ความฝันสูงสุดของใครหลายคนคือการได้มีโอกาสท่องอวกาศสักครั้ง แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายที่ใครก็ไปได้ แต่วันนี้มีเด็กไทยคนหนึ่งที่มีความฝันแบบเดียวกัน ได้ขยับเข้าใกล้ความฝันไปอีกหนึ่งก้าว จากการส่งไอเดียการทดลองในอวกาศและได้รับการคัดเลือกจากองค์การสำรวจอวกาศญี่ปุ่น หรือ Japan Aerospace Exploration Agency (JAXA) ในการนำผลงานไปทดลองจริงนอกโลกโดย Onishi Takuya นักบินอวกาศชาวญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 14 กันยายนที่ผ่านมา จนเป็นข่าวออกตามหน้าสื่อหลายแขนงเลยทีเดียว
เขาคนนั้นมีชื่อว่า มอส วรวุฒิ จันทร์หอม นักศึกษาชั้นปี 2 คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ได้เป็น 1 ใน 5 ตัวแทนของเยาวชนในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ได้คิดไอเดียการทดลองที่มีชื่อว่า "การโค้งของผิวของเหลวในอวกาศ (Capillary in Zero gravity)" ซึ่งในทุกๆ ปี องค์การสำรวจอวกาศญี่ปุ่นจะเปิดรับไอเดียการทดลองในอวกาศเพื่อนำไปทำการทดลอง หาคำตอบไปพร้อมๆ กับเจ้าของไอเดีย และในปีนี้น้องมอสได้มีโอกาสครั้งสำคัญในการได้ชมการถ่ายทอดสดการทดลองของตนเองจากสถานีอวกาศนานาชาติ ศูนย์อวกาศสึคุบะ ประเทศญี่ปุ่น พร้อมทั้งได้ทำกิจกรรมหลักสูตรฝึกมนุษย์อวกาศอีกด้วย แค่ฟังก็รู้สึกตื่นเต้นมากแล้ว พี่มิ้นท์ว่าเรารีบไปทำความรู้จัก พี่มอส หรือ น้องมอส เจ้าของผลงาน Capillary in Zero gravity กันค่ะ
แนะนำตัวให้ชาว Dek-D.com รู้จักหน่อยจ้า
สวัสดีครับ ผมนายวรวุฒิ จันทร์หอม กำลังศึกษาอยู่ชั้นปี 2 ภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกล คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรีครับ
ก่อนอื่น อยากให้พี่มอส แนะนำหน่อยว่าโครงการที่เราเข้าร่วมเป็นยังไง
สำหรับโครงการที่พี่ได้เข้าร่วม คือโครงการ Asian Try Zero-G 2016 ซึ่งจัดขึ้นโดยองค์การสำรวจอวกาศญี่ปุ่น หรือ JAXA โดยจะเปิดให้ผู้ที่สนใจทั่วเอเชียแปซิฟิกส่งไอเดียเข้าไปร่วมในโครงการ ซึ่งแต่ละประเทศก็จะมีหน่วยงานทำการคัดเลือกส่วนนี้ อย่างประเทศไทยก็จะมีสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ร่วมกับสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) (Gistda) ครับ การรับสมัครจะแบ่งเป็น 2 รุ่นครับ รุ่นอายุต่ำกว่า 19 ปี และรุ่นอายุเกิน 19 ปีแต่ไม่เกิน 27 ปี ผมสมัครรุ่น 19-27 ปี ตอนที่สมัครไป ก็จะมีการคัดเลือก โดยให้เขียนว่าเราอยากทดลองอะไร จากอุปกรณ์ที่กำหนดให้ โดยจะต้องเขียนใน 1 หน้ากระดาษ A4 ครับ ผมเลยเสนอหัวข้อการทดลอง "การโค้งของผิวของเหลวในอวกาศ (Capillary in Zero gravity)" ถ้าได้รับการคัดเลือก ก็จะมีการทดลองจริงจากอวกาศ โดยการทดลองจากนักบินอวกาศชาวญี่ปุ่นครับ
เหตุผลที่ตัดสินใจส่งเข้าประกวด
จริงๆ แล้ว ผมชื่นชอบด้านนี้อยู่แล้วด้วย ประกอบกับตอนเรียนแลปเคมีในห้องเรียน เคยสังเกตว่าของเหลวที่อยู่ในภาชนะเป็นหลอด ผิวของน้ำจะแตกต่างกัน บางทีก็เว้าขึ้น บางทีก็เว้าลง ทำให้อ่านผลคลาดเคลื่อนครับ พอเริ่มหาข้อมูลมากขึ้นเรื่อยๆ ก็จะพบว่าในสมการจะมีแรงโน้มถ่วงของโลก (Gravity) อยู่ด้วย พอมาเจอโครงการนี้ก็เลยนำข้อสงสัยตรงนี้มาเป็นไอเดียในการทดลองในอวกาศว่า ถ้าแรงโน้มถ่วงหายไป ลักษณะของผิวของเหลวจะเป็นยังไง และผลการทดลองจะแตกต่างจากบนโลกหรือเปล่า ซึ่งพวกนี้เราพบเห็นได้บ่อยในชีวิตประจำวัน และผมคิดว่าถ้ามีโอกาสที่จะได้พิสูจน์ข้อสงสัยก็เป็นเรื่องที่ดีครับ
การทดลองเป็นยังไงบ้างคะ
การทดลองครั้งนี้ ได้เลือกใช้น้ำ 3 ชนิดมาทำการทดลองในหลอดเข็มฉีดยาครับ ได้แก่ น้ำเปล่า น้ำผลไม้ และน้ำมัน ที่เลือก 3 ชนิดนี้ เพราะมีความเข้มข้นและความหนาแน่นที่ต่างกัน ซึ่งการทดลองบนพื้นโลก พบว่าน้ำเปล่าและน้ำผลไม้ พื้นผิวบนของเหลวจะเรียบไม่โค้งนูนหรือเว้าลง ส่วนน้ำมันจะมีพื้นผิวที่เว้าลงเล็กน้อย
เมื่อได้ทดลองจริงๆ ในอวกาศก็ได้ผลที่แตกต่างจากบนพื้นโลกเลยครับ โดยที่น้ำเปล่าและน้ำผลไม้จะมีลักษณะโค้งขึ้น ส่วนน้ำมันจะโค้งลงอย่างเห็นได้ชัด จึงสรุปได้ว่า เมื่อของเหลวอยู่ในสภาวะต่างกัน พื้นผิวของของเหลวก็จะต่างกัน และจากการทดลองในครั้งนี้ ยังได้พบอีกว่า การโค้งนูนของของเหลวยังมีอีกหลายปัจจัย เช่น ชนิดและความเข้มข้นของของเหลว ชนิดของภาชนะที่บรรจุของเหลว รวมถึงเส้นผ่านศูนย์กลางของภาชนะที่บรรจุของเหลว
ผลงานของเพื่อนๆ ตัวแทนจากชาติต่างๆ ล่ะคะ มีอะไรบ้าง
สำหรับผลงานไอเดียของเพื่อนๆ ก็จะมีเช่น ของสิงคโปร์ จะเป็นการทดลองพับจรวดกระดาษโดยมีหางที่แตกต่างกัน เพื่อดูวิถีโค้งว่าแตกต่างจากบนโลกหรือไม่ และของอินโดนีเซีย จะเป็นการทดลองหมุนวัสดุที่แตกต่างกัน โดยมีของเหลวอยู่ข้างใน เพื่อดูว่าของเหลวข้างในจะมีการเคลื่อนที่แบบไหนครับ
คิดว่าการทดลองของเรา ให้ประโยชน์กับแวดวงวิทยาศาสตร์ในบ้านเรายังไงบ้างคะ
อันดับแรกเลย ผมคิดว่าการที่เราได้ลงมือทดลอง ทำให้เราเห็นว่า มันทดลองได้จริง ถ้าเราศึกษาต่ออย่างละเอียด บางทีเราอาจจะหาสมการใหม่ขึ้นมาได้ ซึ่งเป็นสมการที่สร้างขึ้นมาใช้ในอวกาศโดยเฉพาะ ส่วนจากการทดลองนี้ สมการตัวนี้ยังไม่ได้เกิดขึ้นครับ แต่มันสามารถออกมาได้ ถ้าได้ทดลองอย่างละเอียดต่อไป
รู้สึกยังไงบ้างคะ ที่เราได้เป็นเยาวชนไทยคนเดียวที่ได้เข้าร่วมโครงการนี้
รู้สึกตื่นเต้นและยินดีมากครับที่ได้ผ่านการคัดเลือกเข้าไป เพราะมีน้อยคนมากที่จะมีโอกาสได้เข้าไปในห้องบังคับการและพื้นที่การทำงานของ JAXA และตลอด 2 วันที่ผมได้อยู่ที่ศูนย์อวกาศสึคุบะ ก็ได้ทำกิจกรรมที่ไม่เคยทำมาก่อน อย่างเช่นวันแรก จะเป็นการเข้าเยี่ยมชม JAXA และเข้าไปในคอนโทรลรูม ดูการถ่ายทอดสดนักบินอวกาศชาวญี่ปุ่นที่จะทำการทดลองไอเดียจากตัวแทนที่ได้รับคัดเลือกเข้ามา มีการพูดคุยโต้ตอบกับนักบินผ่านระบบสื่อสารจากห้องบังคับการด้วยครับ ส่วนวันที่ 2 จะเป็นการฝึกนักบินอวกาศ (Astronaut training) ก็สนุกมากครับ เพราะในนั้น เราจะได้ปฏิบัติภารกิจเสมือนว่าเราอยู่ในอวกาศ ได้ทำหน้าที่เป็นคนซ่อมในส่วนของยานอวกาศและติดต่อกับคนที่อยู่ในห้องคอนโทรลครับ
นอกจากประสบการณ์ที่หาที่ไหนไม่ได้แล้ว ผมยังได้เพื่อนใหม่ที่มีความชอบเหมือนกัน และได้เปิดมุมมองใหม่ที่ได้เห็นว่าที่ต่างประเทศเขาทำงานกันแบบไหน ซึ่งในระยะเวลาแค่ 2 วัน ผมสัมผัสได้เลยว่า เขาทำงานเป็นระบบมากครับ
แล้วอนาคตของเราล่ะ วางแผนไว้ยังไง?
ครับ ถ้าสูงสุดก็อยากขึ้นไปอวกาศเลยครับ แต่ถ้าเกี่ยวข้องกับสาขาที่เรียน ก็คือ อยากเป็นวิศวกรด้านอวกาศ ซึ่งในสายวิศวกรรมเครื่องกลจบมาก็สามารถต่อยอดไปได้ครับ แต่ที่ต่างประเทศจะมีสาขาเฉพาะทาง ซึ่งถ้ามีโอกาสได้เรียนก็น่าจะดีครับ
ฝากถึงน้องๆ ชาว Dek-D ที่อยากจะมีโอกาสดีๆ แบบน้องมอสบ้างค่ะ
อยากฝากถึงน้องๆ ทุกคนว่า ให้กล้าคิดกล้าทำ ถ้าสิ่งที่เรายังไม่ได้ทำ เราก็ไม่สามารถพิสูจน์ได้ อย่าคิดเพียงอย่างเดียว เราต้องทำไปด้วย เพราะยิ่งทำเรายิ่งมีประสบการณ์มากขึ้น และประสบการณ์จะสอนให้เราทำงานเป็นและทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพครับ เป็นกำลังใจให้น้องๆ ที่สนใจวิทยาศาสตร์ ให้กล้าลงมือและกล้าทำตามฝันครับ
พี่มิ้นท์เชื่อว่าพี่มอสหรือน้องมอสคนเก่งคนนี้ คงเป็นแรงบันดาลใจให้น้องๆ ได้เป็นอย่างดี ไม่ใช่เฉพาะแค่ด้านวิทยาศาสตร์ แต่ยังรวมถึงเรื่องของความมุ่งมั่นตั้งใจ และเป็นแบบอย่างของการใฝ่หาความรู้นอกห้องเรียน พี่มิ้นท์และชาว Dek-D.com ขอปรบมือดังๆ ให้กับความเก่งและความคิดสร้างสรรค์ที่พิสูจน์ให้คนทั้งโลกได้เห็นแล้วว่า เด็กไทยก็ไม่เป็นสองรองใครค่ะ :D
ขอขอบคุณข้อมูลเพิ่มเติม
www.nstda.or.th/jaxa-thailand/?p=902,
nstdachannel.tv/20160928-palangvit/,
www.youtube.com/watch?v=FIrhBhR5wMs,
www.facebook.com/bengparitat







5 ความคิดเห็น
โห้วววว คือดีอะ เจ๋งไปเลย!! สู้ๆนะพี่มอส