และหันไปทำอย่างอื่นแทน แล้วเมื่อกลับมาเขียน มันดีขึ้นจริงๆ ครับ" 


 

ชาร์ลส์ บูเคาว์สกี้ (Charles Bukowski)

ปิดท้ายกันที่นักเขียนหนุ่มที่บอกว่าจริงๆ แล้วอาการ self-doubt เนี่ยเองก็มีข้อดีเหมือนกันนะ มาดูกันเถอะว่าทำไมถึงเขาถึงบอกอย่างนั้น

"สำหรับผมแล้ว ถ้าเขียนแล้วงานแย่ งานเละ ไม่เขียนเลยยังดีเสียกว่า ปัญหาใหญ่ๆ ของวงการนักเขียนคือ "นักเขียนที่ไม่เก่ง มักจะมั่นใจในตัวเองมาก แต่นักเขียนที่เขียนได้ดี มักจะมีแนวโน้มสับสนในตัวเอง" อันนี้ ผมสรุปของผมเองส่วนตัวนะว่า นักเขียนแย่ๆ มักจะไม่ใส่ใจงานเขียน เขียนอะไรก็ได้ที่อยากเขียน ไม่ได้แคร์ว่างานของตัวเองจะแย่มากแค่ไหน หรือต้องปรับปรุงอะไรบ้าง ส่วนนักเขียนที่เขียนดี ก็มักจะเครียด กดดันกับงานของตัวเอง และกลัวว่าจะส่งงานแย่ๆ ออกมาสู่สายตาของคนอ่าน เพราะฉะนั้น สำหรับผม "ความสับสนสงสัยในตัวเองไม่ใช่เรื่องผิด เพียงแต่เราต้องจัดการมันให้ถูกวิธี" อยากเป็นนักเขียนที่ดี บางทีก็ต้องสงสัยในตัวเองบ้าง ไม่ใช่เรื่องผิดที่คุณจะคิดหนักและใส่ใจงานเขียนของคุณ เพียงแต่เอาให้พอดีๆ น่าจะดีกว่า"  

 

และนี่ก็เป็น 5 ความเห็นเกี่ยวกับอาการ self-doubt จาก 5 นักเขียน จะเห็นได้ว่าแต่ละคนก็มีวิธีการแก้ที่แตกต่างกัน บางคนก็ให้เลิกคิดถึงมันชั่วคราว บางคนก็ให้มองว่าเป็นแรงกระตุ้น แต่ที่นักเขียนทุกคนคิดเหมือนกันคือ อย่าได้จมจ่อมอยู่กับมันมากนัก หรืออย่าเก็บเอามาเครียดจนเกินไป 

สำหรับตัวพี่น้ำผึ้งนะคะ เวลาเผชิญกับ self-doubt ทั้งเรื่องงานเขียนและเรื่องเรียน พี่จะใช้วิธี ปล่อยวาง ค่ะ พยายามทำความเข้าใจว่าเป็นเรื่องปกติมากที่เราจะเจอสิ่งแย่ๆ เจออุปสรรค หรือสิ่งที่กดดันเรา จากนั้นก็จะพยายาม เรียกความเชื่อมั่นและความศรัทธาในตัวเองให้กลับคืนมา พี่จะบอกตัวเองเสมอว่า “ดูสิ เราเดินทางมาได้ไกลแค่ไหนแล้ว แล้วที่ผ่านมาเราก็เคยทำได้ แล้วทำไมครั้งนี้เราจะทำไม่ได้ละ! แล้วเราก็จะมีแรงฮึดให้สู้ อย่าพยายามเอาความรู้สึกด้านลบมาทำร้ายตัวเอง แม้ว่าวันนี้จะทำไม่สำเร็จ แต่ต่อๆ ไปมันต้องสำเร็จแน่นอนค่ะ ถึงแม้จะล้มกี่ครั้ง แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะไม่สามารถไปถึงจุดหมายได้ นี่นา ถูกไหมคะ

เพราะงั้นเวลาที่ใครเผชิญปัญหานี้ อย่าดูถูกตัวเองค่ะ ให้เชื่อมั่นและสตรองเข้าไว้ ทำให้สุดความสามารถ ล้มแล้วต้องลุกค่ะ ลุกขึ้นต่อสู้เพื่อตัวเองและเป้าหมายในชีวิตของเรา เป็นกำลังใจให้น้องๆ ที่เดินตามความฝันอยู่นะคะ ^__^

 


พี่น้ำผึ้ง :)
 
ขอขอบคุณบทความดีๆ และรูปภาพจาก https://litreactor.com/columns/dealing-with-self-doubt-tips-from-7-popular-authors

Deep Sound แสดงความรู้สึก
พี่น้ำผึ้ง
พี่น้ำผึ้ง - Columnist นักเขียนที่ชอบส่งต่อพลังบวกให้ทุกคน

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

รฉัตร,พิกุลกรอง,รติฎาภา Member 22 เม.ย. 59 21:03 น. 1

เป็นคนหนึ่งที่มีอาการนี้ค่ะ เครียดจนบางทีซึมไปเลย อาจเพราะอยากให้งานดีมากๆ คาดหวังเกินไปจนเกิดภาวะนี้ค่ะ แบบว่าได้อ่านบทความนี้แล้วเหมือนปลดความรู้สึกนี้ออกเลย อย่างน้อยคิดเหมือนชาร์ลส์ นึกว่าสับสน ไม่มั่นใจ คิดมากอยู่คนเดียว ขอบคุณมากสำหรับบทความที่มีค่านี้จ้ะ

0
กำลังโหลด
กระต่ายน้อยตากลม<Yumi> Member 23 เม.ย. 59 21:46 น. 8
เราเองเป็นหนึ่งที่มีอาการนี้ เคยรู้สึกแย่ถึงขั้นอยากจะเลิกแต่งนิยายด้วยซ้ำ แต่พอนึกถึงความฝัน นึกถึงสาเหตุที่มาเขียนนิยาย นึกถึงคนที่ตามอ่านอยู่ เราก็มีกำลังใจมากขึ้น เราก็ชอบบอกตัวเองบ่อยๆว่า"มาได้ไกลขนาดนี้แล้ว จะเลิกล้มความตั้งใจได้ยังไง มีแต่ต้องผ่านมันให้ได้แล้วสู้ต่อเท่านั้น:)" เป็นกำลังใจให้เพื่อนๆชาวนักเขียนทุกท่านสู้ต่อไปค่ะ ผ่านมันไปให้ได้นะคะ^^
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด

22 ความคิดเห็น

รฉัตร,พิกุลกรอง,รติฎาภา Member 22 เม.ย. 59 21:03 น. 1

เป็นคนหนึ่งที่มีอาการนี้ค่ะ เครียดจนบางทีซึมไปเลย อาจเพราะอยากให้งานดีมากๆ คาดหวังเกินไปจนเกิดภาวะนี้ค่ะ แบบว่าได้อ่านบทความนี้แล้วเหมือนปลดความรู้สึกนี้ออกเลย อย่างน้อยคิดเหมือนชาร์ลส์ นึกว่าสับสน ไม่มั่นใจ คิดมากอยู่คนเดียว ขอบคุณมากสำหรับบทความที่มีค่านี้จ้ะ

0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
TND3_timtim Member 23 เม.ย. 59 11:28 น. 4

ขอบคุณสำหรับบทความดีๆนะคะ

ช่วยเราได้เยอะค่ะบทความดีๆพวกนี้

อย่าลืมสร้างบทความดีๆขึ้นมาอีกนะคะ ทิมรอติดตาม:(รักเลยรักเลย

0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
cakeziex Member 23 เม.ย. 59 15:26 น. 6

ขอเเลกเปลี่ยนความคิดเห็นนะคะ

เวลาเราเขียนเเล้วมีอาการเเบบนี้ขึ้นมา เราจะชอบฟังเพลงค่ะ ฟังเพลงเเล้วมันเหมือนปล่อยตัวเองไม่ต้องเครียดไม่ต้องกังวล เผลอๆเราจะได้ไอเดียใหม่ในการเขียนของเราอีกด้วยนะ เรียกได้ว่าเพลงก็เป็นส่วนหนึ่งในการผ่อนคลายเลยหล่ะ ฮ่าๆ 

0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กระต่ายน้อยตากลม<Yumi> Member 23 เม.ย. 59 21:46 น. 8
เราเองเป็นหนึ่งที่มีอาการนี้ เคยรู้สึกแย่ถึงขั้นอยากจะเลิกแต่งนิยายด้วยซ้ำ แต่พอนึกถึงความฝัน นึกถึงสาเหตุที่มาเขียนนิยาย นึกถึงคนที่ตามอ่านอยู่ เราก็มีกำลังใจมากขึ้น เราก็ชอบบอกตัวเองบ่อยๆว่า"มาได้ไกลขนาดนี้แล้ว จะเลิกล้มความตั้งใจได้ยังไง มีแต่ต้องผ่านมันให้ได้แล้วสู้ต่อเท่านั้น:)" เป็นกำลังใจให้เพื่อนๆชาวนักเขียนทุกท่านสู้ต่อไปค่ะ ผ่านมันไปให้ได้นะคะ^^
0
กำลังโหลด
Gaster [Just do it] Member 24 เม.ย. 59 17:50 น. 9

อ่านแล้ว นึกถึงตัวเองสมัยก่อนมากเลยครับ

ทุกวันนี้ก็มีอาการแบบนี้เกิดขึ้นมาอยู่ ถึงปัจจุบันจะเริ่มหาทางออกได้บ้างแล้ว โดยการแวบหายไปทำอย่างอื่นที่นอกเหนือจากงานเขียนดู แต่สุดท้ายก็ดูเหมือนว่าชีวิตนี้มันขาดเรื่อง 'งานเขียน' ไม่ได้จริงๆ 

เรียกได้ว่าทุกครั้งที่เปิดคอมมา หนีไม่พ้นต้องเปิดโปรแกรม Word ขึ้นมาก่อนเลยทันที 

0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด

ความคิดเห็นนี้ถูกลบเนื่องจาก

ถูกลบโดยทีมงาน เนื่องจากงดตั้งกระทู้วิจัย โครงงาน หรือใช้พื้นที่เว็บบอร์ดเพื่อการส่งการบ้าน เนื่องจากเป็นการรบกวนผู้ใช้บอร์ดท่านอื่นๆ ขออภัยในความไม่สะดวก

กำลังโหลด

ความคิดเห็นนี้ถูกลบเนื่องจาก

ถูกลบโดยทีมงาน เนื่องจากงดตั้งกระทู้วิจัย โครงงาน หรือใช้พื้นที่เว็บบอร์ดเพื่อการส่งการบ้าน เนื่องจากเป็นการรบกวนผู้ใช้บอร์ดท่านอื่นๆ ขออภัยในความไม่สะดวก

กำลังโหลด

ความคิดเห็นนี้ถูกลบเนื่องจาก

ถูกลบโดยทีมงาน เนื่องจากงดตั้งกระทู้วิจัย โครงงาน หรือใช้พื้นที่เว็บบอร์ดเพื่อการส่งการบ้าน เนื่องจากเป็นการรบกวนผู้ใช้บอร์ดท่านอื่นๆ ขออภัยในความไม่สะดวก

กำลังโหลด

ความคิดเห็นนี้ถูกลบเนื่องจาก

ถูกลบโดยทีมงาน เนื่องจากงดตั้งกระทู้วิจัย โครงงาน หรือใช้พื้นที่เว็บบอร์ดเพื่อการส่งการบ้าน เนื่องจากเป็นการรบกวนผู้ใช้บอร์ดท่านอื่นๆ ขออภัยในความไม่สะดวก

กำลังโหลด

ความคิดเห็นนี้ถูกลบเนื่องจาก

ถูกลบโดยทีมงาน เนื่องจากงดตั้งกระทู้วิจัย โครงงาน หรือใช้พื้นที่เว็บบอร์ดเพื่อการส่งการบ้าน เนื่องจากเป็นการรบกวนผู้ใช้บอร์ดท่านอื่นๆ ขออภัยในความไม่สะดวก

กำลังโหลด

ความคิดเห็นนี้ถูกลบเนื่องจาก

ถูกลบโดยทีมงาน เนื่องจากงดตั้งกระทู้วิจัย โครงงาน หรือใช้พื้นที่เว็บบอร์ดเพื่อการส่งการบ้าน เนื่องจากเป็นการรบกวนผู้ใช้บอร์ดท่านอื่นๆ ขออภัยในความไม่สะดวก

กำลังโหลด

ความคิดเห็นนี้ถูกลบเนื่องจาก

ถูกลบโดยทีมงาน เนื่องจากงดตั้งกระทู้วิจัย โครงงาน หรือใช้พื้นที่เว็บบอร์ดเพื่อการส่งการบ้าน เนื่องจากเป็นการรบกวนผู้ใช้บอร์ดท่านอื่นๆ ขออภัยในความไม่สะดวก

กำลังโหลด

ความคิดเห็นนี้ถูกลบเนื่องจาก

ถูกลบโดยทีมงาน เนื่องจากงดตั้งกระทู้วิจัย โครงงาน หรือใช้พื้นที่เว็บบอร์ดเพื่อการส่งการบ้าน เนื่องจากเป็นการรบกวนผู้ใช้บอร์ดท่านอื่นๆ ขออภัยในความไม่สะดวก

กำลังโหลด
กำลังโหลด