|
สวัสดีครับ พี่ลาเต้ มาประจัญการแล้วอีกเช่นเคย.....วันนี้ พี่ลาเต้ จะพาไปรู้จักเรื่องราวของการขายของ....แต่ต้องบอกว่าการขายของในที่ว่านี้ ไม่ได้วางขายอยู่ในห้างสรรสินค้า หรือร้านสะดวกซื้อต่างๆแน่นอน....เพราะที่ พี่ลาเต้ กำลังพูดถึงนั้นก็คือการวางขายอยู่กับดิน...จนเป็นที่มาคำว่า แบกะดิน....แต่จะเป็นอย่างไรนั้น....ลองไปดูรายละเอียดกันครับ.....
ในอดีตหากกล่าวถึงการขายของตามทางเดินเท้า หรือเรียกง่ายๆว่า แบกะดิน คงจะไม่ค่อยน่าพิสมัยสักเท่าใดนัก ทว่าการขายของในลักษณะนี้กลับกลายเป็นเรื่องปกติในสังคมปัจจุบัน แถมยังเป็นสิ่งน่าชื่นชมจากผู้พบเห็นอีกด้วย
ซึ่งเมื่อลองนึกย้อนดูแล้ว มุมมองและค่านิยมดังกล่าวได้เปลี่ยนแปลงไปร่วม 10 ปีเห็นจะได้ นับตั้งแต่สภาพเศรษฐกิจเริ่มเข้าสู่ภาวะตกต่ำ การหารายได้พิเศษของเด็กวัยรุ่นนอกเหนือจากค่าขนมที่ได้รับจากครอบครัวจึงเริ่มเป็นที่สนใจมากขึ้น ซึ่งการขายของแบกะดินที่ไม่ต้องลงทุนเปิดร้านเองจึงกลายเป็นอีกหนึ่งเทรนด์ที่เหล่าวัยทีนนิยม
มือใหม่อย่าง วุ้น - เทียนชัย และจิ๋ว - ปิยะรัตน์ สองเพื่อนสนิทคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ตั้งโต๊ะขายเครื่องประดับเก๋ ๆ ในตลาดนัดของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รังสิต ด้วยใบหน้ายิ้มแย้มและประโยคเรียกลูกค้าที่ดูเป็นกันเองทำให้มีลูกค้าแวะเวียนเข้ามาอยู่ไม่ขาด โดยวุ้นได้เปิดเผยว่าเพิ่งเริ่มขายครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 เท่านั้น ซึ่งเจ้าตัวอยากลองหาประสบการณ์แปลกใหม่ แถมไม่ได้คาดหวังกำไรมากมายอะไรนัก
เพิ่งเริ่มขายเป็นครั้งที่สองครับ แรก ๆ เราอยากลองขายดูเฉย ๆ เอาความสนุกไว้ก่อน ในส่วนของกำไรจะมากจะน้อยถือว่าเป็นเรื่องรองครับ ทางพ่อกับแม่ก็รู้ว่าเราขายของแบบนี้และสนับสนุนเต็มที่ แหล่งหาซื้อของพวกนี้ก็ได้จากสำเพ็งครับ ส่วนแบบหรือความครีเอทมาจากตลาดอินดี้ที่สยามและจตุจักร เราจะดูเป็นตัวอย่างแล้วเอามาปรับเปลี่ยนเองครับ
จากที่ขายครั้งที่แล้วได้เงินประมาณ 1,000 กว่าบาทครับ หักลบแล้วได้กำไรประมาณ 100-200 บาทต่อคน อาจจะไม่มากแต่พอได้มาทำตรงนี้ นอกจากความสนุกแล้ว พวกเรายังได้ประสบการณ์ ได้รู้ว่าเงินมันหายากลำบากแค่ไหน รู้จักบริหารเวลาให้เป็นด้วยครับ
ตลาดนัดรังสิตยังไม่หมดเพียงเท่านี้ แหล่งรวมสินค้าวัยรุ่นคงจะขาดร้านขายเสื้อผ้าไปไม่ได้ โดยพีช - วรรพา และ หยก - อมรรัตน์ สองสาวจากโครงการรัสเซียศึกษาชั้นปีที่ 4 คณะศิลปศาสตร์ ลูกแม่โดม เผยความในใจว่าจุดประสงค์ที่คิดจะขายของเพราะต้องการจะหารายได้พิเศษ ซึ่งทางครอบครัวของพวกเธอก็สนับสนุนเต็มที่
พวกหนูขายเสื้อยืดวัยรุ่นค่ะ คือจะซื้อเสื้อเปล่ามาแล้วสกรีนลายกันเอง ออกแบบเองเลยค่ะ ครั้งแรกจะช่วยพี่สาวขายก่อนแล้วค่อย ๆ เริ่มเข้ามาขายเต็มตัว เราจะขายแค่วันจันทร์กับวันพฤหัสที่มหาวิทยาลัยมีตลาดนัดค่ะ ซึ่งส่วนใหญ่คนที่มาซื้อก็เป็นเพื่อน ๆ นักศึกษาด้วยกันเองนี่ล่ะค่ะ
พวกเราเพิ่งเริ่มขายตอนต้นเทอมแรกค่ะ เพราะหลัก ๆ คือตั้งใจจะหารายได้พิเศษ อยากลองขายดู ซึ่งที่บ้านก็ไม่ได้ว่าอะไร คุณแม่ก็สนับสนุน
พอย้ายมาแถวย่านท่าพระจันทร์ หนุ่มโก้ อกนิษฐ์และเพื่อน ๆ นักศึกษาชั้นปีที่ 1 จากคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิตได้รวมกลุ่มกันขายเครื่องประดับแฮนด์ เมด พวกกระเป๋า สายห้อยมือถือ รวมไปถึงพวงกุญแจหลากสไตล์ โดยโก้กล่าวว่าตนกับเพื่อน ๆ ขายของเป็นงานอดิเรกมาได้ระยะหนึ่งแล้ว ว่างเมื่อไรก็จะมาตั้งร้านขาย นอกจากนี้โก้ยังเปิดเผยว่าการที่จะทำของออกมาขายนั้นสิ่งสำคัญคือต้องสำรวจตลาดความต้องการก่อน
ถ้ามีเวลาว่างผมกับเพื่อน ๆ จะมาช่วยกันขายของที่ท่าพระจันทร์ครับ ซึ่งก็มาขายกันได้นานพอสมควรแล้ว สิ่งที่ได้คือรู้ค่าของเงินจากประสบการณ์จริง เพราะบางครั้งเราแค่ฟังผู้ใหญ่สอน ไม่ได้เจอกับตัวก็ไม่รู้หรอกครับว่าเงินมันหายากแค่ไหน
พวกผมจะมาตั้งแผงขายตั้งแต่ตอนช่วงเย็นๆจนถึงประมาณทุ่มครึ่งครับ ของที่ขายพวกผมก็หาซื้อตามท้องตลาดทั่วไปแล้วนำมาดัดแปลงเองครับ เป็นของแฮนด์ เมด ทำกันเอง ซึ่งก็ต้องดูกระแสด้วยว่าตอนนี้วัยรุ่นเค้านิยมอะไรกัน เทรนด์ไหนกำลังมาแรงเพื่อที่จะได้ทำออกมาตอบรับได้ตรงกับความต้องการของตลาดครับ
ถึงจะเป็นเพียงงานอดิเรกเล็ก ๆ น้อย ๆ แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีทางขยับขยายเป็นธุรกิจที่สามารถรายได้เป็นกอบเป็นกำได้ อย่างน้ำหวาน อัจจิมา บัณฑิตหมาด ๆจากคณะรัฐศาสตร์ ที่นอกเหนือจากงานประจำแล้ว เธอยังเลือกถักตุ๊กตาน่ารัก ๆ เป็นอาชีพเสริมซึ่งก็ดูท่าทางจะไปได้สวยถึงขนาดมีเวบไซต์เป็นของตัวเองโดยเฉพาะ
ธุรกิจนี้เริ่มจากที่พี่สาวเป็นคนชอบทำงานประดิดประดอยค่ะ พอทำได้ประมาณนึงเลยลองมาขายดู ตอนแรกทำเล่นๆก่อน แล้วผลตอบรับค่อนข้างดีค่ะ นอกจากขายที่ตลาดนัดแล้วยังมีทำเวบไซต์ด้วย หวานเริ่มทำเป็นธุรกิจจริงจังได้ประมาณครึ่งปีแล้วค่ะ ซึ่งรายได้จากตรงนี้จะให้ตอบเป็นกำไรค่อนข้างยากค่ะ ถึงต้นทุนจะไม่มากแต่มันเป็นงานที่ใช้ฝีมือและความอดทนค่อนข้างเยอะ สิ่งที่ได้จากการขาย อย่างหลักๆเลยคือมีรายได้พิเศษเพิ่มมาอีกทางค่ะ นอกจากนี้ยังทำให้เราได้ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ด้วยค่ะ
ปิดท้ายด้วยนักศึกษาคนเก่งที่มีร้านขายเสื้อผ้าและเครื่องประดับเป็นของตัวเองทั้งที่ยังเรียนอยู่ อย่างสาวแคท ฉัฐณิศ กลิ่นจัตุรัส นักศึกษาคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง โดยตัวเธอเผยว่า เหตุผลที่เปิดร้านขายในตลาดนัดจตุจักรเพราะมีพี่ชายขายอยู่ก่อนแล้ว ซึ่งเธอกับพี่สาวสนใจจึงลองมาขายบ้าง
เริ่มแรกพี่ชายขายของอยู่ที่จัตุจักรนี่ก่อนแล้วค่ะ แคทกับพี่สาวค่อยตามมาขายทีหลังค่ะ จะมีสองร้าน ขายพวกเสื้อผ้าผู้หญิงและร้านฝั่งตรงข้ามขายเครื่องประดับ ร้านนี้เปิดมาได้ปีกว่าแล้วค่ะ แต่ช่วงนี้ค่อนข้างเงียบขายไม่ค่อยดีเท่าไหร่ อย่างพวกเครื่องประดับจะมียอดตกลงไปค่อนข้างมาก เสื้อยืดจะขายดีกว่า พอได้มาขายเองแบบนี้ก็รู้สึกแปลกใหม่ดีค่ะ เจอคนเยอะดี สาวแคทกล่าวทิ้งท้าย
ก็ถือว่าเป็นสิ่งที่ดีนะครับ...พี่ลาเต้ ว่าได้ประโยชน์ทั้งตัวผู้ซื้อและตัวผู้ขายเลยหละครับ.....เพราะอย่างน้อยก็ถือเป็นการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ทั้ง 2 ฝ่ายนะครับผม....ส่วนน้องๆชาวเด็กดีคนไหนมีแนวคิดว่าจะไปนำของไป แบกะดิน ขายเหมือนคนอื่นๆบ้าง....ก้อย่าลืมส่งข่าวมาหา พี่ลาเต้ นะครับ....เดี๋ยวจะไปอุดหนุน....
พี่ลาเต้ขอขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจากผู้จัดการออนไลน์
|
1 ความคิดเห็น