[รีวิว] เมื่อครั้งนึงเคยไปสัมผัส "โครงการส่วนพระองค์ สวนจิตรลดา"

         ต้องบอกก่อนว่า บทความนี้ได้เขียนไว้ตั้งแต่สมัยเรียนปี 1 เมื่อปี 2550 ดังนั้นข้อมูลและรูปภาพอาจจะไม่ใช่ภาพปัจจุบันนะคะ แต่อยากจะมาบอกเล่าความประทับใจที่ครั้งหนึ่งได้มีประสบการณ์ไปทัศนศึกษา ณ โครงการส่วนพระองค์ ส่วนจิตรลดา มาจนถึงวันนี้ เมื่อนึกถึงโครงการพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชในสมองก็นึกถึงความทรงจำเมื่อเกือบ 10 ปีที่แล้ว โชคดีที่แฟลชไดร์ฟยังไม่หายหรือเผลอลบงานออกไป ก็เลยขอรื้อและแชร์ประสบการณ์เล็กๆ มาให้ได้อ่านกันค่ะ และหากมีโอกาสก็อยากให้ชาวไทยได้มีโอกาสเข้าไปซึมซับแนวพระราชดำริสักครั้งในชีวิตค่ะ

     “เดี๋ยวอาทิตย์หน้า เราจะไปสวนจิตรลดากัน”
      สิ้นเสียงอาจารย์ประจำวิชา นักศึกษาจับกลุ่มคุยกันในประเด็นจากที่ได้ยินด้วยความตื่นเต้น ดีใจ ดีใจอะไร? ดีใจที่ได้ไปวังสวนจิตรฯ และดีใจที่ได้ออกนอกคณะ... 
 
      โครงการสวนจิตรลดา ชื่อนี้ค่อนข้างคุ้นหูทีเดียว อาจจะเป็นเพราะจำได้จากผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่วางจำหน่ายตามท้องตลาด ไม่ว่าจะเป็น นมอัดเม็ด นมจืด น้ำผึ้ง เป็นต้น แต่ฉันก็คงจะรู้จักโครงการนี้จากผลิตภัณฑ์ที่เห็นเท่านั้น ใครจะไปนึกว่าครั้งหนึ่งในชีวิต จะมีโอกาสเข้าไปศึกษาโครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดาอย่างใกล้ชิด ได้ชื่นชมในพระบารมีและพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้เห็นโครงการต่างๆ ที่พระองค์ทรงพัฒนาให้เจริญเท่าทันยุคโลกาภิวัฒน์ ซึ่งฉันก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกภาคภูมิใจที่ได้เกิดมาเป็นคนไทย และมีกษัตริย์นักพัฒนาเช่นพระองค์
 
      นักศึกษาคณะศิลปศาสตร์ ชั้นปีที่ 1 และปีที่ 2 ร่วมเดินทางไปยังจุดหมายเดียวกัน นั่นก็คือ โครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดา ซึ่งตั้งอยู่ที่ถนนราชวิถี เขตดุสิต การเดินทางครั้งนี้เป็นโครงการทัศนศึกษา เพื่อศึกษาและเยี่ยมชมโครงการพระราชดำริต่างๆ ว่าโครงการอันล้ำค่าแต่ละโครงการนี้ได้ก่อกำเนิดขึ้นได้อย่างไร มีจุดประสงค์เพื่ออะไรและมีขั้นตอนการทำอย่างไร
      
        ฉันก้าวเท้าลงจากรถบัส ภาพแรกที่เห็นสร้างความประหลาดใจได้ไม่น้อย เพราะสิ่งที่ได้สัมผัสแตกต่างกับที่จินตนาการไว้ ก่อนหน้านี้ฉันคิดว่า โครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดาเป็นโครงการหลวง ตั้งอยู่ในเขตพระตำหนัก น่าจะมีบรรยากาศร่มรื่น โอ่อ่า น่าท่องเที่ยวและคิดเลยเถิดไปว่า ฉันอาจจะมีโอกาสได้เห็นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินออกจากที่ประทับเป็นบุญตาสักครั้ง แต่สิ่งที่ฉันเห็นตรงหน้ากลับเป็นเพียงตึกหลายขนาดที่ตั้งติดกันเป็นแนวยาวลึกเข้าไปและที่โล่งแจ้งที่แสงแดดตกกระทบจนมองเห็นเงาระอุ สองข้างทางเป็นกองหญ้าแห้งๆ ที่พอจะเดาได้ว่า เป็นอาหารของพวกวัว  คอกที่อยู่บริเวณทางเข้า
        ถัดไปเป็นตึกปฏิบัติการอีกหลายโครงการ พวกเรามองลอดผ่านกระจกใสด้วยความสนใจว่าพนักงานกำลังทำอะไร เขาก็เช่นกัน มองลอดตอบกลับมา เป็นเชิงสงสัยว่าพวกเรามาทำอะไร ... ในท้ายที่สุด เมื่อเดินผ่านทุกโครงการจนครบ ฉันก็ได้รู้ว่าแต่ละโครงการก็เป็นเพียงโครงการเล็กๆ ที่มีโรงงานเหมือนโรงงานทั่วๆ ไป ไม่ได้ใหญ่โตอย่างที่ได้คิดไว้ ทั้งหมดนี้อาจจะตั้งอยู่ท่ามกลางแสงแดดร้อน แต่หากร่มเย็นเพราะพระบารมีและพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ 


 
       อาจารย์และเจ้าหน้าที่นำพวกเราไปยังห้องรับรอง เพื่อชมวีดีทัศน์แนะนำโครงการ  ทางเจ้าหน้าที่ยังมีเครื่องดื่มซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ส่วนหนึ่งของโครงการมาคอยบริการ แสงไฟจากหลอดนีออนในห้องถูกดับลง ในขณะที่ภาพบนจอโทรทัศน์ขนาดยักษ์กำลังดำเนินไปอย่างรู้หน้าที่...
 
       โครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดาเป็นโครงการพระราชดำริโครงการแรก สร้างขึ้นเพื่อแก้ปัญหาความยากจนของเกษตรกร โดยเริ่มที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้เสด็จฯ เยี่ยมราษฎรทั่วประเทศและได้ทราบถึงปัญหาต่างๆ ของพสกนิกรของพระองค์ โดยเฉพาะด้านการเกษตร การเลี้ยงสัตว์และอื่นๆ จึงมีพระราชดำริที่จะแก้ไขปัญหาโดยใช้พื้นที่ส่วนหนึ่งในบริเวณพระตำหนักจิตรลดารโหฐานเป็นที่ตั้งโครงการส่วนพระองค์เกี่ยวกับการเกษตร คล้ายจำลองความเป็นอยู่และการประกอบอาชีพของราษฎรจากภาคต่างๆ ทั่วประเทศมาอยู่ในบริเวณที่ประทับ เพื่อทดลองหาวิธีแก้ไขปัญหาต่างๆ ให้ถูกต้องและตรงจุดด้วยพระองค์เอง
 
      โครงการส่วนพระองค์มีวัตถุประสงค์ในการดำเนินงาน คือ
      1) เป็นโครงการทดลอง โดยทดลองในพื้นที่เล็กๆ หากสำเร็จก็จะขยายให้กับประชาชน
      2) เป็นโครงการตัวอย่าง ให้ผู้ที่สนใจเข้ามาศึกษา เพื่อสามารถกลับไปดำเนินการเองได้
       3) เป็นโครงการซึ่งไม่หวังผลกำไรตอบแทนและไม่แข่งขันกับเอกชน
 
     ในการดำเนินงานของโครงการส่วนพระองค์นั้น เน้นการใช้สอยอย่างประหยัดด้วยขั้นตอนการผลิตที่ทำได้ไม่ยาก โดยคำนึงถึงการใช้ปัจจัยทางการเกษตรและวัสดุเหลือใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อประหยัดงบประมาณและเวลา อีกทั้งอาศัยความเจริญทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการศึกษา ค้นคว้าและทดลอง เพื่อรวบรวมข้อมูลและผลที่ได้จากการทดลองนำไปเผยแพร่เพื่อเป็นตัวอย่างสำหรับเกษตรกรและประชาชนทั่วไปที่สนใจ
       ภาพด้านหน้าได้จบลงพร้อมกับคำถามที่เกิดขึ้นในใจฉันว่า “นอกจากพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์แล้ว ยังมีใครที่ทำเพื่อส่วนรวมได้ขนาดนี้” ฉันใช้ความคิดอย่างหนักเพื่อหาคำตอบ ยังไม่ทันจะได้คำตอบ วิทยากรก็ได้แบ่งกลุ่มนักศึกษาเพื่อพาไปเยี่ยมชมโครงการต่างๆ
 
       โครงการแรกที่พวกเราได้ชม คือ โรงกลั่นแอลกอฮอล์หรืออาคารไบโอดีเซล อาคารนี้สร้างขึ้นเมื่อ 7 พฤษภาคม 2547 หลักการของโครงการ คือ การนำน้ำมันที่ใช้ทำอาหารแล้วมาผลิตไบโอดีเซล และจากการวิจัย ยังเป็นผลให้เกิดผลิตภัณฑ์ต่อเนื่องจากแอลกอฮอล์อีกหลายชนิด เช่น สบู่ใส โลชั่น เจลล้างมือ ฯลฯ ทั้งหมดเป็นผลิตภัณฑ์คุณภาพและเป็นแนวทางในการใช้เอทธิลแอลกอฮอล์ให้เกิดประโยชน์สูงสุดอีกด้วย นอกจากจะได้รับความรู้ในเรื่องขั้นตอนการกลั่นน้ำมันแล้ว ยังได้รับเกร็ดความรู้เล็กๆ น้อยๆ ว่าสาเหตุที่แทงก์กลั่นหรือพักน้ำมันมีลักษณะทรงกลมและสูง ก็เพื่อประหยัดเนื้อที่นั่นเอง
 

 
       พวกเราเดินทางต่อไปยังโครงการนาข้าวทดลอง ภายในอาคารได้จัดนิทรรศการและจัดแสดงข้าวที่ได้จากแปลงนาข้าวทดลอง ซึ่งบรรจุเม็ดข้าวอยู่ในหาบเงินหาบทอง ที่ใช้สำหรับงานพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ถัดไปเล็กน้อย เป็นรถไถของจริง ขนาดสี่ล้อชื่อว่า "ควายเหล็ก" เป็นรถไถที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ ให้คุณเทพฤทธิ์ เป็นผู้สร้าง นอกจากนี้ยังมีพระบรมฉายาลักษณ์ของพระองค์พร้อมกับพระราชโอรสทรงคันไถที่บริเวณแปลงนาข้าว ทรงพระสรวลอย่างสุขพระทัย ซึ่งนับได้ว่าเป็นอีกหนึ่งภาพหายากที่พสกนิกรชาวไทยควรหาเก็บรักษาเป็นอย่างยิ่ง


 
      ถัดจากห้องนิทรรศการนี้ไปเพียงเล็กน้อย เป็นอีกโครงการที่น่าสนใจนั่นก็คือ โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช อันเนื่องมาจากพระราชดำริของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี โครงการนี้พวกเราชมได้เพียงภายนอกเท่านั้น เพราะภายในอาคารเป็นสถานที่ปลอดเชื้อ แต่วิทยากรก็ได้นำตัวอย่างต้นไม้ที่ได้จากการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อมาให้ชมอย่างใกล้ชิด บรรจุอยู่ในขวดขนาดหนึ่งกำมือ ดูกะทัดรัด ต้นไม้ต้นนั้นมีชื่อว่า “กุหลาบจิ๋ว” เพราะลักษณะของดอกเหมือนกับดอกกุหลาบทั่วไป แต่มีขนาดที่เล็กกว่ามาก ซึ่งเหมาะสำหรับหาซื้อเป็นของฝาก
 

 
      จากนั้น ฉันได้มาหยุดอยู่ที่ โรงบดแกลบ ถึงแม้ว่าโรงบดแกลบจะไม่ได้น่าชมเหมือนหลายๆ โครงการที่ผ่านมา เพราะเต็มไปด้วยเครื่องจักรขนาดใหญ่ แต่เป็นจุดที่เราได้เห็นถึงความจริงจังและตั้งใจทำงานของบุคลากรทุกๆ ฝ่าย  ภาพตรงหน้ามีเพียงแท่งเชื้อเพลิง แท่งแล้วแท่งเล่าที่ร่วงหล่นจากเครื่องจักรขณะที่ยังมีควันลอยครุกรุ่นอยู่  วิทยากรได้บรรยายขั้นตอนการผลิตต่อไปว่า หลักในการทำเชื้อเพลิงนี้ใช้แค่การบดกับอัด โดยนำแกลบผงที่บดแล้วมาผ่านความร้อน แกลบก็จะประสานกันและอัดแน่นเป็นแท่งเพราะแกลบมีน้ำตาลเป็นส่วนประกอบอยู่ด้วย จากนั้นก็นำไปเผา เป็นอันสำเร็จ ซึ่งประโยชน์ที่ได้ก็คือ ใช้เป็นวัสดุทดแทนการใช้ไม้ ซึ่งถ่านแกลบที่ผลิตขึ้นเป็นการใช้ประโยชน์จากชานอ้อย เปลือกส้มและแกลบที่ได้จากโรงสีข้าวตัวอย่าง สวนจิตรลดา นับได้ว่าเป็นการใช้ประโยชน์จากสิ่งของเหลือใช้อย่างครบวงจร
 
      ไม่ไกลกัน เป็นฉางเก็บข้าว ที่ใช้ไม้ในการสร้าง ซึ่งต่างจากไซโลที่ใช้เหล็กสร้างทั้งหมด ฉางนี้ได้แสดงให้เห็นถึงภูมิปัญญาชาวบ้าน คือ ใช้ไม้ในการทำตัวอาคารและใช้น้ำมันเครื่องเก่าทาที่ด้านนอกและด้านในเพื่อป้องกันปลวกที่จะเจาะทำลายเนื้อไม้ และที่เชิงเสาด้านล่างจะใช้สังกะสีทำเป็นหลังคา 45 องศาไว้เพื่อป้องกัน ไม่ให้หนูไต่เข้าไปในฉางเก็บข้าวได้
 
     ต่อจากนั้น วิทยากรได้พาพวกเรามายังโรงนมเม็ดสวนดุสิต ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ในการแปรรูปผลิตภัณฑ์นม สำหรับโรงนมเม็ดนี้ได้นำนมผงจากโรงนมผงสวนดุสิตมาแปรรูป ซึ่งในปัจจุบันโรงนมเม็ดสามารถผลิตได้สองรส คือ รสหวานและรสช็อกโกแลต และด้วยเทคโนโลยีที่มีการพัฒนามากขึ้นทำให้โรงนมเม็ดสวนดุสิตนี้สามารถผลิตนมอัดเม็ดได้กว่า 30,000 ซองต่อวัน
 
      ในส่วนต่อไปเป็นส่วนของกระดาษสา ส่วนนี้จะเป็นอาคารส่งเสริมงานหัตถกรรมในลักษณะของการแปรรูปกระดาษสา โดยมีวัตถุดิบที่สำคัญในการผลิต คือ เปลือกของต้นปอสา  ภายในตัวอาคารมีบ่อพักเยื้อกระดาษไว้สำหรับช้อนกระดาษสา  ถัดไปเป็นส่วนของการแปรรูปกระดาษสาและบริเวณด้านล่างของอาคารเป็นป้ายนิทรรศการ
 
       และบริเวณสุดท้ายที่วิทยากรพาไปชมก็คือ อาคารแปรรูปสาหร่ายเกลียวทอง โครงการสวนจิตรลดาสามารถเพาะเลี้ยงสาหร่ายเกลียวทองได้ จึงได้ถูกนำไปแปรรูปด้วยกรรมวิธีที่สะอาด ทันสมัย และถูกสุขลักษณะ เพื่อเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ เช่น ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่ให้โปรตีนสูง ข้าวเกรียบสาหร่ายเกลียวทองและสาหร่ายเกลียวทองบริสุทธิ์บรรจุแคปซูล
 
       อาจจะเป็นเวลาที่ไม่นานที่ได้มีโอกาสได้ไปเยี่ยมชมโครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดา แต่ฉันกลับได้อะไรกลับไปมากทีเดียว ได้ความรู้ ได้เห็นแนวคิดอันล้ำลึก ได้เห็นพระอัจฉริยภาพของพระเจ้าแผ่นดินของเรา ได้เห็นถึงความมุ่งมั่นและตั้งใจจริงของผู้ที่ปฏิบัติงานอยู่ใต้เบื้องพระยุคลบาทที่มีจุดมุ่งหมายเดียวกันเพื่อสานต่อโครงการพระราชดำริต่างๆ ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ได้เห็นถึงผลสำเร็จของงานต่างๆ  และสิ่งสุดท้ายที่ชัดเจนมากที่สุด คือ การได้เห็นความมุ่งมั่น การเสียสละพระวรกายและพระราชทานทุนทรัพย์ส่วนพระองค์  เพื่อสร้างสรรค์ประโยชน์สุขให้กับราษฎรซึ่งเป็นพระมหากรุณาธิคุณที่คุณที่หาที่สุดมิได้
    
       ภาพฐานะของพระมหากษัตริย์ในจินตนาการ คงจะต้องอยู่ในพระราชวังอันใหญ่โต อยู่บนบัลลังก์อันโอ่อ่า มีข้าราชบริพารรับใช้ทุกย่างก้าว ใช้ชีวิตอย่างสุขสบายสมกับความเป็นพระราชา แต่ก็คงจะปฏิเสธไม่ได้ว่า ยังมีพระมหากษัตริย์พระองค์หนึ่งบนโลกใบนี้ ที่บ้านของท่านเป็นเพียงผืนดินผืนหนึ่ง ห้องทรงงานของท่าน คือ ผืนดินผืนหนึ่ง หนังสือเล่มโปรดของท่านคือ แผนที่ของผืนดินผืนหนึ่ง แต่พระราชกรณียกิจของพระองค์ คือการสร้างผืนดินผืนหนึ่งนั้นให้เป็นผืนดินที่สมบูรณ์ อาจจะเป็นเรื่องง่ายถ้าหากพระองค์ใช้พระราชอำนาจสั่งบุคคลต่างๆ ลงไปปฏิบัติแทน แต่พระองค์เลือกที่จะสร้างประโยชน์สุขให้กับราษฎรภายใต้ร่มเงาด้วยพระองค์เอง ดังนั้นจึงเป็นภาพชินตาสำหรับคนไทยที่ได้เห็นภาพพระองค์ทรงงานหนัก นั่นเป็นเพราะพระองค์ทรงรักและหวงแหนผืนดินผืนนั้น และพระองค์ทรงเล็งเห็นว่าความสุขของพสกนิกรทุกคนคือความสุขของพระองค์เช่นกัน 
     
พี่มิ้นท์
พี่มิ้นท์ - Columnist พี่สาวใจเย็น ผู้เกิดมาในแอดมิชชั่นยุคแรก แต่เข้าใจ TCAS มากกว่า

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

0 ความคิดเห็น