ไอเดียนี้ชนะเลิศ! หมากฝรั่งในปากท่าน เราขอเถอะ (เอาไปทำอะไรกันแน่)


 
    
       พฤติกรรมมักง่าย อย่างการคายหมากฝรั่งทิ้งตามทางเดินหรือเอาหมากฝรั่งแปะป้ายตามที่ต่างๆ นอกจากจะทำให้บ้านเมืองดูสกปรกแล้ว ยังชวนให้รู้สึก "อี๋" ถ้าเราเกิดเป็นผู้โชคที่ไปจับ เหยียบ หรือนั่งทับจนเป็นด่างติดตูด ซึ่งการทำความสะอาดคราบหมากฝรั่ง บอกเลยว่าซื้อใหม่ง่ายกว่าจริงๆ ส่วนคราบหมากฝรั่งตามทางเท้า ก็ต้องเงินมหาศาลในการทำความสะอาด ฟังๆ ดูเหมือนเป็นปัญหาที่ประเทศไหนก็แก้ไม่ได้ แต่ไม่ใช่กับเธอคนนี้
 

 

        ที่ประเทศอังกฤษ เป็นประเทศนึงที่มีปัญหาเรื่องเศษหมากฝรั่งตามพื้นถนนที่คนมักถุยทิ้ง ซึ่งจะทำความสะอาดแต่ละทีก็ใช้งบประมาณสูงถึง  150 ล้านปอนด์ต่อปี แอนนา บูลลัส ซึ่งตอนนั้นเป็นเพียงนักศึกษาด้านการออกแบบที่มหาวิทยาลัยไบร์ทตัน ก็รู้สึกเหมือนที่คนอื่นรู้สึกคือ อยากแก้ปัญหา ก็คิดๆๆ ว่าจะแก้ปัญหาเศษหมากฝรั่งพวกนี้ยังไงดี และแล้วเธอก็ได้ไอเดียในการผลิต Gumdrop Bin นอกจากจะเปลี่ยนให้เป็นผลิตภัณฑ์ได้แล้ว ยังเปลี่ยนนิสัยของคนได้ด้วย

        แอนนา ใช้เวลาถึง 8 เดือนในแลปเคมีของมหาวิทยาลัย และอีก 3 ปีใน London Metropolitan University's Polymers Department เธอก็ประสบความสำเร็จในการรีไซเคิลหมากฝรั่งให้กลายเป็นวัสดุพอลิเมอร์ที่แสนครีเอท เธอเรียกมันว่า Gum-Tec. โดยบริษัทของแอนนา มีชื่อว่า GUMDROP ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี 2009 นับว่าเป็นบริษัทแรกในโลกเลยนะคะที่ริเริ่มทำการรีไซเคิลหมากฝรั่งให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์ขึ้นใหม่ ว้าววว!

 


 

      แล้วบริษัทนี้ทำอะไรบ้างนะ?
       ผลิตภัณฑ์แรกที่ออกมาก็คือ Gumdrop Bin ก็คือถังขยะสีชมพูสดใสนั่นเอง เริ่มต้นที่แอนนาทำออกมา พอมีคนทิ้งหมากฝรั่งจนเต็มถัง บริษัทก็จะมาเก็บไป แล้วทำการผลิตถังใบใหม่ออกมาเพิ่มเรื่อยๆ โดยเศษหมากฝรั่งในถังขยะ 1 ใบ สามารถทำถังขยะได้อีก 3 ใบเลยทีเดียว! จากนั้นไม่นาน ในปี 2011 Gumdrop Bin ก็เริ่มไปติดตั้งตามที่สาธารณะต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นที่ทำการไปรษณีย์ ห้างสรรพสินค้า และตามที่ต่างๆ ในเมือง ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่า ใช้เวลาแค่ 12 สัปดาห์ ปริมาณเศษหมากฝรั่งลดลงเกือบๆ 50% เลยล่ะค่ะ

 



 

      แล้วต้องสะสมกันกี่ปีล่ะเนี่ย? แอนนาเปิดเผยว่า การวาง Gumdrop แต่ละพื้นที่แตกต่างกันค่ะ บางที่ 5 วันก็เต็มแล้ว บางที่ก็ใช้เวลาถึง 2 เดือน แต่ไม่ต้องห่วงเพราะจะไม่ให้เกิน 3 เดือน เรื่องนี้เธอเองก็เป็นห่วงเรื่องสุขอนามัยเหมือนกันและการกำหนดระยะเวลาไว้ก็เพื่อให้ได้หมากฝรั่งที่ยังเฟรชๆ อยู่นั่นเอง
      ส่วนตอนนี้บริษัทก็กำลังขยายไปประเทศอื่นๆ เพิ่มเติม ไม่ว่าจะเป็นเดนมาร์ก สหรัฐอเมริกาและอีกหลายๆ เมืองในยุโรป ไม่ใช่แค่เมืองที่จะขยายไปนะคะ ปีนี้ก็ยังตั้งเป้าผลิตไลน์สินค้า Gum-tec เพิ่มด้วย จะมีทั้งแก้วน้ำ หวี ปิ๊กกีตาร์ ไม้บรรทัด ภาชนะใส่อาหาร ฯลฯ เท่าที่แอบดู เป็นสีชมพูทั้งหมดค่ะ เธอให้เหตุผลว่า เป็นสีที่เหมือนกับหมากฝรั่งรสสตรอเบอร์รี่นั่นเอง สาวๆ น่าจะชอบเนอะ
    

 

      ไม่น่าเชื่อว่า แค่มองเห็นปัญหาก็สามารถเอามาพัฒนาจนเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ ได้ หัวใจสำคัญคือ แค่มองเห็นปัญหา ช่างสังเกต ใส่ความรู้เรื่องวิทยาศาสตร์ลงไปหน่อย ก็เปลี่ยนแปลงโลกนี้ได้แล้ว น้องๆ ลองเอาไอเดียไปทำพวกโครงงานวิทยาศาสตร์ได้นะคะ
      พี่มิ้นท์ชวนเม้าท์ : ถ้าน้องๆ เป็นแอนนา น้องๆ จะเอา Gumdrop Bin ไปไว้ที่ไหนในประเทศไทยคะ เพราะอะไร? และจะเอาเศษหมากฝรั่งที่ได้ ไปผลิตเป็นอะไร ลองมาฝึกคิดกันดูนะ เผื่อในอนาคตอาจจะได้ทำจริงๆ ก็ได้^^
พี่มิ้นท์
พี่มิ้นท์ - Columnist พี่สาวใจเย็น ผู้เกิดมาในแอดมิชชั่นยุคแรก แต่เข้าใจ TCAS มากกว่า

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

poppoka Member 23 พ.ย. 59 10:26 น. 1

เป็นไอเดียที่บรรเจิดมากเลยจ้า

มาทำที่โรงเรียนเราบ้างดีมั้ยน้า

เพราะที่นี่ก็มีหมากฝรั่งอยู่ที่พื้นเวลาเรียนพละ

ก็เผลอไปนั่งทับต้องเสียเวลาทำความสะอาดอีก

อยากให้มีแบบนี้บ้างจังเยี่ยม

0
กำลังโหลด
กำลังโหลด

8 ความคิดเห็น

poppoka Member 23 พ.ย. 59 10:26 น. 1

เป็นไอเดียที่บรรเจิดมากเลยจ้า

มาทำที่โรงเรียนเราบ้างดีมั้ยน้า

เพราะที่นี่ก็มีหมากฝรั่งอยู่ที่พื้นเวลาเรียนพละ

ก็เผลอไปนั่งทับต้องเสียเวลาทำความสะอาดอีก

อยากให้มีแบบนี้บ้างจังเยี่ยม

0
กำลังโหลด
kazuya nikki Member 25 พ.ย. 59 21:10 น. 2
ไอเดียร์ดีมากเลยค่ะ ทำออกมาเพื่อแก้ไขปัญหาและสามารถนำไปใช้ได้จริง สังคมสามารถมีส่วนร่วมและช่วยเหลือกันเพื่อลดปัญหาเศษหมากฝรั่งที่เลอะเทอะไปทั่วได้ ทำให้เมืองน่าอยู่และลดงบประมาณที่ต้องนำมาทำความสะอาดอีก งบประมาณที่เหลือก็สามารถนำไปพัฒนาประเทศต่อได้ ดีจริงๆค่ะ
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด