โรคจริงไม่อิงนิยาย! ชายคนหนึ่งหมดสติ พอตื่นมาแล้วพูดภาษาอื่นคล่องปร๋อ


 
        ไม่มีใครรู้หรอกว่า อนาคตจะเกิดอะไรขึ้นกับเราบ้าง อาจจะมีทั้งเรื่องดีและเรื่องร้าย ไม่แน่ก็อาจเป็นเรื่องแปลกประหลาดที่เกิดขึ้นได้ไม่กี่คนบนโลก เช่น ตื่นขึ้นมาแล้วพบว่า เราพูดภาษาเดิมไม่ได้ แต่พูดภาษาอื่นได้คล่องปร๋อ  เจอแบบนี้เข้าไป เป็นใครก็คงตกใจ และเกิดคำถามว่า มันคืออะไร เกิดขึ้นได้ยังไง?
 

 

       ฟังดูอาจเป็นเรื่องเหลือเชื่อ แต่อาการพูดภาษาต่างประเทศหรือพูดสำเนียงต่างประเทศเฉียบพลัน เคยเกิดขึ้นมาแล้วค่ะ ล่าสุด CNN ได้รายงานถึง เด็กหนุ่มที่อาศัยอยู่แถบชานเมืองแอตแลนต้า ชื่อว่า Rueben NSemoh วัย 16 ปี ก่อนหน้านี้เขาพูดภาษาอังกฤษมาตลอด และสามารถพูดภาษาสเปนได้เพียงนิดเดียว แต่เมื่อเดือนที่แล้วเกิดอุบัติเหตุระหว่างการเกมแข่งขันฟุตบอล เมื่อ Nsemoh เป็นผู้รักษาประตู กระโดดปัดลูกและถลาไป ประจวบเหมาะกับผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามกำลังง้างแข้งเพื่อเตะลูกฟุตบอลพอดี ทำให้เตะเข้าที่ศีรษะของ Nsemoh เต็มแรง จนอาการโคม่า สมองได้รับความกระทบกระเทือน ต้องเข้าโรงพยาบาลเพื่อทำการรักษา
 


 

       ใช้เวลารักษาตัวไม่นาน เขาก็ฟื้นขึ้น แต่ก็พบกับความประหลาด เขาทำหลายอย่างที่ไม่เคยทำมาก่อน นั่นก็คือ การพูดภาษาสเปนไฟแล่บเหมือนเจ้าของภาษา! แม่ของเขาเผยว่า มันเป็นเรื่องที่ประหลาดมาก แม้ว่าก่อนหน้านี้ Nsemoh จะพอพูดสเปนได้ แต่ก็ไม่ได้พูดคล่องปร๋อเหมือนกับตอนนี้ ตอนที่เพิ่งประสบอุบัติเหตุ แต่หลังจากนั้น ภาษาอังกฤษเขาก็ค่อยๆ กลับมา พร้อมกับความคล่องแคล่วในภาษาสเปนก็ค่อยๆ ลดลง ซึ่งตอนนี้เขาก็อยากจะกลับเข้าไปร่วมทีมเหมือนเดิม โค้ชก็ไม่ได้ว่าอะไร แต่ก็แนะนำให้ใส่อุปกรณ์เพื่อความปลอดภัยของตัวเอง เช่น หมวกกันน็อคสำหรับผู้รักษาประตู

 

 

       อาการนี้ เป็นโรคที่มีจริง แต่ก็ไม่ได้พบกันได้บ่อยนักค่ะ โรคที่เกิดการกระทบกระเทือนทางสมอง จนมีผลต่อภาษาพูด จะมีอยู่ 2 ชนิด คือ

       Foreign Language Syndrome คือ อาการที่สามารถพูดภาษาอื่นๆ ได้คล่องแคล่วเสมือนเป็นภาษาแม่ นักวิทยาศาสตร์สันนิษฐานว่าเกิดจากการที่สมองส่วนใดส่วนหนึ่งถูกทำลาย จนสมองเกิดการเปลี่ยนแปลงไป โดยสมองซีกซ้ายที่ควบคุมความสามารถด้านภาษาได้รับความเสียหาย ซึ่งอาจเกิดจากการได้รับความเจ็บป่วยหรือกระทบกระเทือนนั่นเอง รูปแบบของภาษาที่ใช้จึงเปลี่ยนไปเป็นใช้ภาษาอื่นที่มีใช้เป็นอยู่แล้ว (ไม่ใช่ภาษาใหม่) อาการอาจจะเกิดขึ้นเพียงชั่วคราวเท่านั้น ซึ่งเมื่อไม่นานมานี้ก็เคยมีกรณีของคุณยายชาวจีน อดีตเคยเป็นครูสอนภาษาอังกฤษมาก่อน จนกระทั่งป่วยเส้นเลือดสมองตีบ จู่ๆ ก็พูดภาษาจีนไม่ได้ แต่กลับพูดภาษาอังกฤษได้อย่างคล่องแคล่ว จนเป็นที่แปลกใจของคนรอบข้าง ซึ่งก็เป็นกรณีเดียวกับ Nsemoh หลังจากประสบอุบัติเหตุก็เปลี่ยนจากคนพูดอังกฤษมาพูดภาษาสเปน
      ส่วนอีกชนิดหนึ่ง เรียกว่า Foreign Accent Syndrome หรือ โรคสำเนียงต่างประเทศเฉียบพลัน จะต่างจากชนิดแรกตรงที่ พูดภาษาเดิม แต่สำเนียงเปลี่ยนไปซะงั้น เป็นอาการที่เกิดจากสมองส่วนเล็กๆ ที่ประสานงานระหว่างกล้ามเนื้อลิ้น กล่องเสียง ฯลฯ ได้รับความเสียหาย จนควบคุมการออกเสียงไม่ได้ พอพูดออกมาก็กลายเป็นว่าเพี้ยนจากสำเนียงเดิม จนบางทีไปคล้ายกับสำเนียงชาติอื่น ที่ผ่านมาก็มีผู้ป่วยที่เข้าข่ายโรคนี้หลายคนค่ะ ตัวอย่างหนึ่งก็คือ หญิงชาวออสเตรเลียประสบอุบัติเหตุรถคว่ำ หลังจากฟื้นขึ้นมา เธอยังพูดภาษาอังกฤษเหมือนเดิม แต่ไหงกลายเป็นสำเนียงฝรั่งเศสแทนสำเนียงออซซี่แบบเดิม บางคนอาจจะคิดว่าเป็นเรื่องที่เก๋ ดีแล้วนี่ ที่ได้สำเนียงต่างชาติมาแบบไม่ต้องฝึก... ในทางการแพทย์ก็ไม่ได้อันตรายหรอกค่ะ แต่เชื่อเถอะว่าไม่มีผู้ป่วยคนไหนที่รู้สึกเห็นดีเห็นงามกับอาการแปลกๆ แบบนี้ เพราะกระทบต่อสุขภาพจิตของตนเอง เสมือนสูญเสียความเป็นตัวเอง และอาจกระทบต่อความสัมพันธ์กับบุคคลรอบข้าง ไม่มีใครกล้าเข้ามาพูดคุยด้วยก็เป็นได้ ดูๆ แล้วผลกระทบร้ายแรงกว่าที่คิดอีกนะคะ
    
       อุบัติเหตุอาจเป็นเรื่องที่เรารู้สึกว่ามันจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ก็ได้ แต่ความจริงมันก็ป้องกันได้นะคะ อย่างขับรถก็อย่าขับเร็ว มีสติ ขับมอเตอร์ไซด์ก็สวมหมวกกันน็อค หรือเล่นกีฬาอะไรก็ตาม ก็ให้สวมชุดหรืออุปกรณ์ที่เพิ่มความปลอดภัยให้กับตัวเอง ป้องกันตัวเองตั้งแต่เริ่มดีกว่า เพราะ "สมอง" ของมนุษย์ เป็นอวัยวะที่สำคัญ เป็นจุดรวมทั้งความคิด ความรู้สึก หากบาดเจ็บหรือเสียหายขึ้นมา ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นตามมาเรื่องใหญ่แน่นอนค่ะ อย่างกรณีของอาการพูดสำเนียงภาษาต่างประเทศฉับพลันก็ไม่มีวิธีการรักษาทางการแพทย์นะคะ ก็ได้แต่พยายามฝึกพูดให้สำเนียงกลับมาเหมือนเดิม เพื่อเรียกความมั่นใจคืนกลับมา...

 
ขอขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก
http://edition.cnn.com/2016/10/24/health/teen-spanish-new-language-trnd/index.html,
www.pimsleurapproach.com/resources/language-research/special-needs/foreign-language-syndrome/,
www.dek-d.com/education/32249/

 
พี่มิ้นท์
พี่มิ้นท์ - Columnist พี่สาวใจเย็น ผู้เกิดมาในแอดมิชชั่นยุคแรก แต่เข้าใจ TCAS มากกว่า

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

Suchada6549 Member 26 ต.ค. 59 18:48 น. 1

เฮ้ยเราเคยอยากเป็นแบบนี้มาก่อนมาเจอกระทู้นี้อีกอ่ะ แบบตื่นมาพูดอีกภาษาไรงี้ มันนับโรคด้วยเย้

0
กำลังโหลด

5 ความคิดเห็น

Suchada6549 Member 26 ต.ค. 59 18:48 น. 1

เฮ้ยเราเคยอยากเป็นแบบนี้มาก่อนมาเจอกระทู้นี้อีกอ่ะ แบบตื่นมาพูดอีกภาษาไรงี้ มันนับโรคด้วยเย้

0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด