|
ออกมาแล้ว.....ออกมาแล้วครับ......ที่ออกมานี้ไม่ใช่ลูกหมีแพนด้า ที่ออกมาลืมตาดูโลกหรือไร.....แต่เป็นการออกพจนานุกรมฉบับใหม่ต่างหาก
.ซึ่งนอกจากการออกมาปรับปรุงใหม่ครั้งนี้แล้ว....ยังมีการเพิ่มและบัญญัติศัพท์ลงไปใหม่ด้วย......แต่ละมีคำอะไรบ้างนั่น....เราไปอ่านพร้อมๆกับ พี่ลาเต้ กันเลย
โดยราชบัณฑิตฯ เผยโฉมปกพจนานุกรมคำใหม่ พร้อมวางจำหน่าย 22 ต.ค.เชิญชวนประชาชนส่งคำศัพท์ใหม่บรรจุเพิ่มเติม เพราะ คำ มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา พร้อมออกพจนานุกรรมคำศัพท์กีฬาเอาใจคนรักกีฬา
 |
ที่ราชบัณฑิตยสถาน นางจินตนา พันธุฟัก เลขาธิการราชบัณฑิยสถาน นางกาญจนา นาคสกุล ประธานคณะกรรมการจัดทำพจนานุกรมคำใหม่ฉบับราชบัณฑิตยสถาน และนายพีระ พนาสุภน กรรมการผู้จัดการบริษัท สำนักพิมพ์แม็ค จำกัด ได้ร่วมกันลงนามในสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิในการจัดพิมพ์และวางจำหน่ายหนังสือพจนานุกรมคำใหม่ และหนังสือศัพท์การกีฬาและวิทยาศาสตร์การกีฬาอังกฤษ-ไทย ไทย-อังกฤษฉบับราชบัณฑิตยสถาน นางจินตนา กล่าวว่า ราชบัณฑิตยสถานได้อนุญาตให้บริษัท สำนักพิมพ์แม็ค จำกัด เป็นผู้จัดพิมพ์และจำหน่ายหนังสือพจนานุกรมคำใหม่ และหนังสือศัพท์การกีฬาและวิทยาศาสตร์การกีฬา เนื่องจากเป็นบริษัทที่มีความเชี่ยวชาญด้านการจัดพิมพ์หนังสือวิชาการ ซึ่งเป็นนิมิตหมายอันดีที่ได้รับความร่วมมือจากภาคเอกชน เชื่อว่า หนังสือดังกล่าวจะเป็นประโยชน์ต่อประชาชนทุกเพศทุกวัย โดยเฉพาะหนังสือศัพท์การกีฬาและวิทยาศาสตร์การกีฬา ซึ่งหนังสือดังกล่าวเกิดจากความต้องการของสมาคมสุขศึกษา พลศึกษา และนันทนาการต่างประเทศไทยขอให้ราชบัณฑิตยสถานเป็นผู้รวบรวมคำศัพท์วิชาการทางกีฬา วิทยาศาสตร์การกีฬา และนันทนาการใหม่ๆ ทั้งภาษาไทยและต่างประเทศ อาทิ กรีฑา ยิงธนู บาสเกตบอล เป็นต้น ซึ่งขณะนี้มีจำนวนมากและมีการใช้แตกต่างกันจนไม่สามารถสื่อความหมายให้เข้าใจตรงกันได้ จึงรวบรวมคำศัพท์ทางกีฬาจำนวน 5,391 คำบรรจุในหนังสือดังกล่าว เพื่อให้นำไปใช้เป็นมาตรฐานเดียวกัน และช่วยให้ผู้สนใจกีฬาสามารถรับชมกีฬาเข้าใจมากขึ้น นายพีระ กล่าวว่า เบื้องต้นจะจัดพิมพ์หนังสื่อพจนานุกรมคำใหม่ ฉบับราชบัณฑิตยสถานจำนวน 50,000 เล่ม จำหน่ายในราคาเล่มละ 100 บาท มีความหนาจำนวน 150 หน้า เนื้อในกระดาษถนอมสายตา 75 แกรม ส่วนหนังสือศัพท์การกีฬาและวิทยาศาสตร์การกีฬาอังกฤษ-ไทย ไทย-อังกฤษฉบับราชบัณฑิตยสถานจะจัดพิมพ์จำนวน 10,000 เล่ม จำหน่ายราคาเล่มละ 130 บาท มีความหนาจำนวน 200 หน้า เนื้อในกระดาษถนอมสายตา 75 แกรม คาดว่าจะสามารถวางจำหน่ายทั่วประเทศในวันที่ 22 ตุลาคม 2550 นายพีระ กล่าวอีกว่า นอกจากเนื้อหาของหนังสือจะน่าสนใจและเป็นประโยชน์แก่ผู้อ่านทุกเพศทุกวัยแล้ว ยังได้ออกแบบปกหนังสือให้มีความทันสมัย โดยได้ร่วมกับราชบัณฑิตยสถานออกแบบปกหนังสือให้มีสีสันสวยงาม ดึงดูดความสนใจของประชาชนทุกวัย โดยใช้สีชมพูเป็นหลัก และคัดเลือกคำศัพท์ที่บรรจุภายในเล่มมาวางบนหน้าปก เพื่อกระตุ้นความสนใจของผู้พบเห็นเข้ามาชมและชื้อหาไปครอบครอง โดยวันที่ 22 ตุลาคม ตนจะนำหนังสื่อทั้ง 2 เล่มไปเปิดตัวในงานมหกรรมหนังสือแห่งชาติ ที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ พร้อมทั้งจัดสัมมนาเกี่ยวกับพจนานุกรมคำใหม่ เพื่อให้ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับหนังสือดังกล่าวแก่นักเรียน ครู อาจารย์ และนักวิชาการต่างๆ นางกาญจนา กล่าวว่า คำศัพท์ใหม่ที่จะบรรจุในพจนานุกรมคำใหม่ครั้งนี้มีทั้งหมดจำนวน 1,576 คำ ซึ่งคณะกรรมการได้คัดเลือกแล้วว่าเหมาะสมที่จะนำไปบรรจุในหนังสือเล่มแรก เน้นคำใหม่ที่ยังไม่ได้บรรจุในพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน อย่างไรก็ตาม ตนได้เก็บรวบรวมคำใหม่อย่างต่อเนื่อง เพราะมีคำใหม่เกิดขึ้นตลอดเวลา อย่างล่าสุดได้เก็บคำว่า ฟอกรถ จากที่เดิมที่เคยได้ยินคำว่า ฟอกเงิน คาดว่า ปี 2552 จะจัดพิมพ์พจนานุกรมคำใหม่ ฉบับราชบัณฑิตยสถานเล่มที่สอง ขณะนี้มีคำศัพท์ใหม่เกิดขึ้นทุกวัน บางคำเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา อย่างคำว่า กางเกงใน เปลี่ยนมาใช้คำว่า กางเกงลิง กระทั่งเหลือใช้คำว่า ลิง ตัวเดียว เหล่านี้ต้องระบุถึงที่มาที่ไป เพื่อให้คนรุ่นหลังเข้าใจ จึงขอเชิญชวนประชาชนเสนอคำศัพท์ใหม่เพิ่มเติมอย่างที่ผ่านมา ซึ่งได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี
ตื่นเต้นจังเลยนะครับ....เพราะพจนานุกรมฉบับนี้มีคำศัพท์ใหม่ๆที่เพิ่มขึ้นมากถึง 1,500 ชื่อเลยหละครับ.....งั้นเช้าตรู่ของวันที่ 22 ตุลาคมนี้ พี่ลาเต้ ต้องไปจองพื้นที่ที่มหกรรมหนังสือแห่งชาติซะแล้ว.....เพราะเขาจะมีการเปิดตัวพจนานุกรมเล่มนี้ครับ....พี่ลาเต้ ว่าจะซื้อเก็บไว้ด้วยนะ.....จะได้ไม่ตกเทรนด์ และฝึกการใช้ภาษาไทยให้ถูกต้องด้วยครับ......
พี่ลาเต้ขอขอบคุณข้อมูลจากผู้จัดการออนไลน์
|
5 ความคิดเห็น
ใช้แต่ลิขสิทธิ์ของเก่าๆ
ศัพท์บางศัพท์เค้าเลิกใช้กานแล้ว
ก็ยังเอามาใช้อยู่อีก
เช่นคำว่า deligent ที่แปลว่าขยันอ่า เดี๋ยวนี้
เค้าใช้คำว่า work hard แทนแล้วนะ
เมื่อภาษาไทย ยังมีการเปลี่ยนแปลงเพิ่มศัพท์บ้างเลย
แล้วไฉนใดเล่าที่ dictionary จะไม่มีการเปลี่ยนแปลง
มัวแต่กลัวที่จะเสียเงินซื้อลิขสิทธิ์มาทำใหม่
ก็เลยทำให้ประเทศไทยยังเก่งภาษาอังกฤษไม่ทันเพื่อนบ้าน
ถ้าประเทศเราใส่ใจเรื่องนี้มากกว่านี้ เด็กไทยอาจจะได้รู้ศัพท์ทันสมัย
พอๆกับศัพท์เด็กแนวที่จะมีเพิ่มขึ้นในทุกๆวัน
ถ้ากระทรวงสนใจ เด็กไทยก็ไม่ล้าหลังหรอก
มัวแต่จะสร้างประเทศให้ทันสมัย
ลืมดูไปรึเปล่า ว่ายังมีปัญหาจุดนี้ที่ไม่ได้แก้ไข
dictionary ยังล้าหลัง เรียนละเอียด ถี่ยิบ
ประเทศที่เค้าประสบผลสำเร็จไม่เห็นจำเป็นจะต้องเรียนละเอียดขนาดนี้เลย
เค้าเรียนแค่พอรู้ พอจับหลักได้
แต่ประเทศไทย เหมือนเรียนเพื่อเอาไปใช้จริง
อาทิ พหุนาม ดาราศาสตร์ ไม่รู้จะเรียนละเอียดทำไม
โตไป เราจะใช้พหุนามทำอะไรได้
แค่เรียนสมการ บวก ลบ คูณ หาร แค่นี้ก็พอ
เรียนอย่างนี้
คนที่เรียนไม่ได้ เรียนไม่ทัน เค้าก็ไม่อยากเรียน
พอไม่อยากเรียน ก็ทำให้เกิด คนที่ไม่ได้เรียน พอไม่เรียน ก็ไม่มีวุฒิไปทำงาน
แล้วทีนี้ โจรใต้ ก็จะเลือกเด็กพวกนี้ที่ไม่มีอะไรทำ
มาเป็นพรรคพวก
ประเทศก็เป็นอย่างนี้ ภาคใต้ไม่สงบ เด็กก็เน้นเรียนที่เรียนพิเศษ
มากกว่าที่จะเรียนในห้องเรียนหรือโรงเรียนที่ศึกษาอยู่
อ้าว นอกเรื่องมาได้อย่างไรเนี่ย!!
ขอจบการแสดงความคิดเห็นไว้เพียงเท่านี้
***โปรดใช้วิจารณญานในการรับรู้
คำไทยต้องอนุรักษ์และรักษานะคุณ
ต่อๆ คห.3 ความจริงแล้วนะในสามจังหวัด เด็กที่เรียนเก่ง มักจะถูกชักชวนไปทำเรื่องไม่ดีมากกว่า
เพราะเด็กพวกนี้มักจะมีความรับผิดชอบ เช่นเรื่องการวางแผนหรือรเองการทำระเบิด
สว่นเรื่องเอาระเบิดไปวางพวกนี้ จะให้เด็กที่เรียนไม่เก่งไปทำงานเหล่านี้มากกว่านะ
บางครั้งจะได้ค่าจ้างเป็นยาบ้า ว่าๆไป