|
ในโอกาสที่สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จฯ พร้อมด้วยพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาฯ และพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติ ยังเมือง มิวนิก รัฐบาวาเรีย ประเทศเยอรมนี สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร โปรดเกล้าฯ ให้พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติ ทรงเข้าศึกษา Pre-School ที่โรงเรียน Haus des Kindes (แปลว่าบ้านเด็ก) เป็นโรงเรียนสังกัดรัฐบาลเยอรมนี มีนักเรียน 83 คน มีครู 12 คน โดยนางจานา คาร์ล เป็นผู้จัดการและเป็นพระอาจารย์ประจำพระองค์ โดยพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติ ทรงถูกจัดให้อยู่ชั้นเด็กอายุ 2 ขวบครึ่งถึง 5 ขวบ ห้องสีเขียว และทรงมีพระชันษาน้อยที่สุด
โดยวันแรกที่ทรงเข้าศึกษา คือวันที่ 10 ก.ย. 50 พระองค์ทรงมีอุปสรรคเรื่องการสื่อสารกับครูและเพื่อน แต่ด้วยพระวิริยอุตสาหะไม่ย่อ ท้อต่ออุปสรรค ทรงสร้างปฏิสัมพันธ์กับครูและเพื่อน โดยหยิบของเล่นประทานแก่ครูและ เพื่อน ๆ ทรงทำเสียงต่าง ๆ เช่น เสียงรถ เครื่องบิน เสียงสัตว์ หรือบางครั้งทรงใช้วิธีถามครูว่า นี่อะไร เมื่อครูพูดตามว่า นี่อะไร ก็จะรับสั่งต่อว่า เตารีด...รีดผ้า ถ้วยกาแฟ...ร้อนพร้อมกับทำตัวอย่างรีดผ้า ดื่มกาแฟให้ครูดู ซึ่งส่วนใหญ่พระองค์จะทรงสอนครูและเพื่อน ๆ ให้รู้จักภาษาไทย เช่น ทรงชี้สิ่งของแล้วรับสั่งว่า อันนี้โยเกิร์ต อันนี้นม เป็นต้น โดยการเสด็จไปโรงเรียนพระองค์จะทรงขับร้องเพลงโรง เรียนของเราน่าอยู่และทักทายเจ้าหน้าที่สถานทูตที่มาส่งเสด็จด้วย
ในวันที่ 2 พระองค์ทรงมีขนมช็อกโก แลตรูปกรวยไปประทานให้เพื่อน ๆ ทุกคน รวมถึงส้มและลองกองประทานให้ครู โดยโรงเรียนได้จัดกิจกรรมกลุ่มและสนามถวาย เช่น ร้องเพลงและปรบมือตามจังหวะ พระองค์ทรงให้ความร่วมมืออย่างดี ถึงแม้บางครั้งจะทรงเหนื่อย และง่วง ก็ทรงร่วมกิจกรรมตั้งแต่ต้นจนจบด้วยความอดทน พระองค์โปรดกิจกรรมกลางสนามมาก ทุกครั้งที่มีกิจกรรมกลางสนาม ครูจะถวายฉลองพระองค์กันหนาว พระมาลาไหมพรมและฉลองพระบาทบู๊ต โดยพระองค์ทรงเล่นคันโยกสำหรับปั๊มน้ำ ชิงช้า บ้านจำลอง มุดพงหญ้า รถจักรยานสามล้อ โดยพระองค์จะประทับนั่งข้างหลังเป็นผู้โดยสาร และมีพระสหายเป็นผู้ถีบจักรยานถวาย
สำหรับพระองค์ถือว่าทรงเป็นนักสู้พระองค์หนึ่ง เพราะครั้งหนึ่งทรงถูกเพื่อนที่ตัวใหญ่กว่าแกล้งเตะพระที่นั่ง (ก้น) และตีพระเศียร พระองค์ทรงไม่ยอมถูกรังแก ทรงตีเพื่อนคนนั้น กลับคืน จากนั้นทรงยื่นพระหัตถ์ให้เพื่อนคนดังกล่าว และรับสั่งว่า เป่า ๆ (หมายถึงทรงเจ็บพระหัตถ์ที่ตีเพื่อนและให้เพื่อนคนดังกล่าวช่วยเป่า) นับว่าเป็นความน่ารักของพระองค์อีกมุมหนึ่ง และเป็นวิธีระงับความขัดแย้ง ยุติการตอบโต้ และเมื่อถึงเวลาอาหารกลางวันพระองค์หัดเสวยพระกระยาหารที่ทางโรงเรียนจัดถวาย โปรดแฮมเบอเกอร์เนื้อและสตูไก่เป็นพิเศษ
ในการเสด็จมาโรงเรียนพระองค์ทรงมีพระสหายใกล้ชิด 3 คน เป็นพระสหายหญิง 1 คน ชื่อ Lidy พระสหายชาย 2 คน ชื่อ Lukas และ Jonathan พระสหายทั้ง 3 คน จะคอยจูงพระหัตถ์พระองค์ทีฯคนละข้าง พาพระดำเนินไปเล่นตามสถานที่ต่าง ๆ พร้อมทั้งคอยดูแลไม่ให้เพื่อน ๆ คนอื่นมารังแก และเมื่อใดที่พระองค์ทีฯ พระดำเนินไปยังสถานที่หวงห้าม พระสหายในชั้นจะช่วยกันมากั้นพระองค์ทีฯไว้ และร้องห้ามเป็นภาษาไทยว่า ไม่เอา...พระองค์ทีฯ โดยการใช้ชีวิตใน Pre-School ต่างแดน พระองค์ทรงปรับพระองค์ให้อยู่ร่วมกับครูและเพื่อน ๆ ทรงพยายามที่จะเรียนรู้ในการใช้ชีวิตร่วมกับบุคคลต่างเชื้อชาติ ต่างศาสนา ต่างภาษา และวัฒนธรรม ทรงดูแลและช่วยพระองค์เอง ด้วยความเข้มแข็งอดทน
พี่ลาเต้ขอขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจากหนังสือพิมพ์เดลินิวส์
|
7 ความคิดเห็น