|
เป็นข่างฮือฮา....ขึ้นจนได้ครับ...หลังจากที่มีนักเรียนหญิงในจังหวัดนครศรีธรรมราช เกิดประสบมอเตอร์ไซต์ล้มขณะกลับบ้าน....และได้รับการช่วยเหลือจากพลเมืองดี.....แต่ปรากกว่านักเรียนหญิงที่ประสบอุบัติเหตุนั้นกลับไม่มีใครใส่กางกางชั้นในเลยสักคน....ซึ่งสร้างความประหลาดใจเป็นอย่างมาก.....ทางด้านอาจารย์ท่านหนึ่งในจังหวัดก็ออกมาตอกย้ำอีกว่า ปัจจุบันนี้นักเรียนหญิงส่วนใหญ่นิยมแต่งกายแบบนั้น....วันนี้ พี่ลาเต้ เลยขอหยิบยกเอาเรื่องราวเรื่องนี้มาบอกเล่ากันต่อกัน.....เพื่อดูข้อเท็จจริงจากข่าวที่เกิดขึ้นครับ....
สุดช็อกน.ร.หญิงไทยมั่นสุดๆ เมินใส่กกน.แถมตกแต่ง-ย้อมสีขนในที่ลับ วธ.ถึงกับอึ้งสั่งจับตาใกล้ชิด ชี้เลียนแบบนักร้องสาวซ่า"บริตนีย์ สเปียร์ส" โดยทุกวันนี้นอกจากใส่กระโปรงสั้นขึ้นเรื่อยๆแล้ว ยังไม่ใส่กางกางในปกปิดอีกต่างหาก เร่งให้ความรู้การย้อมสีขนในที่ลับเป็นอันตราย เหนื่อยใจแม้จะไม่เหมาะสมแต่ป้องกันลำบากเพราะเป็นสิทธิส่วนบุคคล แฟชั่นเมินกกน.ลามไปถึงต่างจังหวัด สารวัตรน.ร.เมืองคอนเจอะจะจะ หลังน.ร.หญิงขี่จยย.ซ้อน3 แล้วพลิกคว่ำ ตร.มาช่วยถึงอึ้งพบไม่ใส่กกน.เลยสักคน สอบถามยอมรับเป็นแฟชั่นที่กำลังฮิต ยอมรับตรวจลำบากเพราะอยู่ๆ จะไปขอให้เปิดดูก็ไม่ได้ ดารา-นางแบบสาวรุมต้านเป็นพฤติกรรมไม่เหมาะ และอันตรายกับตัวเอง อาจตกเป็นเหยื่อแก๊งกามได้ง่ายๆ
เมื่อวันที่ 24 ก.ย. ที่ โรงแรมริชมอนด์ จ.นนทบุรี น.ส.ลัดดา ตั้งสุภาชัย ผอ.ศูนย์เฝ้าระวังทางวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม เปิดเผยภายหลังการประชุมสัมม นาพัฒนาระบบและเครือข่ายเฝ้าระวังทางวัฒนธรรม รุ่นที่ 1 ว่า ขณะนี้มีกระแสแฟชั่นการแต่งกายรูปแบบใหม่ กำลังระบาดเข้ามาในสังคมไทย และเป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง คือ การที่เด็กและเยาวชนไทยใส่ชุดกระโปรงสั้นขึ้น ชุดชั้นในตัวเล็กลงเรื่อยๆ และที่น่าตกใจที่สุดคือ การสวมเสื้อผ้าแต่ไม่สวมใส่กางเกงชั้นในเลย โดยมีการเลียนแบบนักแสดงดาราฮอลลีวู้ดชื่อดัง อย่าง บริตนีย์ สเปียร์ส หรือ ลินเซย์ โลฮาน ในขณะที่บางคนยังได้ตกแต่งและทำสีขนบริเวณอวัยวะเพศด้วย ในเรื่องนี้มีความเป็นห่วงเรื่องสุขภาวะทางเพศ หากมีเชื้อโรคเข้าไปในอวัยวะเพศจะเป็นอันตรายต่อตัวเด็กเอง เพราะจะติดเชื้อได้ง่าย อีกทั้งการแต่งกายโดยไม่ใส่กางเกงในนั้น มองได้ 2 มิติ คือ เป็นเรื่องสิทธิส่วนบุคคล แต่อีกมุมหนึ่งเป็นสิ่งที่ไม่เหมาะสม หากอยู่ในที่สาธารณะ
"เด็กไทยรับวัฒนธรรมต่างชาติมามากจนไม่มีขอบเขตแล้ว ผู้ที่แต่งกายแบบนี้อาจจะมีเจตนาเรียกร้องความสนใจ ชอบโชว์ หรือคิดว่าการไม่สวมใส่กางเกงชั้นในจะรู้สึกสบายกว่าการใส่ก็ตาม แต่ดิฉันคิดว่าการแต่งกายที่นำไปสู่การที่ทำให้สุขภาพร่างกายเป็นอันตราย เป็นเรื่องที่ไม่เหมาะทั้งสิ้น เพราะอวัยวะเพศเป็นของสงวนที่ต้องปกปิด ไม่ควรเอามาโชว์ให้ผู้อื่นดู แต่ถามว่าสิ่งที่กลุ่มคนเหล่านั้นกระทำเป็นเรื่องส่วนตัวหรือไม่ ตอบได้ว่าเป็นเรื่องส่วนตัว แต่ไม่เหมาะสมกับสังคมไทย อีกทั้งค่านิยมการเลียนแบบศิลปินต่างชาติเช่นนี้ ก็ไม่ควรสนับสนุน อย่างไรก็ตาม อยากฝากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะกระทรวงสาธารณสุข แนะนำเด็กๆ ว่าหากทำเช่นนี้จะมีอันตรายต่อร่างกายอย่างไรบ้าง เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นกับอวัยวะเพศ และปัญหาอาชญากรรมทางเพศที่จะมีมากขึ้น" น.ส.ลัดดา กล่าว
ด้านคุณหญิงไขศรี ศรีอรุณ รมว.วัฒนธรรม กล่าวว่า การที่วัยรุ่นบางกลุ่มไม่นิยมใส่กางเกงในนั้นเป็นเรื่องเหลือเชื่อ ซึ่งไม่น่าเกิดขึ้นในประเทศไทย แต่เรื่องนี้เป็นสิทธิส่วนบุคคล การกระทำดังกล่าวอาจเกิดการเลียนแบบแฟชั่นค่านิยมการแต่งกายจากต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศญี่ปุ่น ดังนั้นจึงเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่กระทรวงวัฒนธรรมเห็นว่าต้องมีการรณรงค์ ส่งเสริมพฤติกรรมและค่านิยม ให้คนไทยแต่งกายอย่างรัดกุมมากขึ้น รวมทั้งลดการแต่งกายที่ล่อแหลมขัดต่อวิถีชีวิตและวัฒนธรรมอันดีของประเทศไทย ที่มีค่านิยมในการแต่งกายที่สุภาพเรียบร้อย การแก้ไขปัญหาที่ดีที่สุด คือควรให้สถาบันครอบครัวหันมาใส่ใจเรื่องการแต่งกายกับเด็กและเยาวชนก่อนออกจากบ้านมากขึ้น รวมทั้งตัวเด็กเองก็ต้องมีจิตสำนึกในเรื่องการแต่งกายที่เหมาะสมด้วย อย่างไรก็ตามจะมอบหมายให้ น.ส.ลัดดา ประสานงานไปยังเครือข่ายเฝ้าระวังทางวัฒนธรรม และเครือข่ายผู้ปกครองทั่วประเทศ ในการตรวจสอบ และดูแลวัฒนธรรมที่เบี่ยงเบนของเด็กและวัยรุ่นไทย เพื่อรักษาวัฒนธรรมการแต่งกายที่ดีเอาไว้
"ขณะนี้เด็กและเยาวชนไทยมักรับเอาแฟชั่นต่างชาติหมดทุกเรื่องมาใช้เป็นแบบอย่างในการดำเนินชีวิต โดยไม่มีการกลั่นกรองถึงข้อดีข้อเสีย และไม่คำนึงความเหมาะสมว่าควรหรือไม่ควร ซึ่งการแต่งกายแบบไม่สวมชุดชั้นในนั้นถึงแม้ว่าจะเป็นกระแสชั่วคราวของเด็กวัยรุ่น แต่ทำไมคนไทยต้องเอาสิ่งที่ไม่ดีมาเป็นตัวอย่าง เป็นพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมของเด็กวัยรุ่น และไม่ใช่วัฒนธรรมที่ดีของไทย ซึ่งในวันข้างหน้าอาจจะมีแฟชั่นแบบไม่ใส่ทั้งเสื้อใน และกางเกงชั้นใน จะนำมาซึ่งปัญหามากมาย เช่น ปัญหาอาชญากรรมทางเพศ การถูกข่มขืน เป็นต้น" รมว. วัฒนธรรม กล่าวและว่าอย่างไรก็ตามกระทรวงวัฒน ธรรมไม่มีอำนาจที่จะไปห้ามปรามหรือบังคับ เพราะเป็นเรื่องสิทธิส่วนบุคคล แต่จะขอความร่วมมือและรณรงค์ส่งเสริมให้เยาวชนไทยรักษาค่านิยมที่พึงประ สงค์ และวัฒนธรรมการแต่งกายของไทยให้มากขึ้น
วันเดียวกันนายสมพงศ์ อยู่เถาว์ สารวัตรนักเรียน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา นครศรีธรรมราช เขต 1 เผยถึงพฤติกรรมของวัยรุ่นดังที่นิยมนุ่งกระโปรงสั้นและไม่สวมกางเกงในว่า ในจ.นครศรีธรรมราช มีมานานแล้วซึ่งแต่ก่อนขอความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าถ้าพบเห็น เด็กนักเรียนหญิงที่นั่งซ้อนสามรถจักรยานยนต์โดยการนั่งคร่อม ให้แจ้งให้ตนทราบเพื่อจะได้ว่ากล่าวตักเตือน จนมีวันหนึ่งตำรวจโทรศัพท์ไปเรียกมาเพราะเกิดเหตุนักเรียนหญิงซ้อนสามแล้วรถพลิกคว่ำ เมื่อไปถึงตำรวจก็กระซิบบอกว่าเด็กทั้งหมดนั้นไม่สวมกางเกงในด้วย ซึ่งเป็นเรื่องที่แปลกมากจึงเรียกเด็กทั้งสามมานั่งคุย ซึ่งเขายอมรับว่าไม่ได้ใส่จริง และบอกว่ามันเป็นค่านิยม เลียนแบบนักร้องที่แต่งสั้นและโชว์ขนบริเวณที่ลับให้เห็น และก็ทำตามเพื่อนที่อยู่โรงเรียนเดียวกัน โดยจะมีเป็นแก๊ง และบางแก๊งก็จะโกรกขนที่ลับให้เป็นสีต่างๆ ซึ่งเด็กบอกว่าในห้องเขามีทำแบบนี้ประมาณ 10 กว่าคน มองอีกมุมหนึ่งมันก็เป็นเรื่องของสิทธิส่วนบุคคล ซึ่งก็ไม่ได้ติดตามเพราะมันไม่เหมือนกับกรณีอื่นๆเช่น ถ้าตนเจอนักเรียนเจาะลิ้น เจาะหู ก็สามารถตรวจสอบและสามารถติดตามได้ แต่กรณีแบบนี้ติดตามยากจะไปขอดูเด็กก็ไม่ได้
"หลังจากนั้นผมไปเป็นวิทยากร และปฐมนิเทศถึงเรื่องดังกล่าวให้นักเรียนกับผู้ปกครองฟัง ก็มีครูมากระซิบบอกว่าที่โรงเรียนยิ่งกว่านั้นอีก เดี๋ยวนี้มีไฮไลต์บริเวณขนที่ลับด้วย ก็เลยคิดว่ามันคงมีอยู่จริง และจากข่าวที่มีปลัดอาวุโสท่านหนึ่งเข้าไปช่วยรถจักรยานยนต์ล้มแล้วปรากฏว่าพบว่าเด็ก 2 ใน 3 คนไม่ใส่กางเกงใน จึงเชื่อว่ายังมีอยู่ ซึ่งเด็กผู้หญิงกลุ่มนี้จะชอบใส่กระโปรงสั้น นั่งคร่อมรถและถกกระโปรงขึ้นมา ส่วนใหญ่จะเป็นเด็กมัธยมต้นจนถึงระดับปวช. ซึ่งตอนนี้ยังคงไม่สามารถทำอะไรได้เพราะจะไปขอตรวจดูก็ไม่ได้ ถึงแม้จะให้ครูผู้หญิงไปช่วย เราก็ไม่รู้ว่าเด็กคนนั้นใส่มาหรือไม่ใส่ คงต้องเป็นผู้ปกครองช่วยกันตรวจสอบ" นายสมพงศ์ กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ได้รับการเปิดเผยจากอาจารย์หญิงในนครศรีธรรมราช ระบุว่าวัยรุ่นกลุ่มนิยมไม่สวมชั้นในและทำไฮไลต์สีขน ถือเป็นกลุ่มที่น่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง เด็กกลุ่มนี้ส่วนใหญ่จะอยู่ในสายการเรียนอาชีพ เท่าที่ได้ศึกษาและติดตามพฤติกรรมนั้นพบว่าเขาพยายามสร้างความเด่นของตัวเองขึ้น เพื่อให้เป็นจุดเด่นกว่าคนอื่นๆ ในกลุ่ม และที่น่าเป็นห่วงจากการศึกษาพบว่าเด็กเหล่านี้มีพฤติกรรมค่อนข้างเรียกว่าฟรีเซ็กซ์ พร้อมที่จะไปกับเพื่อนชายได้ทันทีหากถูกใจ
ส่วนดารา-นางแบบหญิงในวงการบันเทิงเมืองไทย ต่างก็แสดงความไม่เห็นด้วยกับแฟชั่นดังกล่าว โดยกระแต-ศุภักษร ไชยมงคล ดาราสาวชื่อดังกล่าวว่า ไม่เคยได้ยินว่าเรื่องนี้เกิดขึ้นในเมืองไทย แต่ก็รู้ว่ามันเป็นแฟชั่นที่มีอยู่ในเมืองนอกมานานแล้ว และก็เคยเห็นการทำแบบนี้ในหนังเรื่อง BABEL ซึ่งในเรื่องผู้หญิงใบ้คนหนึ่ง ใส่กระโปรงสั้น และก็เรียกร้องความสนใจที่ผู้ชาย ด้วยการถอดกางเกงในแล้วก็แยกขาให้ผู้ชายดู ซึ่งถ้าเรื่องแบบนี้เกิดในเมืองไทยจริงๆ ก็ไม่ดีเลย และเป็นอะไรที่แย่สุดๆ เข้าใจว่ามันเป็นแฟชั่น แต่อย่าลืมว่านี่คือเมืองไทยที่ไม่ใช่จะทำอะไรก็ได้ ยิ่งถ้าไปโกรกสีขนตรงนั้นยิ่งไปกันใหญ่
ชมพู่-อารยา เอ. ฮาร์เก็ต กล่าวว่า เคยได้ยินเรื่องนี้เหมือนกันว่าคนไปเลียนแบบบริตนีย์ สเปียร์ส ซึ่งคิดว่าถ้าเขาจะทำก็เป็นเรื่องสิทธิส่วนบุคคล แต่สำหรับตนคงจะไม่ไหว ในความคิดเห็นส่วนตัวแม้ว่ามันคือแฟชั่นแต่ก็เป็นเรื่องที่ล้ำเส้นไปสำหรับสังคมบ้านเรา คนที่เลือกเสพแฟชั่นแบบนี้ก็ควรจะใช้วิจารณญาณ เมืองไทยความปลอดภัยไม่ได้ดีเหมือนต่างประเทศ คุณจะมั่นใจได้อย่างไรว่าแต่งแบบนี้เวลาไปเที่ยวกลางคืนแล้วจะได้กลับบ้านแบบปลอดภัย วัฒนธรรมของบ้านเราก็รับไม่ได้กับเรื่องนี้ จึงไม่ควรที่จะทำ
ลูกตาล-อลิษา วิลล์ ก็กล่าวว่า เคยได้ยินข่าวว่ามีคนทำแบบนี้ ซึ่งก็เข้าใจว่าคนที่เขาทำก็อาจจะแบบว่าไม่ได้ให้ใครมองก็ได้ แต่สำหรับตัวเองแล้วคิดว่าไม่กล้าทำแบบนี้แน่นอน แค่ไม่ใส่กางเกงในก็ดูน่าเกลียดพออยู่แล้ว การไปย้อมสีอีก ซึ่งถ้าย้อมแล้วไม่โชว์ก็ถือว่าเป็นสิทธิส่วนบุคคล แต่ถ้าโชว์ก็ไม่ควร และก็ขัดกับวัฒนธรรมที่ดีของไทยเรามากๆ
แพนเค้ก-เขมนิจ จามิกรณ์ กล่าวว่า ได้ฟังข่าวแล้วรู้สึกสลดใจมาก ในความคิดมองว่าการทำแบบนี้ไม่เหมาะสม กางเกงในเป็นสิ่งที่เราใส่กันอยู่แล้วเพราะว่ามันจะช่วยเซฟอวัยวะส่วนที่สงวน เข้าใจว่าสังคมไทยมีอะไรเปลี่ยนไปเยอะแต่บางอย่างเช่นเรื่องนี้เรารับมาจากทางตะวันตกหมดก็ไม่ได้ ที่เมืองนอกเขามีวัฒนธรรมแบบนั้น อย่างเช่นไม่ใส่ยกทรงถือว่าเป็นเรื่องปกติ แต่เมืองไทยเป็นอะไรที่ละเอียดอ่อน ส่วนการทำไฮไลต์ขนในที่ลับ เพิ่งเคยได้ยินจริงๆ ยิ่งพอรู้ว่าเกิดขึ้นกับวัยรุ่นไทย คิดว่าเดี๋ยวนี้บ้านเราเป็นขนาดนี้แล้วหรือ และบริเวณนั้นเป็นของลับของสงวนไม่ควรจะเอามาโชว์ พิ้งกี้-สาวิกา ไชยเดช กล่าวว่า ตกใจที่ได้ยินข่าวแบบนี้ งง คิดว่ามันไม่น่าจะเกิดขึ้นในสังคมไทย เรารู้กันมาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้วว่า เราใส่กางเกงในเพื่อปกปิดของสงวน จะทำอะไรจึงควรที่จะนึกถึงประเพณีไทยด้วย จะไปอ้างว่าไปเลียนแบบดารานอกนั้นไม่ถูกต้อง เพราะว่าวัฒนธรรมเราต่างกัน จะทำอะไรให้นึกถึงตัวเอง นึก ถึงครอบครัวบ้างว่าถ้าทำไปแล้วจะขายหน้าขนาดไหน
ส่วนจุ๋ย-วรัทยา นิลคูหา กล่าวว่า ไม่เหมาะด้วยประการทั้งปวงที่จะมาทำแบบนี้ การที่เราเป็นผู้หญิงของลับของสงวนก็ควรเก็บให้มิดชิด ถ้าไม่ใส่กางเกง ฝุ่นก็จะเข้าได้ง่าย ยิ่งการไปทำไฮไลต์ขนก็ยิ่งน่าจะเสี่ยงกับอันตราย สีที่ทำก็จะมีผลข้างเคียงหรือเปล่าก็ไม่รู้ และเท่าที่รู้มา เรื่องแบบนี้ไม่ใช่แฟชั่นที่ควรจะเลียนแบบเลย ทุกอย่างที่ทำเป็นความเสี่ยงต่อความปลอดภัยของผู้หญิงทั้งนั้น
การแต่งกายนั้นถือเป็น สิ่งแรกที่คนอื่นเขาจะได้เห็นจากตัวเรานะครับ......ถ้าแต่งกายดี ก็ชวนให้น่าคบน่าติดตาม.....ถ้าแต่งกายไม่ดี...ก็เจอกันใหม่ที่ทางช้างเผือกแล้วกัน.....ซึ่งทุกวันนี้ พี่ลาเต้ เห็นว่าการแต่งกายนั้น....จะเน้นแต่ให้ดูเด่น ดูโดด ดูน่าสนใจไว้ก่อน....จนลืมคำว่า ดูดี ไป แต่ถ้าใครมีทั้ง ดูโดด เด่น ดูดี ดูน่าสนใจหละก็.....พี่ลาเต้ ก็ขอสนับสนุนเต็มที่ครับ.....
พี่ลาเต้ขอขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจากหนังสือพิมพ์ข่าวสด
|
47 ความคิดเห็น
น่าเกลียดกานจิงๆ
เลียนแบบเด็กญี่ปุ่น เด็กนานาชาติ มั้งค่ะ
แต่นครศรีธรมราชเนี่ยนะ จะน่าดูรึป่าวเนี่ย
รับไม่ได้ น่าเกลียดที่สุด
ก็นานาชาติมันกระปรงสั้นอะ จะให้ทำไง ถ้าไม่ใส่สั้นตามเด๋วก็โดนพวก 11รดแกล้งอะ แถมแกล้งกันแรงด้วย
ไม่เหมาะสมเลยถ้าอยากทำก้อไปอยู่ประเทศที่เขาให้โชว์ของลับไปเลย อย่ามาอยู่ประเทศไทยน่ะ