|
เข้าสู่ช่วงฤดูกาลการสอบเข้าทีไร....มักจะได้ยินข่าวเรื่องเด็กฝาก เด็กเส้น รับเงินใต้โต๊ะ อยู่เรื่อยๆนะครับ....ซึ่งทางผู้ใหญ่ในกระทรวงศึกษิการเขาก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ...เร่งหามาตรการเข้ามาจัดการ....เพื่อให้น้องๆทุกคนได้มีโอกาสเท่าเทียมกัน...อย่างเช่นกรณีโรงเรียนนวมินทราชินูทิศ บดินทรเดชา(สิงห์ สิงหเสนีย์) แห่งนี้...ที่กำลังถูกตรวจสอบจากเหตุการรับเงินใต้โต๊ะ...
โดย น.อ.บัญชา รัตนาภรณ์ กรรมการเครือข่ายผู้ปกครองโรงเรียนนวมินทราชินูทิศ บดินทรเดชา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา กรุงเทพฯ (สพท.กทม.) เขต 2 เปิดเผยภายหลังเข้ายื่นหนังสือถึงนายวิจิตร ศรีสอ้าน รัฐมนตรีว่าการ ศธ.เพื่อขอให้ติดตามผลการสอบสวนโรงเรียนนวมินทราชินูทิศ บดินทรเดชา ว่า ผู้ตรวจราชการ ศธ.ได้ไปตรวจสอบ และพบว่ามีมูล จึงส่งเรื่องให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เพื่อส่งให้ สพท.กทม.เขต 2 สอบข้อเท็จจริงต่อ แต่ผ่านมา 5 เดือน เรื่องยังเงียบ จึงมาติดตาม พบว่าล่าสุดมีหนังสือลงวันที่ 18 กันยายน ให้ สพท.กทม.เขต 2 ตรวจสอบ แต่เกรงจะไม่ได้รับความเป็นธรรม เพราะมีความพยายามของข้าราชการ ศธ.ที่จะช่วยเหลือผู้ถูกร้อง
นายคมเทพ ประภายนต์ อดีตกรรมการเครือข่ายผู้ปกครองฯ กล่าวว่า ที่ร้องเพราะระดมทรัพยากรช่วงการรับนักเรียน โดยวันมอบตัวนักเรียน ม.1 โรงเรียนตั้งโต๊ะให้นักเรียนรายงานตัว และชำระเงินเข้าสมาคม และตั้งโต๊ะให้ชำระเงินค่ากิจกรรมพิเศษนอกหลักสูตร รวมถึง เรียกเก็บค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่รัฐบาลอุดหนุนอยู่ อาทิ ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าจ้างเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย เป็นต้น ซึ่งอ้างว่าผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการสถานศึกษา ทั้งนี้ แม้ระบุว่าเป็นไปตามความสมัครใจของผู้ปกครอง แต่ข้อเท็จจริงคือถ้าผู้ปกครองไม่ชำระเงินตามรายการ ถือว่ามอบตัวไม่เสร็จ ซึ่งทุกปีสมาคมฯ ระดมทรัพยากรเพื่อช่วยพัฒนาสถานศึกษาประมาณ 1,750 บาทต่อภาคเรียน แต่ปีนี้เก็บ 3,000-6,000 บาท
นายวิจิตร กล่าวว่า โดยหลักการโรงเรียนทำโครงการเสนอคณะกรรมการสถานศึกษาเพื่อขอระดมทรัพยากรจากผู้ปกครองได้ ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ แต่ต้องเป็นไปโดยความสมัครใจ และไม่เก็บช่วงรับนักเรียน ซึ่งกรณีนี้ไม่น่าจะหมกเม็ด แต่อาจเข้าใจคลาดเคลื่อน ตนจะเร่งตรวจสอบ หากพบว่าระดมทรัพยากรช่วงรับนักเรียนจริงๆ ก็ผิด ส่วนที่ผู้ปกครองร้องเรียนผู้อำนวยการโรงเรียนโยธินบูรณะเรียกรับเงินช่วงรับนักเรียนนั้น เพิ่งได้รับรายงานสรุปผลการตรวจสอบ ต้องขอเวลาพิจารณารายละเอียด อย่างไรก็ตาม ไม่ต้องกังวลว่านโยบายห้ามฝากเด็ก และเรียกแป๊ะเจี๊ยะจะไม่ถูกนำไปปฏิบัติต่อ เพราะตนจะลงนามในประกาศรับนักเรียน ประจำปี 2551 ก่อนหมดวาระ ขณะนี้รอหารือคุณหญิงกษมา วรวรรณ ณ อยุธยา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เช่น กลไกการตรวจสอบที่ควรมีคนนอกเข้ามาเป็นกรรมการด้วย หรือการรับนักเรียนด้วยเกณฑ์พิเศษยังควรมีหรือไม่ ส่วนตัวเห็นควรยกเลิก แต่เข้าใจว่าบางโรงเรียนมีข้อตกลงกับผู้ที่บริจาคที่ดิน หรือบางกรณีต้องยืดหยุ่น จึงต้องหารือเพื่อหาแนวปฏิบัติให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ โดยไม่นำมาเป็นช่องทางในการรับเด็กฝาก หรือเรียกผลประโยชน์
นายบุรี แก้วเล็ก รองปลัด ศธ.กล่าวว่า การรับนักเรียนปีนี้ มีผู้ปกครองร้องเรียนโรงเรียนยอดนิยมในเขต กทม.5 โรง จาก 85 โรง และโรงเรียนยอดนิยมในต่างจังหวัด 10 โรง จาก 277 โรง ซึ่งได้สรุปผลเสนอนายวิจิตรแล้ว
ถึงแม้ผลออกมาจะเป็นอย่างไร แต่เหนือสิ่งอื่นใดคือการเท่าเทียมกันทางการศึกษา....เพราะถ้าแค่ในช่วงชีวิตการเรียนของเด็กๆ ยังถูกเอารัดเอาเปรียบกันแล้ว คงไม่ต้องคิดถึงเมื่อโตขึ้นไปแล้วไปเจอกับสังคมที่ใหญ่ขึ้นจะเป็นอย่างไร....น้องๆว่าไหมครับ...
พี่ลาเต้ขอขอบคุณข้อมูลจากหนังสือพิมพ์มติชน
|
18 ความคิดเห็น