|
สวัสดีครับ....วันนี้วันที่ 19 กันยายน 2550 น้องๆจำได้ไหมครับ....ว่าวันนี้มีความสำคัญอย่างไร.....ถ้าจำไม่ได้หละก็...พี่ลาเต้ แนะนำว่าให้ลองย้อนไปเมื่อปีที่แล้ว.....เวลานี้ วันนี้ ของปีที่แล้ว น้องๆกำลังทำอะไรอยู่ ได้หยุดเรียนแบบกระทันหันใช่ไหม แล้วมีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นในบ้านเมืองเรา.....จำได้ไหมครับ..... ใช่แล้วหละครับ.....วันนี้ วันที่ 19 กันยายน 2550 เป็นวันที่ครบรอบ 1 ปีของการปฏิวัติ ของทางคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ หรือ คมช. นั่นเอง.....พี่ลาเต้ จำได้เลยว่านั้น พี่ลาเต้ ไปทำรายงานส่งอาจารย์ที่ต่างจังหวัดครับ....ต้องบอกเลยว่าเป็นต่างจังหวัดมากๆ เพราะไม่มีคลื่นโทรศัพท์ ไม่มีรถประจำทาง ขนาดจะดูข่าวทางทีวี ยังไม่มีเลย และครอบครัวทางบ้าน พี่ลาเต้ ก็เป็นห่วงมากๆเลยด้วย.....(แต่คิดไปก็ตื่นเต้นไปอีกแบบหนึ่งนะครับ....555)
วันนี้เพื่อความอินเทรน์และเข้ากับกระแส....เผื่ออาจารย์ถามจะตอบได้....พี่ลาเต้ เลยขอนำเรื่องราวความเป็นมาของการทำรัฐประหารแต่ละครั้งของประเทศไทยมาบอกเล่าให้ฟังแล้วกันครับ....ซึ่งน้องๆรู้ไหมครับว่าเมืองไทยเราผ่านเหตุการณ์อย่างนั้นมาแล้วกี่ครั้ง......
ครั้งแรกของการปฏิวัติในเมืองไทย เกิดขึ้นในวันที่ 20 มิถุนายน 2476 โดยในครั้งนี้....แกนนำคือ พระยาพหลพลพยุหเสนา ที่ยึดอำนาจจาก พระยามโนปกรณ์นิติธาดา ซึ่งเป็นนายกรัฐมนตรีสมัยนั้น...... ถัดมาอีก 14 ปี ในวันที่ 8 พฤศจิกายน 2490 นายผิง ชุณหะวัน ก็ยึดอำนาจจากนายกรัฐมนตรีสมัยนั้นคือ พล.ร.ท.ถวัลย์ ธำรงนาวาสวัสดิ์.... จากนั้นไม่กี่อึดใจเพียง 4 เดือน คณะนายทหารกลุ่มที่ทำการรัฐประหาร 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2490 ก็จี้บังคับให้ นายควง อภัยวงศ์ ลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และมอบตำแหน่งต่อให้ จอมพล ป. พิบูลสงคราม ซึ่งตรงกับวันที่ 6 เมษายน 2491
วันที่ 29 พฤศจิกายน 2494 นับเป็นครั้งที่ 4 ในการปฏิบัติ โดยในครั้งนี้ จอมพลป.พิบูลสงคราม ได้ยึดอำนาจรัฐบาลของตัวเอง.... เริ่มศักราชใหม่ได้ไม่นาน เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2500 จอมพลสฤษดิ์ ธนรัชต์ ก็เป็นแกนนำในการยึดอำนาจจากนายกรัฐมนตรีในสมัยนั้น คือจอมพลป. พิบูลสงคราม ทิ้งช่วงไปเพียง 1 ปีกับอีก 1 เดือน รัฐประหารครั้งที่ 6 ก็เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2501 จอมพลสฤษดิ์ ธนรัชต์ ก็เป็นแกนนำในการยึดอำนาจอีกครั้ง จากจอมพลถนอม กิตติขจร นายกรัฐมตรีสมัยนั้น
และเมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน 2514 การทำรัฐประหารตนเองก็กลับมาอีกครั้ง เมื่อทางจอมพลถนอม กิตติขจร ทำการปฏิบัติการทำงานรัฐบาลของตนเอง รัฐประหารได้เกิดขึ้นอีกครั้งเป็นครั้งที่ 8 ในวันที่ 6 ตุลาคม 2519 ซึ่งครั้งนี้นำทัพโดย พล.ร.อ. สงัด ชลออยู่ ที่ยึดอำนาจจาก ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช นายกรัฐมนตรี ครั้งที่ 9 ก็ตามมาติดๆเมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2520 ที่ทาง พล.ร.อ. สงัด ชลออยู่ ที่ยึดอำนาจจาก นายธานินทร์ กรัยวิเชียร นายกรัฐมนตรีในสมัยนั้น
ห่างหายไปนานแต่ก็ไม่หายไปเลย เพราะปฏิวัติกลับมาอีกครั้งใน วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2534 นำโดย พล.อ.สุนทร คงสมพงษ์ ยึดอำนาจรัฐบาล พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ นายกรัฐมนตรี และครั้งสุดท้ายที่เพิ่งมาเมื่อปีที่แล้ว เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2550 ที่ดูเหมือนครั้งนี้จะไม่รุนแรงและน่ากลัวกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา จนสร้างความประหลาดใจแก่ชาวต่างชาติเป็นอย่างมาก ซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนี้แกนนำได้นำโดย พล.อ.สนธิ บุญรัตกลิน ยึดอำนาจรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี
พี่ลาเต้ คิดไปแล้วประเทศไทยของเราก็ผ่านเรื่องราวการทำรัฐประหาร หรือปฏิวัติมามากเหมือนกันนะครับ.....และหลังจากวันนี้ก็ไม่มีใครรู้ว่าประเทศไทยเราจะต้องมาเจอกับเหตุการณ์อย่างนี้อีกหรือไม่.....แต่เหนือสิ่งอื่นใดสิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือ....ความรักและความสามัคคีของคนไทยด้วยกันเองนั่นแหละครับ........
พี่ลาเต้ขอขอบคุณข้อมูลจากวิกีพีเดียสารานุกรมเสรี
|
แสดงความคิดเห็น
ถูกเลือกโดยทีมงาน
ยอดถูกใจสูงสุด
รายชื่อผู้ถูกใจความเห็นนี้ คน
แจ้งลบความคิดเห็น
คุณต้องการที่จะลบความเห็นนี้ใช่หรือไม่ ?










28 ความคิดเห็น
ยึดแล้วมันไม่เห็นมีอะไรดีขึ้นเลย มีดีอย่างเดียว....
ดีแต่ทำให้ประเทศเจ๊งงงงงงงง!!!!!!!!!!!!!!!
สงสัยจะยึดเพื่อความสะใจหรือไม่ก็บ้าอำนาจ
ภาคใต้ก็ยังฆ่ากันเหมือนเดิม
หุ้นก็ตกลงย่ำแย่
สินค้าก็ขึ้นราคา
ขูดรีดเงินประชาชนซื้อรถถัง
ใครบอกวะว่าอยากให้ปฏิวัติเนี่ย
ประเทศแมร่งกลายเป็นเผด็จการ
วันก่อนเราคุยกับเพื่อนเราที่อยู่ออสเตรเลียเค้าถามเราว่า
ตกลงไทยเป็นประชาธิปไตยหรือว่า
เผด็จการ เพราะว่า ทุกคนในประเทศเค้าอะบอกว่าประเทศไทย
เป็นเผด็จการไปตั้งแต่เกิดการ
รัฐประหารแล้ว