“กองทัพ พีค” หนุ่มวัย 15 ปี กับฝันยิ่งใหญ่ สักวันจะได้เป็นอย่างจัสติน บีเบอร์!


 



          น้องๆ ชาว Dek-D.com มีไอดอลหรือบุคคลต้นแบบกันมั้ยคะ? ...เชื่อว่าหลายคนมี! แต่จะมีกี่คนกันนะ ที่พยายามผลักดันตัวเองตามความฝันและประสบความสำเร็จได้จริงๆ พูดแล้วอาจจะยังนึกไม่ออก ลองมาอ่านสัมภาษณ์พิเศษตอนนี้กัน ...จากความชื่นชอบ จัสติน บีเบอร์ เปลี่ยนชีวิตคนๆ หนึ่งได้ยังไงบ้าง ตามมาเลย!

 


ทักทายเพื่อนๆ ชาว Dek-D.com หน่อยจ้า

           
สวัสดีครับทุกๆ คน ผมชื่อ พีค กองทัพ ป๋วยเฮง (กองทัพ พีค) นะครับ ผมอายุ 15 ปี สูง 184 เซนติเมตร ตอนนี้ผมกำลังศึกษาอยู่ที่ Sylvia Young Theatre School กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษครับ

จากงานอดิเรกที่ทำเล่นสนุกๆ ในที่สุดก็เริ่มจริงจังมากขึ้น

           
ผมชอบเรื่องการร้องเพลง การแสดงครับ จากความสามารถพิเศษที่ชอบร้องเพลง เต้นบัลเล่ต์ เต้นแท็ป เล่นกีตาร์ ตีกลอง เล่นละครเวที ถ่ายภาพ และงานอดิเรกก็คืออ่านหนังสือกับตัดต่อวิดีโอครับ ก็เลยเป็นเหตุผลสำคัญที่ตัดสินใจไปเรียนต่อที่ Sylvia Young Theatre School ซึ่งเป็นโรงเรียนสอนศิลปะการแสดงที่ผมชอบ ที่นี่สอนด้านการร้อง การเต้น และการแสดง ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ผมรักครับ

          นอกจากนี้แล้ว ผมยังมี จัสติน บีเบอร์ เป็นไอดอลและเป็นแรงบันดาลใจให้ผมเริ่มเล่นกีตาร์และร้องเพลงด้วย ทุกครั้งที่ผมได้ฟังเพลงหรือดูโชว์ของ จัสติน บีเบอร์ ผมก็หวังว่าสักวันหนึ่งผมจะมีโอกาสได้ร้องเพลงหรือทำโชว์ที่สามารถสร้างรอยยิ้มและความสุขให้แก่คนอื่นๆ เช่นกันครับ

 


ต่อให้รักในสิ่งที่ทำมากแค่ไหน ก็ยังต้องเรียนรู้อีกมาก

          การที่ผมไปเรียนที่ Sylvia Young Theatre School ทำให้ผมต้องไปใช้ชีวิตที่ต่างประเทศคนเดียว นอกจากไปเรียน ฝึกซ้อมและทำกิจกรรมกับเพื่อนที่โรงเรียนแล้ว เวลาว่างส่วนมากของผมทุ่มเทให้กับการหาความรู้เพิ่มเติมนอกเหนือจากสิ่งที่โรงเรียนสอนครับ อย่างเช่นกีตาร์ ผมเริ่มจากเปิดดูวิธีการเล่นในยูทูบ ศึกษาคอร์ดต่างๆ ในกูเกิ้ลและฝึกเล่นตามครับ

          ส่วนการตัดต่อวิดีโอ เริ่มจากผมสนใจการทำงานเบื้องหลัง อยากรู้ว่าวิธีการตัดต่อเป็นอย่างไร พอมีเวลาว่าง ผมก็หาข้อมูลและเริ่มศึกษาวิธีการตัดต่อและทดลองทำอย่างจริงจัง โดยใช้โซเชียลมีเดียช่วยในการเรียนรู้ของผมครับ เรียกว่าเรียนรู้ด้วยตัวเองเป็นส่วนมากเลยครับ

 


ไม่มีการเริ่มต้นใดๆ ไม่ต้องใช้ความพยายาม

          ก่อนจะไปเรียนที่ Sylvia Young Theatre School ตอนแรกคุณพ่อก็ห่วงมากครับ เพราะอายุยังน้อย แต่คุณแม่ก็บอกว่า ถ้าออดิชั่นผ่านจะให้ไปเรียนได้ ซึ่งพีคก็ออดิชั่นผ่านจนได้ครับ

          ตอนไปอยู่ลอนดอนใหม่ๆ ปรับตัวค่อนข้างยากครับ อากาศก็แตกต่างจากเมืองไทย ที่ลอนดอนอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อยมากครับ บางวันร้อนมาก บางวันลมแรงซึ่งยากมากสำหรับการปรับตัวและทำให้ป่วยบ่อยครับ ในเดือนแรกเป็นช่วงที่แย่มากสำหรับผม เนื่องจากผมเป็นนักเรียนไทยคนเดียวในโรงเรียนและยังใช้ภาษาอังกฤษได้ไม่ค่อยดี ผมจำได้ว่าผมเข้าใจที่คุณครูและเพื่อนๆ พูด แต่พวกเขาไม่เข้าในสิ่งที่ผมพูดหรือต้องการสื่อสาร ตอนนั้นผมรู้สึกเหงาและโดดเดี่ยวมากครับเพราะสื่อสารกับคนอื่นๆ ไม่ได้เลย
    
          จากนั้นมาผมก็พยายามฝึกพูดภาษาอังกฤษและอ่านหนังสือเยอะมากเพื่อพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษของตัวเองให้ดีขึ้น จนกระทั่งผ่านไป 1 เทอม ผมสามารถใช้ภาษาอังกฤษได้ดีขึ้น กล้าที่จะพูดและสื่อสารกับคนอื่นมากขึ้นและผลการเรียนก็ดีขึ้นกว่าตอนแรกครับ จากที่คุณครูพยายามให้ผมสื่อสารกับคนอื่นเยอะๆ จนตอนนี้ต้องบอกให้ผมหยุดพูดบ้าง :-)

 


แม้จะชอบเรียนรู้ แต่ก็ต้องค้นหาสิ่งที่ถนัดที่สุดให้เจอ

          
ที่ถนัดที่สุดของผมคือเปียโนครับ เพราะเป็นเครื่องดนตรีชิ้นแรกที่ผมเล่น และทุกๆ ครั้งที่ผมเล่นเปียโนผมรู้สึกผูกพันและมีความสุขทุกๆ ครั้งครับ

การสนับสนุนจากครอบครัว เป็นสิ่งสำคัญที่สุด

           
ครอบครัวผมจะอยู่ข้างๆ คอยให้ความรักและความอบอุ่นผมเสมอครับ อย่างเมื่อตอนเด็กๆ ผมเคยเป็นนักกีฬาว่ายน้ำ ในการแข่งขันทุกๆ ครั้ง เมื่อผมมองไปรอบๆ สระ ผมจะพบพวกเขาคอยให้กำลังใจและอยู่เคียงข้างผมเสมอครับ 

          ตอนนี้ ความฝันของผมยังเหมือนเดิมครับ เป็นฝันเดียวที่ผมมี ผมพยายามที่จะพัฒนาตัวเองในทุกๆ ด้าน และฝึกฝนทุกๆ วัน เพื่อที่จะก้าวไปให้ถึงฝันนั้นครับ วันหนึ่งผมอยากตื่นขึ้นมาแล้วพบว่า ฝันของผมเป็นจริง ถึงแม้ว่าตอนนี้ผมยังเด็กแต่ผมก็ไม่ท้อและจะพัฒนาตัวเองไปเรื่อยๆ ครับ 

 


ทุกโอกาสที่ผ่านเข้ามา ควรต้องคว้าเอาไว้

           
โอกาสดีๆ ทุกๆ โอกาสที่ผ่านเข้ามาในชีวิตผมจะคว้าโอกาสเหล่านั้นไว้ครับ เมื่อก่อนผมคิดว่าการถ่ายแบบเป็นเรื่องที่น่าเบื่อ แต่หลังจากที่ผมได้ลองถ่ายรูปเก็บโปรไฟล์และทำกิจกรรมที่โรงเรียนผมก็รู้สึกสนุกและชอบครับ ส่วนการแสดงเป็นสิ่งที่ผมรักครับ และถ้ามีโอกาสผมก็ยินดีที่จะทำครับ ส่วนระหว่างงานเบื้องหน้ากับเบื้องหลัง ตอนนี้ผมชอบงานเบื้องหน้ามากกว่าครับ เพราะฝันของผมคืออยากสร้างรอยยิ้มและทำให้ทุกๆ คนมีความสุขครับ

ค้นหาตัวเองให้เจอ แล้วลงมือทำให้เต็มที่

           
ทุกๆ คนครับ หากคุณมีความฝัน กำหนดเป้าหมายนั้นให้ชัดเจนแล้วก้าวไปข้างหน้าทำสิ่งที่คุณรัก อย่าหยุดจนกว่าคุณจะได้ฝันนั้นมา ผมเชื่อว่าหากพยายามเต็มที่และลงมือทำแล้วคุณจะไปถึงฝันนั้นแน่นอนครับ

          สำหรับตัวผมอยากเรียนและพัฒนาทักษะทุกๆ ด้านที่จะส่งเสริมงานของผมให้ดีขึ้นครับโดยเฉพาะการร้องเพลง เพราะเสียงผมเปลี่ยนและเริ่มจะคงที่แล้ว ผมอยากจะฝึกการใช้เสียงให้ดีขึ้นและร้องเพลงได้หลากหลายขึ้นครับ

          ส่วนจะเป็นยังไงต่อไป คงต้องฝากให้เพื่อนๆ ช่วยเป็นกำลังใจและติดตามกันครับ ตอนนี้ผมอยู่เกรด 11 ผมจะเรียนจบและกลับมาเมืองไทยปีหน้า รอผมด้วยนะครับ เจอกันครับ :-)

 


          ไม่น่าเชื่อว่าจากเด็กอายุ 12 ที่มุ่งมั่นตามฝันไปเรียนต่อต่างประเทศ อยู่คนเดียวในสภาพแวดล้อมใหม่ๆ อดทน และเข้มงวดกันตนเองอย่างหนักกว่าจะมีความสามารถรอบด้านขนาดนี้ ก็หวังว่าพี่จูนจะได้เห็นน้องพีคโดดเด่นเป็นที่รักของทุกคนอย่างที่หวังไว้นะคะ 

         น้องๆ ชาว Dek-D.com ละค่ะ ฝันอยากจะเป็นอะไร และมีใครเป็นไอดอลกันบ้าง มาเม้าท์กันเลย 


 
พี่จูน
พี่จูน - Columnist บ.ก.บันเทิง/ไลฟ์สไตล์ ใจดีกว่าหน้าตา รักสัตว์ รักเด็ก อยากเป็นนางเอกและนางงาม

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

กำลังโหลด

6 ความคิดเห็น

กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
snowball99 Member 31 ส.ค. 60 13:01 น. 6

--- กิจกรรมแจกพวงกุญแจรูปน้องพีค ---

*เงื่อนไขในการรับ*

1.เข้าร่วมไลน์KONGTHAPFAN (ตามคิวอาร์โค้ดด้านล่าง)

2.แชร์คิวอาร์โค้ด (ตามคิวอาร์โค้ดด้านล่าง) ไปยัง เฟสบุ๊ค ไอจี ไลน์ หรือ ทวิต

3.เมื่อคุณโพสคิวอาร์โค้ด ไปยัง เฟสบุ๊ค ไอจี ไลน์ หรือ ทวิต แล้วแท็กเพื่อนอย่างน้อย 3 คน พร้อม ข้อความ อะไรก็ได้เพื่อเชิญชวนเพื่อนๆมาร่วมเป็นครอบครัวเดียวกับกองทัพพีค โดยติด #กองทัพของพีค #กองทัพพีค

4.จากนั้นเข้าไปกรอกรายละเอียดที่

https://goo.gl/forms/oPHRaAsEFpccF0ew1 (คลิก) กรอกรายละเอียดเพื่อรับพวงกุญแจ

แค่นี้ก็จะได้รับพวงกุญแจรูปน้องพีคแล้วค่ะ

ปล.ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ส่งฟรีค่ะhttps://image.dek-d.com/27/0618/9748/124968975

0
กำลังโหลด
กำลังโหลด