|
สวัสดีครับ....ช่วงนี้ พี่ลาเต้ มองว่าเรื่องราวของมนุษย์ต่างดาว...มีการพูดถึงกันบ่อยขึ้นหนะครับ...เห็นได้จากรายการทีวีตามช่องต่างๆก็ต่างนำเรื่องราวของมนุษย์ต่างดาวในพื้นที่ต่างๆมานำมาเสนออย่างไม่ขาดสายเลยหละครับ.....จนเกิดคำถามตามมาว่า มนุษย์ต่างดาว มีจริงเหรอ?
มนุษย์ต่างดาวมีจริงหรือไม่? คำถามที่มนุษย์โลกสงสัยและค้นหามาช้านาน แต่ก็ยังปราศจากคำตอบที่ชัดเจน สิ่งมีชีวิตสีเขียว ที่ ดร.อัลลี แอร์โรเวย์ ตัวละครเอกในเรื่อง คอนแทค มุ่งมั่นตามหามาตลอด สอดคล้องกับความกระหายใคร่รู้ของมนุษย์ที่ต้องการติดต่อสื่อสารกับชีวิตที่อยู่ต่างดาว
 |
คอนแทค เกิดจากการผสมผสานเรื่องราวที่มีอยู่จริงเข้ากับเหตุการณ์สมมติได้อย่างลงตัว ถ่ายทอดเป็นภาพยนตร์ที่ตื่นเต้น ล้ำจินตนาการ โดยมีการอ้างถึงโครงการ เซติ ที่มีอยู่จริง เซติ (Search for Extraterrestrial Intelligence: SETI) หรือ การค้นหาสิ่งมีชีวิตทรงปัญญานอกโลก ได้ทุนหลักจากองค์การบริหารการบินอวกาศสหรัฐฯ (นาซา) โดยใช้กล้องโทรทรรศน์วิทยุขนาดใหญ่ตรวจจับคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้านอกโลก ที่ไม่ได้เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ การค้นหาสัญญาณจากสิ่งมีชีวิตนอกโลกเริ่มมีขึ้นอย่างจริงจัง โดยปี 2518 ส่งสัญญาณคลื่นวิทยุ เรียกว่า อะรีซิโบเมสเซจ จากกล้องโทรทรรศน์วิทยุอะรีซิโบที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกที่เปอร์โตริโก ถูกส่งไปยังกระจุกดาวฤกษ์ทรงกลม เอ็ม13 ในกลุ่มดาวเฮอร์คิวลีส ที่ห่างจากโลก 25,000 ปีแสง สัญญาณที่ส่งออกไปสามารถจัดเรียงได้ 2 รูปแบบ แบบไม่มีความหมาย และเป็นรูปภาพ ซึ่ง ประกอบด้วย ตัวเลข, ลักษณะดีเอ็นเอ, ลักษณะของมนุษย์โลกและข้อมูลของประชากรโลก, ระบบสุริยะของเรา สุดท้ายคือ กล้องโทรทรรศน์วิทยุและจานที่เราใช้รับ-ส่งสัญญาณ
 |
กว่าสัญญาณที่เราส่งไปจะถึงที่หมายต้องใช้เวลาถึง 25,000 ปี และกว่าที่สัญญาณตอบกลับ (หากมีจริง) จะเดินทางมาถึงโลกของเราก็อีก 25,000 ปี ซึ่งรวมแล้วก็ 50,000 ปี แต่เหนือสิ่งอื่นใด การส่งสัญญาณนี้ถือเป็นการประกาศความสำเร็จทางเทคโนโลยีของมนุษย์มากกว่าที่จะมุ่งติดต่อสื่อสารกับสิ่งมีชีวิตทรงภูมิปัญญาที่อยู่ไกลโพ้น แม้ที่ผ่านมานักดาราศาสตร์สามารถจับสัญญาณแปลกประหลาดได้มากมาย ทว่าไม่มีสัญญาณใดที่รับการยืนยันอย่างเป็นทางการ แต่สัญญาณที่มหาวิทยาลัยรัฐโอไฮโอได้รับเมื่อวันที่ 15 ส.ค. 2520 เป็นคลื่นวิทยุจากนอกโลกที่น่าฉงนไม่น้อย ถอดเป็นคำออกมาว่า ว้าว และกลายเป็นชื่อเรียกขานสัญญาณนี้ (Wow! signal) กระทั่งปี 2508 ปริศนามนุษย์ดาวอังคารก็คลี่คลายลงบ้างเมื่อยานมาริเนอร์ 4 สำรวจดาวอังคารลำแรกของสหรัฐฯ บันทึกภาพพื้นผิวดาวอังคารได้มากมาย และชัดเจนเลยว่าบนดาวแดงปราศจากสิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่อาศัยอยู่ หลังจากนั้นก็มียานอวกาศหลายลำถูกส่งไปสำรวจดาวอังคารอย่างต่อเนื่อง นักวิทยาศาสตร์ได้ตื่นเต้นอีกครั้ง เมื่อยานไวกิ้งที่นาซาส่งไปสำรวจดาวแดงเมื่อปี 2518 ถ่ายภาพก้อนหินที่คล้ายใบหน้าได้บนดาวอังคาร ซึ่งก็มีทั้งที่ว่าเกิดขึ้นจากฝีมือมนุษย์ต่างดาว ขณะที่อีกฝ่ายอธิบายว่าเกิดจากแสงและเงาทำให้มองดู้คล้ายใบหน้าคน ส่วนตัวอย่างก้อนหินและดินบนดาวอังคารที่ยานไวกิ้งนำกลับมาด้วย นักวิทยาศาสตร์พิสูจน์องค์ประกอบต่างๆ แล้ว ไม่พบร่องรอยของสิ่งมีชีวิต
 |
หลายปีก่อน นักวิทยาศาสตร์ของนาซาแถลงว่า ก้อนหินที่พบในทวีปแอนตาร์กติกา เป็นอุกาบาตที่มาจากดาวอังคาร ทั้งยังมีร่องรอยของจุลชีพโบราณที่เคยมีชีวิตอยู่บนดาวอังคารเมื่อหลายล้านปีก่อนที่จะตกลงมายังโลกและถูกฝังอยู่ที่นั่นกว่าหมื่นปี ดร.ศรันย์ โปษยะจินดา รอง ผอ.สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (สดร.) อธิบายว่า ในกาแล็กซีทางช้างเผือกนั้นยังมีดาวฤกษ์อีกตั้ง 2 แสนล้านดวง มีระบบสุริยะอีกมากมาย จึงเป็นไปได้ที่จะมีสิ่งมีชีวิตอยู่บนดาวดวงอื่นๆ นอกจากโลก แต่อาจยากสำหรับมนุษย์ที่จะหาเจอได้ในช่วงชีวิตของเรา นักชีวดาราศาสตร์ที่สนใจศึกษาเรื่องสิ่งมีชีวิตนอกโลกจะมุ่งค้นหาน้ำที่อยู่ในสถานะของเหลว เพราะสิ่งมีชีวิตทุกชนิดต้องมีน้ำเป็นองค์ประกอบ ปฏิกิริยาเคมีในเซลล์จะเกิดขึ้นได้ต้องมีน้ำที่อยู่ในสถานะของเหลวเป็นตัวกลาง จะเป็นของแข็งหรือก๊าซ รอง ผอ.สดร. ชี้แจง แต่ ศ.ดร.วิสุทธิ์ ใบไม้ นักชีววิทยา ผอ.โครงการพัฒนาองค์ความรู้และศึกษานโยบายการจัดการทรัพยากรชีวภาพในประเทศไทย หรือบีอาร์ที มองต่างออกไปว่า แม้เป็นดาวที่ไม่มีน้ำก็อาจมีสิ่งมีชีวิตอยู่อาศัยได้เหมือนกัน เพราะสิ่งมีชีวิตเหล่านั้นอาจไม่ต้องการปัจจัยการดำรงชีวิตเช่นเดียวกับที่มีอยู่บนโลกของเรา
 |
สิ่งมีชีวิตบนโลกอยู่บนพื้นฐานของน้ำและคาร์บอน แต่สิ่งมีชีวิตนอกโลกอาจไม่ได้เป็นเช่นเดียวกับเรา อาจไม่ต้องการออกซิเจน แต่ใช้พลังงานจากรังสีแทนก็ได้ เพราะนิยามของสิ่งมีชีวิตคือ เคลื่อนไหวได้ สามารถสืบพันธุ์ มีลูกหลานดำรงพันธุ์ได้ ศ.ดร.วิสุทธิ์ แจงต่อว่า หากสิ่งมีชีวิตที่ลอยมาในอวกาศตกลงบนดาวอังคารและเจริญเติบโตได้ก็กลายเป็นสิ่งมีชีวิตบนดาวอังคาร ซึ่งโลกกับดาวอังคารอยู่ห่างจากดวงอาทิตย์ไม่เท่ากัน สิ่งแวดล้อมต่างกัน สิ่งมีชีวิตบนดาวอังคารก็อาจต่างไปจากสิ่งมีชีวิตบนโลก จากการสำรวจพบน้ำแข็งบนดาวอังคาร นักวิทยาศาสตร์ก็คาดคะเนว่าในอดีตบนดาวอังคารเคยมีน้ำเต็มไปหมด เหมือนอย่างโลกของเราตอนนี้ เป็นไปได้ว่าอาจเคยมีหรือมีสิ่งมีชีวิตอยู่บนดาวอังคาร ส่วนโลกของเราก็เคยมีนักวิทยาศาสตร์ดาดการณ์ว่าอีก 1 พันล้านปี น้ำจะเหือดหายไปจากโลกเช่นกัน ศ.ดร.วิสุทธิ์กล่าว ด้าน ดร.นำชัย ชีววิวรรธน์ หัวหน้าหน่วยบริหารจัดการความรู้ ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโยลีชีวภาพ (ไบโอเทค) ก็เชื่อว่าดาวเคราะห์ดวงอื่นอาจมีสิ่งมีชีวิตดำรงอยู่เหมือนกัน แต่การจะมีสิ่งมีสิ่งมีชีวิตทรงภูมิปัญญาได้นั้น ต้องเป็นดาวเคราะห์ที่มีความเสถียรเช่นเดียวกับโลกของเราเป็นเวลานับหมื่นล้านปี มีน้ำ มีอุณหภูมิ และวงโคจรรอบดวงอาทิตย์ที่เหมาะสม
 |
สำหรับ ศ.ดร.ยงยุทธ ยุทธวงศ์ นักชีวเคมี และ รมว.กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เห็นว่า นัยหนึ่งมนุษย์และสัตว์ต่างๆ บนโลกก็อาจเป็นสิ่งมีชีวิตจากต่างดาวที่ติดมากับฝุ่นผงอวกาศในลูกอุกกาบาตก็ได้ ซึ่งในจักรวาลนั้นเราสามารถตรวจพบสารอินทรีย์ที่เป็นจุดกำเนิดสิ่งมีชีวิตเต็มไปหมด ส่วนว่าจะมีรูปร่างหน้าตาหรือมีภูมิปัญญาอย่างไรนั้นก็คงต้องแล้วแต่ปัจจัยบนดาวที่กำเนิดนั้นๆ เป็นตัวกำหนด อย่างไรก็ดี ศ.ดร.นพ.เทพนม เมืองแมน แพทย์ผู้เชี่ยวชาญการผ่าตัดเส้นเลือดหัวใจ ที่หันมาศึกษาค้นคว้าเรื่องทางจิต รวมถึงจานบินและมนุษย์ต่างดาว ยืนยันว่ามีจริงแน่นอน ทั้งยังเคยพบเห็นและถ่ายภาพได้หลายต่อหลายครั้ง จึงทำให้เขาศึกษาเรื่องนี้อย่างจริงจัง จนสามารถติดต่อกับพวกที่อยู่บนดาวอื่นได้ ดร.เทพนม เล่าต่อว่า มนุษย์ต่างดาวเคยมาเยือนโลกตั้งแต่เมื่อหลายพันปีก่อนแล้ว จากหลักฐานต่างๆ ทั้งในถ้ำที่ จ.กาญจนบุรี หรือในจีน ซึ่งรายงานการค้นพบจานบินและมนุษย์ต่างดาวที่มีอยู่ทั่วโลก จะเห็นมนุษย์ต่างดาวมีลักษณะต่างๆ แม้แต่พวกที่เป็นหุ่นยนต์ก็ยังมี อย่างไรก็ดี ดร.เทพนม ยังบอกอีกว่า เคยมีการสำรวจพบสิ่งที่คล้ายพีระมิด อนุสาวรีย์ หรือตึกสูง บนดาวพุธ ดาวศุกร์ ดาวอังคาร และดวงจันทร์ ซึ่งคาดกันว่าต้องมีสิ่งมีชีวิตที่ทรงปัญญาสร้างขึ้น เพราะสิ่งเหล่านี้คงเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติไม่ได้แน่ แต่ข้อมูลบางอย่างรัฐบาลของประเทศที่สำรวจพบจำเป็นต้องปกปิดไว้เป็นความลับทางการทหาร
 |
ท้ายที่สุด ดร.เทพนม สรุปว่า ในจักรวาลที่กว้างใหญ่ ย่อมจะสิ่งมีชีวิตนอกโลกที่ทรงภูมิปัญญาอยู่นอกจากโลกของเรา แต่สิ่งมีชีวิตเหล่านั้นอาจไม่เหมือนบนโลก มีวิถีดำรงชีวิตที่แตกต่างกันไป อาจไม่จำเป็นต้องใช้ออกซิเจน น้ำ หรือกินอาหารเหมือนอย่างที่พวกเราต้องการ อย่างไรก็ดี การพบเห็นหรือถ่ายภาพจานบินที่ปรากฏบนโลกของเรานั้น ดร.นำชัยชี้ว่า นักวิทยาศาสตร์ส่วนใหญ่เชื่อแน่ๆ ว่ามีจริง เพียงแต่ที่เห็นกันนั้นไม่ใช่ของจริง และหากย้อนถามพวกเราเองว่า ถ้าเราจะเดินทางไปดาวดวงอื่น เราจะไปอย่างเปิดเผย หรือจะไปถึงแล้วก็หลบๆ ซ่อนๆ ไม่แสดงตัวว่าเรามาแล้ว ไม่สมเหตุสมผลเลยที่มนุษย์ต่างดาวเดินทางมายังโลกของเราเป็นระยะทางหลายล้านปีแสงเพื่อมาหลบๆ ซ่อนๆ มิสู้เปิดเผยตัวตน แสดงเจตนารมณ์ และติดต่อกันอย่างเป็นทางการดีกว่าหรือ ดร.นำชัย แสดงความเห็นทิ้งท้าย
แหม....เรียกได้ว่าเป็นเรื่องราวความเร้นลับที่ทั้งน่าสนใจ และน่ากลัวไม่แพ้เรื่องผีๆเลยหนะครับ....แต่ถึงอย่างไรก็ตามก็คงจะต้องตามกันต่อไปนะครับ....ว่าเรื่องราวมันจะลงเอยออกมาอย่างไร....แต่ถ้าลงเอยออกมาว่า บนโลกนี้มีมนุษย์ต่างดาวอยู่จริงๆ...พี่ลาเต้ ว่างานนี้สนุกแน่ๆครับ...อิอิ....
พี่ลาเต้ขอขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจากผู้จัดการออนไลน์
|
37 ความคิดเห็น
น่าสนใจดีค่ะ^^
อยากให้มีจังเลยอ่ะ
แต่ถ้าเจอ ก็เตรียมเผ่นแหละน้า 555
ดีมาก ๆเลยอ่ะค่ะ ได้สาระมาก ๆๆเลยค่ะ แต่อย่างไรก็เชื่อว่ามีจริงอ่ะค่ะ เพราะว่าไปดูสถานที่ลานพระโพธิ์สัตว์มาแล้วค่ะ มีสถานที่มนุษย์ต่างดาวด้วยอ่ะค่ะที่จ.เพรชบุรี มีการค้นพบมนุษย์ต่างดาวที่ปะทะกับเครื่องบินสหรัฐ อ่ะค่ะเชื่อ ๆๆๆๆ
เพราะในพระคัมภีร์ไม่มี = =
เชื่อว่ามีอ่ะ
น่าสนใจดี อยากศึกษาเรื่องนี้บ้างจัง.........
ขอบคุณสำหรับบทความดีดี ค่ะ
ชอบเรื่องแนวนี้มากๆเลยค่ะ น่าสนใจดี
ส่วนตัวเรา คิดว่าน่าจะมีนะ เพราะทั้งหมดจักรวาลนี้คงจะไม่มีสิ่งมีชีวิตแค่มนุษย์โลกเราหรอก...
อืมๆ
น่าสนใจเจงๆๆๆ
ขอบคุนเจงๆที่มาเสนอแนะให้ได้ทราบได้รู้
สวัสดี ชาวโลก