สวัสดีค่ะ น้องๆ เคยฝันอยากเป็นนักวิทยาศาสตร์ที่มีชื่อเสียงระดับโลก และได้รับรางวัลการันตีมาประดับบ้านบ้างมั้ยคะ ซึ่งเวทีระดับโลกที่เป็นที่ใฝ่ฝันของคนเทพๆ ก็คงหนีไม่พ้นรางวัลโนเบล แต่ละปีเห็นผลงานแล้วอยากจะถามเจ้าของผลงานเลยว่า "คิดได้ไงอะ"
 

 

        แต่รางวัลงานวิจัยระดับโลกขนาดนี้ ก็ยังไม่วายมีรางวัลล้อเลียน อย่าง Ig Nobel มาช่วยสร้างสีสัน ซึ่งเป็นรางวัลสำหรับงานวิจัยเพี้ยนๆ ฮาๆ แต่ต้องบอกก่อนว่างานวิจัยเหล่านั้นมีอยู่จริงๆ นะคะ แต่จะไม่ได้เน้นสาระจริงจังเท่ากับงานรางวัลโนเบล ซึ่งเริ่มมีมาตั้งแต่ปี 1991 เรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน โดยในปีล่าสุดรางวัล Ig Nobel ประกาศขึ้นเมื่อวันที่ 22 กันยายน ที่ผ่านมา ซึ่งก่อนจะจบปี 2016 ไป พี่มิ้นท์ขอยกมาเล่าให้ฟังหน่อยแล้วกัน ไปดูกันว่างานวิจัยสุดฮาประจำปี จะมีสาขาและผลงานเรื่องอะไรบ้าง

   1. สาขาการการสืบพันธุ์ (Reproduction Prize)
      รางวัล Ig Nobel สาขาการเจริญพันธุ์ในปี 2016 ตกเป็นของ Ahmed Shafik ชาวอียิปต์ กับผลงานวิจัยเรื่อง ผลกระทบเกี่ยวกับกิจกรรมทางเพศของหนู เมื่อต้องสวมกางเกงที่มีเนื้อผ้าแตกต่างกัน คือ โพลีเอสเตอร์, คอตตอน หรือผ้าขนสัตว์ ได้ผลว่า หนูตัวผู้ที่สวมกางเกงชั้นในจากคอตตอนหรือขนสัตว์จะมีแรงกระตุ้นทางเพศมากกว่า สันนิษฐานว่าอาจมาจากเรื่องสนามไฟฟ้าสถิต และทดสอบแบบเดียวกันกับมนุษย์เพศชายด้วยค่ะ แหม่ มันจำเป็นต้องวิจัยกันขนาดนี้มั้ยเนี่ย!


 

   2. สาขาเศรษฐศาสตร์ (Economics Prize)
      รางวัล  Ig Nobel สาขาเศรษฐศาสตร์ จากนิวซีแลนด์และสหราชอาณาจักร เป็นผลงานร่วมกันของ 3 คน คือ  Mark Avis, Sarah Forbes, และ Shelagh Ferguson เป็นงานวิจัยที่คำนึงด้านเศรษฐศาสตร์จริงๆ ว่าแต่ว่าดูแล้วก็สงสัยอยู่ดีว่าทำทำไม! เพราะพวกเขาศึกษาเรื่องมูลค่าของก้อนหินลักษณะต่างๆ โดยประเมินจากมุมมองของการขายและการตลาด

   3. สาขาฟิสิกส์ (Physics Prize)
     สาขานี้ฟาดรางวัลร่วมกัน 9 คนเลยทีเดียว ได้แก่ Gabor Horvath, Miklos Blaho, Gyorgy Kriska, Ramon Hegedus, Balazs Gerics, Robert Farkas, Susanne Akesson, Peter Malik และ Hansruedi Wildermuth จากประเทศฮังการี, สเปน, สวีเดน และสวิสเซอร์แลนด์ ทำการศึกษาว่าทำไมส่วนใหญ่ม้าสีขาวถึงทนต่อตัวเหลือบที่สุด และทำไมแมลงปอถึงมักถูกดึงดูดให้ไปตอมหลุมฝังศพสีดำ

   4. สาขาเคมี (Chemistry Prize)
     เป็นรางวัลที่เจ็บจี๊ดที่สุดของปีเลยก็ว่าได้ค่ะ รางวัลนี้ตกเป็นของ บริษัทรถ Volkswagen จากเยอรมนี กับประเด็น "การแก้ปัญหาการปล่อยมลพิษ โดยทำให้รถปล่อยแก๊สเสียน้อยลงอัตโนมัติ ขณะที่รถถูกทดสอบอยู่" ฟังดูเหมือนจะดีใช่มั้ยคะ แต่ความหมายเสียดสีเบอร์สุดเลยค่ะ ประมาณว่า บริษัทรถเจ้านี้ทำการบิดเบือนค่าการทดสอบมลพิษให้สะอาดกว่าความเป็นจริงนั่นเอง

   5. สาขาการแพทย์ (Medicine Prize)
    ผู้ได้รับรางวัลนี้คือ  Christoph Helmchen, Carina Palzer, Thomas Münte, Silke Anders, และ Andreas Sprenger จากเยอรมนีค่ะ พวกเขาได้ค้นพบว่า ถ้าเราคันที่อวัยวะด้านซ้าย อาการนี้จะหายได้ด้วยการส่องกระจก แล้วเกาที่อวัยวะด้านขวา หรือถ้าคันที่อวัยวะด้านขวา ก็ให้ส่องกระจกแล้วเกาด้านซ้าย ประมาณว่าให้กระจกสะท้อน พอเกาไปแล้วมันจะเป็นด้านเดียวกัน เป็นการหลอกล่อการทำงานของสมองนั่นเอง งงมั้ย? พี่ก็งงนะ งงว่าทำไมไม่เกาตรงที่คันตั้งแต่แรกล่ะ ฮ่าๆ

   6. สาขาจิตวิทยา (Psychology Prize)
      ผู้ได้รับรางวัลสาขาจิตวิทยาได้แก่ Evelyne Debey, Maarten De Schryver, Gordon Logan, Kristina Suchotzki และ Bruno Verschuere สิ่งที่ทีมนี้ทำก็คือ การไปสอบถามคนที่โกหกหนึ่งพันคนว่าเขาโกหกบ่อยแค่ไหน และมาตัดสินใจอีกทีว่า จะเชื่อคำตอบของพวกเขาเหล่านั้นได้หรือไม่ นั่นน่ะสิ!

   7. สาขาสันติภาพ (Peace Prize)
      ผู้ได้รับรางวัลสาขาสันติภาพ ได้แก่  Gordon Pennycook, James Allan Cheyne, Nathaniel Barr, Derek Koehler และ Jonathan Fugelsang จากแคนาดาและสหรัฐอเมริกา  คนกลุ่มนี้ได้ศึกษาสิ่งที่เหมาะกับโลกปัจจุบันนี้มากๆ เลยค่ะ นั่นก็คือ การศึกษาและตีความคำคมที่ดูดีแบบปลอมๆ

   8. สาขาชีววิทยา (Biology Prize)
      ผู้ได้รับรางวัลสาขาชีววิทยา คือ Charles Foster จากสหราชอาณาจักร เขาลงทุนไปอาศัยอยู่ในป่า เพื่อไปทดลองไปเป็นสัตว์ป่าแต่ละชนิด ไม่ว่าจะเป็นตัวแบดเจอร์ กวาง สุนัขจิ้งจอก นก นาก ทั้งขุดโพรงเพื่อเป็นรังนอน หรือกินหนอนเป็นอาหาร หรือไปคุ้ยเศษอาหารเหมือนพวกสุนัขจิ้งจอก เป็นต้น นอกจาก Charles Foster แล้ว ยังมี Thomas Thwaites อีกคน เขาคนนี้ได้ออกแบบแขนขาเทียมให้เหมือนกับแขนขาของแพะ และได้ออกไปใช้ชีวิตกับฝูงแพะจริงๆ อีกด้วย


credit : https://youtu.be/J9Vp41OPLdo
 

   9. สาขาวรรณกรรม (Literature Prize)
      ความมึนกลับมาอีกครั้งกับผลงานของ Fredrik Sjöberg ชาวสวีเดน กับผลการศึกษาอัตชีวประวัติของเขา จำนวน 3 เล่ม เกี่ยวกับความสุขจากการสะสมแมลงวันที่ตายแล้ว และแมลงวันที่ยังไม่ตาย เอากับเขาสิ!

   10. สาขาการรับรู้ (Perception Prize)
      และรางวัลสุดท้าย ในสาขาการรับรู้ เป็นของประเทศญี่ปุ่น  Atsuki Higashiyama and Kohei Adachi ด้วยผลงานการศึกษาเรื่องการรับรู้เกี่ยวกับวัตถุเมื่อคุณก้มลงมองวัตถุนั้นลอดหว่างขา ว่าเราจะมองเห็นขนาดของวัตถุและระยะทางเปลี่ยนไปหรือไม่


credit : https://youtu.be/J9Vp41OPLdo
 

       เป็นยังไงบ้างคะกับ 10 ผลงานวิจัยที่อ่านแล้วต้องอ้าปากค้าง ^0^ ถ้ามองนอกเหนือจากความขำขันแล้ว พี่มิ้นท์ว่าผลงานเหล่านี้ก็สร้างแรงบันดาลใจให้เรากล้าคิด กล้าทำได้ด้วยค่ะ จริงๆ แล้ว คนไทยเองก็เคยได้รับรางวัล Ig Nobel เหมือนกันนะ ยกตัวอย่างปีที่ใกล้ที่สุดก็คือปี 2015 ตำรวจไทยได้รางวัลอิกโนเบลสาขาเศรษฐศาสตร์ จากโครงการมอบเงินรางวัลให้กับเจ้าหน้าที่ไม่รับสินบน (ประมาณว่า ตำรวจทำดี ปฏิเสธการรับสินบน ก็เลยตอบแทนด้วยเงินรางวัลนั่นเอง)

ขอขอบคุณข้อมูลจาก
www.youtube.com/watch?v=J9Vp41OPLdo,
www.improbable.com/ig/winners/#ig2016
 
พี่มิ้นท์
พี่มิ้นท์ - Columnist พี่สาวใจเย็น ผู้เกิดมาในแอดมิชชั่นยุคแรก แต่เข้าใจ TCAS มากกว่า

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

0 ความคิดเห็น