|
ถ้าน้องๆได้ติดตามข่าวในช่วงนี้...คงจะได้รับรู้ถึงข่าวการถ่ายคลิปวิดีโอขณะตบตีกัน...ซึ่งต้องบอกว่าเริ่มจะกลายเป็น แฟชั่น แล้วหละครับ....และด้วยเหตุนี้เอง..ผู้ใหญ่ที่เกี่ยวข้องคงจะนิ่งนอนใจอยู่ไม่ได้..จึงเริ่มออกมาเปิดเผยในข้อมูล และสถิติที่น่าสนใจบางอย่าง...เพื่อบรรเทาสถานการณ์ให้เบาลง....จะเป็นอย่างไรนั้น...ไปตาข่าวพร้อม พี่ลาเต้ เลยครับ....
โดยจากการประชุมเชิงปฏิบัติการเรื่องการจัดการศึกษาเกี่ยวกับความขัดแย้งในสถานศึกษา : โลกแห่งความเป็นไปได้ ในโครงการเสริมสร้างสันติวัฒนธรรม 80 สถานศึกษากระทรวงศึกษาธิการ จัดโดยสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษาและสถาบันพระปกเกล้า ศ.นพ.วันชัย วัฒนศัพท์ ผอ.สำนักสันติวิธีและธรรมาภิบาล กล่าวว่า ความขัดแย้งและความรุนแรงในสถานศึกษาเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง เช่น งานวิจัยใน จ.ขอนแก่น ระบุว่า นักเรียน 500 คน พบเห็นสิ่งที่เป็นความขัดแย้ง โดย 30% เห็นว่า ครูไม่สนใจนักเรียนที่ถูกกลั่นแกล้ง 52% เห็นนักเรียนต่อสู้กัน โดยเฉพาะนักเรียน ม.ต้น ที่น่าเป็นห่วงคือ นักเรียน 60% เห็นว่าการต่อสู้กันเป็นเรื่องปกติ และ 70% มีการขู่ทำร้ายกันในระหว่างนักเรียน เป็นต้น และนับตั้งแต่กระทรวงศึกษาธิการหักไม้เรียวไปเมื่อปี 2547 ทำให้ครูจำนวนมากไม่ทราบว่าจะแก้ไขปัญหาพฤติกรรมของนักเรียนอย่างไร และเรียกร้องขอไม้เรียวคืนมา วิธีดังกล่าวไม่ใช่การแก้ไขปัญหาที่ถูกต้อง เพราะทำให้เด็กเกิดความท้าทาย อยากชนะ แต่หากมีการวางกติกาของห้องเรียน โดยเด็กมีส่วนร่วมกำหนด ก็จะเป็นกระบวนการที่เด็กๆพร้อมที่จะปฏิบัติตาม เช่น การเจรจาไกล่เกลี่ยในสถานศึกษา หรือการไกล่เกลี่ยโดยเพื่อน ซึ่งได้ผลดีใน ร.ร.นำร่อง เช่น ร.ร.พนมสารคามพนมอดุลยวิทยา อ. พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา เดิมมีปัญหาเด็กทะเลาะวิวาทปีละเกือบ 100 กรณี ขณะนี้เหลือไม่ถึง 10 กรณี เป็นต้น
ผอ.สำนักสันติวิธี กล่าวต่อว่า สถาบันพระปกเกล้า สร้างเครือข่ายในการสร้างสันติวัฒนธรรมในกระทรวงต่างๆ เช่น กระทรวงศึกษาธิการ สร้างสันติในโรงเรียน กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ สร้างสันติในครอบครัว และกระทรวงยุติธรรม สร้างสันติในชุมชน ก็จะเป็นเครือข่ายที่เชื่อมโยงกัน
ด้าน ดร.อำรุง จันทวานิช เลขาธิการสภาการศึกษา กล่าวว่า สกศ.รับสมัครโรงเรียนที่สมัครใจเข้าสู่กระบวนการสันติวัฒนธรรม 80 โรง เพื่อเฉลิมพระเกียรติ ปรากฏว่ามีโรงเรียนสมัครเข้าร่วม 254 โรง แต่ สกศ. ต้องคัดเลือกให้เหลือ 80 โรง แบ่งตามสังกัด ภูมิภาค และคาดหวังว่าโรงเรียนทั้ง 80 โรงนี้ จะเป็น แกนนำในการขยายแนวคิดและวิธีการสันติวัฒนธรรมต่อๆไป เป็นแนวทางที่สอดคล้องกับนโยบายคุณธรรมนำความรู้ของ ศธ.และรัฐบาล
ผลการวิจัยครั้งนี้เทียบเคียงได้กับเหตุการณ์จริงเลยหนะครับ...แต่เหนื่อสิ่งอื่นใดก็ตาม..พี่ลาเต้ ว่าใจความสำคัญคงอยู่ที่น้องๆทุกคนห่างไกลจากเหตุการณ์ทะเลาะวิวาทกันครับ....
พี่ลาเต้ขอขอบคุณข้อมูลจากหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
|
7 ความคิดเห็น
.....OoO.....
เป็นงั้นไปนะคะ~
จะไม่ทำแบบนั้นแน่นอนค่ะ ^^//
ขอบคุณสำหรับบทความดีๆ นะคะ
สำหรับบางคนที่เรียกคนไปปิดห้องต่อย ก็เป็นพวกเรียนดีมีความรู้ เฮฮาปกติ
เพื่อนเราสามสี่คนเคยบุกเข้าห้องน้องผู้ชายคนนึง แล้วก็ปิดห้อง ไม่มีใครสนใจ
บางคนก็ฮา บางคนก็เชียร์ บางคนก็ออกนอกห้องไป แต่ก็เฉยๆกันหมด
เพื่อนเราก็ต่อยเตะกันคนละทีสองที แล้วก็จบ
น้องคนนั้นไม่เปนไร เพื่อนเราก็พอใจ
แต่อยากบอกว่าพฤติกรรมแบบนี้ต้องแล้วแต่กรณีนะ
เพื่อนเราเป็นคนดีแหละ มีเหตุผล การชกต่อยสำหรับมัน มีจำกัด
มันไม่ใช่อันตพาล เลยไม่มีใครคิดจะห้าม
เรียกว่าเป็นเพื่อนรักของเพื่อนฝูงได้เลย มีเพื่อนในกลุ่มเยอะ
ปัจจุบันมันเรียนเตรียมทหาร - -^ แล้วกำลังจะเบี่ยงเบนไปต่อแพทย์
พอถามว่าตบทำไม
มันบอกว่าก็แค่มั่นไส้
เรียกผู้ปกครองมาพบด้วย เพื่อนเราห้องเดียกันนี่แหละ ดังกันใหญ่ รู้จักทั้งโรงเรียนเลย เหอะๆ